ตอนที่ 42 สามกระบวนท่า
“เจ้าหนู… นี่เจ้ารู้จักข้ารึ?” เจียวหั่วเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจลึกล้ำ ชายชราเป็นตัวตนที่น้อยคนในทวีปมังกรจะรู้จัก ผู้เฒ่าเคยออกมาสู่สาธารณชนเมื่อร้อยปีก่อนที่วังมังกรและหายเงียบไป… ปุถุชนคนธรรมดาย่อมไม่มีอายุขัยยืนยาวถึงเพียงนั้น ถ้าไม่ใช่ระดับปรมาจารย์ก็มิอาจมีอายุขัยยืนยาวเกินร้อยปีได้
“ข้าเคยอ่านพบในหนังสือของตระกูลซู นี่น่าประหลาดมากที่หนังสือนั้นเล่าภาพลักษณ์ของท่านว่าเป็นบุรุษรูปงามหาใดเทียบ” เฟยอวี่เอ่ยกล่าวอย่างสุภาพ
“ตระกูลซูงั้นรึ? ข้าคุ้นเคยนามของวงศ์ตระกูลนี้ยิ่งนัก คงเป็นซูเมิ่งกระมัง? มันถูกเชิญให้ขึ้นมาถามเรื่องราวของข้าเมื่อร้อยปีก่อน จำได้ลางๆว่าพาทารกชายที่ชื่อ…เอ่อ ซูลง? ขึ้นมาด้วย”
ถ้อยคำของผู้เฒ่าเจียวประหนึ่งสายฟ้าฟาดใส่เฟยอวี่อย่างรุนแรง ท่านปู่ตอนเป็นทารก?! ปู่ของเจียวอ้าวนี่มีอายุเท่าไหร่กันแน่!!
“เจ้าหนู เจ้าไม่ใช่คนแซ่ซู เหตุใดถึงได้อ่านบันทึกของมันได้?” เจียวหั่วเอ่ยถามด้วยสีหน้าขึงขังขึ้นมา
“ข้าถูกชุบเลี้ยงดูโดยท่านปู่ซูลง แต่บัดนี้ข้าถูกขับไล่จากตระกูลซูเนื่องจากไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้องทางสายเลือด”
เจียวหั่วเงียบงันครู่หนึ่ง ชายหนุ่มผูี้นับว่าไม่เลว มันสามารถพูดคุยกับผู้เฒ่าได้อย่างลื่นไหล “เจ้าคงไม่ทราบว่าเหตุใดหนังสือนั่นถึงกล่าวอ้างเช่นนั้น มีราชันส่วนน้อยที่สามารถเปลี่ยนแปลงความเยาว์วัยได้ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ”
เจียวหั่วตั้งใจพูดคำว่า “ราชัน” ออกมา มันต้องการให้เฟยอวี่ทราบว่า แท้จริงแล้ว ระดับพลังยุทธของผู้เฒ่าอยู่ในชนชั้นใด แน่นอนว่าเฟยอวี่ทราบอยู่แต่แรกแล้วเพราะเจียวอ้าวที่บอกเล่า
ทันใดนั้น ฝ่ามือของเจียวหั่วกลับกลายเป็นเต่งตึงขึ้นมา เพียงฝ่ามือเคลื่อนผ่านใบหน้าไป ใบหน้าอันชราภาพของมันล้วนแปรเปลี่ยนเป็นหล่อเหลาสง่า นัยน์ตาของเฟยอวี่ขยายโตกว้างด้วยความตกตะลึงงัน กระทั่งเจียวอ้าวก็ตกใจไปด้วย นางก็เพิ่งรู้เป็นครั้งแรก ฝ่ามือของเจียวหั่วคืนสู่ความเหี่ยวย่นดังเดิม มันเคลื่อนผ่านใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตร ความชราภาพก็เข้าแทนที่อีกครั้ง
“อย่างที่เห็น ข้าสามารถปรับเปลี่ยนความเยาว์วัยได้ แต่ข้าชอบจะอยู่ในสภาพเช่นนี้มากกว่า มันเป็นสิ่งย้ำเตือนว่าข้าใกล้หมดอายุขัยแล้วหรือไม่”
เจียวอ้าวรู้สึกชื่นชมเฟยอวี่จากใจจริง นอกจากตัวของนางแล้ว ปู่ของนางไม่เคยสนทนากับใครผู้ใดได้ยาวนานเท่าเขามาก่อน กระทั่งบิดาของนางยังมิสามารถ…
“อ้าวเอ๋อดูดซับแกนพลังงานระดับเชี่ยวชาญขั้นสูงได้เช่นไร? เจ้าใช้วิธีการบำเพ็ญเพียรคู่รึ…” นัยน์ตาของเจียวหั่วกลับกลายเป็นคมกล้า จิตสังหารเล็ดลอดออกมาเบาบาง ผู้ชราเฒ่าสัมผัสได้ถึงลมปราณภายในร่างของเจียวอ้าวที่ยังไม่เสถียรดี ปราณเซียนกลับปั่นป่วนวุ่นวาย…
ในข่าวลือที่แพร่สะพัดบ่งบอกว่า เป็นเจียวอ้าวที่เป็นผู้ชนะเลิศการประลองประจำปี อย่างไรก็ตาม ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงล้วนตกเป็นของเฟยอวี่ปราศจากข้อโต้แย้งใดๆ สังเกตจากลมปราณภายในร่างหญิงสาวที่ปั่นปวนรุนแรง ลักษณะเช่นนี้มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น นางเกิดการทะลวงยุทธหลายขั้นระดับ ทำให้ร่างกายยากจะปรับให้คุ้นชินกับลมปราณที่พุ่งสูงฉับพลัน
ถ้าผู้สังเกตเป็นผู้ฝึกตนธรรมดา ข้อสันนิษฐานนี้คงถูกปัดทิ้งทันที นี่สืบเนื่องจากลมปราณในร่างของเฟยอวี่ล้วนนิ่งสงบอย่างถึงที่สุด… วิธีการบำเพ็ญเพียรคู่เป็นวิธีโบราณที่อาศัยขั้วของหยินและหยางในการซึมซับพลังที่เหนือขอบเขตการดูดซับของมนุษย์ และเป็นวิธีการที่อันตรายถึงแก่ชีวิต!! แกนพลังงานที่พวกเขาได้รับคือแกนพลังงานอสูรระดับเชี่ยวชาญขั้นสูง เฟยอวี่ที่อยู่ระดับเริ่มต้นย่อมได้รับคุณประโยชน์จากการบำเพ็ญคู่อย่างแน่นอน! เป็นไปไม่ได้ที่เจียวอ้าวจะทะลวงระดับแค่คนเดียว…
สิ่งเดียวที่จะอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เฟยอวี่นั้นมีพรสวรรค์สูงส่งอย่างมาก มันมากพอจะปรับลมปราณที่พุ่งสูงฉับพลันให้เกิดความเสถียรในระยะเวลาไม่นาน
สีหน้าขุ่นเคืองของเจียวหั่วแปรเปลี่ยนสู่รอยยิ้มลึกลับ “ช่างเป็นเจ้าหนูที่น่าสนใจ… เจ้าคงมีความมั่นใจมากพอถึงได้เลือกหนทางการบำเพ็ญเพียรคู่ จะว่าไปแล้ว เมื่อไม่นานมานี้คงมีคนเฒ่าคนแก่มาชวนเจ้าเป็นศิษย์ เหตุใดเจ้าถึงปฏิเสธ? เจ้าไม่กลัวรึว่าคนแก่ผู้นั้นอาจกลายเป็นเทพเซียนคนถัดไปในอนาคต?”
คำพูดของเจียวหั่วโจ่งแจ้งแจ่มชัด เทพสงครามมิใช่คนโง่ มันชาญฉลาดราวกับนักปราชญ์ เฟยอวี่ตระหนักได้ในทันที ทั้งคนเฒ่าคนแก่ที่มันหมายถึง ทั้งเจตนาที่พูดว่า “อาจกลายเป็นเทพเซียน” ปู่ของเจียวอ้าวล้วนกำลังจะสื่อว่า… เจ้าสำนักจะกลายเป็นเทพเซียน… ต่อให้้เจ้าสำนักจะกลายเป็นเทพเซียน ความตั้งใจอันแน่วแน่ของชายหนุ่มย่อมไม่เสื่อมคลาย เขาได้กราบหนิงเซียนเป็นอาจารย์แล้ว มันย่อมไม่มีสิ่งมีชีวิตใดในโลกนี้ที่เก่งกาจไปกว่านางอย่างแน่นอน
“ข้าปฏิเสธ ตัวของข้าได้คุกเข่านับถือคนผู้หนึ่งเป็นอาจารย์ ข้าไม่มีทางทรยศต่ออาจารย์ของข้าเด็ดขาด”
ในมุมมองของผู้ชรา ตัวของมันได้รับสมญานามว่า “เทพสงคราม” เมื่อครั้นอดีตกาลในมหาสงครามศักดิ์สิทธิ์ สายตาที่ผู้ชราประเมินทุกผู้คนประหนึ่งมองเด็กน้อยอ่อนต่อโลกก็มิปาน นี่คือความแตกต่างของประสบการณ์ กระทั่ง พระมหาจักรพรรดิหนานหมิงแห่งราชวงศ์หนาน ผู้ปกครองแดนราชันและมหาทวีป มันยังเป็นเพียงเด็กน้อยในสายตาของเจียวหั่ว ประสบการณ์ชีวิตมันต่างกันมากถึงเพียงนั้น…
ด้วยสาเหตุนี้ที่ทำให้มันคิดไปเองว่า อาจารย์ของเฟยอวี่ไม่มีทางเก่งกว่าผู้สืบทอดของเทพเซียนกระบี่… เจียวหั่วจึงเข้าใจไปในทางของความภักดี เจียวหั่วขมวดคิ้วเป็นปมแน่น ชายหนุ่มผู้นี้มันฉลาดหรือโง่กันแน่? บางทีอาจเป็นทั้งคู่ ตัวผู้ชราอุส่าเน้นเสียงหนักแน่นตรงคำว่า “เทพเซียน” ขุมอำนาจนี้สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้อย่างง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือ
“ความภักดีมันก็ดี แต่นั่นไม่ได้ทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้น อาจารย์ของเจ้าจะแข็งแกร่งไปกว่าเทพเซียนได้อย่างไร?”
หางคิ้วของชายหนุ่มกระตุกเล็กน้อย เขากล่าวตอบอย่างไม่สบอารมณ์ “อาศัยเพียงผู้ฝึกตนที่เพิ่งทะลวงสู่ขอบเขตเทพเซียน คิดจะตั้งตนทัดเทียมอาจารย์ของข้าเลยรึ?”
เมื่อคำพูดโอหังเหล่านั้นถูกกล่าวต่อหน้าเทพสงคราม ผู้ชราตกตะลึงวูบหนึ่ง เจียวอ้าวเลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจลึกล้ำ นางจำความบ้าบิ่นของบุรุษผู้นี้ได้ ถึงกระนั้น หญิงสาวล้วนไม่คาดคิดว่ามันจะมากมายถึงเพียงนี้!! ขนาดนางกล่าวเตือนไปว่าท่านปู่เป็นหนึ่งในราชันจักรพรรดิในตำนาน เขากลับยังกล้าหยิ่งผยอง!!
แน่นอนว่าวาจาเหล่านี้ก่อเกิดจากการที่หนิงเซียนถูกดูหมิ่น… ดูถูกเฟยอวี่นั้นยังพอรับได้ แต่ดูถูกหนิงเซียนเขายอมไม่ได้!! และวิธีเดียวที่จะสามารถรอดพ้นจากสถานการณ์ในตอนนี้…
“เจ้าหนู เจ้ารู้หรือไม่ว่าพูดอะไรออกมา…” น้ำเสียงของเจียวหั่วกลับกลายเป็นเยือกเย็น ผู้ชราหรี่ตาทอดมองลงมาราวกับราชัน เพียงสามลมหายใจ บนใบหน้าของผู้ชราปรากฏรอยยิ้มขึ้น “หาญกล้านัก! ข้าอยากรู้จริงเชียวว่าอาจารย์ของเจ้าเป็นผู้วิเศษมาจากใด!!”
สำนักกระบี่คู่สวรรค์และสำนักกระบี่ดาราสวรรค์เป็นสำนักรูปแบบปิด มันปลีกตัวแยกออกมาจากโลกภายนอก ข่าวสารนั้นยากจะสืบสาวไปถึงผู้คนจากโลกภายนอก หากพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นในสำนักกระบี่ดาราสวรรค์อย่างละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างในตำหนักหลัก ตริตรองในคำพูดของบรรดาศิษย์น้อยใหญ่และตัวของเจียวอ้าวเอง จะทราบว่า เจียวอ้าวเพิ่งจะเกิดรอยแผลเป็นขึ้นไม่นาน หลังจากนั้นล้วนสามารถคาดเดาได้โดยง่ายถึงเหตุผลที่ผู้ชรามาเยือนในครั้งนี้…
นั่นหมายความว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นในสำนักกระบี่ดาราสวรรค์ซึ่งเป็นพื้นที่ปิด มันอาจรั่วไหลออกไปสู่โลกภายนอก หรือตระกูลเจียวอาจมีหน่วยข่าวกรองมาสืบข่าววงในไว้แต่แรก ไม่ว่าจะเหตุผลใด… เจียวหั่วผู้นี้คงรอบรู้ด้านข่าวสารไม่น้อย หมากบนกระดานถูกเฟยอวี่วางไว้ตั้งนานแล้ว เพื่ออาศัยมันในการเอาตัวรอดในกรณีฉุกเฉินเช่นนี้
“อาจารย์ของข้า คือราชันเซียน!!”
รูม่านตาของเจียวหั่วพลันหดรีดเล็กลงขณะหนึ่ง เมื่อมันออกมาจากการปิดด่านฝึกตน หนึ่งในข่าวลือประหลาดที่แว่วเข้ามาคงเป็นการปรากฏตัวของราชันเซียนในทวีปมังกร พริบตาแรกที่ได้ยิน มันเป็นข่าวลือที่บ้า! ใช่แล้ว มันบ้าบอคอแตกสิ้นดี!! เทพสงครามดำรงอยู่มานานกว่าหลายพันปี มันเข้าใจเรื่องนี้ได้อย่างกระจ่างแจ้ง ตัวตนของเซียนนั้นสูงส่งเกินจะกล้ากล่าวเปรียบเทียบกับสิ่งใด นี่ไม่ต้องพูดถึงการอ้างว่าตัวเองคือ “ราชันของเซียน” คงมีแค่คนบ้าเท่านั้นที่หาญกล้าพูดขึ้นมา!! ไม่สิ… กระทั่งคนบ้ายังไม่กล้าจะอ้างเช่นนั้น!!
ความตกตะลึงลานเข้าจู่โจมจิตใจ หนึ่งปู่หนึ่งหลานยืนแข็งทื่อราวกับก้อนหิน เจียวหั่วคืนสติกลับมาในชั่วพริบตา มันกระแอมไอเล็กน้อย “เจ้าหนูที่ลืมตาดูโลกมาได้ไม่นาน เจ้าคงไม่เข้าใจในตัวตนของเทพเซียน ไม่มีเซียนใดในประวัติศาสตร์ที่กล้ายกตนขึ้นเป็นราชันเซียน แล้วเจ้านำความกล้าใดมาพูดว่า …ราชันเซียนคืออาจารย์เจ้า”
สีหน้าของเฟยอวี่สงบนิ่งอย่างถึงที่สุด นี่สืบเนื่องจากมุมมองที่ต่างกันสุดขั้วของทั้งสองฝ่าย เฟยอวี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเทพเซียนสูงส่งเพียงใด ในขณะที่เจียวหั่วเข้าใจมันอย่างลึกซึ้ง ในมหาสงครามศักดิ์สิทธิ์ ตัวตนเยี่ยงเทพเซียนสามารถพลิกสถานการณ์ของสงครามได้ตลอดเวลา
ชายหนุ่มกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ผู้อาวุโส ท่านจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ประสงค์ของท่าน ข้ายังคงยืนกรานปฏิเสธในคำเชิญชวนของผู้ชราคนนั้น”
เจียวหั่วนิ่งค้างพูดไม่ออกอยู่พักใหญ่ ทันใดนั้น สีหน้าตกตะลึงพลันแปรเปลี่ยนสู่สำเนียงอันเร้าร้อน “อ่ะฮ่าฮ่าฮ่า เช่นนั้นก็ยอดเยี่ยม! ในเมื่อเจ้ายืนกรานว่าราชันเซียนเป็นอาจารย์เจ้า และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้เจ้าเป็นคู่ของอ้าวเอ๋อ ข้าจะทดสอบเจ้า ด้วยการโจมตีสามกระบวนท่า หากเจ้ายังไม่ตาย นับว่ามีคุณสมบัติที่จะมาเป็นสามีของหลานข้า!!”
ใบหน้าขาวราวหิมะของเจียวอ้าวกลับกลายเป็นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหู “ท่านปู่! ได้โปรดอย่าล้อข้าเล่น!!” เพียงสามลมหายใจ จากความขวยเขินเข้าสู่ท่าทางเป็นกังวล “ชายผู้นี้ช่วยข้าไว้หลายครั้งเลยนะ!”
เฟยอวี่ปรากฏแววหวาดหวั่นขึ้นมา ชายชราผู้นี้เป็นหนึ่งในราชันจักรพรรดิในตำนาน… เขาคงตายตั้งแต่กระบวนท่าแรกอย่างแน่นอน ไม่ทันได้ตั้งตัวอันใด เจียวหั่วพลันสะบัดฝ่ามือแนวราบหนึ่งคราว ชายชราเปิดปากขึ้นว่า “กระบวนท่าที่หนึ่ง หนึ่งในหมื่นส่วน”
แท้จริงแล้ว เจียวหั่วจะโจมตีใส่เฟยอวี่ด้วยพลังระดับหนึ่งในพันส่วน แต่เมื่อเจียวอ้าวพูดว่า “เขาช่วยนางไว้หลายครั้ง” ผู้ชราจึงใช้ออกด้วยพลังระดับหนึ่งในหมื่นส่วน อย่างไรก็ตาม มันเป็นระดับพลังที่หากคนธรรมดารับไป มันผู้นั้นจะสิ้นลมหายใจในทันที…
การโจมตีนี้เป็นเพียงการสะบัดแขนธรรมดา แต่ทว่า แรงลมที่พุ่งมาทางเฟยอวี่นั้นกลับมีพลังปราณอยู่ในระดับเชี่ยวชาญขั้นกลาง หากเป็นเฟยอวี่ที่ร่วมแข่งในการประลองประจำปี ชายหนุ่มคงแพ้พ่ายอย่างไม่ต้องสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บัญญัติแห่งการสูญสลายกำลังพักฟื้นตัว… หลังจากการทะลวงสู่ระดับเริ่มต้นขั้นเจ็ด ด้วยเคล็ดวิชาท่าท้าวข้ามดาราจักรขั้นหนึ่ง ความเร็วของชายหนุ่มพลันทัดเทียมกับระดับเชี่ยวชาญขั้นสูง เขามองเห็นพลังสายนั้นที่พุ่งมาเด่นชัด
เมื่อสายลมเข้ามากระชั้นชิด เฟยอวี่พลันโน้มกายไปข้างหลัง ส่งผลให้ส่วนสูงลดต่ำลง เพียงชั่วพริบตาเดียว คลื่นลมสายนั้นพลันพุ่งผ่านไปต่อหน้าต่อตา ตู้ม!! บังเกิดเสียงดังสะท้านกัมปนาท ชายหนุ่มหันขวับไปมอง ภาพเบื้องหน้าปรากฏต้นไม้ที่หักโค่นราวเจ็ดถึงแปดต้น ด้วยพลังการโจมตีของเชี่ยวชาญขั้นกลาง มันมิอาจสร้างพลังทำลายสูงส่งได้ขนาดนี้ พลังทำลายของมันทัดเทียมกับระดับเชี่ยวชาญขั้นสูง!!
…มันกะฆ่าข้าชัดๆ !!
“กระบวนท่าที่สอง สองในหมื่นส่วน” เจียวหั่วเอ่ยกล่าวเสียงราบเรียบ หนึ่งฝ่ามือของผู้ชราเฒ่าโบกสะพัดในแนวทแยง บังเกิดคลื่นลมสาดผ่านตรงดิ่งไปทางบุรุษหนุ่ม ความเร็วในครั้งนี้สูงกว่าครั้งที่แล้วสองเท่า!! …ระดับเชี่ยวชาญขั้นสูง!!
ความเร็วของมันนับว่าช้ากว่าความเร็วของเฟยอวี่เล็กน้อยเท่านั้น การโจมตีครั้งแรกของผู้ชราเป็นการโจมตีแนวระนาบส่งผลให้หลบการโจมตีได้ง่ายดาย แต่ทว่า การจู่โจมครั้งนี้มาในแนวทแยง มันยากจะหลบด้วยวิธีเดิม! ที่น้ำตกธาราสวรรค์อันเป็นจุดกำเนิดของความฝันกลางสนามรบ สัญชาตญาณการต่อสู้อันเป็นเลิศได้ฝังรากลึกไปถึงกระแสเลือดเพราะความฝันนั้น…
ชายหนุ่มแนบสองแขนชิดลำตัวแน่น เขาทำท่าต้นไม้ที่ราวกับจะล้มพับได้ทุกเมื่อ การโจมตีในแนวทแยงผ่านพ้นไปอย่างฉิวเฉียด ชายหนุ่มรู้สึกเสียวสันหลังวาบ… ประหนึ่งชีวิตกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย
ไม่ทันได้พักหายใจ “กระบวนท่าที่สาม สิบในหมื่นส่วน” เจียวหั่วสะบัดแขนในแนวราบ แต่การโจมตีนี้รุนแรงกว่าครั้งแรงถึงสิบเท่าตัว… ความเร็วที่พุ่งมาหาเฟยอวี่ล้วนทาบเทียบในระดับปรมาจารย์ขั้นต่ำ!!
ด้วยความรวดเร็วสูงส่งของระดับปรมาจารย์ ระยะห่างกว่าสามสิบช่วงก้าวประหนึ่งอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ แม้เฟยอวี่จะมีปฏิภาณไหวพริบเลิศล้ำเพียงใด วินาทีที่ฝ่ามือของเขากุมกำง้าวตัดสวรรค์ที่พกไว้บนแผ่นหลัง ระยะห่างของคลื่นพลังนั้นก็เหลือเพียงแค่หนึ่งช่วงแขนเท่านั้น…
…บึ้ม!!