บ้านตงไป๋อี้
ไป๋อี้รู้สึกได้ถึงไอพลังรุนแรงออกมาจากป่าสายลมพัดโหมกระหน่ำถึงขนาดต้นไม้ก็เกือบจะหักโค่นหักลงมาเ้าของบ้านอย่างนางจึงรีบวิ่งออกมาดู
สตรีวัยกลางคนหรี่ตามองกลุ่มพายุที่หอบบางสิ่งมาด้วยความตกหรี่ตามองไปสักพักก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อเห็นผู้มีศักดิ์เป็หลานเหาะมากับสายลมไป๋อี้แทบหยุดหายใจให้ได้เสียขณะนั้นเพราะตอนนี้หลานสาวของนางคล้ายนางฟ้านาง์ที่ล่องลอยอยู่บนฟ้าอย่างไรอย่างนั้น
"ข้าขอโทษที่มาช้านะเ้าคะท่านป้า"เมื่อเท้าแตะถึงพื้นเฟยหรงก็เดินเข้ามาหาท่านป้าของนางที่ยืนนิ่งตกตะลึงอยู่
"จะเ้าทำได้อย่างไรน่ะเฟยหรง!" เมื่อได้สตินางก็รีบถามหลานสาวของตนเองทันที
"ทำ ทำอะไรหรือเ้าคะ"เฟยหรงเอียงคอสงสัย
"ก็ที่เ้าเหาะมากับสายลมอย่างไรเล่า"ไป๋อี้เอ่ยเสริม
"คือบังเอิญ...ไม่สิ...พัดนี่มันเรียกข้าให้ไปหาเ้าค่ะ"เฟยหรงตัดสินใจบอกความจริงกับคนตรงหน้าจากนั้นก็ชูพัดหยกลวดลายก้อนเมฆสีครามขึ้นมาให้ไป๋อี้รับไปดูสตรีวัยกลางคนรับพัดมาแล้วเพ่งพินิจเล็กน้อย
"นะ นี่มันพัดสลายเมฆา!มันเรียกเ้างั้นรึ!" ไป๋อี้เบิกตากว้างเมื่อรับรู้ว่าพัดตรงหน้านี้วิเศษขนาดไหนในตำราพัดวิเศษทุกเล่มล้วนบอกว่าพัดสลายเมฆาเป็พัดที่แข็งแกร่งและวิเศษยิ่งนัก
"เ้าค่ะ" เฟยหรงพยักหน้า
"เ้าต้องเก็บมันไว้ให้ดีนะเฟยหรงหากใครรู้ว่าเ้าเป็ผู้ถือครองมันก็จะมีภัยถึงตัวได้" ไป๋อี้เอ่ยออกมาด้วยความเป็ห่วง
"เ้าค่ะ"เฟยหรงพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วรับพัดคืนมาจากไป๋อี้
"เอาละ เ้าออกไปนานคงหิวแล้วมาๆทานอาหารเถิด ข้ารอเ้าจนไส้กิ่วไปหมดแล้ว" ไป๋อี้เอ่ยขึ้นอย่างขบขัน
จากนั้นทั้งสองก็เดินเข้าไปในห้องอาหารเป็ห้องขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่มาก เก้าอี้ได้5-6คนมีโต๊ะไม้เนื้อดีลวดลายดอกไม้พิษที่จงใจวาดอย่างประณีตสวยงามบ่งบอกถึงความชอบของเ้าของถ้าให้เฟยหรงเดาคงเป็ไป๋อี้เองที่วาดขึ้นมาอย่างแน่นอนเพราะเคยมีอยู่ครั้งหนึ่งไป๋อี้เคยส่งเครื่องชามที่เคลือบและวาดลวดลายเองคล้ายแบบนี้มาให้ที่จวน
"โอ้ น่าอร่อยมากเลยเ้าค่ะ"เฟยหรงตาเป็ประกายเมื่อเห็นอาหารตรงหน้าอีกทั้งกลิ่นของมันก็ทำให้นางท้องร้องเบาๆ
"ข้าให้แม่ครัวทำสุดฝีมือเลยเ้าต้องกินเยอะๆจะได้มีน้ำมีนวลขึ้นมาบ้างดูสิร่างกายเ้าผ่ายผอมจากที่ข้าเจอตอนเด็กๆไปมากข้าอยากได้ก้อนแป้งตัวกลมคนเดิมกลับมา"ไป๋อี้ยิ้มกว้างคะยั้นคะยอให้เด็กสาวตรงหน้ากินเยอะๆ
ได้ยินเช่นนั้นเฟยหรงก็ลงมือทานอาหารตรงหน้าอย่างมีความสุขไป๋อี้เหลือบไปเห็นขนสัตว์บนบ่าของเฟยหรง เป็ขนสัตว์สีขาวสะอาดดุจหิมะแผ่ไอเย็นบางเบาออกมา หากไม่สังเกตก็คงไม่รู้สึกว่าห้องนี้เย็นขึ้นเล็กน้อย ไป๋อี้ไม่ได้ซักไซ้ถามอะไรเฟยหรงเื่ขนสัตว์ผืนนั้นแต่ก็มีลางสังหรว่ามันต้องเป็ขนของสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งสักตัวอย่างแน่นอน
...นี่หลานข้าไปเจออะไรมากัน?...นางคิด ในพื้นที่แห่งนี้ไป๋อี้รู้สึกได้ถึงพลังปรานบริสุทธิ์แม้จะไม่มากเท่าไหร่แต่ก็ดีกว่าในเมืองมาก นางจึงสร้างบ้านไว้ที่นี่แต่ก็ไม่คิดเลยว่าพื้นที่แห่งนี้กลับมีของวิเศษอย่างพัดสลายเมฆาอยู่...และมันคงเป็ชะตาฟ้าลิขิตของเฟยหรงเป็แน่ที่ได้เดินทางมาที่นี่
เมื่อทั้งสองทานข้าวเสร็จก็พูดคุยกันเล็กน้อยจากนั้นเฟยหรงจึงขอตัวมาพักผ่อน มี่ถงที่จัดที่นอนอยู่หันมายิ้มแย้มให้เมื่อเห็นว่าผู้เข้ามาในห้อง
"คุณหนูไปไหนมาเ้าคะบ่าวหาทั่วทั้งบ้านก็ไม่เจอ" มี่ถงพองแก้มนิดๆ
"ข้าออกไปเดินเที่ยวแถวๆนี้แหละแล้วนี่เ้าเตรียมน้ำให้ข้าอาบรึยัง" เฟยหรงหัวเราะให้กับท่านทางเช่นนั้นเบาๆ
"เตรียมไว้แล้วเ้าค่ะ"มี่ถงพยักหน้า
หลังจากที่ไล่ให้มี่ถงออกไปจากห้องแล้วเฟยหรงต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการอาบน้ำแม้ร่างกายนี้จะเป็ร่างกายของตัวเองแล้วแต่ก็อดที่จะรู้สึกเคอะเขินไม่ได้นางใช้เวลาค่อนข้างนานทีเดียวในการอาบน้ำเพราะแต่เดิมแล้วตนเองก็ชอบแช่น้ำนานๆอยู่แล้ว
หลังจากที่อาบน้ำเสร็จมี่ถงก็เตรียมเสื้อผ้าไว้ให้เป็ชุดนอนผ้าไหมสีขาวใส่แล้วนุ่มสบายไม่อึดอัดเฟยหรงรู้สึกชอบมากนางขึ้นมานอนบนเตียงกว้าง
เมื่อเห็นว่าผู้เป็นายใกล้จะหลับแล้วมี่ถงก็ดับไฟและเดินออกไป
ไม่นานเฟยหรงก็ลืมตาขึ้นนางอยู่ในห้องคนเดียวก็รู้สึกไม่ปลอดภัยสักเท่าไหร่ แถมนอนไม่หลับจึงจ้องมองขนหมีผืนนั้นบนโต๊ะเล็กน้อยแล้วเดินไปหยิบมานอนกอดความรู้สึกที่เครียดเมื่อครู่เหมือนได้รับการเยียวยาไม่นานนางก็เข้าสู่ห้วงนิทราไป
ในความฝัน เฟยหรงลืมตาขึ้นแล้วมองไปรอบๆนางถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อจำได้ว่าที่นี่คือที่ไหน เฟยหรงเดินตามแสงสว่างไปเรื่อยๆเหมือนเดิมแตกต่างตรงที่คราวนี้แสงสว่างนำนางออกมายังสถานที่แห่งหนึ่งภาพเบื้องหน้าปรากฏให้เห็นเป็สระบัวที่มีสะพานต่อยาวไปจนถึงศาลากลางน้ำ
เฟยหรงเดินไปตามทางเมื่อใกล้ถึงศาลาก็พบชายหนุ่มพร้อมผมสีแดงเพลิงแสบตากำลังจิบชาอ่านตำราอย่างสบายใจนางลอบถอนหายใจเบาๆแล้วย่อตัว
"คารวะท่านเทพ"ฮุ่ยเหอเงยหน้าขึ้นจากตำราพลางยกยิ้มนิดๆ
"เป็ไงบ้างล่ะชีวิตใหม่ของเ้า"
"ก็ดีเ้าค่ะแล้วนี่ท่านเทพเรียกข้ามาอีกมีอะไรหรือไม่เ้าคะ"เฟยหรงว่าแล้วนั่งลงตรงข้ามกับฮุ่ยเหอ
"เปล่า ข้าแค่จะถามว่าพร2ข้อนั้นเ้าคิดได้รึยังว่าจะขออะไร" ฮุ่ยเหอถามแล้วยกถ้วยชาขึ้นมาจิบ
"อืม...ข้าคิดว่าได้แล้วเ้าค่ะ"เฟยหรงยิ้มเ้าเล่ห์ จนฮุ่ยเหออดคิ้วกระตุกไม่ได้
"ว่ามา"แม้จะมีลางสังหรแปลกๆแต่เมื่อรับปากแล้วก็ต้องทำตามที่เคยลั่นวาจาไว้
"ข้าขอความรู้ทั้งหมดในโลกได้หรือไม่เ้าคะ"เฟยหรงยิ้มแย้มออกมาจนฮุ่ยเหอสะท้านนิดๆ
"เ้าจะเอาทั้งหมดไปทำอะไรรึ"ฮุ่ยเหออดที่จะถามไม่ได้
"ข้าจำเป็ต้องใช้เ้าค่ะส่วนคำขออีกข้าจะเก็บไว้ยามจำเป็จริงๆ" เฟยหรงตอบแต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดซ่ะทีเดียว
"เอางั้นก็ได้"ฮุ่ยเหอสะบัดมือคราหนึ่ง ตัวอักษรหลายแสนล้านตัวก็ปรากฏขึ้น
"อาจจะเ็ปสักหน่อยเ้าก็ทนเอาแล้วกันหากอยากรู้เื่อะไรเ้าเพียงแค่นึกขึ้นก็จะจำได้เอง"ฮุ่ยเหอทาบมือลงบนหน้าผากเฟยหรงไม่นานตัวอักษรเ่าั้ก็พุ่งเข้าไปในสมองของนางจนเกิดเป็ความเ็ประลอกหนึ่งขึ้นมา เฟยหรงกรีดร้องร่างกายร้อนผ่าว ศีรษะเหมือนจะะเิเสียให้ได้
จนผ่านไปกว่าสี่ชั่วยาม(8ชั่วโมง)ตัวอักษรเ่าั้ก็ถูกเฟยหรงดูดซับจนหมด
"เสร็จแล้ว"ฮุ่ยเหอเอามือออกจากหน้าผากของนาง ปรากฏให้เห็นปานแดงเล็กๆขึ้นมากลางหน้าผาก
"ขอบคุณมากเ้าค่ะ"เฟยหรงพยายามฝืนน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา
"อืม เช่นนั้น...ไว้เจอกันใหม่"จากนั้นเขาก็สะบัดมือทำให้ร่างของเฟยหรงหายไป
"นี่ข้าคิดถูกแล้วใช่หรือไม่ที่ให้ความรู้แก่นาง?"ฮุ่ยเหอเอ่ยพึมพำกับตนเอง
ความรู้ทั้งหมดนั้นล้วนเป็ส่งที่เชื่อถือได้ทั้งสิ้นมีทั้งความรู้ทางการแพทย์ สมุนไพร วิธีหลอมโอสถ กระบวนท่าวรยุทธและอื่นๆอีกมากมายที่ไม่สามารถบรรยายได้หมด
เช้า
มี่ถงเดินเข้ามาภายในห้องของเฟยหรงเมื่อเห็นคุณหนูของนางไม่อยู่ก็เลิกคิ้วอย่างแปลกใจไม่นานก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านนอกมี่ถงจึงเดินออกไปดูก็พบเฟยหรงกำลังฝึกกระบวนท่าต่อสู้อยู่เห็นดังนั้นก็อดแปลกใจไม่ได้
"คุณหนูแผลยังไม่หายดีนะเ้าคะ"ถึงแม้จะได้ทั้งยาและพักฟื้นร่างกายมาแล้ว นางก็ยังเป็ห่วงเฟยหรงอยู่ดี
"ก็นอนอยู่เฉยๆมันน่าเบื่อนี่นาแผลก็ไม่ได้เจ็บแล้วด้วย" เฟยหรงเอ่ยก่อนจะตวัดขาและกำหมดต่อยออกไป
"ฮึบ"หมัดพุ่งออกไปยังทิศทางด้านหน้า เหงื่อไหลโทรมกายแต่นางก็ไม่หยุดแค่นั้นเท้าอีกข้างก็ตวัดขึ้นมา เอี้ยวตัวเล็กน้อยแล้วต่อยออกไปอีกรอบมี่ถงมองกระบวนท่าเ่าั้ด้วยความตื่นตาตื่นใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตนมาหาเฟยหรงด้วยเหตุใด
"คุณหนูจะทานอาหารเช้าเลยหรือไม่เ้าคะบ่าวจะไปเตรียมให้"
"อืม เอางั้นก็ได้"เฟยหรงพยักหน้าเบาๆ จากนั้นนางฝึกอีกสองสามกระบวนท่าแล้วจึงมานั่งโคจรลมปรานต่อเพื่อปรับสมดุลร่างกาย
เปาะ!
เสียงยกระดับพลังดังขึ้นตอนนี้เฟยหรงมีพลังอยู่ที่ระดับปรานชีพจรขั้น5แล้วอีกไม่นานคงเลื่อนขั้นไปยังปรานปฐี
แปะ แปะ แปะเสียงปรบมือเรียกให้ร่างที่ลืมตาจากการโคจรเสร็จหันไป
"ท่านป้า"เฟยหรงคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วเดินไปหาสตรีวัยกลางคนเบื้องหน้า
"ยินดีด้วยหลานรักเ้าเลื่อนขั้นแล้ว" ไป๋อี้มักจะออกมาเดินเล่นรับลมยามเช้าหลังจากตื่นนอนเสมออากาศและปรานบริสุทธิ์ทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายแต่เดินไปก็เห็นเฟยหรงนั่งโคจรลมปรานอยู่ นางก็ไม่ได้รบกวนอะไรยืนรอให้หลานสาวโคจรลมปรานเสร็จ
"เมื่อวานเ้ายังอยู่ในขั้น2ตอนนี้เลื่อนมาขั้น5 ช่างรวดเร็วราวกับอัจฉริยะ!"ไป๋อี้เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางยินดี
"ไม่หรอกเ้าค่ะท่านป้าข้าอายุขนาดนี้แต่มีพลังเพียงปรานชีพจรก็ไม่ได้เรียกว่าอัจฉริยะหรอกเ้าค่ะ"เฟยหรงเอ่ยอย่างนอบน้อม
พูดอะไรแบบนั้น เ้าพึ่งสามารถใช้ลมปรานได้ไม่นานครู่เดียวก็เลื่อนขั้นได้ขนาดนี้ก็อัจฉริยะมากแล้ว" ไป๋อี้คลี่ยิ้มภูมิใจ
"แฮ่ะๆ" เฟยหรงเกาแก้วแก้เขิน
"แล้วนี่วันนี้เ้ามีแผนที่จะทำอะไรต่อหรือไม่"
"วันนี้ข้าอยากเข้าป่าอีกเ้าค่ะอยากลองเก็บสมุนไพรมาหลอมดู" เฟยหรงพยักหน้าไปมองป่าเื้ัอย่างหมายมั่น
"งั้นรึ...เช่นนั้นก็อย่าไปไกลเกิน2ลี้ละ" ไป๋อี้เอ่ยสั่งความ
"เ้าค่ะ" เฟยหรงยิ้ม
ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อมี่ถงก็เดินมาบอกว่าเตรียมอาหารเสร็จแล้วทั้งป้าหลานจึงเดินกลับเข้าไปในตัวบ้านเพื่อทานอาหารเช้าด้วยกัน
เมื่อทานอาหารเสร็จเฟยหรงก็ขอตัวออกมาอาบน้ำและเตรียมตัวเพื่อที่จะเดินป่าวันนี้นางให้มี่ถงนำชุดจอมยุทธที่นางซื้อไว้ั้แ่เดินทางออกมาเป็ชุดจอมยุทธผ้าไหมเนื้อดีสีดำ มีลวดลายดอกไม้สีขาวเฟยหรงขอให้มี่ถงทำผมทรงที่ไม่เกะกะและหนักศีรษะจนเกินไป จึงออกมาเป็ทรงหางม้ารวบไว้ธรรมดาแต่มีเปียเล็กๆทั้งสองด้านปักปิ่นรวบไว้ดูทะมัดทะแมงแต่ก็แฝงไปด้วยความน่ารัก
มี่ถงอยากจะตามเฟยหรงเข้าป่าแต่ก็โดนนางห้ามเอาไว้สาวใช้ตัวน้อยจึงได้แต่ทำหน้าเศร้า
ในยามสายเฟยหรงออกจากบ้านมุ่งตรงไปในป่าเบื้องหน้าทันที นางนำพัดสลายเมฆาและขนหมีหมื่นปีมาด้วยเพราะรู้สึกว่าตนเองนั้นอ่อนแอเกินไปหากไม่มีของสองสิ่งนี้ก็รู้สึกไม่สบายใจเท่าไหร่
"นี่มันหญ้าเพลิงอ๊ะนั้นต้นไม้วารีนี่นา"เฟยหรงเดินเก็บสมุนไพรแทบทุกต้นที่เดินผ่านโยนใส่ตะกร้าด้านหลังทั้งหยุดดูต้นไม้หน้าตาประหลาดบ้าง หยุดดูสัตว์ที่อยู่ในป่าบ้างไม่นานนางก็มาหยุดอยู่ตรงปากถ้ำที่ตกลงไปเมื่อวาน
เฟยหรงโบกพัดสลายเมฆาหนึ่งครั้งหอบร่างของนางลงไปด้านล่างแล้วยกนิ้วมาวาดอักขระบนอากาศ
"ปิด!"นางเอ่ยแล้วชี้นิ้วไปที่ปากถ้ำ
อักขระเ่าั้ลอยไปยังรอบๆและปิดทับบนปากถ้ำจากนั้นก็ปรากฏเป็ม่านพลังขึ้นมา คล้ายโดมเล็กๆที่ไม่สามารถมีใครเข้าหรือออกได้แม้แต่เสียงก็ไม่สามารถเล็ดลอดเข้ามาได้นางยิ้มอย่างพอใจไม่เสียงแรงที่ขอความรู้ทุกแขนงมาจากท่านเทพ
เฟยหรงนั่งลงบนหินก้อนหนึ่งแล้วหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อเป็กล่องเครื่องประดับใบหนึ่ง มันเป็สมบัติเล็กๆน้อยๆของเ้าของร่างคนเก่าเปิดมาก็เจอทั้งแหวน สร้อยคอ และอื่นๆถ้าความรู้ที่นางได้มาไม่ผิดการสร้างมิติเก็บของนั้นต้องใช้สื่อกลางอย่างเช่นเครื่องประดับมาเป็ช่างทางเชื่อมต่อกับมิติที่สร้างขึ้น
"อันไหนดีน้า" เฟยหรงคิดเครื่องประดับเหล่านี้ล้วนส่องประกายแวววาวดูสวยงามแต่นางกลับไม่ค่อยชอบนัก
...เฟยหรงคนเก่าชอบอะไรแบบนี้หรือ...ก็เป็สตรีนี่นะ...พลันหางตาก็เหลือบไปเห็นกำไลหยกเรียบๆอันหนึ่งเป็กำไลหยกสีแดงชาดที่นางขอให้ชางลี่ซื้อให้ในเมืองหนึ่งขณะเดินทางมายังบ้านของท่านป้าและอีกอันคือแหวนหยกเรียบๆสีเขียวมรกตที่ฉือเฉิงเป็ผู้ซื้อให้
เฟยหรงหยิบเครื่องประดับทั้งสองขึ้นมาแล้วทำการร่ายอักขระ
ผ่านไปกว่า1ชั่วยาม เฟยหรงก็ร่ายอักขระบนอากาศเสร็จอักขระทั้งหมดนั้นพุ่งตัวลงไปยังกำไลหยกตามนิ้วที่นางชี้เกิดประกายแสงวาบขึ้นมาไม่นานก็ค่อยๆหายไป นางส่งลมปรานเข้าไปดูด้านใน นี่เป็มิติเวลาแขนงหนึ่งสิ่งของใดๆก็ตามหากนำเข้าไปด้านในก็จะสามารถหยุดเวลาลงได้หากนำของกินใส่เข้าไปก็จะไม่มีวันหมดอายุและสามารถคงความร้อนหรืออุ่นในขณะที่นำเข้าไปได้ด้วย
"เหลืออีกหนึ่ง"เฟยหรงยิ้มแล้วนำกำไลมาสวมไว้ หยิบแหวนหยกขึ้นมาแล้วร่ายอักขระแตกต่างตรงที่อักขระบางตัวนั้นไม่เหมือนกับที่ร่ายใส่กำไลหยกคราวนี้นางใช้เวลาไม่นานประมาณ1เค่อ(15นาที)ก็ร่ายเสร็จอักขระทั้งหมดพุ่งลงไปยังแหวนหยก เกิดประกายแสงแบบเดิมแล้วค่อยๆหายไปเฟยหรงหยิบแหวนขึ้นมาใส่แล้วส่งลมปรานเข้าไปสำรวจ ด้านในคล้ายห้องโล่งที่มีความกว้างยาวสูงเกือบสองลี้เห็นดังนั้นนางก็ยิ้มพึงพอใจแล้วนำกล่องเครื่องประดับใส่เข้าไปและนำสมุนไพรบางส่วนที่เก็บได้ใส่เข้าไปในกำไลหยกที่นางใส่แยกนั้นจะได้ไม่สับสนระหว่างมิติสองอันนี้มิติแหวนหยกไว้ใส่ของมีค่าที่ไม่เน่าเสีย และมิติกำไลหยกไว้ใส่ของที่สามารถเน่าเสียได้
"อืมมมมมอยากลองหลอมสมุนไพรดูจัง" นางคิดแล้วสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่หินก้อนใหญ่สองก้อนในถ้ำ เป็หินที่มีน้ำแข็งเกาะอยู่ดูเหมือนว่าหลังจากที่ ตี้หลง อสูรหมีตนนั้นหายไป น้ำแข็งในถ้ำแห่งนี้ก็ค่อยๆละลายแต่หินสองก้อนนี้เหมือนจะมีพลังอะไรบางอย่างจึงไม่สามารถละลายได้เฟยหรงเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วััหินก้อนนั้น
"นี่มันหินสะสมลมปรานนี่นา"
หินสะสมลมปรานคือหินที่สามารถสะสมลมปรานของสถานที่ที่มันตั้งอยู่หากอยู่ในที่ร้อนก็จะสะสมพลังความร้อน หากอยู่ในที่หนาวเย็นก็สะสมพลังความเย็นเห็นดังนั้นเฟยหรงก็ตาเป็ประกายเพราะนอกจากจะสะสมพลังปรานแล้วหากนำหินก้อนนี้มาทำเป็เตาหลอมมันก็จะสะสมพลังปรานบริสุทธิ์ที่ใส่เข้าไปแล้วทำให้สมุนไพรที่หลอมอยู่ภายในยกระดับขึ้นมาได้หลายระดับทีเดียวและหากนำมาทำเป็อาวุธก็เป็อาวุธก็ไม่เลวอีกด้วยดูแล้วหินก้อนนี้คงมีอายุมากว่าหลายพัน ไม่สิ หลายหมื่นปีแน่นอน
"เอาก้อนนี้แล้วกัน"เฟยหรงวาดอักขระขึ้น แล้วส่งผ่านเข้าไปในหินก้อนหนึ่ง
เปรี๊ยะ
ภาพเบื้องหน้าคือหินก้อนใหญ่กำลังแตกออกช้าๆแล้วเกาะก้อนรวมกันบีบอัดจนคล้ายกระบี่แม้จะดูธรรมดาแต่ก็เป็กระบี่หยักโค้งสวยงามแผ่กลิ่นอายความแข็งแกร่งพร้อมใช้งาน
ยังเหลือหินอีกก้อน เฟยหรงวาดอักขระขึ้นกว่าหนึ่งเค่อจึงเสร็จ อักขระทั้งหมดตรงดิ่งไปยังหินก้อนนั้น
เปรี๊ยะ
ก้อนหินค่อยๆแตกออกแล้วเกาะกลุ่มเป็ทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่เท่าตัวเฟยหรงพวกมันค่อยๆเปลี่ยนรูปร่างเป็เตาหลอมตามแบบที่นางคิด
เมื่อได้เตาหลอมมาแล้วเฟยหรงก็ส่งพลังปรานเข้าไปแล้ววาดอักขระขึ้นทำให้ด้านในเกิดประกายเพลงสีทองขึ้นมานางโยนสมุนไพรที่เก็บได้ลงไป หากความรู้ที่นางได้มาไม่ผิดสมุนไพรที่อยู่ในเตานั้นสามารถหลอมออกมาเป็ยาเพิ่มระดับพลังลมปรานได้ไม่หนึ่งก็สองระดับ!