โคมไฟในหอจวินไหลช่างโชติช่วง โอ่อ่าตระการตานัก!
สถานที่ซึ่งโคมไฟเจิดจ้าประดับจนเหมือนยามทิวา
ลานประลองยุทธ์อันกว้างใหญ่รวมตัวคนกว่าหกพันชีวิตไว้ศิษย์ใหม่ฟ้าประทานจากสำนักยุทธขั้นสูงทั้งหลายมารวมตัวกันพร้อมพรักแล้ว
บรรยากาศในงานอึงคะนึง คึกคักหาใดจะปาน
ดาวชิงดวง ประชุมใหญ่ศิษย์ใหม่
ที่ทั้งสนามสนใจมากที่สุดเห็นจะไม่พ้นห้ามหาสำนักอย่างวายุจักรพรรดิจันทร์สกาว มหาหัสดี แรดวิญญาณ และยุทธจักรพรรดิ นอกจากนี้ก็เป็นดาราสวรรค์ทั้งหมดเพียงแต่ทุกคนสนใจเพียงแค่ว่าดาราสวรรค์จะยังรั้งท้ายอยู่อีกหรือไม่
ยามสำนักดาราสวรรค์กับสำนักวายุจักรพรรดิมายังหอจวินไหลพร้อมกันก่อนหน้านี้ก็เห็นตัวเปรียบเทียบชัดเจนแล้ว
บารมีของสำนักวายุจักรพรรดิข่มเสียจนสำนักดาราสวรรค์ต้องอับอายฝ่ายฉู่เหินผู้นำก็ถูกเหรินชงท้าทายและถูกเย่โยวดูหมิ่น
กระนั้นที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคืออวี๋เฉินอวี้แห่งสำนักมหาหัสดีเข้าไปคุยกับฉู่เหินด้วยตัวเอง
ภาพนั้นเหนือความคาดหมายของผู้คนเป็นอย่างมาก
“ไม่นึกเลยว่าเจ้านั่นจะตีสนิทกับมุกเม็ดงามในมือแม่ทัพใหญ่ซีไห่ได้...”เหรินชงหรี่ตาเล็กน้อย หว่างคิ้วมีแววอึมครึมแสนเย็น แต่ก็หัวเราะเยาะเย้ย “ฮึอย่าว่าแต่เจ้ารู้จักกับอวี๋เฉินอวี้เลย ต่อให้เจ้ารู้จักกับองค์หญิงแห่งอาณาจักรข้าก็จะให้เจ้านอนเปลหามกลับออกไปให้จงได้”
ดวงตาเหรินชงฉายแสงเยียบเย็นแวบหนึ่งก็ลับหาย
ภายใต้ใบหน้าอันเรียบนิ่งของเย่โยวเกิดคลื่นอารมณ์ซ่อนเร้น แต่ไม่นานก็กลับมานิ่งสงบเช่นเดิมเย่โยวผู้หยิ่งยโสไม่มีทางเปลี่ยนความคิดที่มีต่อฉู่เหินเพียงเพราะเขาผูกสัมพันธ์กับใคร
นับประสาอะไรกับที่เย่โยวรู้มาโดยตลอดว่าแม้เหวยชิงฝานจะไม่เคยออกหน้า แต่ก็ทำให้ฉู่เหินถูกสำนักยุทธขั้นสูงทั้งหลายปฏิเสธได้ไม่มีกระทั่งที่ยืนในนครหลวงด้วยซ้ำไป
“มีแต่สำนักรั้งท้ายที่แย่ที่สุดอย่างดาราสวรรค์นี่แหละที่เหมาะกับเจ้าเจ้ากับเหวยชิงฝานไม่มีอะไรเทียบเคียงกันได้เลย” มุมปากเย่โยวยกเป็นยิ้มเมินเฉย
...
“ก่อนหน้านี้ข้านึกว่าท่านจะอยู่สำนักมหาหัสดีไม่นึกเลยว่าสุดท้ายจะไปดาราสวรรค์ ข้านึกไม่ถึงเลยจริงๆ”อวี๋เฉินอวี้นั่งข้างกายฉู่เหิน ไม่สนใจสายตาแปลกออกไปของคนโดยรอบแม้แต่น้อย
ฉู่เหินยิ้มน้อยๆ “ข้าเองก็ไม่นึกว่าจะทำให้คุณหนูเฉินอวี้คะนึงถึงเช่นนี้”
“แน่นอนอยู่แล้ว ข้าอวี๋เฉินอวี้ตอบแทนบุญคุณเสมอท่านช่วยข้าเอาไว้ข้าจะลืมได้ง่ายดายอย่างไรกันรอข้ากลับไปวันนี้ข้าจะให้คนสำนักมหาหัสดีเรียกตัวท่านกลับมาเอง”
‘ช่วยข้า’ ที่อวี๋เฉินอวี้พูดถึงหมายถึงตอนการทดสอบของสำนักมหาหัสดี
ฉู่เหินโจมตีหมีพิโรธเกราะเกล็ดจนมันถอยร่นไปอวี๋เฉินอวี้ถึงรอดจากการบาดเจ็บได้อย่างหวุดหวิด
และนางเป็นถึงธิดาของแม่ทัพใหญ่ซีไห่แห่งนครหลวง ให้ฉู่เหินกลับสำนักมหาหัสดีอีกครั้งย่อมง่ายดายเหมือนพลิกฝ่ามือ
กระนั้น ฉู่เหินกลับส่ายหน้าแน่วแน่ “ไม่ต้องหรอกข้าอยู่สำนักดาราสวรรค์ก็ดีแล้ว”
เห็นแววแน่วแน่ในสายตาฉู่เหินแล้วอวี๋เฉินอวี้ก็เม้มริมฝีปากลังเลเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยชวนเป็นครั้งที่สอง“เช่นนั้นก็ดีแล้ว! ได้ยินมาว่าอาจารย์ซีหลานแห่งสำนักดาราสวรรค์งดงามเลอเลิศงามล่มเมือง เป็นความจริงหรือเปล่า?”
“ข้ายังไม่เคยพบอาจารย์ซีหลานเลย” ฉู่เหินตอบ
“ฮะๆ ในสายตาสุดหล่อเฟิงผู้นี้อาจารย์ซีหลานไม่งามเท่าคุณหนูเฉินอวี้หรอก” มู่เฟิงเห็นจังหวะก็แทรกเสียประโยคหนึ่ง
กระนั้น บรรยากาศของทั้งงานก็เงียบสงบลงมากนัก
บรรดาศิษย์อัจฉริยะใหม่ๆ จากสำนักยุทธขั้นสูงทั้งหลายมาพร้อมหน้าประชุมใหญ่ราชันแสงดาวกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ชายวัยกลางคนสวมเสื้อแพรเดินไปยังสังเวียนประลองยุทธ์ใจกลางลานด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ประชุมใหญ่แสงดาวจะเริ่มขึ้นแล้ว ข้ากลับก่อนนะ”อวี๋เฉินอวี้ยิ้มบางให้ฉู่เหิน แล้วจึงไปจากขบวนของสำนักดาราสวรรค์ กลับไปนั่งประจำที่ของสำนักมหาหัสดี
มู่เฟิงถูกเมินอยู่ด้านข้างอีกครั้ง
ฟิ้ว...
ลมเย็นพัดโชยมา มู่เฟิงเอียงคอมองฉู่เหินข้างกันแล้วถาม“เจ้าหล่อเท่าข้าหรือ?”
“ข้าไม่หล่อเท่าเศษหนึ่งส่วนสิบของเจ้าหรอก” ฉู่เหินขี้คร้านจะตอบ
“เจ้าไม่ได้หล่อเท่าข้าเลยด้วยซ้ำคุณหนูอวี๋เฉินอวี้มองแต่เจ้าไม่ไยดีข้าได้อย่างไร?”
“เพราะเจ้าหล่อเกินไป นางเขินอายจนไม่กล้ามอง”
“อื้ม!” มู่เฟิงพยักหน้าเห็นชอบด้วย“เจ้าพูดได้ไม่เลว เสี่ยวเฟิงเฟิงผู้นี้ชอบคนพูดความสัตย์จริงที่สุด อีกหน่อยหากเจ้าไม่ชอบขี้หน้าใครล่ะก็มาบอกข้าข้าจะช่วยเจ้าถลกหนังมันเอง แน่นอนว่าต้องเป็นระดับเชื่อมหยวนลงมานะ”
หลี่ฮุยเย่ โจวลู่ และศิษย์ใหม่สำนักดาราสวรรค์ไม่ไกลออกไปส่ายหน้าพลางถอนหายใจ
พวกเขารู้สึกว่านั่งกับมู่เฟิงแล้วไม่ใช่แค่ขายขี้หน้าแต่ไม่เหลือหน้าให้อับอายเลยมากกว่า
...
“ยินดีต้อนรับอัจฉริยะทุกท่านที่มายังหอจวินไหล ตัวข้าสกุลเหยาเป็นผู้จัดการใหญ่แห่งหอจวินไหล”
ชายวัยกลางคนสวมชุดแพรหรูหราเดินขึ้นสังเวียนประลองยุทธ์ประสานมือให้เหล่าศิษย์ฟ้าประทานของสำนักยุทธทั้งหลาย
“ข้าได้รับมอบอำนาจความร่วมมือจากเบื้องสูงจากสำนักยุทธขั้นสูงของทุกท่านให้ศิษย์ฟ้าประทานใหม่ทั้งหลายได้มาประชันวิทยายุทธแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันที่นี่ หากต้อนรับขาดตกบกพร่องที่ใด ขออัจฉริยะทุกท่านโปรดให้อภัย”
เสียงปรบมือเกรียวกราวดังขึ้นจากด้านล่าง
ศิษย์หนุ่มสาวไม่น้อยตอบรับง่ายๆ ตามมารยาท
ผู้จัดการเหยาปัดป่ายมือ กวาดนัยน์ตาอันสุขุมเด่นชัดมองไปยังเหรินชงซูเสวี่ยโหรว หยางอวี่ไท่ เฮ่อเฉา อวี๋เฉินอวี้...อัจฉริยะทั้งหลายแล้วจึงหัวเราะร่า
“ฮ่าๆเชื่อว่าคงมีไม่กี่คนที่อยากฟังชายผู้มากเรื่องเช่นข้าพูดจาน้ำไหลไฟดับเช่นนั้นก็จะขอยกสังเวียนประลองยุทธ์แห่งนี้ให้พวกท่านแล้ว ส่วนเรื่อง ‘ดาวชิงดวง’ นั้น หอจวินไหลของพวกเราจะไม่ดำเนินการร่วมด้วยอันใดทั้งสิ้นจะประลองวิชากันเช่นไร กฎเป็นเช่นไร...ให้พวกท่านเป็นธุระจัดการกันเองแต่ผู้น้อยเหยาก็หวังว่าทุกท่านจะหยุดลงเพียงตรงนี้ อย่าให้ต้องแตกความสามัคคีกันฮ่าๆ”
สิ้นเสียงผู้จัดการเหยา เขาก็ถอยไปยืนข้างสังเวียนประลองยุทธ์ชูมือทั้งสองขึ้นสูง เสียงกังวานกึกก้อง
“ดาวชิงดวงดาราจรัสแสง...หวังว่าอัจฉริยะฟ้าประทานทั้งหลายจะจรัสแสงบนสังเวียนยุทธ์แห่งนี้ได้ข้าขอประกาศ ประชุมใหญ่ดาวชิงดวงเริ่มขึ้น ณ บัดนี้ขอมอบสถานที่นี้ให้พวกท่านเป็นผู้ตัดสิน!”
ว่าจบ ผู้จัดการเหยาก็เดินลงไปจากสังเวียนประลองยุทธ์
แล้วกลับไปยังที่สำหรับผู้นั่งชม
ดาวชิงดวงเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วหอจวินไหลเพียงรับผิดชอบอำนวยการด้านสถานที่ ไม่ข้องเกี่ยวกับส่วนที่เหลือให้เหล่าศิษย์ใหม่จากสำนักยุทธทั้งหลายเป็นผู้ควบคุมกฎเกณฑ์และสถานการณ์ของการประชุมด้วยตนเอง
เป็นเพราะไม่มีกฎกำหนดตายตัวนั่นเอง
เหล่าศิษย์ใหม่ทั้งหลายในที่นั้นฮึกเหิมถึงขีดสุด
“ดาวชิงดวง ดาราจรัสแสง!”
“สำนักยุทธจักรพรรดิต้องชนะ ช่วงชิงอันดับหนึ่งมาอีกครั้งให้จงได้”
“ศิษย์พี่เหรินชงยอดยุทธ์ วันนี้สำนักวายุจักรพรรดิจักเป็นราชัน”
...
บรรยากาศฮึกเหิมคึกคะนองปกคลุมรอบทิศราวคลื่นทะเลหวีดร้องเสียงปรบมือดังลั่นดุจฟ้าคะนอง เสียงกู่ร้องก้องดังไม่หยุด
เพียงพริบตาเท่านั้นร่างหนุ่มก็โลดแล่นขึ้นสังเวียนประลองยุทธ์ว่องไวราวเสือดาว ที่อกเสื้อประดับตราเป็นรูป ‘ฟ้าแลบ’
“สำนักอสนีบาต ตู้เฟยอยู่นี่แล้ว ใครกล้ารับคำท้า?”
ตรงไปตรงมา เยาว์วัยบ้าคลั่ง ไม่เก็บงำเลยแม้แต่น้อย
“ฮึ สำนักอสนีบาตเลิศเลอนักหรือ? สำนักทะลุเมฆลู่เฉียน รับคำท้า!”
เสียงอันหนุ่มแน่นโอหังไม่ต่างกันดังขึ้นชายหนุ่มร่างค่อนผอมเดินออกมาจากขบวนสำนักทะลุเมฆ เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงเหาะขึ้นสังเวียนไปในทันใด
สองร่างยืนประจันหน้ากันบนสังเวียน
ฝูงชนใต้สังเวียนคึกคะนองกันได้ที่
“ตู้เฟย สู้เขา!”
“ลู่เฉียน ต้องชนะนะ!”
“กระทืบเจ้านั่นให้จมดินไปเลย”
“ต้องเอาชัยครั้งแรกมาให้จงได้ เปิดฉากเอาฤกษ์เอาชัยกันหน่อย”
...
ขบวนสำนักอสนีบาตและสำนักทะลุเมฆโห่ร้องกึกก้อง ต่างฝ่ายต่างก็ส่งเสียงให้สองคนบนสังเวียนประลองของตนเอง
‘เฮ้ย ไก่อ่อนอย่างเจ้ากล้ามาทำห้าวต่อหน้าข้าด้วยหรือ?’ ตู้เฟยแห่งสำนักอสนีบาตคิดในใจ ลูกไฟแผดเผาลุกไหม้พลันปรากฏกลางฝ่ามือ
คลื่นปราณรุ่มร้อนแผ่กระจายออกจากตู้เฟยไปทั่วทุกสารทิศ
ฝูงชนใต้สังเวียนไม่น้อยถอนใจตะลึงหลายส่วน
“เฮอะๆ” ลู่เฉียนแห่งสำนักทะลุเมฆแค่นหัวเราะไม่ยี่หระ“กายยุทธเปลวเพลิงเท่านั้นปะไร มีอะไรน่าภูมิใจนักหนา”
ผ่าง!
ไม่ทันขาดคำ กริชส่องแสงเยือกหนาวก็ปรากฏในมือลู่เฉียนพลังหยวนแท้ปะทุออกจากกาย
ฟ้าว!
ลู่เฉียนเหาะขึ้นจากพื้นปรี่เข้าหาตู้เฟยที่อยู่เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว
“เตรียมรับความพ่ายแพ้เสียเถิด!”
“ฮึ อย่าได้ใจไปนัก” ตู้เฟยดวงตาทอแสงเย็นยะเยือก ยกมือคราหนึ่งเปลวเพลิงก็ร่ายรำออกไปเบื้องหน้า นำพาคลื่นปราณเดือดถล่มไปหน้าประตูลู่เฉียน
ลู่เฉียนไร้แววหวาดกลัว ปลดปล่อยพลังหยวนแท้ในร่างออกมา ไต่ขึ้นกริชอย่างรวดเร็ว
เขาตวัดมือผ่าลงมา ลูกไฟเบื้องหน้าแตกออกเป็นสองเสี่ยง
“เฮ้ย พลังแค่นี้ใช้ย่างหนู หนูยังไม่สุกเลยกระมัง”
“ฮึ ย่างหนูโง่เขลาเยี่ยงเจ้านั่นปะไร”
ว่าจบ ตู้เฟยชักมีดสั้นเล่มหนึ่งออกมาอย่างรวดเร็วกางแขนฟันเข้าไปที่หัวอีกฝ่าย
เคร้ง!
ลู่เฉียนใช้กริชรับมีด อากาศธาตุเกิดประกายไฟเป็นสาย
ศาสตราวุธในมือทั้งสองปะทะเข้าด้วยกัน กระทบกันเป็นกากบาท พลังมืดห้ำหั่นหยวนแท้ชนกัน เส้นเลือดบนแขนของทั้งสองปูดโปนออกมา
“ตู้เฟยสู้เขา สำนักอสนีบาตต้องชนะ!”
“ลู่เฉียนกระทืบมันเลย ชัยชนะต้องเป็นของสำนักทะลุเมฆเรา”
...
ปึ้ง!
ทันใดนั้น เสียงกัมปนาทหนักหน่วงสนั่นไหวคลื่นปราณพลังหยวนแท้แตกซ่านปะทุหลั่งล้นออกมาระหว่างคนทั้งคู่
ตู้เฟยผู้ถือมีดสั้นถอยร่น ลูกไฟร้อนแรงก่อตัวกลางฝ่ามือ เขาครุ่นคิดในใจผลักลูกไฟออกไปรุกไล่ศัตรูอีกครั้ง
“บุหงาเพลิงพิรุณหงส์!” ตู้เฟยคำราม
ปึ้ง!
ฉับพลัน ลูกไฟระเบิดออกราวดอกไม้ไฟ กลับกลายเป็นลูกไฟสูงราวครึ่งเมตรสิบกว่าดวงคลื่นปราณเร่าร้อนปกคลุมทั่วทั้งสังเวียน ฉาบไล้ใบหน้าผู้คนใต้สังเวียนให้เป็นสีแดง
ลูกไฟสิบกว่าดวงดุจอุกกาบาตดาวตกจากนอกโลก
ผู้ชมไม่น้อยตกใจกันอย่างลับๆกลัวว่าลู่เฉียนแห่งสำนักทะลุเมฆจะพ่ายราบคาบแล้ว
……………………………