ตอนที่ 15 สัตว์ประหลาด
ตอนแรกหร่วนหยวนหยวนยังระแวงว่าทำไมเยี่ยหรงเจินต้องช่วยเธอ แต่เมื่อนึกถึงความร่วมมือที่เคยคุยกันก่อนหน้านี้ก็เข้าใจทันทีตอนนี้สูตรซอสบ๊วยของเธอยังไม่คุ้มค่าให้เขาต้องซื้อในราคาสูง ด้วยเหตุนี้เขาต้องคิดวิธีเพิ่มมูลค่าสูตรซอสบ๊วยเสียก่อนแล้วค่อยซื้อไป
แต่…ทำไมกันล่ะ
เห็นๆ อยู่ว่าเยี่ยหรงเจินซื้อสูตรซอสบ๊วยด้วยราคาต่ำไปก่อนก็ยังได้จากนั้นตัวเองก็ค่อยทำการตลาดเพิ่มมูลค่าซอสบ๊วย ตัวเขาเองมีความสามารถดันให้ซอสบ๊วยเป็อาหารชื่อดังในเน็ตอยู่แล้วทำไมตอนนี้ต้องให้ขายผ่านมือเธอด้วย วิธีนี้กลับเพิ่มต้นทุนที่เขาต้องจ่ายไม่ใช่เหรอก็ในเมื่อหากเขารอซื้อสูตรซอสบ๊วยของเธอตอนเป็อาหารดังในเน็ตแล้ว จะต้องไม่ใช่ราคานี้แน่นอนดูไปก็ไม่ค่อยสอดคล้องกับหลักการที่นักธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับกำไรเลยสักนิด
ถึงแม้หร่วนหยวนหยวนจะไม่เข้าใจจุดประสงค์ของเยี่ยหรงเจิน แต่ที่เห็นตอนนี้เขาหวังจะร่วมมือกับเธออย่างจริงใจ ในเมื่อเยี่ยหรงเจินต้องจ่ายไปไม่น้อยเพื่อหาฟู้ดบล็อกเกอร์มาโฆษณามากมายคงไม่ใช่เพราะอยากจะเล่นตุกติกกับเธอหรอกใช่ไหม
คิดได้ดังนี้ เธอจึงเบาใจไปชั่วคราว และหาเหตุผลหนึ่งที่ค่อนข้างสมเหตุสมผลให้การกระทำของเยี่ยหรงเจินอย่างรวดเร็วบางทีเขาอาจจะอยากรักษาความร่วมมือกับเธอในระยะยาว ดังนั้นถึงเอาผลประโยชน์มาล่อใจเพื่อให้เธอลิ้มลองผลประโยชน์ทีละน้อยก่อนแล้วค่อยคิดหาทางให้บรรลุเป้าหมายของเขา
วันนี้หร่วนหยวนหยวนทำอาหารอีกโต๊ะใหญ่ อาหารส่วนมากล้วนไม่เหมือนสองครั้งก่อนแต่ครั้งนี้เธอใส่ใจว่าเยี่ยหรงเจินดูจะชอบกินอะไรเป็พิเศษ ถึงแม้เขาจะกินอาหารที่เธอทำจนหมดเกลี้ยงแต่เธอก็ยังสังเกตว่าเขาชอบอาหารบางจานเป็พิเศษ
ไม่ผิดจากที่คิด พอเยี่ยหรงเจินเห็นอาหารไม่กี่อย่างพวกนั้นดูเหมือนจะชะงักไป เขาเงยหน้าเหลือบมองหร่วนหยวนหยวนที่คลี่ยิ้มให้เขา
หร่วนหยวนหยวนหน้าตาสวยหวาน พอยิ้มทีก็ดูดีขึ้นอีก ราวกับบัวลอยน้อยน่ารัก
แววตาเยี่ยหรงเจินลึกซึ้งเล็กน้อย เขาพูดกับหร่วนหยวนหยวน“นั่งกินด้วยกันเถอะ”
หร่วนหยวนหยวนตะลึงงันทันที ไม่กล้าเชื่อหูตัวเองนิดหน่อย เยี่ยหรงเจินเรียกเธอให้นั่งกินพร้อมเขาเนี่ยนะถึงแม้อาหารที่เธอทำทุกครั้งจะเยอะมาก แต่ก็กินไม่พอทุกครั้ง ทำไมครั้งนี้ถึงเรียกเธอให้กินด้วยกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานะของทั้งสองคนต่างกันไกลขนาดนี้ ทำไมประธานเยี่ยซื่อกรุ๊ปถึงเรียกเชฟส่วนตัวอย่างเธอมารับประทานอาหารร่วมโต๊ะได้
“นี่…ไม่ดีหรอกมั้งคะ”
เยี่ยหรงเจินเลิกคิ้ว “มีอะไรไม่ดีล่ะ”
หร่วนหยวนหยวนเม้มริมฝีปาก ตอนนี้เธอรู้สึกว่าสถานะของเธอกับเยี่ยหรงเจินต่างกันไกลแต่เธอไม่ใช่คนที่ดูถูกตัวเอง ในเมื่อเขาเอ่ยปากเชิญแล้ว เธอจะลังเลอะไรกันล่ะ
ด้วยเหตุนี้หร่วนหยวนหยวนจึงนั่งลงตามสบาย
“ไปเตรียมชามกับตะเกียบให้คุณหนูหยวน”
เยี่ยหรงเจินสั่งพ่อบ้านที่อยู่ข้างกาย พ่อบ้านพยักหน้ารับคำ แล้วเตรียมชามและตะเกียบชุดหนึ่งให้หร่วนหยวนหยวนทันที
แน่นอนว่าชามและตะเกียบของตระกูลเยี่ยไม่ใช่ของทั่วไปแค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็ของพรีเมียม หร่วนหยวนหยวนก็จำได้ว่าเป็ชามแบรนด์ดังมิหนำซ้ำยังเป็ชุดเดียวกับที่เยี่ยหรงเจินใช้ชุดเครื่องจานชามชุดนี้สวยงามเป็พิเศษจนก่อนหน้าเธอเคยรู้สึกหวั่นไหว น่าเสียดายที่ราคาแพงหูฉี่เกินไปเธอได้แต่จำต้องยอมแพ้อย่างหมดทางเลือก
หร่วนหยวนหยวนเป็คนเจริญอาหารมาก แต่เธอเป็แค่คนร่วมโต๊ะ จึงไม่กล้ากินเยอะเกินไปกินไปเพียงเล็กน้อยก็วางชามลงและหยุดกิน
เยี่ยหรงเจินเหลือบมองเธอ ถามขึ้น “ทำไมอิ่มเร็วล่ะ คุณกินเก่งไม่ใช่เหรอ”
ถึงแม้จะเป็หร่วนหยวนหยวน แต่โดนคนอื่นพูดตรงๆ ต่อหน้าว่ากินเก่ง ก็รู้สึกอายอยู่บ้างก็เธอเป็ผู้หญิงนี่นา ก่อนหน้านี้ น้อยครั้งที่เธอจะเผยปริมาณการกินที่แท้จริงออกมาตอนอยู่ข้างนอกจนกระทั่งเธอสตรีมแล้วถึงเริ่มเป็ตัวของตัวเอง
“ฉันกลัวว่าคุณจะกินไม่พอ” เธอจำต้องพูดเช่นนี้
เยี่ยหรงเจินชะงักไป คลี่ยิ้มบาง “ไม่พอกินก็ไม่ได้หิวโซ คุณกินเถอะ”
ในเมื่อเยี่ยหรงเจินพูดขนาดนี้แล้ว หร่วนหยวนหยวนปัดความหวังดีไม่ได้ง่ายๆจึงหยิบตระเกียบขึ้นมาแล้วกินต่อไป
เดิมทีพวกเขาสองคนต่างกินเก่งทั้งคู่ ไม่ทันรู้ตัวก็กินอาหารบนโต๊ะใหญ่จนหมด
จนกระทั่งเคลียร์สนามรบไปแล้ว หร่วนหยวนหยวนถึงมีปฏิกิริยาเมื่อครู่เธอไม่ทันระวังจนกินไปครึ่งหนึ่ง ก่อนหน้านี้ เธอทำอาหารให้เยี่ยหรงเจินเยอะมากเขาก็ยังไม่พอกิน ครั้งนี้เธอยังกินหมดไปตั้งครึ่งหนึ่งอีก…
หร่วนหยวนหยวนอดหวั่นใจไม่ได้ แต่เยี่ยหรงเจินที่อยู่อีกฟากของโต๊ะอาหารกลับไม่มีท่าทีทุกข์ร้อนเลยแม้แต่น้อยเขาวางตะเกียบแล้วจัดแจงท่าที จากนั้นก็ช้อนตาขึ้นมาพูดกับเธอว่า“ครั้งหน้าผมอยากกินไก่ผัดเม็ดมะม่วง หิมพานต์”
ถึงแม้นายจ้างเสนอข้อเรียกร้องต่อเชฟส่วนตัวจะเป็เื่ปกติมาก แต่นี่เป็ครั้งแรกที่เยี่ยหรงเจินสั่งหร่วนหยวนหยวนทำอาหารก่อนหน้านี้เธอทำอะไรเขาก็กินโดยไม่สนใจว่าคืออะไร ตอนนี้ไม่คิดว่าเขากลับออกปากสั่งอาหารเธอรู้สึกประหลาดใจมากทันที
นี่หมายความว่า เยี่ยหรงเจินค่อยๆ สนใจอาหารแล้วใช่ไหม
โรคเบื่ออาหารของเขาไม่ต้องใช้ยาก็หายเองได้อย่างนั้นใช่ไหม
หร่วนหยวนหยวนพยักหย้า “ไม่มีปัญหาค่ะ”
เยี่ยหรงเจินหลุบตาลง จากนั้นก็พูดกับหร่วนหยวนหยวนว่า “จะไปเดินย่อยอาหารในสวนไหม”
ที่นี่ยังมีโซนที่เป็สวนขนาดใหญ่ ทว่าหร่วนหยวนหยวนมักรีบมารีบกลับทุกครั้งที่มาก็ทำอาหาร พอทำเสร็จก็กลับ แม้ว่าก่อนหน้าจะเคยเดินชมกับพ่อบ้านมาก่อนเล็กน้อยแต่ก็ไม่ต่างกับการขี่ม้าชมดอกไม้[1]
หร่วนหยวนหยวนลังเล “คุณเยี่ยน่าจะยุ่งมาก…”
เธอสับสนอยู่บ้าง สำหรับนักธุรกิจแล้ว เวลาเป็เงินเป็ทองเยี่ยหรงเจินเป็ท่านประธาน มีเวลาไม่ไปทำงานสะสางธุรกิจ ยังจะว่างมาเดินเล่นในสวนเป็เพื่อนเธอเหรอหรือเขามีแผนการอย่างอื่น…
แต่เธอมีอะไรดีให้เขามุ่งหวังด้วยเหรอ ถึงหน้าตาเธอไม่เลวร้าย แต่คนแบบเยี่ยหรงเจินจะมีนางฟ้าประเภทไหนที่ไม่เคยเจอมาบ้างล่ะ
เธอรู้สึกว่านี่เป็การทึกทักเข้าข้างตัวเองขึ้นมาทันที คงจะคิดมากไปแล้ว
เยี่ยหรงเจินตอบอย่างราบเรียบ “ไม่ว่าจะยุ่งขนาดไหนทุกวันผมจะหาเวลามาเล่นเป็เพื่อนลูกชายที่นี่”
ลูกชายก็คือสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ที่เขาเลี้ยงไว้ตัวนั้น หร่วนหยวนหยวนนึกขึ้นได้ทันทีก่อนหน้านี้ ทุกครั้งที่เยี่ยหรงเจินกินเสร็จ จะไปเล่นเป็เพื่อนเ้าลาบราดอร์ตัวนั้นจริงๆ…เธอแอบหน้าแดงเล็กน้อยตอนแรกเธอก็หลงทึกทักเข้าข้างตัวเอง คนเขาแค่อยากไปเล่นเป็เพื่อนสุนัข เลยถือโอกาสชวนเธอไปด้วยกันเท่านั้น
หร่วนหยวนหยวนหน้าแดงเล็กน้อยและตอบไป “ได้ค่ะ ฉันเองก็กำลังอยากเดินย่อยสักหน่อยเหมือนกัน”
จนกระทั่งทั้งสองคนลุกขึ้นพร้อมกันหร่วนหยวนหยวนถึงสังเกตว่าเยี่ยหรงเจินสูงกว่าตัวเองประมาณ่หนึ่ง เธอสูงหนึ่งเมตรหกสิบห้าเิเไม่นับว่าเตี้ยดูแล้วอย่างน้อยๆ เยี่ยหรงเจินก็น่าจะสูงหนึ่งเมตรแปดสิบห้าเิเได้
ไม่เพียงแค่นั้น พอดูใกล้ๆ เธอถึงพบว่าหน้าตาของเยี่ยหรงเจินสมบูรณ์แบบจนไร้ที่ติจริงๆใบหน้าไม่มีจุดบกพร่องแม้แต่น้อย เหมือนรูปบนบิลบอร์ดนั้นทุกอย่าง
หร่วนหยวนหยวนอดใจลอยไม่ได้
เยี่ยหรงเจินคลี่ยิ้ม “เราไปกันเถอะ”
หร่วนหยวนหยวนพยักหน้าไม่ทันรู้ตัว
ทั้งสองคนมาถึงสวนอย่างรวดเร็ว พอเห็นเยี่ยหรงเจินสุนัขขนาดใหญ่สีทองตัวนั้นก็กระโจนเข้ามา ปากยังคาบของเล่นสุนัขดูท่ามันเองก็รู้ว่าเขามาเล่นด้วย
เยี่ยหรงเจินรับของเล่นสุนัขที่เ้าลาบราดอร์คาบมาให้ ลูบหัวและเล่นกับมัน
หร่วนหยวนหยวนยืนดูภาพความอบอุ่นของคนหนึ่งคนและสุนัขตัวหนึ่งที่เล่นกันอยู่ไม่ไกลแล้วอดยิ้มไม่ได้
อย่างไรก็ตาม อยู่ๆ เธอก็ััได้ว่ามีเงาทะมึนร่างหนึ่งโอบล้อมตัวเองเอาไว้
หร่วนหยวนหยวนเงยหน้าตามสัญชาตญาณ ก็เห็นสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ั์หน้าตาดุร้าย
สัตว์ประหลาดั์นั่นรูปร่างสูงและมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร เลื้อยตัววนกลางอากาศเหมือนงู
บนหัวของมันมีเขา หน้าตาดุร้ายเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม ปกคลุมด้วยเกล็ดสีเหลืองทั้งตัวั้แ่หัวจรดเท้าอุ้งเท้าเหมือนกรงเล็บเหยียบเมฆดำ ม้วนตลบพร้อมเสียงฟ้าร้องกึกก้อง ทันใดนั้นก็กระโจนเข้าใส่เธอ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/Z212c5-ท่านประธานเทาเที่ยที่รัก-?r=search_article
[1] ขี่ม้าชมดอกไม้อุปมาว่าดูเพียงแค่ผิวเผิน