ตอนที่ 11: สมรภูมิเพลิง และมวยไทยผสานศาสตรา
เสียงตะกุยคอนกรีตดังสนั่นลอยมาตามโถงทางเดินแคบๆ ฝูงสัตว์อสูร 'เขี้ยวอัคนี' รูปร่างคล้ายเสือเขี้ยวดาบผสมหมาป่า แต่ละตัวมีขนาดใหญ่โตเท่ารถยนต์ตู้ ิัสีดำสนิทแห้งกรังเหมือนถ่านไม้ที่พึ่งไหม้ไฟ มีรอยแตกร้าวตามลำตัวที่มีลาวาสีส้มเรืองแสงไหลซึมอยู่ภายใน เขี้ยวคู่หน้าของมันยาวโง้งออกมานอกปากและมีเปลวเพลิงลุกโชนอยู่ตลอดเวลา กลิ่นกำมะถันและความร้อนมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจากฝูงสัตว์ร้ายจนอุณหภูมิในห้องนิรภัยพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
"น้ำมนต์! ด้านหลังพวกมันไม่มีทางออกแล้ว ห้องนิรภัยนี้เป็ทางตัน!" โมนาะโเตือน กวาดสายตามองไปรอบห้องนิรภัยทรงเหลี่ยมที่เต็มไปด้วยเสาคอนกรีตขนาดใหญ่ที่ช่วยค้ำยันโครงสร้างอาคารไว้
น้ำมนต์ก้าวออกมายืนบังหน้าโมนา ั์ตาของเขาสงบนิ่ง สายตามองสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างรวดเร็ว ห้องนี้กว้างประมาณยี่สิบเมตร มีเสาคอนกรีตใหญ่สี่ต้นตรงกลาง และมีช่องระบายอากาศเหล็กขนาดใหญ่ที่เพดานด้านหลังสุด ซึ่งสูงเกินกว่าที่คนปกติจะะโถึง แต่สำหรับโมนานั่นคือทางรอดเดียว!
"โมนา! ใช้เสาคอนกรีตต้นที่สองทางขวาเป็จุดส่งตัว แล้วะโถีบตัวขึ้นไปเปิดทางที่ช่องระบายอากาศบนเพดานซะ! ผมจะยื้อพวกมันไว้ตรงนี้เอง!" น้ำมนต์สั่งการเสียงเข้ม
"แต่นายคนเดียวจะรับมือพวกมันทั้งหมดไม่ได้นะ!"
"ไม่มีเวลาแล้วโมนา! ทำตามแผน!"
เขี้ยวอัคนีตัวหน้าสุดกระโจนเข้าใส่น้ำมนต์ด้วยความเร็วสูง ปากที่ลุกเป็ไฟอ้ากว้างหมายจะงับเข้าที่คอหอย!
น้ำมนต์ไม่ถอยหนี เขาย่อตัวลงต่ำ จัดระเบียบร่างกายในท่วงท่าแม่ไม้มวยไทยดั้งเดิม 'ขุนั์จับลิง' ซึ่งเป็ท่าตั้งรับและสวนกลับในระยะประชิด
ในการออกท่าครั้งนี้ น้ำมนต์ไม่ได้เพียงแค่ยื่นมือออกไป แต่เขาสืบเท้าซ้ายไปข้างหน้าครึ่งก้าวเพื่อเปิดมุม ย่อเข่าขวาลงเพื่อสร้างจุดศูนย์ถ่วงที่มั่นคง มือซ้ายที่ถือฝักดาบชูขึ้นในระดับคางเพื่อปิดช่องการโจมตีทางบน ในขณะที่มือขวาที่ถือดาบพลาสม่าถูกถอยมาข้างลำตัว ทันทีที่สัตว์ร้ายพุ่งเข้ามาถึงระยะ น้ำมนต์ใช้มือซ้ายพุ่งเข้าคว้าหมับเข้าที่ใต้คางและคอหอยของเสือไฟ (ท่อนจับ) บิดลำตัวหมุนตามแรงพุ่งของศัตรูเพื่อสลายแรงกระแทก แล้วใช้เท้าขวายันเข้าที่พับเข่าหลังของมันจนสัตว์ร้ายเสียหลักลอยคว้างกลางอากาศ!
ฉึ้ก!
ในจังหวะที่ร่างของมันหมุนคว้าง น้ำมนต์สะบัดดาบพลาสม่าในมือขวาฟันสวนขึ้นในแนวเฉียง (ท่อนฟัน) ใบดาบความร้อนสูงตัดผ่านลำตัวของเขี้ยวอัคนีขาดออกเป็สองท่อนกลางอากาศ รอยตัดเกรียมไหม้จนไม่มีเืหยดแม้แต่หยดเดียว ก่อนที่ร่างของมันจะสลายกลายเป็ละอองพลังงานสีดำ!
"สวยงามมากเ้าโฮสต์!" เอเต้ร้องเชียร์ "แต่ยังเหลืออีกแปดตัว! อย่าให้เปลวไฟจากตัวมันััถูกผิวหน้านายเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นระบบประสาทนายจะถูกความร้อนช็อต!"
อีกด้านหนึ่ง โมนาออกวิ่งด้วยความเร็วสูง เธอประเมินระยะห่างระหว่างพื้น เสาคอนกรีตต้นที่สอง และช่องระบายอากาศบนเพดานในเสี้ยววินาที สองเท้าขยับรัวจนเกิดภาพเงาสะท้อน เธอเหยียบลงบนฐานเสาคอนกรีต แล้วถีบตัวส่งร่างลอยสูงขึ้นไปในอากาศกลางโถง ถุงมือนาโนที่ข้อมือเรืองแสงสีทองสว่างจ้า เธอชกหมัดตรงเข้าใส่ตะแกรงเหล็กช่องระบายอากาศเต็มแรง ตึ้ง! แรงอัดอากาศจากถุงมือทำลายเกรงเหล็กหนาจนหลุดกระจายเปิดเป็เส้นทางรอด!
"น้ำมนต์! ทางเปิดแล้ว ขึ้นมาเร็ว!" โมนาโผล่หน้าลงมาจากช่องระบายอากาศบนเพดาน
น้ำมนต์ตวัดดาบพลาสม่าเป็รูปกากบาทสร้างคลื่นเพลิงวงกว้างสกัดฝูงเขี้ยวอัคนีที่เหลือไว้ เขาถอยหลังสองก้าว ย่อตัวลงต่ำแล้วออกแรงถีบพื้นพุ่งตัวลอยขึ้นสู่อากาศ คว้ามือของโมนาที่ยื่นลงมาจากช่องระบายอากาศได้อย่างแม่นยำ ทั้งคู่ดึงตัวเองขึ้นสู่ช่องทางแคบๆ ก่อนที่ฝูงสัตว์อสูรจะพุ่งเข้ามาถึง!
แสงสีแดงจากดวงจันทร์เบื้องนอกสาดส่องเข้ามาตามรอยแตกของช่องระบายอากาศ ทั้งสองคนนอนหอบหายใจอยู่ข้างกันท่ามกลางความมืด น้ำมนต์กำดาบพลาสม่าในมือแน่น รู้ดีว่าการได้รับศาสตราวุธใหม่นี้ เป็เพียงแค่จุดเริ่มต้นของการทดสอบที่แท้จริงในโลกประตูมิติแห่งนี้เท่านั้น!