สลับร่างไปสร้างครอบครัวให้ร่ำรวยในยุคโบราณ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 40 ไปเยี่ยมว่านชิง

            “หลินเอ๋อ เจ้าอย่าลืมที่พี่ใหญ่เคยบอกกับเจ้านะ เจ้าต้องรอให้อายุครบสิบแปดปีเสียก่อน เจ้าถึงจะเข้าหออย่างแท้จริงได้ เจ้าจำได้หรือไม่” หนิงลี่ถามน้องสาวอย่างจริงจัง

            “ข้า...เอ่อ...ข้า...ข้าบอกกับพี่จื่อจิ้งไปแล้วเจ้าค่ะ แต่ว่า...” หนิงหลันทำท่าทางลังเลและถามขึ้นอย่างเขินอาย “แล้วถ้าหากว่ามีวันใดที่พี่จื่อจิ้งทนไม่ไหวล่ะเจ้าคะ ข้าต้อง...เอ่อ...ต้องทำอย่างไร”

            หนิงลี่มองหน้าน้องสาวพรางอมยิ้ม นางกระซิบบอกน้องสาวไม่กี่ประโยค แต่ก็ทำเอาหนิงหลันหน้าแดงขึ้นอย่างกับลูกตำลึงสุก 

            “พวกเจ้าสองพี่น้องกำลังคุยอะไรกัน” หวังหวั่นเดินเข้าลานบ้านมาก็เห็นลูกสาวสองคนกระซิบกระซาบกันอยู่ แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นลูกสาวคนเล็กหน้าแดงขึ้นมาก ทำให้นางคิดไปไกลว่าหนิงหลันเพิ่งผ่านช่วงแต่งงานมา นางกับลูกเขยคงจะมีช่วงเวลาดีๆ กันอยู่ “หลันเอ๋อ เจ้าไม่สบายหรือ เหตุใดจึงหน้าแดงถึงเพียงนี้ เฮ้อ...พวกเจ้าอายุยังน้อย เรื่องอย่างนั้นก็อย่าเพิ่งหักโหมไปเลย”

            “ท่านแม่! ท่านคิดไปถึงไหนแล้วเจ้าคะ ข้าแค่...เอ่อ...ข้าแค่รู้สึกไม่สบายนิดหน่อยเท่านั้นเอง” หนิงหลันรีบปฏิเสธอย่างเขินอายขึ้นอีกครั้ง

    หนิงลี่กลัวว่าน้องสาวจะอายมากกว่าเดิม จึงรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ท่านแม่เจ้าคะ นี่ก็ใกล้จะฤดูหนาวแล้ว ข้าคิดว่าจะสอนให้ท่านแม่ถักเสื้อกันหนาว หมวก ผ้าพันคอ ถุงมือ แล้วก็ถุงเท้าเจ้าค่ะ ต่อไปข้าจะไม่ให้ท่านแม่ออกไปช่วยงานที่หน้าร้านแล้ว งานที่หน้าร้านยุ่งเกินไป ข้ากลัวท่านแม่จะรับไม่ไหว อีกอย่างหนึ่งข้าคิดว่าพอเราย้ายไปเมืองหลวง ข้าจะเปิดร้านเล็กๆ เพื่อขายงานถักของเราเองและข้าจะให้ท่านแม่เป็นคนดูเจ้าค่ะ”

            “แล้วจะไม่กระทบกับสินค้าที่เราทำส่งเถ้าแก่เนี้ยจีหรือ” หวังหวั่นถามอย่างกังวล นางจำว่าเถ้าแก่เนี้ยจีมีบุญคุณกับครอบครัวตนเองมาก ทั้งยินดีรับซื้อกิ๊บถักเมื่อครั้งที่ยังไม่มีคนสนใจ ทั้งยังยอมให้พวกนางใช้ร้านค้าโดยไม่คิดค่าเช่า หรือแม้แต่จะขายต่อร้านค้าแห่งนี้ให้กับครอบครัวฝั่งมารดาของตนอีก

            “งานถักที่เราส่งให้เถ้าแก่เนี้ยจีก็ยังเหมือนเดิมเจ้าค่ะ เพราะเราจะส่งงานถักชิ้นเล็กให้นางอย่างพวกกระเป๋าใส่เหรียญ กิ๊บถัก แล้วก็ผ้าเช็ดหน้า แต่ร้านค้าที่ข้าจะเปิดให้ท่านแม่จะขายเป็นสินค้าชิ้นใหญ่ขึ้น อย่างพวกเสื้อกันหนาว ถุงมือ ถุงเท้า หมวก ผ้าพันคอ ผ้าม่าน ผ้าปูโต๊ะ ผ้าห่ม และข้ายังจะสอนให้ท่านแม่ทำตุ๊กตาไหมพรมขายอีกด้วยนะเจ้าคะ”

            “ถ้าเช่นนั้นงานที่หน้าร้านของเจ้าก็จะยุ่งขึ้นน่ะสิ” หวังหวั่นยังเป็นกังวล

            “อีกครึ่งปีเราก็จะย้ายเข้าเมืองหลวงกันแล้ว ข้าจะให้ท่านน้าหู่ ท่านน้าห่าว แล้วก็น้าสะใภ้ทั้งสองเข้ามาเริ่มเรียนรู้งานที่ร้านแล้วเจ้าค่ะ หลังจากที่พวกเราย้ายไป ครอบครัวของท่านน้าก็จะได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่ร้านและเริ่มกิจการต่อจากเราได้ทันที” หนิงลี่บอกแผนการที่นางเตรียมไว้ให้มารดาฟัง

            “เช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน ทีแรกที่เจ้าชวนพวกเราให้ย้ายเข้าเมืองหลวง แม่บอกตามตรงว่าแม่กังวลใจมาก ทั้งกลัวว่าแม่กับน้องๆ จะไปเป็นภาระให้เจ้ากับลูกเขย ทั้งยังเป็นห่วงว่าแม่จะต้องไปอยู่ไกลจากท่านตาและท่านยายของเจ้า แม้เมื่อก่อนแม่จะไม่ค่อยได้พาพวกเจ้ากลับไปเยี่ยมท่านตาท่านยาย แต่ถึงอย่างไรหมู่บ้านหลีเจี่ยกับหมู่บ้านหลีสือก็ยังอยู่ในตำบลเดียวกัน จะไปมาหาสู่กันอย่างไรก็ง่าย แต่เมืองหลวงมันช่างไกลนัก” หวังหวั่นพูดพรางถอนหายใจ

            “เพราะข้ารู้ว่าท่านแม่จะเป็นกังวลอย่างไรล่ะเจ้าคะ ข้าถึงได้เตรียมการไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ อันที่จริงข้ายังมีความคิดว่า หากในอนาคตเราหาที่ลงหลักปักฐานได้มั่นคงแล้ว ข้ายังอยากให้ครอบครัวของท่านตาท่านยายย้ายไปอยู่ใกล้ๆ เราด้วยซ้ำ” หนิงลี่กอดแขนมารดาอย่างที่เคยทำ “ข้ารู้ว่าท่านแม่กตัญญูกับท่านตาและท่านยายมาก อีกทั้งเวลานี้บ้านเราก็เหลือแค่ท่านตาและท่านยายที่เป็นผู้อาวุโสสูงสุด หยางฟางเองก็ขาดท่านปู่ไปแล้วเหมือนกัน ดังนั้นการมีผู้อาวุโสอยู่ในบ้าน มันจะอบอุ่นใจมากกว่านะเจ้าคะ”

            “เอาไว้ให้ถึงเวลาก่อนค่อยว่ากัน แม่ต้องขอบใจเจ้ามากนะลี่เอ๋อที่ยังคิดถึงแม่และครอบครัวของท่านตาท่านยาย แต่แม่ก็ไม่อยากให้เจ้าต้องแบกรับภาระทุกอย่างเอาไว้คนเดียว” หวังหวั่นพูดเสียงเครือ

            หนิงลี่กับหนิงหลันเข้าไปกอดแขนมารดาไว้คนละข้าง เมื่อก่อนตอนที่พวกนางยังอาศัยอยู่กับครอบครัวหนิง เวลาที่พวกนางจะมานั่งพูดคุยกันอย่างนี้แทบจะไม่มี เวลาในแต่ละวันผ่านไปอย่างยากลำบาก เมื่อหนิงลี่เข้ามาอยู่ในร่างนี้พร้อมกับมิติวิเศษ นางจึงอยากสร้างความร่ำรวยและความเป็นอยู่ที่ดีให้ครอบครัว และเวลานี้ก็ดูเหมือนว่าเส้นทางที่นางพยายามสร้างขึ้นมาก็เริ่มมองให้เห็นเค้าลางที่ดีแล้ว

      

            “พี่เซียว พี่สะใภ้เซียว พวกท่านมาที่นี่ได้อย่างไรขอรับ” ว่านเฉียงลงจากรถม้ามาพอดีกับที่เซียวหยางฟางและหนิงลี่เดินทางมาถึงจวนท่านผู้ว่าการตำบลเช่นเดียวกัน

            “ข้ากับลี่เอ๋อมาเยี่ยมพี่สาวของเจ้า เมื่อวันก่อนพวกเราไปส่งสินค้าที่ร้านค้าของเถ้าแก่หลี่ พวกเราถึงได้ทราบข่าวว่าพี่สาวของเจ้าคลอดบุตรชายออกมาแล้ว” เซียวหยางฟางตอบ

            “เช่นนั้นก็เข้าไปพร้อมกันเลยขอรับ ข้าเพิ่งกลับจากเมืองหลวงมาก็เพิ่งทราบข่าวเช่นกัน ข้ายังไม่ได้นอนพักเลยด้วยซ้ำ เพราะอยากเห็นหน้าหลานชายเต็มที่แล้ว” ว่านเฉียงพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปแจ้งกับผู้ดูแลประตูที่หน้าจวน จากนั้นทั้งสามคนก็เดินเข้าจวนไปพร้อมกัน

            “เฉียงเอ๋อ เจ้ามาแล้ว มาดูหลานชายของเจ้าก่อนเร็วเข้า” ว่านชิงทักน้องชายอย่างตื่นเต้น จนมองไม่เห็นว่ามีคนเดินตามหลังน้องชายมาอีกสองคน

            “พี่ใหญ่ พี่เซียวกับพี่สะใภ้เซียวก็มาเยี่ยมท่านด้วยนะขอรับ” ว่านเฉียงบอกพี่สาวเพราะกลัวว่านางจะละเลยแขก

            “อ้าว! คุณชายเซียว แม่นางหนิงลี่ พวกเจ้าก็มาเยี่ยมลูกสะใภ้ใหญ่ของข้าเหมือนกันหรือ” ฮูหยินท่านผู้ว่าการตำบลทักทายเซียวหยางฟางและหนิงลี่อย่างดีใจ “ข้าต้องขอบใจพวกเจ้ามากที่ส่งของบำรุงมาให้ลูกสะใภ้ของข้าอยู่บ่อยๆ พวกเจ้าเข้ามาดูสิ หลานชายของข้าออกมาอ้วนท้วนยิ่งนัก”

            “คุณชายเซียว แม่นางหนิงลี่ อย่าได้ถือสาข้าที่ไม่ได้ทักทายพวกเจ้าเลยนะ ข้ามัวแต่ดีใจมากไปหน่อย หลายเดือนมานี้ข้าไม่ได้เจอหน้าน้องชายข้าเลย” ว่านชิงรีบขอโทษ

            “ท่านอย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ วันนี้ข้านำของใช้เด็กอ่อน กระติกเก็บความร้อน แล้วถุงน้ำร้อนมาให้ท่านไว้ใช้ด้วยเจ้าค่ะ ข้าจะแนะนำวิธีใช้ให้กับสาวใช้ของท่านทีหลัง” หนิงลี่เดินนำของขวัญไปวางไว้ข้างเตียงของว่านชิง

            ฮูหยินท่านผู้ว่าการตำบลมองเห็นของใช้เด็กอ่อนที่หนิงลี่นำมาให้อย่างสนใจ ก่อนที่นางจะเอื้อมมือไปหยิบเสื้อผ้าเด็ก ถุงมือ ถุงเท้า และผ้าอ้อมที่ทำจากผ้าคอตตอนเนื้อละเอียดและสีสันสวยงามสบายตาขึ้นมาดู

            “ของขวัญที่เจ้านำมาคงราคาสูงไม่น้อย ข้าเกรงใจที่จะรับไว้จริงๆ” ว่านชิงพูดขึ้นอย่างเกรงใจเมื่อเห็นแม่สามีหยิบผ้าอ้อมขึ้นมาดู และเมื่อนางลองสัมผัสดูก็ให้ความรู้สึกที่เรียบลื่นและเบาสบายจริงๆ

            “ท่านอย่าได้เกรงใจข้าเลยเจ้าค่ะ” หนิงลี่ยิ้ม

            “เจ้าเรียกข้าว่าพี่ชิงก็ได้” ว่านชิงพูดขึ้น

            “เจ้าค่ะพี่ชิง วันหลังข้าจะให้คนนำส้มกับแอปเปิลมาให้ท่านไว้กินบำรุงนะเจ้าคะ แผลจากการคลอดจะได้หายเร็วขึ้น แล้วก็จะตุ๋นไก่สูตรพิเศษของข้ามาบำรุงให้ท่านด้วย”

            “เจ้าทำเหมือนกับว่าข้าจะดูแลลูกสะใภ้ของตัวเองไม่ดีอย่างนั้น” ฮูหยินท่านผู้ว่าการตำบลพูดขึ้น แต่หน้าของนางกลับยิ้มอย่างพอใจในความมีน้ำใจของหนิงลี่

            “ไม่ใช่อย่างนั้นนะเจ้าค่ะ เพียงแต่ข้าติดต่อการค้ากับพ่อค้าอยู่หลายคน เมื่อมีของดีข้าก็อยากจะนำมาแบ่งให้พี่ชิงได้บำรุงบ้างเท่านั้น แต่จะว่าไป ฮูหยินก็สามารถทานผลไม้พวกนั้นบำรุงได้เหมือนกันนะเจ้าคะ ผิวพรรณของท่านจะได้ดูผุดผ่องสวยงามขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าเลยเจ้าค่ะ”

            “เจ้าก็ช่างเอาใจจริงๆ เอาเถอะข้าก็แกล้งพูดไปอย่างนั้นเอง ข้าจะไปบอกให้ห้องครัวเตรียมอาหารเพิ่มสักหน่อย มื้อกลางวันพวกเจ้าต้องอยู่กินข้าวที่บ้านข้าก่อน ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด” ฮูหยินท่านผู้ว่าการตำบลแสร้งทำเสียงดุ ก่อนที่นางจะเดินยิ้มออกไป

             เมื่อแม่สามีเดินออกจากห้องไปแล้ว ว่านชิงจับมือหนิงลี่ขึ้นมาอย่างให้สัญญา“น้องลี่เอ๋อ ความจริงใจและความห่วงใยของเจ้า ข้ากับสามีต้องขอขอบคุณเจ้าด้วยใจจริง ตอนนี้ท่านพี่เข้าไปทำงานช่วยท่านพ่อสามีที่ศาลาว่าการของตำบลแล้ว อำนาจในมือก็มีอยู่ไม่น้อย หากวันหน้าเจ้ามีสิ่งใดให้พวกเราช่วยเหลือ เจ้าก็อย่าได้เกรงใจ” 

            “ถึงเวลานั้นข้าจะไม่เกรงใจแน่นอนเจ้าค่ะ” หนิงลี่ยิ้มตอบ

    คล้ายกับเรื่องสลับร่างไปสร้างครอบครัวให้ร่ำรวยในยุคโบราณ (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน