“แสงสว่างจากอดีตพรจากพันธะ ประกายแห่งดวงดารา...” เสียงหนึ่งดังมาจากแนวหลังแทนเหลือบตาไปมอง เขาจำได้ว่าการ์ดที่ต้องท่องคาถาก่อนใช้งานคือเวทมนตร์ระดับ15 ดาวขึ้นไป ทำให้พอรู้ว่าไอรินกำลังร่ายเวทที่มีผลรุoแรง และมันก็ถูกต้องอย่างที่เขาคิด ไอรินกำลังร่ายเวทฟื้นฟูระดับ15 ดาวที่เธอได้รับมาจากกิลด์ของเธอ พรสวรรค์ไร้มณทิล เฮเว่นเพียวริฟาย
“เทพทั้งเจ็ดมารดาในชั้นฟ้า แสง แสง แสง ประกายแสง เทพธิดาผู้โอบกอดข้าผู้ภาวนาวิงวอนโปรดบันดาลปาฏิหาริย์สู่พื้นพิภพ! เฮเว่นเพียวริฟาย!(Heaven Purify)”
“+12,441!”
“+12,932!”
“+12,867!”
“+0…!”
พลังชีวิตของทุกคนฟื้นขึ้นมาในปริมาณมากเอ็ดเวิร์ดไม่ได้ถูกการโจมตีใดๆ เพราะหลบห่างออกไปจึงไม่มีการเพิ่มพลังจากเวทนี้เขาจะเข้ามาช่วยก็เฉพาะตอนที่ต้องใช้ไอเทมสนับสนุน ค่าการฟื้นคืนจึงการเป็นศูนย์
ดาบบางเรียวถูกใช้ทิ่มแทงลูกศรถูกระดมยิง การสนับสนุนยังคงใช้ทุกอย่างที่มีส่วนบอสนั้นก็ตอบโต้ด้วยพลังที่เหนือกว่า กรงเล็บทรงพลังและคมเขี้ยวอันแหลมคมมุ่งจัดการผู้บุกรุก
การต่อสู้อันดุเดือดดำเนินไปอีกราว30 วินาที หลังจากนั้นเสียงของระบบก็แจ้งขึ้น นั่นก็เพระว่าพวกของแทนสู้กับคัลโดร่าแมนติคอร์เป็นเวลาถึง3 นาทีแล้ว...
ระบบทำการสุ่มผู้เล่นออกจากการต่อสู้...
สิ้นเสียงนั้น ร่างแรกที่ถูกส่งออกจากการต่อสู้ก็คือคนสำคัญของปาร์ตี้ฝ่ายสนับสนุนที่เป็นหัวใจของการต่อสู้ ไอรินถูกส่งไปอยู่ในอีกมิติร่างของเธอเป็นแค่เงาจางๆ ไอรินสามารถมองเห็นและได้ยินการต่อสู้แต่เสียงของเธอไม่มีคนในปาร์ตี้สามารถได้ยินได้
ผู้เล่นแทนไทยได้รับผลค่าสถานะและเลเวลกึ่งหนึ่งของผู้เล่นไอริน...
“บ้าเอ้ย...อย่างน้อยถ้าไม่ใช่ไอรินก็ยังพอไหว!”แทนซึ่งเลเวลขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 127 บ่นออกมาทันทีที่ได้ยินเสียงประกาศในตอนนี้ค่าพลังชีวิตของแทนขยับขึ้นไปเป็น 84,500 หน่วยจากการที่เขาได้เลเวลและค่าสถานะครึ่งหนึ่งของไอรินมา
“รีเจน!” เสียงใช้สกิลที่เหมือนสกิลของบลานซ์ดังขึ้นชั่วขณะหนึ่งที่ได้ยินชื่อของสกิลที่ถูกเรียกใช้ แทนคิดถึงเพื่อนของเขาที่ขณะนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกันเพื่อนที่จะคอยออกสู่แนวหน้าปกป้องเพื่อนทุกคนอยู่เสมอ
‘บลานซ์เอ้ย...ถ้าตอนนี้นายอยู่ด้วยอะไรๆมันน่าจะง่ายกว่านี้นะเฟ้ย...’ ชายหนุ่มคิดในใจ
แต่ในขณะนี้ไม่ใช่บลานซ์ที่เรียกใช้สกิลรีเจน แต่เป็นเนตซึ่งเรียกใช้สกิลที่ว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่เธอจะมีสกิลนี้ เพราะเธอเองก็เป็นนักรบเวทมนตร์และเป้าหมายไม่ใช่ใครอื่น แทนเป็นเป้ามายของสกิล สกิลที่ว่าจะทำให้พลังชีวิตของเป้าหมายค่อยๆเพิ่มขึ้นทีละนิดเมื่อเวลาผ่านไป แต่สำหรับแทนในตอนนี้ที่มีค่า HP Max เฉียดแสน มันช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตของเขาเป็นจำนวนไม่น้อย
มังกรมิติไอเซนเกอร์เข้าสกัดคัลโดร่าแมนติคอร์ในขณะที่กริฟฟินซึ่งฟื้นขึ้นมาจากความสามารถของดาร์กวินด์มาริโอเนตบินวนและโจมตีเข้าใส่เช่นกันแต่ค่าความเสียหายนั้นน้อยจนเกินกว่าจะคาดหวังได้ ส่วนแทนเคลื่อนตัวไปมาและโจมตีจากระยะไกลเขารู้สึกว่ารอบๆ ตัวของบอสนั้นเปลี่ยนไป มันเหมือนมีสายฟ้าปกคลุมอยู่
“ไดแมนชั่นบลาสท์! (Dimension Blast)” เสียงจากระบบแจ้งถึงการใช้ท่าโจมตีของมังกรมิติไอเซนเกอร์หลังจากนั้นพลังงานแห่งมิติก็ก่อตัวเป็นละอองทรงกลมสีดำพุ่งใส่คัลโดร่าแมนติตอที่อยู่เบื้องล่างปฏิกิริยาตอบโต้ของบอสรวดเร็ว มันกระโดดหลบไปด้านหนังแลนั่นก็ยังไม่สามารถหลบการโจมตีของมังกรมิติไอเซนเกอร์ได้
“7,452!” “7,409!” “7,601!”
“7,568!” “7,497!” “7,583!”
ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นรุนแรงกว่าที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เพราะจริงๆแล้วในเกมนี้เมื่อผู้เล่นเลเวลสูงขึ้นการ์ดที่ถูกใช้งานออกมาก็จะทรงพลังยิ่งขึ้นตามไปด้วยถึงจะไม่มากนัก...แต่ก็ทำให้ความห่างชั้นของเลเวลเป็นกำแพงสำหรับการต่อสู้ตัวต่อตัวเพราะถึงจะใช้การ์ดซัมมอนใบเดียวกันมอนสเตอร์ที่ปรากฏออกมาก็จะมีค่าพลังที่ต่างกันหากผู้เรียกใช้เลเวลต่างกัน
หลังจากที่คัลโดร่าแมนติคอร์ถูกพลังมิติโจมตี แทนก็สังเกตเห็นว่ารอบๆร่างของมันขณะนี้ไม่ได้มีเพียงสายฟ้าเท่านั้นแต่กลับมีพลังมิติที่ถูกใช้โจมตีอยู่รอบๆ ร่างขนาดใหญ่นั้นด้วย และในขณะนั้นเองกรงเล็บของบอสก็ขย้ำเข้าใส่ไลท์นิ่งดราก้อนที่โฉบไปมา ทำให้ร่างของมังกรสายฟ้าสลายไปทันทีและวิญญาณของมันก็ลอยไปด้านหลังของกลุ่มผู้เล่นแต่แทนและเอ็ดเวิร์ดไม่ได้สังเกตเรื่องนี้
“ไม่ดีแน่” แทนพูดขึ้นทั้งที่มือของเขายังระดมยิงใส่คัลโดร่าแมนตีคอแต่ยังไม่ทันที่คนพูดจะทำอะไรต่อไป การโจมตีจากบอสก็กำลังจะถูกปล่อยออกมา “พี่เอ็ดใช้เกราะเร็ว!” ชายหนุ่มที่สังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงของบอสตะโกนเสียงดัง
เหลือเวลาอีก2 นาทีก่อนที่การสุ่มจากระบบครั้งที่สองจะเริ่มขึ้น...
เมื่อเอ็ดเวิร์ดได้ยินที่แทนพูดเขาก็รีบใช้สกิลที่เมื่อถูกใช้งานไปแล้วจะมีดีเลย์ถึง 24ชั่วโมงออกมา บาเรียแห่งอัญมณี สกิลที่จะปกป้องผู้เล่นจากการโจมตีทั้งปวงเป็นเวลา 2 นาที โดยแลกกับเงินจำนวน 50 กิลต่อค่าความเสียหาย 1 หน่วยที่เกิดขึ้น
“จีเวลบาเรีย!”
และทันทีที่เสียงของเอ็ดเวิร์ดจางหายไปเสียงของแทนก็ดังขึ้นตามไปติดๆ
“หลบเร็วเนต!”เขาพูดพร้อมกับพุ่งเข้าไปยังหญิงสาวที่อยู่ใกล้บอสมากที่สุดแทนผลักไปที่ร่างของเธอจนปลิวไปด้านหลัง และหลังจากนั้นอสนีบาตแห่งห้วงมิติก็ปรากฏ การโจมตีของคัลโดร่าแมนติคอร์ถูกใช้งานท่าไม้ตายของมันที่จะสะสมพลังที่โจมตีใส่มันแล้วแปรเปลี่ยนเป็นพลังโจมตีปลดปล่อยออกมาอย่างรุนแรง
“คัลโดร่ารีเวนจ์!(Kaldora Revenge)”ระบบประกาศชื่อท่าที่ถูกใช้ออกมาเมื่อสิ้นเสียงนั้นสายฟ้าที่ผสมมากับการโจมตีแห่งห้วงมิติก็สาดใส่แทนและเอ็ดเวิร์ดที่อยู่ในรัศมีโจมตีส่วนเนตที่ถูกผลักออกไปเพิ่งจะลุกขึ้นได้ แต่เธอนั้นอยู่นอกระยะโจมตีของท่านี้
“8,431!” “12,376!”
“8,456!” “12,451!”
“8,407!” “12,885!”
“8,432!” “12,642!”
พลังของแทนลดลงไปกว่า 30,000 ส่วนเอ็ดเวิร์ดถ้าไม่ได้สกิลจีเวลบาเรียช่วยไว้น่าจะตายได้เกินกว่าสิบรอบด้วยการโจมตีเมื่อครู่เพราะค่าความเสียหายที่เขาได้รับนั้นรุนแรงถึงกว่า 50,000 เลยทีเดียว
“สองล้านห้า!ไอ้สิงโตบ้า...ถ้าดรอปของห่วยตูจะแช่ง!” เอ็ดเวิร์ดร้องเสียงหลงเมื่อรับรู้ถึงค่าความเสียหายที่เขาได้รับและเงินที่ต้องจ่ายไปกับสกิลจีเวลบาเรีย
“ไอเทม!ไอเทม!” เอ็ดเวิร์ดรีบเรียกใช้การ์ดไอเทมอีก 2 ใบทันทีเขาใช้การ์ดเพิ่มพลัง 2 ใบติดๆ ให้กับแทน แต่ก็ฟื้นพลังได้เพียงแค่ครึ่งเดียวของที่ถูกโจมตีไป
“+10,000!”
“+5,000!”
เหลือเวลาอีก 1 นาที 20 วินาทีก่อนที่การสุ่มจากระบบครั้งที่สองจะเริ่มขึ้น...
จากท่าไม้ตายที่บอสใช้ออกมาทำให้มอนสเตอร์ที่อยู่ในรัศมีรอบตัวของมันถูกโจมตีอย่างหนักกริฟฟินที่เนตเรียกออกมายังฟื้นคืนชีพได้ด้วยพลังของนักเชิดหุ่นแห่งโลกมืดในขณะที่มังกรมิติไอเซนเกอร์ซึ่งรับการโจมตีไปแล้วไม่น้อยถึงกับสลายไป
“โหดเกิ๊น…!”เอ็ดเวิร์ดอุทานขึ้นเมื่อเห็นภาพที่เกิดขึ้นส่วนแทนนั้นสีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อยแต่ในขณะนั้นทั้งสองคนไม่เห็นบางอย่างที่เกิดขึ้นวิญญาณของมังกรมิติลอยไปยังมอนสเตอร์รูปร่างคล้ายแมงมุมที่เนตเรียกออกมาตั้งแต่แรก...เนโครโรเกีย
“ซัมมอน!” เสียงแทนเรียกใช้การ์ดที่อยู่ในมืออีกหนึ่งใบซึ่งเขามีอยู่ตั้งแต่แรกแต่ต้องรอเงื่อนไขในการใช้ให้ครบเสียก่อนจึงจะสามารถเรียกใช้ได้และเมื่อมังกรมิติลงสู่สุสาน เงื่อนไขที่ว่าก็ถูกปลดออก เงื่อนไขในการเรียกใช้การ์ดซัมมอนแข็งแกร่งที่สุดของแทน...อันเดดดราก้อน

ในขณะนี้การ์ดมังกรในสุสานของแทนมีเกินกว่า2 ใบ เขากำลังรอเวลาที่มังกรมิติซึ่งมีระดับ 10 ดาวหมดพลังและเมื่อมันลงสู่สุสานเงื่อนไขในการเรียกมังกรซากศพก็ครบถ้วน
เสียงครวญครางดังออกมาพร้อมการปรากฏตัวของมังกรที่ร่างกายเน่าเปื่อยบางส่วนของร่างกายไม่มีเนื้อหนังปกปิด จนทำให้เห็นกระดูกสีหม่นดวงตากลวงโบ๋แต่มีแสงสีม่วงท่ามกลางความมืด หางยาวเหลือเพียงโครงกระดูกปีกของมันไรพังผืด แต้เขี้ยวและเล็บยังคงอยู่อย่างครบถ้วน และเมื่อมังกรอันเดดปรากฏตัวออกมา นักรบมังกรซอมบี้ที่สวมเกราะมังกรกระดูกระดับ9 ดาว 3 ตนก็ปรากฏตัวตามออกมา
แต่ไม่ใช่แค่นั้น...แทนเรียกใช้การ์ดคาถาอีกหนึ่งใบทันที
“เมจิก!”การ์ดคาถาระดับ7 ดาวถูกใช้งานการ์ดที่จะทำให้มอนสเตอร์ในสุสานกลับขึ้นมาปลดปล่อยพลังโจมตีอันรุนแรงก่อนจะกลับไปหลับใหลเช่นเดิม...การ์ดแสงสว่างกลางความมืด

มังกรมิติไอเซนเกอร์กลับจากความตายพร้อมกับปลดปล่อยพลังโจมตีใส่บอสทำให้พลังแห่งมิติเริ่มสะสมอยู่รอบตัวคัลโดร่าแมนติคอร์อีกครั้งและเมื่อมังกรมิติปรากฏตัว ผลเอฟเฟกของมันก็ถูกใช้งานก่อนที่มันจะกลับสู่สุสานมังกรระดับไม่เกิน 10ดาวถูกเรียกออกมาอีกหนึ่งตัว มังกรระดับ 9ดาวที่แทนได้มานานแล้วแต่ไม่มีโอกาสได้ใช้งาน มังกรศักดิ์สิทธิ์...เพิร์ลดราก้อน

สองปีกสยายเบื้องหน้าของแทนมังกรผู้มีร่างกายขาวพิสุทธิ์ดั่งไข่มุกประกฎตัว ส่วนหัวที่ยื่นยาวมีปีกเล็กๆสองข้างหู ดวงตาสีขาวใสจ้องไปยังศัตรู ปียาวแต่เรียวบางขยับไปมาและเจ้ามังกรไข่มุกก็ส่งเสียงร้องแหลมสูง ทำให้ระบบประกาศเวทที่กำลังจะถูกใช้ออกมาพร้อมกับร่างของมังกรไข่มุกที่เรืองแสงท่ามกลางสนามรบ
“โฮลี่เชน!(Holy Chain)”
หลังสิ้นเสียงโซ่แสงก็ปรากฎออกมาพันรอบร่างกายของแทนและคัลโดร่าแมนติคอแทนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ เช่นเดียวกับบอสที่ถูกตรึงด้วยเวทของมังกรเกล็ดสีไข่มุก...โอลี่เชนและในขณะนั้นเองเหล่ามอนสเตอร์ที่ถูกเรียกออกมาก่อนหน้าก็รุมโจมตีใส่บอสที่ถูกรัดด้วยโซ่ศักด์สิทธิ์
เหลือเวลาอีก 10 วินาทีก่อนที่การสุ่มจากระบบครั้งที่สองจะเริ่มขึ้น...
“เราเสี่ยงไม่ได้…”หญิงสาวพูดขึ้น เสียงจากระบบที่ดังขึ้นทำให้เนตตัดสินใจทำบางอย่าง
“ซัมมอน!ซัมมอน!” เธอเรียกใช้มอนสเตอร์ระดับ7 ดาว 2 ใบ หลังจากนั้นมอนสเตอร์2 ตัวของเนตก็หายไปจากสนามพวกมันถูกสังเวยเพื่อเรียกการ์ดที่แข็งแกร่งที่สุดของเธอออกมา
“แอเรีย!”เสียงตะโกนของเธอดังขึ้นพร้อมกับเสียงจากระบบที่ดังขึ้นมาอีกครั้ง
ระบบทำการสุ่มผู้เล่นออกจากการต่อสู้...
เมื่อสิ้นเสียงที่ว่าร่างของหญิงสาวก็ถูกส่งออกจากการต่อสู้ค่าพลังและเลเวลของเธอถูกส่งต่อไปยังชายหนุ่มผู้มีสีหน้าและแววตาอันมุ่งมั่น
พลังของเนตถูกสงต่อให้แทน...พร้อมกับซัมมอนที่ทรงพลังที่สุดของเธอ
การ์ดที่ต้องสังเวยมอนสเตอร์ถึง3 ตัวเพื่อเรียกใช้ ซัมมอนจากการ์ดแอเรียระดับ G วิหารคีรีก้าซัมมอนผู้มีความเร็วเป็นเลิศ อสูรผู้ควบคุมไอน้ำในบรรยากาศ...เทพบรรยากาศคีรีก้า
“อีกเดี๋ยวก็เจอกันเนต...”แทนพูดออกมาเบาๆ พอให้ตัวของเขาเองได้ยิน
เลเวลของแทนในขณะนี้กลายเป็น167 ไม่หนีจากบอสสักเท่าไร ตอนนี้ในใจของเขามีสกิลหนึ่งเกิดขึ้นสกิลที่เขาเตรียมเรียกใช้เพราะเลเวลที่เพิ่มขึ้นมา สกิลที่จะทำให้อาวุธของเขาสถิตไปด้วยพลังโจมตีอันรุนแรงที่เกิดจากการสละเลเวลถึง30 เลเวล มันคือสกิลที่จะเพิ่มพลังทำลายล้างให้กับผู้เรียกใช้...เลเวลเบรกเกอร์
แต่ยังไม่ใช่ในตอนนี้ เพราะหากแทนใช้ท่าที่ว่าในขณะนี้เลเวลของเขาจะลดลงไปจนกระทั่งเหลือ 137 ซึ่งหากเกิดอะไรขึ้นมาเอ็ดเวิร์ดไม่น่าจะเพิ่มพลังให้เขาทันส่วนเรื่องเมื่อผ่านไปอีก 3 นาทีแล้วเขาจะได้พลังจากเอ็ดเวิร์ดก็ดูจะไม่ค่อยมีประโยชน์สักเท่าไรเมื่อคิดได้ดังนั้นแทนจึงเก็บสกิลนี้ไว้ใช้ในเวลาที่ไม่มีทางเลือก
ในเวลานั้น ในสนามปรากฏร่างของอสุรกายสีราตรีกับปีกสีดำที่โอบร่างของตัวเองไว้อสูรผู้มีร่างคล้ายมนุษย์สูงใหญ่ราว 4 เมตรร่างสีดำนั้นแซมด้วยสีเงินของแนวกระดูก ปากที่ยื่นยาวไร้ริมฝีปากแสยะยิ้มนิ้วมือทั้งสามแห้งเหี่ยวกำลังเกร็งเผยให้เห็นเล็บยาวหงิกงอดาวตาสีมรกตส่องประกายแวววาว เขาเดี่ยวแหลมคมยื่นยาวไปด้านหน้าและเมื่อมันสัมผัสได้ถึงศัตรู มืออีกข้างก็ยกขึ้นมาประกบกันแล้วยื่นแขนไปด้านหน้า
“แวคคิวอัมซีนิต! (VacuumZenith)”เมื่อสิ้นเสียงประกาศชื่อท่าที่กำลังจะใช้ สูญญากาศก็รวมตัวกันที่ปลายแขนของอสูรบรรยากาศคีรีก้ามวลอากาศบิดตัวคล้ายจะระเบิดออก มันบีบตัวและขยายตัวอยู่ที่ปลายมือของผู้เอ่ยคำบัญชาและในที่สุด...กระสุนพลังงานจากซัมมอนแห่งการ์ดแอเรียวิหารคีรีก้าก็ถูกปลดปล่อย
คัลโดร่าแมนติดอที่รู้สึกได้ถึงพลังอันรุนแรงหันมาทางที่มันรู้สึกถึงพลังที่ว่าถึงแม้จะเป็นมอนสเตอร์แต่ก็มีสติปัญญาไม่ใช่น้อย เจ้าสิงโตที่มีใบหน้าเป็นมนุษย์ผู้หญิงคำรามขึ้นพร้อมกับเรียกใช้เกราะแห่งพลังโลหะ
“แบล็คเมทัลวอล!(Black Metal Wall)”พร้อมๆ กับเสียงที่จางหายไป กำแพงเหล็กสีดำทะมึนก็ห้อมล้อมร่างของบอสที่เป็นผู้เรียกใช้ท่านี้
“0…!”
“0…!”
“0…!”
“0…!”
“87,390!”
ค่าความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นถูกป้องกันไว้โดยแบล็คเมทัลวอลที่คัลโดร่าแมนติคอร์ใช้ถ้าแทนไม่ได้ตาพร่าไปเขารู้สึกว่าใบหน้าผู้หญิงที่อยู่ด้านหน้าของแมนติคอร์กำลังยิ้มเยาะ
อสูรบรรยากาศยืนนิ่งขณะที่บอสกำลังกระโจนเข้าใส่ แต่ในที่สุดมันก็ประสานมือในท่าเดิม