cosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ

    หญิงงามปริศนา

    หลังจากที่จินหยางติดต่อหาครอบครัวและส่งแผนที่ไปให้ ภายในระยะเวลาเพียงสิบสองชั่วโมงเท่านั้นยานระดับผู้ปกครองดินแดนหนึ่งลำก็ปรากฏขึ้นบนน่านฟ้าของดาวทะเลทราย พร้อมกับการปรากฏตัวของชายวัยกลางคนสวมชุดสีแดงเพลิงสามคนด้วยกัน

     

    "นายน้อยขออภัยที่พวกเรามาสายขอรับ"พวกเขาบินตรงมาหาจินหยางแล้วกล่าวขึ้นพร้อมกับโค้งตัวเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า

     

    "ท่านปู่หยวนไห่ ท่านปู่หยวนหยาง ท่านปู่หยวนหมิง ข้าเคยบอกไปหลายครั้งแล้วนะขอรับ ว่าไม่จำเป็นต้องทำความเคารพข้าก็ได้"

     

    ทั้งสามคนส่ายหน้า "ไม่ได้หรอกนะขอรับนายน้อย เมื่ออยู่ด้านนอกพ่อบ้านอย่างพวกเราย่อมต้องให้ทำความเคารพแด่ท่าน"

     

    ชายวัยกลางคนตรงกลางกล่าวออกมาเช่นนั้น ทำให้จินหยางไม่รู้จะพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงไม่คิดรอช้าและพูดธุระของตัวเองในทันที

     

    "ท่านปู่ทั้งสามได้โปรดนำสมบัติและยานอวกาศพวกนี้ไปขายให้ข้าทีนะขอรับ เมื่อขายแล้วก็โอนเงินเข้ามาในบัญชีของข้า"

     

    "รับบัญชาขอรับ"

     

    ทั้งสามคนกล่าวพร้อมกัน เมื่อเห็นเช่นนั้นจินหยางก็ทำความเคารพอีกฝ่ายและเดินไปหาไป๋ฉีที่อยู่ไม่ไกลนัก

     

    "ข้าจัดการเรียบร้อยแล้ว พวกเราไปกันเถอะ อีกไม่นานยานรับส่งระหว่างดวงดาวก็จะมาถึง"จินหยางกล่าว แน่นอนไป๋ฉีก็พยักหน้ารับ จากนั้นทั้งสองก็พากันบินไปยังสถานที่รับส่งระหว่างดวงดาวในทันที

     

    ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นยานรับส่งก็มาถึง ทั้งไป๋ฉีและจินหยางจึงเข้าไปด้านในยานนั้นและนั่งรออยู่นานกว่าที่ยานขนส่งจะออกเดินทางกลับไปยังดาราจักรแห่งการศึกษาอันเป็นสถานีแรกเริ่มของมัน

     

    "เห้อ ภารกิจครั้งนี้นับว่าไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะสหาย"จินหยางกล่าวถามออกไปอย่างขบขัน

     

    ไป๋ฉีก็พลันพยักหน้าตอบรับ "อ่า แต่เดิมข้าจนมาก มีเงินติดตัวเพียงห้าพันผลึกพลังงานเท่านั้น แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่ต้องกังวลเรื่องเงินไปสักระยะเลยก็ว่าได้"

     

    "ฮ่าๆๆ สหายเจ้าพูดตลกอะไรของเจ้ากัน เจ้ารู้หรือเปล่าว่าผลึกพลังงานเพียงแค่หนึ่งล้านห้าแสนก้อนนี้ไม่เพียงพอให้พวกเราก้าวข้ามระดับขั้นย่อยหนึ่งขั้นด้วยซ้ำ ยิ่งพลังแปลกประหลาดอย่างเจ้าสมบัติที่ใช้ขัดเกลาพลังยิ่งหายากเข้าไปใหญ่"

     

    "เหอะๆ เจ้าเป็นคนชอบตัดกำลังใจคนอื่นหรือไง เห้อ หรือข้าจะเลิกเป็นสหายกับเจ้าดี"ไป๋ฉีกล่าวหยอกล้อพร้อมกับแสร้งทำท่าเบื่อหน่าย

     

    "แห๊ะๆ ข้าขอโทษๆเจ้าอย่าคิดมากไปเลยน่า ถ้าเจ้าเงินไม่พอก็เดี๋ยวข้าให้ยืมดีไหม หรือจะให้ข้าแนะนำหญิงงามเพื่อเป็นการไถ่โทษดี"จินหยางกล่าวอย่างติดตลกออกไป

     

    ไป๋ฉีที่ได้ยินก็พลันส่ายหน้าให้กับสหาย "ข้อเสนอยืมเงินข้าจะเก็บไว้พิจารณา ส่วนข้อเสนอที่สองคงต้องขอผ่านล่ะนะ เพราะภรรยาที่บ้านข้ากำชับว่าหากจะเลือกพี่หญิงหรือน้องหญิงคนใหม่ให้พวกเธอจะต้องเลือกให้ดี ดังนั้นข้าจึงอยากเลือกเองมากกว่า และคงไม่ต้องลำบากให้เจ้าแนะนำให้"

     

    "หึ! อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน ถ้าหากเจ้าเห็นหน้าพวกเธอแล้วเกิดสนใจขึ้นมา ต่อให้คุกเข่าอ้อนวอนข้าก็จะไม่แนะนำให้"กล่าวจบจินหยางก็เบือนหน้าหนีออกไป ไป๋ฉีที่เห็นก็หัวเราะออกมาเบาๆให้กับสหายของตนเองอย่างขบขัน

     

    หลังจากที่ผ่านไปห้าวันพวกเขาก็ได้มาถึงยังสนามบินของดาวเบิกฟ้า ทั้งจินหยางและไป๋ฉีเมื่อออกมาจากยานขนส่งก็พากันบินออกไปเพื่อตามหาสมุนไพรอันเป็นเป้าหมายภารกิจของไป๋ฉี

     

    ซึ่งด้วยการที่ชายหนุ่มใช้เขตแดนในการสำรวจเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น พวกเขาก็ได้สมุนไพรมาถึงสองชนิดด้วยกันเหลือเพียงชนิดเดียวเท่านั้นก็จะถือเป็นการเสร็จสิ้นภารกิจ

     

    "นี่สหายยังไม่เจออีกหรือ"ขณะที่ไป๋ฉีกำลังใช้เขตแดนเพื่อตามสมุนไพรจินหยางก็บ่นออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะสถานที่ๆพวกเขาอยู่กันในตอนนี้คือภูเขาน้ำเเข็งทางทิศเหนือของดาวเบิกฟ้า ซึ่งมันเป็นบรรยากาศที่นักสู้สายเปลวเพลิงอย่างจินหยางไม่ค่อยชอบมันเท่าไรนัก

     

    "เห้อ หาไม่เจอเลยแห๊ะ การหากล้วยไม้น้ำแข็งเป็นภารกิจระดับ C มันไม่น่าจะหายากขนาดนี้นี่ หรือว่าจะมีคนเก็บพวกมันไปหมดแล้วกัน"เมื่อลืมตาขึ้นไป๋ฉีก็ส่ายหน้าเบาๆด้วยความผิดหวัง หากเป็นอย่างที่เขาคิดเกรงว่าจะต้องกลับไปที่สถาบันและหาภารกิจใหม่อีกหนึ่งภารกิจมาทำแทนภารกิจนี้

     

    "เอ๊ะ! ถ้าเป็นอย่างนั้นพวกเราไม่มาเสียเที่ยวหรอกหรือ ไป๋ฉี ข้าพวกเราลองออกไปหากันก่อนดีไหม แล้วถ้ามันไม่มีจริงๆค่อยไปหาภารกิจใหม่มาทำ"จินหยางเสนอความคิดออกมาเช่นนั้น

     

    ไป๋ฉีพลันหันไปมองและพยักหน้าตอบรับความคิดของสหายในทันที ไหนๆก็มาแล้วลองลงมือออกตามหาเสียหน่อยก็แล้วกัน

     

    เมื่อตกลงกันได้เช่นนั้น ทั้งสองก็เรียกชุดเกราะพันธุกรรมของตัวเองมาปกคลุมร่างกายและแยกย้ายกันออกไป เพื่อตามหากล้วยไม้น้ำแข็งโดยไม่รอช้า

     

    ทว่าหลังจากที่ตามหาอยู่สักพักไป๋ฉีก็ต้องหยุดชะงักกลางอากาศ เนื่องจากอยู่ดีๆหอคอยจักรวาลที่อยู่ใจกลางทะเลพลังงานของเขาก็พลันสั่นทะเทือนขึ้นมาอีกครั้งในรอบหลายเดือนมานี้ แถมมันยังสั่นสะเทือนมากกว่าครั้งที่แล้วหลายเท่า

     

    "เสี่ยวไป๋ เกิดอะไรขึ้นกัน?"ไป๋ฉีทำสีหน้าจริงจัง

     

    "เรียนนายท่าน สถานที่ด้านหน้าของพวกเรามีทั้งสมบัติและสิ่งอันตราย ดังนั้นหอคอยจักรวาลถึงได้สั่นรุนแรงเช่นนี้เพื่อแจ้งเตือน"

     

    ไป๋ฉีพยักหน้าอย่างเข้าใจในทันที ตอนนี้เขามีทางเลือกเพียงสองทางเท่านั้นคือสำรวจต่อไปหรือไม่ก็ถอยหลับ

     

    เขาครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนที่จะสลับชุดเกราะพันธุกรรมสีขาวกลายเป็นชุดเกราะดาร์ก เอ็มเพอร์เรอร์ ณ ตอนนั้น และเรียกใช้โหมดซ้อนเร้นของทักษะโดยพลัน จากนั้นก็ตัดสินใจบินตรงไปโดยไม่รอช้า

     

    ต่อมาไม่นานนักเขาก็พบกับถ้ำขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า ไป๋ฉีกวาดสายตามองช้าๆ บริเวณรอบถ้ำนั้นมีกล้วยไม้น้ำแข็งขึ้นอยู่เต็มไปหมด ทั้งยังเป็นกล้วยไม้น้ำแข็งที่อยู่ในเกณฑ์มารตรฐานในการเก็บเกี่ยวอีกด้วย

     

    "ฮ่าๆๆแค่ข้าเก็บกล้วยไม้เหล่านี้ไปภารกิจก็เสร็จสิ้น..............หืม มีอะไรกำลังมา"ไป๋ฉีกล่าวด้วยความดีใจ ทว่าในตอนนั้นเองจิตสัมผัสของเขาก็พลันตรวจจับได้ถึงสิ่งมีชีวิตที่กำลังตรงมาทางนี้

     

    ไป๋ฉีทำตัวเองให้เบาบางและใช้ความสามารถของชุดเกราะทั้งหมดเพื่อลบกลิ่นอายออกไป จากนั้นก็หาที่เหมาะๆซ่อนตัวเพื่อรอดูสถานการณ์

     

    ในเวลาต่อมาไม่นานนัก หญิงสาวในชุดเกราะพันธุกรรมสีขาวก็ได้ปรากฏตัวขึ้นบริเวณหน้าถ้ำ ไป๋ฉีที่ได้เห็นใบหน้าของเธอก็ถึงกับเคลิบเคลิ้มไปพักใหญ่ ใบหน้าที่งดงามประดุจราชินีน้ำแข็งมาจุติเมื่อบวกกับเส้นผมสีเงินสลวยของเธอ ดูแล้วช่างน่าหลงไหล

     

    'ไม่ได้ๆ ไป๋ฉีเจ้าคิดอะไรอยู่กัน ตอนนี้เราต้องโฟกัสที่สมบัติก่อนเรื่องหญิงงามเอาไว้ทีหลัง'

     

    ไป๋ฉีสลัดเอาความหลงไหลเมื่อครู่ออกไป และเฝ้าสังเกตุการณ์ต่อว่าหญิงงามมาที่นี่เพราะเหตุใดกัน

     

     

    วันนี้มีตอนเดียวนะครับ