หมอจงอุ้มฉันไปวางบนฟูกนอนในห้องพัก ปิดประตูลงกลอนสลักไม่ให้ใครเข้ามาในห้องแล้วเปิดผ้าคลุมห่มตัวฉันออก ซึ่งขณะนี้เลือดหยุดไหลแล้ว เหลือแต่เพียงรอยเลือดแห้งเลอะเต็มเสื้อกับมีดสั้นอีกหนึ่งเล่มที่ยังปักคาอยู่บนท้อง เขาพร่ำพูดด้วยความกังวลร้อนใจว่าให้ฉันอดทนอย่าเป็นอะไรนะ
แต่เขาก็นึกขึ้นได้ว่าควรจะไปเอากรรไกรมาตัดเสื้อก่อนจะดึงมีด พูดจบก็รีบวิ่งไปเปิดประตูห้องเพื่อจะออกไปเอากรรไกร แต่พอเปิดประตูห้องก็ต้องตกใจ เพราะทุกคนกำลังยืนออกันอยู่หน้าห้องพยายามแทรกหน้าชะเง้อมองว่าฉันเป็นอย่างไรบ้าง
โดยเฉพาะลี่จูกำลังหน้าเสียใจไม่ดีกลัวฉันตาย ส่วนซือซือก็เอาแต่ยืนร้องไห้ตาแดง พร่ำบอกหมอจงว่าให้ช่วยฉันด้วย หมอจงจึงตอบว่ายังไงเขาก็ต้องช่วยฉันอยู่แล้ว และสั่งทุกคนว่าให้รอกันอยู่เงียบๆ พร้อมกับสั่งให้ใครก็ได้ไปหยิบกรรไกรกับตักน้ำมาหนึ่งอ่าง และเอาผ้าสำหรับเช็ดตัวมาให้เร็วๆ
ซือซือจึงรีบวิ่งไปหยิบกรรไกรที่วางอยู่บนโต๊ะปรุงยามาส่งให้ ส่วนลี่จูก็รีบวิ่งไปตักน้ำใส่อ่างและหยิบผ้ามาผืนหนึ่งส่งให้หมอจงตามที่ขอ จากนั้นหมอจงก็ปิดประตูลงสลักไว้ตามเดิม ถืออ่างน้ำพร้อมผ้ามาวางไว้ข้างเตียง แล้วนำกรรไกรมาตัดชายเสื้อตรงบริเวณที่มีมีดปักอยู่เพื่อดูบาดแผล จากนั้นก็ใช้ผ้าห่อหุ้มจับด้ามมีดเพื่อไม่ให้สัมผัสถูกเลือด แล้วออกแรงมีดออกจากท้องจนฉันร้อง "โอ๊ย!!!" ดังลั่นห้องเพราะเจ็บจนน้ำตาไหล
ฉันจึงล้วงหยิบว่านโซ่โลหิตในเข็มขัดเวทย์ที่บดละเอียดเป็นผงไว้แล้ว ส่งให้หมอจงโรยบนบาดแผล เขารับยามาโรยแล้วถามด้วยความเป็นห่วงว่าทำไมไม่ใช้ฝ่ามือรักษาตัวเอง เหมือนที่เคยรักษาบาดแผลให้เขาล่ะ บาดแผลที่ท้องจะได้หายเร็วๆ
ฉันตอบเบาๆว่ายังรู้สึกเจ็บปวดที่ท้อง เจ็บจนไม่มีแรงจะรักษาตัวเองให้หายโดยฉับพลันได้ แต่ขอนอนพักสักครู่บาดแผลก็จะสมานได้เอง หมอจงจึงมองดูที่บาดแผลอีกครั้งเห็นแผลแหวอะลึกกำลังค่อยๆสมานกัน
เขาจึงมีรอยยิ้มโล่งใจที่ใบหน้าเพราะเห็นบาดแผลกำลังสมานตัว จึงเอื้อมหยิบผ้ามาชุบน้ำในอ่างเพื่อจะช่วยเช็ดทำความสะอาดคราบเลือดเลอะบนหน้าท้อง ฉันรีบบอกเขาว่าเดี๋ยวจะเช็ดทำความสะอาดเอง เพราะเลือดเป็นพิษเขาจะถูกพิษเอาได้
หมอจงจึงนั่งรอให้บาดแผลสมานกันจนสนิท ซึ่งใช้เวลาไม่นานนักบาดแผลลึกก็สมานกันดี ฉันจึงรับผ้าชุบน้ำจากหมอจงมาเช็ดคราบเลือดที่ท้องจนสะอาด จากนั้นก็บอกหมอจงว่าให้นำน้ำเลือดในอ่างไปเททิ้งที่นอกกำแพงเมือง แต่อย่าเทราดรดต้นไม้เพราะจะทำให้ต้นไม้ตาย ส่วนผ้าเปื้อนเลือดก็ให้นำไปเผาไฟ และมีดที่อยู่ในอ่างน้ำก็ให้ฝังดินกลบไปเลย
และยังขอร้องหมอจงให้ไปบอกกับทุกคนด้วยว่า เรื่องที่ฉันถูกโจรป่าแทงขออย่าบอกเฟยเจิน เพราะไม่อยากให้เฟยเจินต้องเป็นห่วงมากเกินไปจนรู้สึกผิดที่ปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียวที่นี่ แต่ให้บอกแค่ว่ามีโจรป่าลอบเข้ามาในค่ายจะทำร้ายลี่จูก็พอ
หมอจงทำสีหน้าครุ่นคิดแต่ก็พยักหน้าเข้าใจ บอกให้ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียก่อน เขาจะนำเสื้อผ้าเลอะเลือดไปเผาไฟให้ด้วยเลย แล้วหมอจงก็ขยับตัวยืนหันหลังให้ฉันเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หลังฉากกั้นแล้วนำมายื่นให้เขา
จากนั้นเขาก็เดินไปเปิดประตูห้อง ทุกคนที่รอกันอยู่หน้าห้องพากันกรูมาถามหมอจงถึงอาการของฉัน หมอจงก็ตอบว่าฉันไม่เป็นอะไรแล้ว ถ้าอยากจะเข้าไปเยี่ยมก็เข้าไปในห้องได้เลย ทุกคนจึงกรูกันเข้ามาและพากันประหลาดใจไม่อยากจะเชื่อที่เห็นฉันหายดีเป็นปกติ
ส่วนจิวฝูพ่อบ้านที่มายืนดูเหตุการณ์ด้วยที่หน้าห้อง อาสาจะช่วยยกอ่างน้ำที่เต็มไปด้วยเลือดไปเททิ้งให้ หมอจงจึงกำชับกับจิวฝูให้ทำตามที่ฉันบอกและห้ามสัมผัสถูกเลือดเด็ดขาด จิวฝูรับคำสั่งแม้จะคิดสงสัยว่าทำไมจึงกำชับละเอียดขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไรเพราะคิดไปเองว่าหมอจงคงไม่ต้องการให้ใครนำของพวกนี้กลับไปใช้อีก
ส่วนลี่จูที่เข้ามานั่งอยู่ข้างๆเตียงบีบจับมือฉันไว้แน่น นางกล่าวขอบใจด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจที่ฉันเอาตัวเข้ารับคมมีดแทนนาง แต่นางไม่เข้าใจเลยว่าทำไมฉันจึงผลักนางออกไม่ยอมให้นางแตะต้องตัว เสียงหมอจงก็ตอบแทรกแทนขึ้นทันทีว่าฉันมีเลือดเป็นพิษจึงจำเป็นต้องอยู่ห่างจากทุกคนเพื่อไม่ให้ถูกพิษ
จากนั้นหมอจงก็ตัดบทบอกทุกคนว่า ตอนนี้ต้องให้ฉันพักผ่อนต่ออีกหน่อยเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัว ให้ทุกคนออกไปจากห้องไว้ตอนเย็นค่อยมาเยี่ยม ทุกคนจึงยอมทำตามพากันเดินออกไปจากห้อง ฉันจึงล้มตัวลงนอนเพื่อจะหลับพักสักงีบ เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่
ที่โถงเรือน เหวินหลางกับหลี่ผิงกำลังเดินเข้ามาในเรือน เพื่อรายงานท่านจินกับลี่จูว่าเขาทั้งสองคนไล่ตามโจรคนนั้นไม่ทันมันหนีหายไปเร็วมาก ท่านจินจึงกล่าวว่าไม่เป็นไร แต่ขอให้ทุกคนระมัดระวังตัวเองให้ดี โดยเฉพาะลี่จูกำลังตกเป็นเป้าหมายของพวกโจร เพราะต้องการฆ่าลี่จูเพื่อทำลายขวัญทหารและชาวบ้านในค่าย ครั้งนี้มันทำงานพลาดยังไงต้องย้อนกลับมาอีกแน่
ท่านจินจึงหันไปพูดกับหมอจงและเหวินหลางว่า เขาเพิ่งได้รับจดหมายจากแม่ทัพเซิ่งว่าราชครูเริ่มรวบรวมทหารจำนวนหลายกอง และคงจะเข้ายึดพระราชวังในไม่กี่วันนี้ เขากับจิ้นเหอองค์รักษ์ประจำกายจะต้องเดินทางกลับไปที่พระราชวัง เพราะถึงเวลาที่เขาต้องเปิดเผยตัวสักที ว่าองค์รัชทายาทแห่งแคว้นจินชางกลับคืนสู่พระราชวังแล้ว พร้อมจะกอบกู้ราชบัลลังก์ให้พ้นเงื้อมมือจากพวกกบฎ
จึงขอฝากหมอจงกับเหวินหลางและทุกๆคน ให้ช่วยกันปกป้องค่ายและชาวบ้านจากพวกโจรป่าไปอีกสักระยะ เมื่อเขาปราบพวกกบฎได้แล้วจะส่งทหารมาช่วยปราบโจรป่าให้สิ้นซากไปจากเมืองหนิงอัน จากนั้นท่านจินก็ขอแยกตัวเพื่อไปเตรียมตัวเดินทางกลับเมืองจินชาง โดยมีลี่จูกับองค์รักษ์จิ้นเหอเดินตามไปด้วย
กระทั่งหัวค่ำเฟยเจินก็บินกลับมาจากเกาะกระต่ายผี เฟยเจินถามฉันทันทีว่าวันนี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับฉันหรือเปล่า เพราะตอนอยู่ที่เกาะรู้สึกหงุดหงิดไม่สบายใจยังไงพิกล ฉันจึงโกหกไปว่าไม่มีอะไร แค่มีโจรป่าหนึ่งคนแอบเข้ามาในค่ายหวังลอบทำร้ายลี่จู แต่พวกเราไหวตัวทันโจรจึงวิ่งหลบหนีไปได้
วันรุ่งขึ้นฉันกับเฟยเจินช่วยงานหมอจงในเรือนตามปกติ ส่วนเหวินหลางก็มาช่วยงานด้วยแต่สีหน้าเขากลับดูเคร่งเครียดไม่สบายใจ คงเพราะเป็นห่วงเหม่ยอิงที่อยู่เมืองจินชาง หมอจงจึงพูดกับเหวินหลางว่า ท่านจินรับปากไว้แล้วว่าเหม่ยอิงจะปลอดภัยจงเชื่อใจท่านจินเถิด แม้หมอจงจะพยายามพูดให้เหวินหลางคลายกังวลใจ แต่สีหน้าของเหวินหลางยังดูเคร่งเครียดอยู่ดี
สักพักซือซือก็เดินเข้ามาที่เรือนเพื่อมาช่วยงาน หมอจงจึงสอนให้นางรู้จักสมุนไพรรักษาโรคทั่วไปก่อนเป็นอย่างแรก ซึ่งซือซือเป็นคนเรียนรู้เร็วสอนอะไรก็จดจำได้ และทำตามที่สอนได้ถูกต้อง
กระทั่งเวลาสายใกล้เที่ยงมีชาวบ้านคนหนึ่งเดินเข้ามาในเรือน บอกเราว่าวันนี้พวกเขาเก็บผักที่ปลูกนอกกำแพงได้มามาก พวกชาวบ้านจึงรวมตัวช่วยกันปรุงบะหมี่แจกให้ทหารและคนในค่ายกิน ฉันกับซือซือจึงอาสาเดินออกไปเอาบะหมี่ที่ชาวบ้านกำลังตักแจกอยู่ที่ลานหน้าจวนของลี่จู
แต่แปลกที่วันนี้จวนของลี่จูกลับมีทหารยืนรายล้อมกันอยู่เต็มหน้าจวน และมีผู้ชายแปลกหน้าสองคนกำลังยืนวางมาดโหดอยู่หน้าจวน โดยมีกลุ่มทหารของลี่จูยืนคุมเข้มชายหน้าโหดทั้งสองอย่างระแวดระวัง จากนั้นก็มีชายร่างสูงใหญ่บึกบึนหน้าตาดุดันน่ากลัว เดินออกมาจากจวนด้วยท่าทางอวดเบ่งวางกล้ามไม่เกรงกลัวใคร
โดยมีจิวฝูเดินตามหลังชายคนนั้นออกมาด้วย เหมือนจะเดินตามมาดูเชิงมากกว่าจะเดินออกมาส่ง แล้วชายร่างบึกบึนคนนั้นก็หันมามองฉันกับซือซือ และกลุ่มชาวบ้านที่กำลังนั่งกินบะหมี่อยู่ที่ลาน ชายคนนั้นยิ้มมุมปากแปลกๆดูแล้วไม่น่าคิดดี จากนั้นจึงหันไปบอกชายหน้าโหดอีกสองคนที่ยืนรออยู่ว่าให้กลับ
ฉันกับซือซือมองตามหลังชายทั้งสามคนเดินไปจากจวน โดยมีทหารหลายคนเดินตามไปคุมจนถึงหน้าประตูค่าย ฉันกับซือซือจึงเดินเข้าไปถามจิวฝูว่าชายหน้าโหดทั้งสามคนเป็นใคร จิวฝูตอบว่าคนทั้งสามเป็นตัวแทนของโจรป่าที่ขอเข้ามาเจรจากับลี่จู เพื่อเรียกเก็บส่วยทุกเดือนแล้วพวกโจรจะไม่ดักปล้นทำร้ายชาวบ้านที่ออกไปนอกค่าย
แต่ลี่จูไม่ตกลงทั้งยังบอกให้โจรส่งตัวคนที่ใช้มีดแทงฉันมาด้วย แต่โจรคนนี้กลับตอบหน้าตาเฉยว่าไม่รู้เรื่องเพราะเป็นโจรคนละกลุ่ม ซึ่งแน่นอนว่าลี่จูนั้นไม่เชื่อ ซือซือจึงถามว่าทำไมลี่จูไม่จับโจรสามคนนี้ไว้เลย ทำไมจึงปล่อยให้กลับออกไป จิวฝูก็ตอบด้วยสีหน้ากังวลใจว่า เจ้าคนนั้นข่มขู่ถ้าพวกเขาสามคนไม่ได้กลับออกไปจากค่าย โจรกลุ่มใหญ่ที่ซุ่มรออยู่นอกค่ายจะบุกเข้ามาในค่ายทันที
แม้ลี่จูจะไม่แน่ใจว่าเจ้าคนนั้นพูดจริงหรือแค่พูดขู่ แต่โจรสามคนนี้กล้าเดินเข้ามาในค่ายอย่างไม่เกรงกลัว ก็อาจเป็นไปได้ที่จะมีโจรกลุ่มใหญ่ซุ่มรออยู่นอกค่าย ลี่จูจึงไม่อยากเสี่ยงเพราะทหารในค่ายมีจำนวนน้อยทั้งยังเป็นห่วงความปลอดภัยชาวบ้าน ลี่จูจึงเขียนจดหมายให้ม้าเร็วไปส่งถึงท่านจินที่เมืองจินชาง เพื่อขอแบ่งทหารกองหนึ่งมาเสริมกำลังที่ค่าย ถ้าพวกโจรบุกเข้ามาจริงๆพวกเราจะได้รับมือไหว
จากนั้นจิวฝูก็เปลี่ยนเรื่องถามเราว่ามารับบะหมี่กันเหรอ ซือซือตอบว่าใช่จึงชวนจิวฝูให้เดินไปรับบะหมี่ด้วยกัน จิวฝูก็บอกว่าเขาเดินออกมาเพื่อจะมาเอาบะหมี่ไปให้ลี่จูกับชงหยวนเหมือนกัน ซือซือจึงบ่นอุบขึ้นมาทันทีว่าช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นหน้าเห็นตาชงหยวนพี่ชายของตนเลยที่แท้ก็มาอยู่กับลี่จูทุกวันนี่เอง
จิวฝูจึงพูดแก้ตัวแทนว่าชงหยวนมาคอยช่วยงานลี่จู และช่วยลี่จูตัดสินใจเรื่องที่โจรป่ามาเจรจาขอส่วย จึงนับเป็นการดีที่ลี่จูมีคนช่วยคิดช่วยตัดสินใจ จากนั้นจิวฝูก็ชวนเราให้ไปรับบะหมี่จากชาวบ้านด้วยกัน
ตอนบ่ายลี่จูเรียกประชุมชาวบ้านที่ลานหน้าจวน ออกคำสั่งให้ชาวบ้านระมัดระวังโจรป่าอย่าออกไปนอกค่ายโดยลำพัง ซึ่งในขณะที่เรากำลังฟังลี่จูพูดคุยกับชาวบ้านอยู่นั้น มีทหารลาดตระเวนคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมารายงานลี่จูว่า พบกองกำลังโจรป่าหลายสิบคนตั้งกองซุ่มอยู่ในป่าห่างจากค่ายไปไม่ไกลมากนัก
แต่ทันใดนั้น พวกเราก็ได้ยินเสียงร้องไห้ดังโหวกเหวกของชาวบ้านหญิงคนหนึ่ง วิ่งร้องไห้ฟูมฟายมาพร้อมกับสามี คนที่เป็นสามีรีบเล่าให้ลี่จูฟังว่า เมื่อเช้าแม่ยายพาลูกชายวัยห้าขวบของเขา ออกไปเก็บผักข้างกำแพงเมืองจนป่านนี้ยังไม่กลับเลย เขากับภรรยาออกตามหาจนทั่วก็ไม่พบแม่ยายกับลูกชาย
ลี่จูจึงสั่งทหารจำนวนหนึ่งให้ออกไปตามหาหญิงชรากับเด็กนอกค่ายทันที ส่วนชาวบ้านทุกคนก็ให้ช่วยกันตามหาภายในค่าย แต่พวกเราช่วยกันตามหาอยู่นานจนทั่วค่ายยังไม่พบทั้งหญิงชราและเด็ก พวกชาวบ้านในค่ายต่างพูดและคาดเดากันว่าหญิงชรากับเด็ก อาจถูกพวกโจรที่ตั้งกองกำลังอยู่ในป่าจับตัวไปเรียกเงินค่าไถ่แน่ๆ
ลี่จูจึงเรียกประชุมพวกเราที่มีวิชายุทธสามารถต่อสู้ได้ รวมทั้งหัวหน้ากองทหารในค่ายมาร่วมประชุมด้วยว่าจะจัดการอย่างไรกันดี เหวินหลางจึงเสนอให้ใช้ไม้แข็งออกไปกำจัดโจรชิงตัวประกันมาเลย เพราะถ้าใช้ไม้อ่อนยอมพวกโจรจะยิ่งได้ใจ
ซึ่งลี่จูเองก็อยากจะทำเช่นนั้นอยากกำจัดโจรให้สิ้นซากโดยไว แต่เรายังรู้ไม่แน่ชัดว่าหญิงชรากับเด็กหายตัวไปไหน พวกโจรเองก็ยังไม่ได้ส่งสารเรียกร้องอะไรมา ถ้าจู่ๆเรายกพวกไปบุกรังโจรโดยที่หญิงชรากับเด็กไม่ได้ถูกโจรจับตัวไป นางเกรงว่าจะเป็นการไปแหย่รังแตนชักศึกเข้าบ้าน และอีกอย่างทหารในค่ายตอนนี้ก็มีน้อย นางเกรงว่าจะรับมือกันไม่ไหว
ซึ่งอย่างที่เห็นๆกันโจรป่าพวกนี้ฝีมือการต่อสู้ไม่ธรรมดา นางกลัวค่ายจะแตกเสียก่อนที่กองกำลังเสริมจะเดินทางมาถึงค่าย ซึ่งชงหยวนก็เห็นด้วยกับลี่จูและแนะนำว่าเราควรออกไปตามหาหญิงชรากับเด็กกันอีกรอบ เพื่อให้แน่ใจว่าคนทั้งสองหายตัวไปจริงๆ
เหวินหลางก็แย้งขึ้นว่าโจรในป่ามีอยู่ไม่กี่สิบคน แต่เรามีทหารอยู่หลายร้อย ให้แบ่งทหารไปปราบโจรสักหนึ่งร้อย รวมทั้งเขาและพวกเราที่มีฝีมือดีไม่ด้อยไปกว่าโจร ทั้งยังคุยอวดว่าแค่เขาคนเดียวสามารถรับมือได้ถึงสิบคน ยังไงพวกเราต้องต่อสู้ชนะอยู่แล้ว
ทั้งยังบอกกับลี่จูว่างานนี้จะต้องให้ฉันกับเฟยเจินออกไปปราบโจรด้วย เพราะเขาเห็นเองมากับตาว่าฉันกับเฟยเจินต่อสู้ได้เฉียบขาดนัก พร้อมกับเร่งให้ลี่จูรีบตัดสินใจยกทหารออกไปปราบโจรป่า หมอจงก็หันมามองหน้าฉันกับเฟยเจินแล้วพูดว่า ถ้าต้องมีการต่อสู้กันจริงๆ เขาขอยืมแรงของฉันกับเฟยเจินให้ช่วยพวกเขาด้วย
ฉันฟังแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจเลยที่จะต้องออกไปช่วยปราบโจร แม้พวกโจรจะเป็นคนไม่ดีแต่ในใจลึกๆไม่อยากเข่นฆ่ามนุษย์ด้วยกันเองเลยสักนิด มันไม่เหมือนต่อสู้กับพวกปีศาจเยือกแข็งไม่มีเลือดเนื้อฆ่าฟันได้โดยไม่รู้สึกผิด เฟยเจินจึงโอบจับฉันที่ไหล่ แล้วพูดว่าถ้าฉันลำบากใจก็อย่าออกไปให้เขาออกไปคนเดียวก็พอ
ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พูดว่าฉันคิดเหมือนกับลี่จูที่ไม่ควรใจร้อนด่วนตัดสินใจยกพวกออกไปต่อสู้กับโจร เราควรออกไปตามหาหญิงชรากับเด็กกันอีกรอบบางทีอาจจะเจอตัวก็ได้
===============
