อันหลินมองเถียนหลิงหลิงที่ตกใจจนปล่อยโฮล้มก้นจ้ำเบ้า ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย
“นี่ ฉันแค่ล้อเล่นเฉยๆ ทำไมเธอขวัญอ่อนขนาดนี้ สภาพจิตใจแบบนี้เธอยังกล้ามาทำภารกิจจับผีอีกเหรอ” เขาพูดอย่างแปลกใจ
เถียนหลิงหลิงเงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นว่าอันหลินไม่เป็นอะไร ใบหน้าเปื้อนน้ำตาก็ฉายความโกรธแค้นโถมใส่อกของเขาทันที ใช้กำปั้นเล็กๆ ทุบหน้าอกเขา
“ฮือ คนชั่ว ทำไมรังแกกันแบบนี้” เถียนหลิงหลิงร้องไห้พลางทุบตีไปด้วย
“ซู้ด...” เธอสั่งน้ำมูกจากนั้นก็ใช้เสื้อของอันหลินเช็ดแล้วด่าทออีกครั้ง
มุมปากของอันหลินกระตุกอยากพูดเหลือเกินว่า เธอใช้เสื้อของฉันแทนทิชชู ทำแบบนี้ไม่รังแกกันหรือไง
แต่สุดท้ายเขาก็อดทนอดกลั้นเพราะเขาเป็นฝ่ายผิดก่อน ล้อเล่นเกินเหตุไปหน่อย
ขณะที่เถียนหลิงหลิงกำลังระบายอารมณ์อยู่นั้นคล้ายว่าอันหลินจะได้ยินเสียงร้องไห้ดังมาจากอีกทาง...
“ฮือ...”
“แงๆ...”
เขาลูบหลังเถียนหลิงหลิงแล้วพูดว่า “เธอลองฟังสิเหมือนว่าจะมีผีอีกตัวกำลังร้องไห้เป็นเพื่อนเธออยู่...”
ร่างเล็กกะทัดรัดของเถียนหลิงหลิงสะดุ้งโหยง จากนั้นก็รู้ตัวทันที “คนชั่ว แกล้งฉันอีกแล้ว!”
อันหลิน “…”
ต่อมาเสียงร้องไห้อีกแห่งก็ดังขึ้นเรื่อยๆในที่สุดเถียนหลิงหลิงก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
เธอขนลุกขนพองไปทั้งตัวหันไปมองต้นเสียงอย่างหวาดผวา
“นี่...นายบอกว่าทางนั้นมีผีเหรอทำไมมันถึงต้องร้องไห้กับฉันด้วยล่ะ” เธอเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ
อันหลินระอาใจ“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง เธอมีปัญญาก็ไปถามเองสิ”
เถียนหลิงหลิงได้ฟังก็ตัวหดอีกครั้ง ความกลัวและความหวาดผวาปรากฏบนสีหน้าของเธอหมดแล้ว
อันหลินถอนหายใจเบาๆภารกิจนี้หากเขาไม่ตามมา เถียนหลิงหลิงอาจจะไม่ทันได้เห็นแม้แต่หน้าผีด้วยซ้ำก็คงตกใจจนหนีกระเจิงไปแล้ว
เขาเดินไปตามทิศทางของเสียงประหลาดเถียนหลิงหลิงตามหลังติดๆ ในมือกำยันต์สีเหลืองไว้แน่น
เสียงร้องไห้ดังขึ้นเรื่อยๆสุดท้ายก็ราวกับเสียงนั้นดังวนเวียนอยู่รอบตัว
พวกเขามองซ้ายแลขวากลับไม่พบร่องรอยที่น่าสงสัยอะไร
อยู่ไหนกัน
ทันใดนั้นอันหลินก็รู้สึกว่ามีความเย็นเยือกแผ่คลุมไปทั้งตัว
“กำลัง...ตามหาฉันอยู่เหรอ...”
เสียงแหบพร่าแว่วมา
จากนั้นก็มีร่างสวมชุดขาวลอยอยู่ตรงหน้าอันหลิน
มันไม่มีจมูกไม่มีปากมีแค่ลูกตาที่มีเนื้อสีเลือดยาวหนึ่งนิ้วเชื่อมอยู่ ห้อยต่องแต่งอยู่ข้างนอกกำลังสบตาอันหลินอยู่
“คุณพระ!”
อันหลินผงะตกใจ ปล่อยหมัดสะเทือนขุนเขาออกไปอย่างไม่รีรอ!
ตูม!
หมัดสีทองปกคลุมร่างที่ใส่ชุดขาว ระเบิดพลังอันน่าตะลึงออกมา
“กริ๊ด...”
ผีร้ายชุดขาวไม่ทันตั้งตัว ถูกหมัดสีทองกระแทกจนปลิวออกไปสิบกว่าเมตรล้มลงกับพื้นตัวสั่นระริก
เถียนหลิงหลิงยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องก็เห็นผีร้ายตัวนั้นถูกหมัดซัดจนตัวลอย อ้าปากค้างแต่กลับพูดอะไรไม่ออกทำได้แค่พึมพำว่า “สุดยอด...”
อันหลินไม่สนใจเถียนหลิงหลิงแต่วิ่งไปทางที่ผีตัวนั้นอยู่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หมัดสะเทือนขุนเขามีอานุภาพรุนแรงแม้จะเป็นผีร้ายระดับแม่ทัพ เมื่อถูกโจมตีอย่างจัง ก็อ่อนระโหยโรยแรงเช่นกัน
“เอ๊ะ ร่างของมันเริ่มโปร่งใสแล้ว ใกล้ตายแล้วเหรอ”เมื่ออันหลินเข้าไปใกล้ผีร้ายก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย
“ก็ใช่น่ะสิ นายรีบใช้วิชาเมื่อกี้นี้อีกครั้งรีบจัดการมันเถอะ!” เถียนหลิงหลิงหลบอยู่หลังอันหลินมองผีร้ายบนพื้นอย่างหวาดกลัว น้ำเสียงฟังดูร้อนรน
“ใจเย็นๆ ฉันโตจนป่านนี้แล้ว เพิ่งเคยเห็นผีครั้งแรกอยากลองศึกษาสักหน่อย...” อันหลินทำหน้าตื่นเต้นจ้องผีร้ายบนพื้นด้วยแววตาประสงค์ร้าย
เมื่อผีร้ายชุดขาวได้ยินประโยคนี้ก็เบิกตากว้าง!
อ้อ ตาของมันเบิกกว้างเป็นทุนเดิมอยู่แล้วอากัปกิริยานี้จึงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
แต่ลูกตาที่มีเนื้อสีเลือดกลับพุ่งไปทางอันหลินทันที
“คุณพระ! ขยับได้ด้วย! หมัดสะเทือนขุนเขาหนึ่งส่วนสอง!”
อันหลินเห็นดังนั้นก็ตกใจ ปล่อยหมัดสะเทือนขุนเขาออกไปอีกครั้ง
ตูม!
ผิวดินถูกกำปั้นกระแทกจนยุบลงไป ร่างของผีร้ายถูกหมัดซัดจนแบนราบ
“ฮือ...”
ผีร้ายชุดขาวโหยหวนเสียงแหบพร่า ร่างของมันโปร่งแสงยิ่งขึ้น
อันหลินหยิบกิ่งไม้ขึ้นมาเขี่ยลูกตาของผีร้ายตัวนั้น ม้วนลูกตากับเนื้อสีเลือดที่พุ่งออกมาราวกับม้วนงู
“อี๋ ขยะแขยง!” เถียนหลิงหลิงทนดูต่อไปไม่ได้แล้ว
“วิเศษสุดๆ ร่างโปร่งแสงแบบนี้ แต่พอใช้กิ่งไม้เขี่ยสัมผัสกลับสมจริงมาก!” อันหลินพูดอย่างตกใจ
ผีร้ายชุดขาวอ่อนเปลี้ยเพลียแรงเบิกตากว้าง “ฮือ...”
“เอ๊ะ จะว่าไปมันไม่มีปาก ทำไมถึงส่งเสียงได้ล่ะ”
อันหลินทำหน้าสงสัย จากนั้นก็ใช้กิ่งไม้เขี่ยตำแหน่งปากของผีร้ายมันเป็นสีขาวโพลน
เมื่อแหย่กิ่งไม้ลงไปกลับยุบลงไปราวกับลูกบอล
“หึๆ...น่าสนใจ” อันหลินรู้สึกสนุกไม่คิดว่าผีจะวิเศษขนาดนี้
“ฮือ...” ผีร้ายชุดขาวโหยหวนอย่างอ่อนแรง
อันหลินส่ายหน้าอย่างผิดหวัง“ทำไมถึงพูดอยู่คำเดียวล่ะ พูดอย่างอื่นไม่ได้เหรอ”
จากนั้นเขาก็เบนสายตาไปที่หน้าอกอวบอิ่มของผีร้ายใช้กิ่งไม้เขี่ยตำแหน่งนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น “อันนี้ใช่ของจริงหรือเปล่า...”
“ฮือ...” มีน้ำตาแวววาวผุดออกจากลูกตาที่ถลนของผีร้ายชุดขาว
“นี่! ทำไมนายถึงทำตัวอันธพาลแบบนี้”เถียนหลิงหลิงเห็นท่าทางของอันหลินแล้วร้องแหวขึ้นมายกมือแล้วปายันต์ปัดเป่ารังควานออกไป
ตูม!
เสาแสงสีทองพุ่งลงมาจากฟ้า โจมตีร่างของผีร้ายชุดขาวกลายเป็นสิ่งสุดท้ายที่กำราบมัน
ร่างของผีร้ายชุดขาวเลือนหายไปท่ามกลางเสาแสงสีทองเสียงร้องไห้โหยหวนลอยไปตามลม สุดท้ายก็หายไปในเส้นขอบฟ้า...
“เธอฆ่ามันทำไม” อันหลินเหลียวมองหญิงสาวข้างหลังอย่างไม่พอใจพูดอย่างโมโหว่า “เวลาที่ควรต่อสู้เธอกลับหงอเป็นกระรอกเวลาที่ควรอ่อนโยน เธอกลับเป็นเหมือนเสือตัวเมีย”
เถียนหลินหลินหน้าแดงก่ำราวกับแอปเปิ้ลสุกโต้เถียงเสียง อ่อนว่า “แต่เมื่อกี้นายกำลังจะทำตัวเป็นอันธพาลฉันจะปล่อยให้นายทำบาปไม่ได้...”
อันหลินยกยิ้มอยากศึกษาผีร้าย กลายเป็นทำตัวอันธพาลไปได้อย่างไร
เธอคิดบ้าอะไรของเธอกันแน่!
ขณะที่เขากำลังปวดใจที่ไม่ได้ศึกษาเป้าหมาย จู่ๆ ก็เลิกคิ้วยกหมัดแล้วปล่อยไปข้างหลัง
ตูม!
ร่างบิดเบี้ยวสีดำถูกโจมตี จากนั้นก็หายลับไปในความมืด
ไอสีดำห้าเส้นกำลังพุ่งไปหาพวกอันหลินพร้อมกับเสียงโหยหวน
เถียนหลิงหลิงชักยันต์แผ่นหนึ่งออกมาแล้วโยนไปทางไอสีดำข้างหน้า
ยันต์ส่องแสงเจิดจ้า ก่อตัวเป็นกระบี่สีทองหกเล่มพุ่งไปหาไอสีดำที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความเร็วแสง
คล้ายว่ากระบี่สีทองจะมีสรรพคุณกำราบไอดำเหล่านั้นเมื่อฟันไอทมิฬแล้ว มันก็จะอันตรธานหายไปในพริบตาราวกับน้ำเจอไฟ
หลังกำจัดไอทมิฬแล้วกระบี่เล่มสุดท้าย ก็สาดแสงสีทองใส่ร่างบิดเบี้ยวที่จู่โจมอันหลินเมื่อครู่มันกำลังจะกลืนหายไปกับความมืดแล้ว
อันหลินตาลุกวาววิ่งไปทางที่ลำแสงสีทองเส้นสุดท้ายหายไป ตะโกนลั่นว่า “เร็วเข้า! อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้คราวนี้ฉันจะจับผีตัวเป็นๆ แล้วศึกษาให้ดีเลย!”
ในความมืด เมื่อร่างบิดเบี้ยวได้ยินประโยคนี้ ก็หนีเร็วยิ่งกว่าเดิม...