เอ็นเลส พอสสิบิลิตี้ โลกของเรานั้นไม่มีหรอก คำว่าขีดจำกัดที่ว่าน่ะ
แม้แต่ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์เองอย่าง ‘ไกอา’ เองก็คาดเดาการกระทำอันสุดโด่งของมนุษย์บางคนใน ‘New Horizon’ ไม่ได้
“บ้าเอ๊ย!! ทำไมถึงหยุดมันไม่ได้!”
“อีกฝ่ายมีแค่คนเดียวเองไม่ใช่รึไง!”
ผู้เล่นระดับสูงสี่คนจ้องมองไปยังเบื้องหน้า เมตฝนสีดำมืดและภาพของชายหนุ่มในชุดผ้าคลุมสวมหน้ากากเฮียวโทคุสึและดาบยาวสีดำขลับในมือขวา
การโจมตีที่เหนือความคาดหมายทั้งสกิลดาบและสกิลเวทมนตร์ ด้วยความถนัดของแต่ละคลาสในตอนนี้เป็ไปไม่ได้เลยที่จะใช้ทั้งสองอย่างได้พร้อมกันได้
แต่สิ่งตรงหน้าสามารถทำได้
“รายงานครับ! ล่าสุดข้าศึกจัดการหน่วยที่สองลงได้แล้ว อีกไม่นานก็จะเข้ามาถึงจุดตรงนี้ครับ ผู้กองขอคำสั่งด้วยครับ!”
ผู้เล่นที่เหมือนจะดูจะเป็หัวหน่วยหน่วยข่าวกรองกล่าวรายงานด้วยความเร่งรีบกับผู้นำของตน ‘วอร์’ ผู้เล่นคลาสวอริเออร์ที่โด่งดังและโดดเด่นที่สุดในโลก ผู้บัญชาการกองทัพปราบปรามสิ่งที่ควรจะเรียกว่ามอนสเตอร์(?)แสนป่าเถื่อนที่อยู่ตรงหน้า ในบรรดาผู้เล่นกว่า 2.5 พันล้านคน เขามีเลเวลสูงเป็อันดับที่ยี่สิบและกองทัพของเขาก็ประกอบไปด้วยผู้เล่นชั้นแนวหน้าอันดับไม่เกินหนึ่งพันกว่าร้อยห้าสิบคน
เป็กองทัพที่ยากจะจิตนการว่าจะต่อกรด้วยและผู้เล่นทั้งหมดในที่นี้ล้วนสังกัดอยู่ภายใต้กิลด์ของเขา ‘อัศวินา’
“เอาล่ะพวกเรา เตรียมตัวกันดีกว่า”
เมื่อวอร์ััได้ถึงการมาเยือนของศัตรูในอีกไม่ช้าเขาก็สั่งให้สหายข้างกายทั้งสามเตรียมตัวรับมือ
และไม่นานนักก็ปรากฏเป็ร่างของมอนสเตอร์… เป็ร่างของมนุษย์
“[ดาบใหญ่ทำลายล้าง]!!!”
“[ศรปลิดชีพ]!!!”
“[คลื่นดาบ]!!”
“[เวทมนตร์: หอกเพลิง]!!”
พวกเขาไม่รอช้าที่จะเริ่มโจมตีก่อน เลเวลเฉลี่ยของทั้งสี่คนคือ 240 มีเพียงแค่วอร์เท่านั้นที่เกิน 245 เข้าไปแล้ว เป็เครื่องการันตีว่าพลังทำลายล้างของทั้งสี่ไม่ใช่อะไรที่ปล่อยผ่านได้ ต่อให้เป็ผู้เล่นสิบอันดับเองหากโดนการโจมตีที่โถ่มสกิลของผู้เล่นเลเวลสูงขนาดนี้เข้าไปก็คงจะอยู่ในสภาวะวิกฤตเช่นกัน นั้นคือกรณีที่ความตายตรงหน้าคือผู้เล่น
ถ้าหากอีกฝ่ายเป็มอนสเตอร์หรือเอ็นพีซีพิเศษขึ้นมากระแสการต่อสู้จะเป็คนละทางทันที จะเป็อย่างไรก็ช่างเพราะหาก้าจะรอดจากสกิลระลอกเมื่อครู่ได้ มันคงต้องใช้สกิลเพื่อหลบหลีกหรือป้องกันไว้ให้ได้ วอร์คาดหวังว่าความตายตรงหน้าจะทำเช่นนั้น
ทว่า…
“…”
กลับไม่อะไรเกิดขึ้น ร่างกายของศัตรูตรงหน้าไร้ซึ่งาแใดใด สกิลโจมตีของพวกทำอะไรกับสิ่งนั้นไม่ได้เลยแม้แต่รอยขีดขวน อีกทั้งยังไม่สามารถอ่านสีหน้าหรืออารมณ์ภายในหน้ากากนั้นได้ มีเพียงแค่ท่าทางกายเคลื่อนไหวอย่างเดียวที่สามารถใช้ประกอบการสังเกต
ชายหนุ่มบุกทะลวงกองทัพของพวกตนเข้ามาโดยมิเปิดปาดเอ่ยสกิลหรือเวทมนตร์สักคำ เพียงแค่สะบัดข้อมือและดาบออกไปก็กลายเป็การโจมตีเหนือคำบรรยายแล้ว
การเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้ช้าแม้แต่น้อย ศัตรูตรงหน้าไม่มีความเหนื่อยล้าหรืออย่างไง
ร่างของวอร์สั่นละริกไปด้วยอารมณ์อันหลากหลาย ทั้งตื่นเต้นที่ได้เจอสิ่งที่แข็งแกร่งและหวาดกลัวพลังของสิ่งตรงหน้า
เมื่อเห็นว่าการโจมตีของพวกตนไม่เป็ผลกับมันพวกเขาจึงถอยกลับออกไปนอกระยะการตอบโต้
และตอนนั้นเองที่ความตายตรงหน้ารู้สึกได้ถึงตัวตนของพวกเขาทั้งสี่
มันไม่รอช้าที่จะโถมเข้าใส่ คลื่นสีดำปรากฏขึ้นมาจากพื้นเบื้องล่างของความตายที่พุ่งเข้ามา ก่อนจะเปลี่ยนรูปกลายเป็เกราะแขนที่ปกคลุมั้แ่หัวไหล่ยาวไปถึงมือที่จับดาบสีดำขลับอยู่
มืออีกข้างถูกตวัดขึ้น เกิดเป็ปรานลมกรดโถ่มกระหนำเข้าใส่ผู้เล่นทั้งสี่ ใบมีดจำนวนมหาศาลที่มากับสายลมเชือดเฉือนเกราะและผิวเนื้อสร้างาแจำนวนมากให้แก่พวกเขา
[ได้รับความเสียหาย 18,000 ดาเมจ]
[ด้วยผลพิเศษประจำคลาสเมื่อตายจะมีโอกาสรอดด้วย HP 50% ได้]
[ท่านติดสถานะเืไหลจะสูญเสีย HP 3% ของทั้งหมดทุก ๆ 3 วินาทีเป็เวลา 15 วินาที]
แม้วอร์จะตั้งดาบใหญ่สีทองแดงไว้ทำให้ได้รับการโจมตีน้อยกว่าที่ควรหลายเท่าแต่ก็ยังเกิดความเสียหายจำนวนมาก ชนิดที่ว่าเพียงแค่การโจมตีครั้งเดียวก็สามารถทำให้แทบ HP ของเขาหายไปครึ่งหนึ่งได้แล้ว
สมาชิกคนอื่น ๆ เสียหลอดพลังชีิวิตของตัวเองไปทั้งหมดจากการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว าที่มีผู้เข้าร่วมกว่าร้อยคนต้องพ่ายแพ้ให้กับตัวตนแห่งความตายเบื้องหน้าของวอร์
ความสูญเสียมหาศาลทำให้ตัวเขาลืมไปเลยว่าอีกฝ่ายไม่ใช่มอนสเตอร์ั้แ่แรก
เขากำลังอยู่ในกิลด์วอร์ าแย่งชิงพื้นที่ล่าที่จะมอบสิทธิพิเศษมากมายให้แก่ผู้เล่นหรือกิลด์ที่
ชายหนุ่มเดินเข้าหานักรบดาบใหญ่ติดอันดับโลกโดยไม่มีท่าทางเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
จัดการคนทั้งกองทัพด้วยตัวคนเดียว หนำซ้ำยังใช้สกิลที่ตนไม่เคยเห็นมาตลอดการเล่น ‘New Horizon’ ั้แ่เกมเปิดตัว
เขาไม่ได้ถอดใจที่จะสู้ เพียงแต่พลังนั้นห่างชั้นกันเกินไปหากเข้าสู้ต่อตอนนี้ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างจากเดิมเท่าไรนัก
วอร์มีคำถามมากมายอยากจะรู้จากชายตรงหน้า ทว่ากลับไม่มีสิ่งใดการันตีว่าเขาจะตอบคำถามของตน ถึงอย่างนั้นก็ยังอยากจะรู้อยู่ดี
“แก… เป็ใครกันแน่”
“…”
ชายหนุ่มภายใต้หน้ากากเฮียวโทคุสึนิ่งเงียบไม่ตอบ เขาจ่อดาบสีดำไปที่วอร์
“ ‘พ่อมด’ เรียกฉันว่าแบบนี้ จะช่วยหลาย ๆ อย่างได้มากเลยล่ะ”
พูดจบดาบในมือของความตายเบื้องหน้าวอร์ก็ฟันใส่ตัวเขาด้วยความเร็วเหนือจะสังเกตได้ ร่างกายเริ่มกลายเป็ฝุ่นแสงสีเทา และเม็ดฝนเริ่มตกลงมาเช่นเดียวกับเวลานั้น
[ผู้เล่นปกปิดตัวตน สามารถชนะาแย่งชิงพื้นที่ได้]
[ป่าแอนท์โบราณจะอยู่ในความดูแลของผู้เล่นปกปิดตัวตนไปจนกว่าจะมีใครท้าทายเขาอีกครั้ง]
เมื่อเห็นข้อความของระบบเกมแจ้งเตือนในช่องข้อความ ชายหนุ่มก็ถอดหน้ากากของตนออก เผยให้เห็นใบหน้าของชายชาวเอเชียผมดำและดวงตาสีแปลกประหลาด
เป็สีแดงเืทั้งสองข้าง
คงเพราะความร้อนหรืออะไรสักอย่างทำให้เกิดหมอกควันสีแดงเป็ภาพติดตาจากดวงตาของเขาด้วย แต่ไม่นานหนักความผิดปกติก็หายไปดวงตาสีแดงเืทั้งสองข้างในตอนนี้มีเพียงแค่ข้างขวาเท่านั้นที่กลับกลายเป็สีดำเช่นเดิม
“ให้ตายสิ โดนรุมร้อยห้าสิบคนแบบนี้ก็ไม่ไหวมั้ง… ”
ชายที่บอกให้เรียกว่า ‘พ่อมด’ พูดกับตัวเองพร้อมกับเก็บดาบของตนลงฟักที่อยู่ข้างเอวคายเกราะแขนสีดำของตัวเองออก ก่อนจะนั่งยองลงกับพื้นและมองดูทางที่ตนผ่านมาเมื่อครู่
ภาพทิวทัศน์ของที่ราบสำหรับการทำาโดยเฉพาะ บัดนี้กลายเป็ภาพที่ยากจะพรรณนา ตรงนี้ควรจะเป็พื้นที่ราบแสนกว้างขว้างไปจนสุดลูกหูลูกตา ทว่าในตอนนี้มันกลับมีทั้งรอยแยกขนาดมหึมาบนพื้น พื้นดินที่เคยโดนความร้อนสูงจนละลายกลายเป็ลาวา ูเาเสาหินและน้ำแข็งทะลุขึ้นมาจากพื้นดินโดยมีรอยน้ำสีแดงอยู่ตรงยอด หนองน้ำสีแดงที่ไหลไปออกันอยู่สักจุด แม้จะไม่มีร่างใดใดหลงเหลือแต่ก็บอกได้ทันที่ว่าที่ตรงนี้เคยเกิดาแสนโเี้มาก่อน
“ดูเหมือนจะทำเกินไปจริงๆ แฮะ... ฝั่งนู้นจะเป็ยังไงกันบ้างนะ”