เมื่อสิ้นเสียงขานสัญญาณของชายชรา
หลี่ซวนไม่รอช้า เขาอัดฉีดพลังวิญญาณเข้าสู่แขน ขา รวมถึงกระบี่ในมืออย่างเต็มกำลัง ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าใส่คู่ต่อสู้อย่างว่องไว สายลมรอบด้านพลันสั่นไหว เกิดเสียงลมกรรโชกพัดพาตัวเขาเข้าถึงระยะอย่างรวดเร็ว เมื่อได้จังหวะ เขาก็บรรจงสับกระบี่ลงไปสุดกำลัง คมกระบี่ผ่าอากาศส่งเสียงหวีดแหวก ตวัดลงมาหมายฟันร่างของหลินเซวียนอย่างดุดัน
เมื่อหลินเซวียนเห็นเช่นนั้น สีหน้ากลับยังคงเรียบเฉย เพียงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะทำท่าตั้งรับ แล้วปัดกระบี่ออกไปสุดแรง!
เพร้ง!
กระบี่สองเล่มที่อัดแน่นด้วยไอวิญญาณปะทะกันจนเกิดคลื่นลมกรรโชกซัดกระจายไปทั่วบริเวณ
ผู้คนที่ยืนชมอยู่รอบนอก แม้จะไม่สามารถสัมผัสไอวิญญาณภายในค่ายกลได้ ทว่าภาพการปะทะและเสียงการชนกันที่ดังสนั่น ก็ทำให้แทบทุกคนตกตะลึง
ศิษย์คนหนึ่งที่ยืนมองอยู่เอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ "ไม่ได้เห็นการประลองที่รุนแรงขนาดนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ!"
ศิษย์อีกคนกล่าวตอบอย่างตื่นเต้นไม่แพ้กัน "จริงด้วย! ล่าสุดที่เห็นการประลองหนักหน่วงระดับนี้ ก็มีแค่การปะทะกันของระดับลมปราณแรกเริ่มขั้นปลายเท่านั้น ศิษย์ใหม่คนนั้นสุดยอดกว่าที่คิดไว้เสียอีก!"
สิ้นคำนั้น เสียงฮือฮาชุลมุนข้างลานประลองก็ดังกระหึ่มขึ้นมาทันที
ยามนี้ทั้งสองบนเวทีกำลังใช้กระบี่ต้านเกร็งกำลังกันอยู่ และในที่สุด หลี่ซวนก็เป็นฝ่ายถูกแรงปัดจนเซถอยออกมาหลายก้าว
เมื่อตั้งหลักได้ เขาก็ครุ่นคิดในใจด้วยสีหน้าจริงจัง 'แข็งแกร่งมาก... นี่น่าจะเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ข้าเคยเจอ นอกเหนือจากวานรเขี้ยวแดงที่ข้าเคยสังหาร'
คิดเสร็จ เขาก็เตรียมตั้งท่าจะพุ่งเข้าไปอีกครั้ง ทว่ากลับมีเสียงเย้ยหยันดังมาจากฝั่งตรงข้ามเสียก่อน
"เจ้าทำได้ไม่เลวเลยเมื่อครู่ สำหรับผู้บำเพ็ญขั้นกลางทำได้ขนาดนี้นับว่าน่าชื่นชมไม่น้อย! แต่ว่า... ในเมื่อเจ้าเป็นศิษย์ใหม่ ข้าจะแสดงวรยุทธ์ของสำนักเฟิงหยวนที่ข้าพากเพียรฝึกฝนมาหลายปีให้ดูเป็นขวัญตา! วิชากระบี่สำนักเฟิงหยวน วายุไร้รอย!"
สิ้นเสียงขู่ ร่างของหลินเซวียนก็พลันหายวับไปจากจุดเดิม!
ร่างเงาของเขาโผล่ขึ้นมาทั้งทางซ้ายและทางขวาพร้อมกันในเสี้ยววินาที หลี่ซวนเห็นเข้าก็ตกใจในใจทันที 'มีสองคนอย่างนั้นหรือ? ไม่ใช่... เพียงแต่เขาเคลื่อนที่เร็วมากจนทิ้งร่างเงาเอาไว้ต่างหาก!'
หลี่ซวนรีบตั้งสมาธิ แผ่สัมผัสวิญญาณออกไปตรวจจับ ทันทีที่พบความผิดปกติ เขาก็ตวัดกระบี่ฟันใส่ร่างเงาด้านหนึ่งทันที!
ทว่าสิ่งที่ปลายกระบี่สัมผัสได้ กลับมีเพียงความว่างเปล่า... หลี่ซวนเบิ่งตากว้างด้วยความตื่นตระหนก 'แย่แล้ว!'
เขารีบเอี้ยวตัวหันไปหาร่างเงาอีกสายหนึ่งทันที ทว่าร่างนั้นได้ถือกระบี่ที่ห่อหุ้มด้วยไอวิญญาณอันดุร้าย ฟันตรงลงมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งเสียงตวาดด้วยความมั่นใจในชัยชนะ
"ลองรับกระบวนท่านี้ดู... แยกวายุ!"
หลี่ซวนที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบนำโล่ขนาดเล็กออกจากกระเป๋ามิติออกมาทันที โล่ชิ้นนี้คืออาวุธวิเศษที่เขาได้มาจากกลุ่มมือสังหารทั้งสามคนในป่าตอนนั้น ยามที่เขาอัดฉีดพลังวิญญาณเข้าไปเพื่อเปิดใช้งาน ตัวโล่พลันขยายใหญ่ขึ้นจนมีขนาดเท่าตัวของหลี่ซวนในพริบตา! มือขวาของเขากระชับถือโล่ใหญ่ไว้มั่น ส่วนมือซ้ายกำกระบี่แน่น พร้อมกับปลดปล่อยโล่ไอวิญญาณออกมาคุ้มกายและตั้งรับอย่างเต็มกำลัง!
ปัง!!
เสียงกระบี่ปะทะเข้ากับโล่อย่างหนักหน่วงจนดังสนั่น! แรงลมกรรโชกซัดทะลักออกจากจุดปะทะของทั้งสองฝ่าย ทว่าหลี่ซวนกลับรับแรงกดดันมหาศาลนั้นได้เพียงครู่เดียว... ทั้งโล่ไอวิญญาณและโล่เหล็กในมือพลันแตกกระจายหักออกเป็นสองส่วนพังทลายลงในพริบตา! แรงปะทะมหาศาลส่งผลให้ร่างของเขากระเด็นหมุนคว้างออกไปทันที!
ตูม!
"อั่ก!"
ขณะร่างกระเด็นลอยอยู่กลางอากาศ หลี่ซวนพลันกดปลายกระบี่ในมือซ้ายเจาะลงบนพื้นหินอย่างหนักหน่วงเพื่อยึดพยุงตัว คมกระบี่ขูดไถแทรกลึกลงไปบนพื้นจนเกิดรอยทอดยาวเกือบหนึ่งจั้งกว่าร่างของเขาจะหยุดนิ่ง!
เมื่อทรงตัวได้ เลือดสดๆ สายหนึ่งก็ไหลซึมออกจากมุมปาก แขนของเขายามนี้ชาวาบไปทั้งแถบ แม้บาดแผลจะไม่หนักหนานัก แต่การรับการโจมตีเมื่อครู่ก็ทำให้สูญเสียพลังวิญญาณไปไม่น้อย
ทว่าหลี่ซวนกลับยกยิ้มมุมปาก สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง... มันเป็นสีหน้าแบบเดียวกับตอนที่เขาต่อสู้กับผู้บำเพ็ญสามคนในตอนนั้นไม่มีผิด—สีหน้าของคนที่กำลังสนุกกับการต่อสู้ และดูน่าหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน!
สำหรับคนที่กระหายที่จะเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่อยู่ตลอดเวลาอย่างเขา เมื่อมีคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งมายืนอยู่ตรงหน้า มันกลับยิ่งกระตุ้นความอยากรู้ว่าพลังของตนเองจะไปได้ไกลแค่ไหน
หลี่ซวนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ในเมื่อมีผู้อาวุโสคอยควบคุมอยู่ การเผลอพลั้งมือสังหารเจ้าก็คงไม่เกิดขึ้นสินะ"
หลินเซวียนได้ยินประโยคนั้นก็ชะงักไป ความประหลาดใจแล่นผ่านเข้ามาในหัว—ทั้งที่ตนเองเป็นฝ่ายคุมเกมอยู่แท้ๆ เหตุใดอีกฝ่ายจึงกล้าพูดเช่นนี้? ทว่ายังไม่ทันได้คิดต่อ เขาก็เห็นหลี่ซวนขยับตั้งท่าอีกครั้ง
เมื่อเห็นดังนั้น หลินเซวียนเตรียมจะใช้วิชา 'วายุไร้รอย' เพื่อจบการประลองครั้งนี้เสีย ทว่าหลี่ซวนที่กำลังตั้งท่าอยู่ กลับขว้างกระบี่ในมือพุ่งตรงมาทางเขาเสียอย่างนั้น!
หลินเซวียนตกใจเป็นอย่างมาก การละทิ้งอาวุธประจำเป็นการกระทำที่โง่เขลาที่สุดในการต่อสู้
ทว่าเขาไม่รู้เลยว่า... วิชาที่หลี่ซวนเชี่ยวชาญและถนัดที่สุดยามนี้ คือหมัดและเท้าเปล่าๆ ของเขาต่างหาก!
ในวินาทีที่หลินเซวียนใช้กระบี่ในมือตวัดปัดป้องอาวุธที่บินเข้ามา ดวงตาของหลี่ซวนพลันเปล่งประกายสีครามเข้ม! ปฏิกิริยาร่างกายของเขารวดเร็วและเฉียบคมขึ้นเท่าตัวอย่างฉับพลัน เขาทะยานพุ่งเข้าใส่ตรงๆ โดยไม่เบี่ยงออกข้าง ก่อนจะง้างหมัดชก อัดพลังสิบส่วนเข้าใส่ใบหน้าของหลินเซวียนทันที!
หลินเซวียนเบิ่งตากว้าง เบี่ยงหลบไม่ทันเสียแล้ว ความเร็วอันน่าเหลือเชื่อนี้รวดเร็วพอๆ กับเขา หรืออาจจะเหนือกว่าเล็กน้อยด้วยซ้ำ! ยิ่งในสถานการณ์ที่เพิ่งปัดกระบี่ออกไป เขาไม่มีทางหลบหมัดนี้พ้นได้เลย!
หมัดของหลี่ซวนพุ่งเข้าปะทะใบหน้าของหลินเซวียนเต็มๆ!
ทว่าในวินาทีที่หมัดกำลังจะกระแทกเข้าเนื้อ กลับมีไอวิญญาณสายหนึ่งสว่างวาบขึ้นห่อหุ้มร่างของหลินเซวียนเอาไว้
เปรี๊ยะ!
เสียงอาวุธวิเศษแตกหักดังขึ้น ยันต์คุ้มกายที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อของหลินเซวียนฉีกขาดและสลายไปทันที!
"เจ้า!"
หลินเซวียนทั้งโกรธทั้งตกตะลึง! ยันต์คุ้มกายฉุกเฉินชิ้นนี้มีราคาแพงลิบลิ่ว และการที่มันแตกสลายในการโจมตีเดียว หมายความว่าหมัดเมื่อครู่ของหลี่ซวนทรงพลังมากพอจะสังหารหรือทำให้บาดเจ็บสาหัสได้จริงๆ!
แววตายิ้มเยาะของหลินเซวียนแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังและหวาดหวั่น เขานึกไม่ถึงเลยว่าผู้บำเพ็ญที่มีระดับพลังต่ำกว่าเขาหนึ่งขั้น จะมีพลังที่น่ากลัวถึงเพียงนี้
ทางด้านหลี่ซวน แม้จะแปลกใจที่เห็นยันต์คุ้มกายของอีกฝ่ายทำงานขึ้นมา แต่เขาก็ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย หลี่ซวนตวัดหมุนตัว ใช้เท้าเตะสวนเข้าไปที่ข้อมือข้างที่หลินเซวียนถือกระบี่อยู่อย่างเต็มแรงและแม่นยำ!
หลินเซวียนที่เพิ่งตั้งตัวพยายามจะเบี่ยงหลบและฟันสวน ทว่าด้วยความเร็วสูงสุดของหลี่ซวนในยามนี้ ทำให้หลินเซวียนช้าไปก้าวหนึ่ง
ปั้ง!
ท่อนขาของหลี่ซวนฟาดกระแทกเข้ากับแขนเต็มแรง หลินเซวียนทนความเจ็บปวดไม่ไหวจนต้องปล่อยมือ กระบี่คู่ใจร่วงหล่นลงสัมผัสพื้นทันที!
หลินเซวียนกุมแขนที่ชาบวม ถอยร่นออกมาสามก้าวด้วยความเคืองแค้น
"หนอย... เจ้าคิดว่าข้าไม่มีกระบี่แล้วจะทำอะไรไม่ได้หรืออย่างไร!"
หลินเซวียนตั้งท่าวรยุทธ์เตรียมใช้ตั้งรับทันที หลี่ซวนเห็นเช่นนั้นก็ไม่รอช้า ดวงตาสีฟ้าครามทอแสงเปลี่ยนเป็นครามเข้มครั้งที่สามเร่งประสาทสัมผัสสูงสุด แล้วพุ่งเข้าปะทะระยะประชิดทันที!
ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง!
เสียงหมัดต่อหมัดแลกหมัดปะทะกันอย่างดุเดือด สวนกันไปมาบนลานประลองในทันใด!
ทันทีที่ผู้คนข้างสนามเห็นฉากนั้น จากเดิมที่มีคนดูไม่มากก็เริ่มแห่กันมามุงดูรอบลานประลองทันที เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้น แม้แต่ผู้บำเพ็ญระดับสร้างฐานบางคนที่กำลังขี่กระบี่บินอยู่บนฟ้าเพื่อไปทำธุระ เมื่อได้เห็นการต่อสู้ของผู้บำเพ็ญที่ระดับพลังต่างกันหนึ่งขั้น ก็ยังต้องเหลือบสายตามาดู พร้อมกับเอ่ยพึมพำว่า "น่าสนใจ..."
เสียงเชียร์รอบสนามดังกระหึ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การประลองอันดุเดือดดุจพายุ ยิ่งเป็นการปะทะข้ามขั้นพลังแล้วสูสีแลกกันหมัดต่อหมัดด้วยแล้ว นับเป็นภาพหาดูได้ยากยิ่ง จึงไม่แปลกที่เหล่าศิษย์โดยรอบจะตื่นเต้นลุ้นระทึกกันจนนั่งไม่ติด!
สถานการณ์บนเวทีประลองยามนี้ หลี่ซวนและหลินเซวียนต่างซัดหมัดแลกกันอย่างดุเดือด
ทว่าเห็นได้ชัดว่าหลินเซวียนเริ่มครองความได้เปรียบมากกว่า เนื่องจากกระบวนทักษะยุทธ์ของเขามีความชำนาญและผ่านประสบการณ์มามากกว่าหลี่ซวน ทำให้เขาสามารถปล่อยหมัดเข้าใส่หลี่ซวน ทั้งตั้งรับและโต้กลับได้หลายต่อหลายครั้ง
แต่คู่ต่อสู้ตรงหน้าเขากลับบ้าเลือดเกินมนุษย์! ทั้งที่โดนหมัดอัดเข้าไปเต็มๆ แต่หลี่ซวนกลับไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว แถมยังสวนหมัดกลับมาโดยไม่สนใจอาการบาดเจ็บของตนเองเลยสักนิด!
แม้ตามปกติหลินเซวียนจะไม่ค่อยได้ต่อสู้ตัวต่อตัวเท่าใดนัก เพราะส่วนใหญ่ถนัดการต่อสู้แบบเป็นกลุ่มมากกว่า แต่เขาก็มั่นใจในฝีมือตนเองไม่น้อยว่า หากเป็นผู้บำเพ็ญระดับลมปราณแรกเริ่มขั้นปลายธรรมดา เขาไม่มีทางพลาดท่าแน่นอน ทว่าคนตรงหน้าที่มีพลังต่ำกว่าเขาหนึ่งขั้น กลับบีบต้อนจนเขาเหงื่อตกได้ถึงเพียงนี้!
ทางด้านหลี่ซวนที่กำลังแลกหมัดอยู่นั้น เขาก็พยายามงัดประสบการณ์ทั้งหมดที่เคยต่อสู้กับสัตว์อสูรตลอดหนึ่งปีออกมาใช้ ทว่าเมื่อต้องมาเจอกับมนุษย์ที่มีวรยุทธ์แกร่งกล้าและซับซ้อน เขากลับทำได้เพียงฝืนรับหมัดแล้วสวนกลับไปตรงๆ หากไม่ใช่เพราะดวงตาสีครามที่กำลังช่วยเร่งปฏิกิริยาร่างกายอยู่ในยามนี้ เขาเองก็ไม่มั่นใจเลยว่าจะสู้คนตรงหน้าได้หรือไม่ และถึงแม้ร่างกายของเขาจะร้าวระบมเจ็บลึกไปถึงกระดูก แต่เขากลับไม่ได้ใส่ใจ และยังคงประเคนทั้งหมัดและตวัดขาเข้าใส่คู่ต่อสู้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง!
หลังจากแลกหมัดกันอยู่สักพัก ทั้งสองก็ง้างหมัดสุดท้ายอัดเข้าใส่กันเต็มแรง!
ปั้ง!
เสียงกระแทกกันของสองหมัดดังสนั่นสะท้อนออกไปถึงด้านนอก คนที่ยืนฟังอยู่รอบๆ แค่ได้ยินเสียงปะทะก็รู้สึกเจ็บแปลบแทนขึ้นมา
แรงปะทะนั้นส่งผลให้ร่างของทั้งคู่กระเด็นแยกออกจากกันในทันที!