“นั่นมัน..อสรพิษตงฟาง เขามาทำอะไรที่นี่!!!”
ศิษย์สายนอกต่างพากันตกใจตื่นกับภาพที่พวกเขามองเห็นในตึกสมุนไพร ทุกๆเช้า เที่ยง บ่าย พวกเขาจะต้องมาดูแลแปลงสมุนไพรเพื่อเรียนรู้ เช้านี้พวกเขากลับเห็นบางอย่างที่ต่างออกไปและเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขากลัวไม่น้อย ทางฝั่งศิษย์ผู้หญิงต่างพยายามนำเสื้อผ้าออกมาสวมใส่ให้มากยิ่งขึ้นเพราะคนที่กำลังก้มถอนหญ้าและดูแลสมุนไพรอันตรายต่อผู้หญิง
“ให้ตายสิ มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ”
ตงฟางถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกหดหู่ เขาไม่รู้ว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวเรื่องอสรพิษตงฟางออกไป เดิมทีหากบอกว่าเขาเป็นคนเจ้าชู้ยังพอรับได้ แต่ท่าทางของศิษย์ผู้หญิงที่สวมใส่เสื้อผ้าให้หนาขึ้น ทำให้เขารู้ว่า อสรพิษตงฟางที่ทุกคนพูดถึง ต้องเป็นพวกบ้ากาม วิตถาร หื่นกระหายในเรือนร่างของผู้หญิงอย่างแน่นอน
“นี่ เขาจะไม่เข้ามาเปลื้องผ้าของเราใช่ไหม”
เสียงกระซิบของศิษย์ผู้หญิงทำเอาตงฟางหัวใจห่อเหี่ยว เขายังไม่เคยแก้ผ้าใครเลยสักคน หญิงสาวเหล่านี้กลับนำเอาคำบอกเล่าปากต่อปากมาพูดให้เขาได้ยิน ว่าเขาชอบแก้ผ้าศิษย์หญิง หรือชอบฉุดเข้าไปในสถานที่เปลี่ยว ยิ่งฟังหัวใจของตงฟางยิ่งเจ็บปวด เมื่อภาพลักษณ์คนเจ้าชู้ที่เขาคิด มันห่างจากความเป็นจริงในตอนนี้
“เอาเถอะ แค่ 2 ชั่วโมงทนๆหน่อย”
ตงฟางก้มตัวลงถอนหญ้าพลางใช้พลังจิตรักษาให้สมุนไพรต้นที่ใกล้ตายหรือเหี่ยวเฉากลับมาเป็นปกติ เดิมทีเขาสามารถถอนหญ้าออกจากแปลงทั้งหมดได้เพียงแค่กระดิกคิ้ว อาจารย์อี้กลับบอกให้เขาใช้มือในการถอนจนกว่าจะครบ 2 ชั่วโมง เขาจึงต้องคลานเข่าไปตามแปลงต่างๆเพื่อถอนหญ้า
โดยการลงมือถอนหญ้าของตงฟางทำให้ศิษย์สายนอกที่มองดูรู้สึกปลอดภัยเพราะตงฟางไม่ได้สนใจพวกเขา ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตนเอง
“จะเป็นเพราะไข่มุกสีเลือดไหมนะ”
ระหว่างถอนหญ้าตงฟางก็คิดถึงเรื่องที่เขาตรวจพบในร่างกายของตัวเอง เดิมทีสายเลือดของเขามีความสมบูรณ์เพียงแค่ครึ่งเท่านั้น อีกครึ่งหนึ่งเป็นสายเลือดของตระกูลหลี่ เขาจึงแบ่งระดับความบริสุทธิ์ของสายเลือดแม่ไว้ที่ 5 ส่วน เต็ม 10 ส่วน
ปรากฎว่าสายเลือดของเขามีความบริสุทธิ์เพิ่มขึ้นเป็น 6 ส่วนหลังจากผ่านประตูแห่งเทพธิดา สร้างความงุนงงให้เขาไม่น้อยว่าสายเลือดของเขาเพิ่มความบริสุทธ์ขึ้นมาตอนไหน
เป็นช่วงที่เขาถูกไข่มุกสีเลือดฝังหน้าผากหรือจะเป็นช่วงที่เขากลืนกินวิญญาณผู้นำนิกายโลหิตรุ่น 2 หรือจะเป็นการดูดเลือดของซูฮวารวมไปถึงการใช้เลือดของเหล่าปีศาจและคนมากมาย
แต่ทุกอย่างกลับมีความเป็นไปได้ที่เท่าๆกัน เนื่องจากของเหล่านี้ทำให้ร่างกายของเขาได้รับการเปลี่ยนแปลง ไข่มุกสีเลือดทำให้พลังจิตของเขาเลเวลอัพ วิญญาณผู้นำนิกายโลหิตทำให้เขาเข้าถึงทักษะจนเขาเข้าสู่เส้นทางผู้ใช้ทักษะมาร แล้วเลือดทุกหยดที่เขาดูดซับไปถูกนำมาปรับแต่งร่างกาย
ถึงอย่างนั้นตงฟางกลับคิดว่าสิ่งที่ทำให้ร่างของเขามีความเข้มข้นของสายเลือดมังกรมารบรรพกาลเพิ่มขึ้น คงไม่ใช่ทักษะของนิกายโลหิต หากเป็นจริงเขาคงจะอยู่ในช่วงพัฒนาความบริสุทธิ์ของสายเลือดไปที่ 7 ส่วน
ร่างกายของเขาตอนนี้กลับหยุดนิ่งที่ 6 ส่วนไม่มีวี่แววว่าเลือดที่ดูดซับจะทำให้สายเลือดของเขามีความบริสุทธิ์เพิ่มขึ้น ตงฟางจึงคิดว่ามันจะต้องเป็นเพราะไข่มุกสีเลือดแน่นอนที่ทำให้เขามีความเข้มข้นของเลือดมากกว่าเดิม
“เฮ่ย~!”
เสียงตกใจของศิษย์สายนอกที่เข้ามาในแปลงสมุนไพรดังขึ้นครั้งแล่าครั้งเล่าเมื่อพวกเขาเข้ามาเจอผู้ที่ได้รับฉายาว่าอสรพิษตงฟาง เหล่าหญิงสาวทุกคนต่างรีบมัดเสื้อผ้าให้แน่นขึ้น ทางฝั่งฝ่ายชายต่างหาหน้ากากมาสวมใส่กลัวพิษจะรั่วไหล่ ตงฟางทำได้เพียงแค่ถอนหายใจ กับการปฎิบัติตัวของผู้ที่เข้ามาใกล้ๆเขา
“ไปก่อนนะ อาจารย์อี้ให้ข้ามาดูแลสมุนไพรวันละ 2 ชั่วโมง ข้าไม่รบกวนพวกเจ้าแล้ว”
ตงฟางนำตะกร้าเก็บหญ้าไปวางไว้มุมห้อง จะมีศิษย์สายนอกนำมันไปจัดการต่อ ตอนนี้ได้เวลาเรียนช่วงเช้ากับอาจารย์อี้ เขาจึงเดินตรงไปยังห้องทดสอบหลอมยา
“อาจารย์อี้ ข้ามารับบทเรียนที่สอง”
“หืม เสร็จแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง”
“ข้าคิดถึงบ้านนิดหน่อย ไม่ได้ลงไปนอนเล่นบนแปลงสมุนไพรนานแล้ว”
“ฮ่าๆๆ อย่างนั้นเหรอ เอาล่ะ วันนี้ข้ายังไม่สอนเจ้าถึงบทเรียนที่สอง ก่อนจะเรียนข้าอยากให้เจ้ามีสถานที่พร้อมก่อน เจ้าจงทำความสะอาดห้องนี้ซะ จัดเก็บสมุนไพรให้ข้าด้วย หากทำเสร็จเร็วเจ้าก็ได้พัก”
ตงฟางอ้าปากกว้าง ห้องแห่งนี้ใหญ่มากแล้วยังเต็มไปด้วนลิ้นชักเป็นหมื่นๆเก็บสมุนไพรตั้งแต่ระดับ 1 ไปจนถึงระดับ 7 ในรูปแบบต่างๆ บางชิ้นสับละเอียด บางชิ้นบดเป็นผงหรือเก็บเป็นต้น ทำให้ต้องฟางอึ้งที่ต้องมาทำความสะอาดห้องแห่งนี้
“เอาล่ะ ลงมือสิ”
“ได้เลยท่านอาจารย์อี้”
ตงฟางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะปั้นหน้าให้กลับมาฮึกเหิมวิ่งเข้าไปจัดเก็บสิ่งที่ไม่ได้ใช้และทำการจัดระเบียบสมุนไพรมากมายที่มีร่องรอยหยิบจับออกไป บางลิ้นชักที่เปิดล้วนมีสมุนไพรจากลิ้นชักข้างๆกระเด็นมารวมกัน ทำให้ตงฟางต้องแยกพวกมันให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม
“เป็นทักษะที่สะดวกดี” อาจารย์อี้เหลือบมองตงฟางกำลังใช้ทักษะบางอย่างหยิบสมุนไพรออกมาจากลิ้นชัก มันเป็นทักษะดูลึกลับและยังไม่เป็นอันตรายต่อสมุนไพร เดิมทีหากใช้พลังวิญญาณหยิบจับสมุนไพร อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวสมุนไพรได้ ยกตัวอย่างเช่นการเก็บรักษาที่มีอายุการเก็บลดน้อยลง
—-----------------------------------
“เจ้า! ไปตรงนั้น”
“ส่วนเจ้า! ไปตรงนั้น”
ชายหุ่นล่ำพาดอีเตอร์ไว้บนบ่าชี้ไปยังศิษย์สายนอกเพื่อแบ่งงานภายในเหมือง ในระหว่างที่มันกำลังแบ่งงานช่วงบ่ายทุกๆวัน ทันใดนั้นขนทั่วร่างของมันกลับลุกชัน เมื่อคนที่มันพึ่งชี้หน้าไปเป็นคนที่คุ้นหน้า
“นั่นมันศิษย์หลักอสรพิษตงฟาง ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่!”
ชายหุ่นล่ำมองนิ้วตัวเองที่ชี้หน้าตงฟาง พลางเก็บนิ้วลงไปในกระเป๋ากางเกงกลัวจะถูกตัดขาด เมื่อครู่เขาใช้น้ำเสียงข่มขู่เล็กน้อยกลัวว่าตงฟางจะติดใจเอาความ จึงรีบหุบแขนเก็บกล้ามเนื้อให้เล็กลงแล้วไปยังอุโมงแร่ที่ตัวเองจำเป็นต้องขุด ปล่อยให้ตงฟางเข้าไปในอุโมงโดยไม่สนว่าเขามาทำอะไร
ศิษย์หลายคนที่เห็นตงฟางพวกเขาต่างตกใจ ไม่รู้สาเหตุว่าตงฟางทำไมถึงเข้ามาขุกแร่กับพวกเขาทั้งๆที่เป็นศิษย์หลักของผู้นำนิกาย
“พวกเจ้าไม่ต้องมองข้าด้วยสายตาแบบนั้น ต่อไปนี้ข้าจะขุดแร่กับพวกเจ้าเป็นเวลา 2 ชั่วโมงต่อวัน เอาล่ะ ขุดใครขุดมัน ข้าไม่ฆ่าคนหรอกนะ”
ตงฟางหันกลับเข้ามุมแล้วฉีกยิ้มกว้างหลังจากเขาพูดด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อยทำตัวเหมือนว่าการฆ่าเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาเพื่อไล่ให้ศิษย์คนอื่นหนีไป เขาไม่อยากให้ใครมาขุดแร่ใกล้ๆเพราะเสียงมันน่ารำคาญไม่น้อย
ศิษย์สายนอกที่มองจ้องตงฟางแล้วได้รับคำเตือนเล็กน้อย พวกเขาต่างค่อยๆขยับออกไปจากอุโมงแร่เดียวกันกับตงฟาง เพื่อไปยังอุโมงใหม่
“ถ้าเขาเผลอปล่อยพิษออกมาเราตายแน่”
“หัวหน้า ข้าขอไปอุโมงใหม่นะ”
“พวกแกจะทำอะไรก็ทำ”
การลงมือขุดแร่ของศิษย์ทั่วไปเริ่มต้นขึ้น โดยพวกเขาไม่มีใครเปิดปากพูดเลยสักคน กลัวจะส่งเสียงไปรบกวนผู้ที่ศิษย์สายใน นำเรื่องมากมายมาบอกเล่าว่าเขาฆ่ามารน่ากลัวด้วยการกางแขนเท่านั้น พิษมากมายของเขาก็พุ่งเข้าจัดการปีศาจที่ศิษย์หลักรับมืออย่างยากลำบาก กระทั่งพวกเขาเห็นตงฟางเดินออกมาจากอุโมงมุ่งหน้าออกไปจากเหมืองแร่ของสถาบัน ศิษย์สายนอกต่างถอนหายใจกันยกใหญ่ เหมือนยกภูเขาออกจากอก
“นี่ ทำไมเขาถึงต้องมาขุดแร่กับพวกเรา” ศิษย์สายนอกเกิดความสงสัย จนต้องเดินมารวมกลุ่มกันเพื่อหาเหตุผลที่ทำให้ตงฟางมาขุดแร่
“ข้าก็ไม่รู้ เขาบอกว่าจะมาขุดกับเราวันละ 2 ชั่วโมง”
“หัวหน้า พวกเราเอาแบบนี้ไหม เราลงมือขุดแร่หลังจากเขาขุดเสร็จ ยอมเลื่อนระยะเวลาขุดของเราออกไปสักนิด”
“ดีๆ ข้าว่าดีเช่นกัน แม้จะเลิกค่ำแต่ก็น่าจะปลอดภัยกว่าต้องทำงานกับเขา ข้ากลัวพิษจะกระจายในเหมือง”
ศิษย์ทุกคนต่างขนลุกชันเมื่อรู้ว่าเหมืองของพวกเขาอาจจะมีพิษปนเปื้อน จึงวางแผนให้อาจารย์นำอุปกรณ์ตรวจสอบพิษมาติดตั้งเพื่อความปลอดภัย
“อาจารย์ซิ่ว~ ~ ~!”
ตงฟางเดินตรงมายังห้องทดสอบ มองจ้องไปยังอาจารย์ร่างใหญ่สูง 2 เมตรกำลังหวดค้อนตีอาวุธด้วยท่าทางยำเกรง ทุกการกระแทกค้อนลงไปบนทั่งนี้เอง ล้วนสั่นสะเทือนอากาศจนวัสดุมากมายภายในห้องสั่นไหว
“มาแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้างกับการขุดแร่”
“สนุกมากเลยอาจารย์ รู้สึกว่าข้าจะนิ่งขึ้นด้วย ตอนเช้าถอนหญ้า ตอนบ่ายขุดแร่”
“งั้นเหรอ งั้นบทเรียนที่ 2 เราจะเรียนพรุ่งนี้ วันนี้เจ้าทำความสะอาดสถานที่แห่งนี้ก่อน แล้วก็นำทั่งพวกนั้นรวมถึงเตาหลอมไปวางในสถานที่ที่เจ้าอยากตีเหล็ก เราจะเริ่มเรียนกันในวันพรุ่งนี้”
ตงฟางอ้าปากกว้างอีกเช่มเดิม แร่ภายในห้องกว้างแห่งนี้มีกองเป็นภูเขา สะเก็ดแร่และเศษที่หลงเหลือจากการตีเหล็กล้วนแล้วหกเต็มพื้น เมื่อรู้ตัวว่าเขาจำเป็นต้องทำความสะอาดก่อนจึงจับไม้เท้าแล้วเริ่มลงมือ คืนนี้เขาจำเป็นต้องไปหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ไม่อย่างนั้นพี่ซิงเยียนจะโกรธเขาแน่นอนเพราะผิดนัด
“ทักษะอะไรกัน” อาจารย์ซิ่วเหลือบมองตงฟางด้วยความสนใจ แม้เขาจะสัมผัสพลังวิญญาณของทักษะที่ตงฟางใช้ไม่ได้ เขากลับมองเห็นอากาศรอบๆสิ่งที่ตงฟางจับยกด้วยพลังกำลังบิดเบี้ยว จนรู้สึกสนใจในพลังของตงฟาง
เนื่องจากพลังนี้เขาเห็นบ่อยครั้ง ในช่วงที่ตงฟางมาทดสอบเขาก็เห็นตงฟางใช้ทักษะนี้เช่นกัน แม้จะมีการนำทักษะอื่นออกมาใช้ผสมกัน ทักษะที่ทำให้อากาศรอบๆวัตถุที่เขายกด้วยพลัง กลับเป็นทักษะหลัก
“อาจารย์ซิ่ว ข้าเก็บของเสร็จหมดแล้ว”
ตงฟางพูดออกมาด้วยความรู้สึกเหนื่อย พร้อมกับหอบร่างของเขาไปยังมุมห้องเพื่อเก็บไว้กวาด อาจารย์ซิ่วที่เห็นห้องกลับมาสะอาดในรอบหลายปีถึงขั้นฉีกยิ้มกว้างเพราะตงฟางทำความสะอาดได้ดีมากจนเห็นแผ่นกระเบื้องปูพื้นที่ไม่เห็นมาหลายปี
“ฮ่าๆๆ ไปๆ จะไปไหนก็ไป พรุ่งนี้เราจะเรียนกันต่อ”
“ครับอาจารย์ ข้าขอตัวก่อน”
ตงฟางลากร่างกายออกมาจากตึกเล่นแร่แปรธาตุด้วยความเหนื่อยอ่อน พลางมองไปยังท้องฟ้าที่กำลังจะมืด เขารู้ว่าตัวเองมีเวลาอีกนิดหน่อยในการทำความเข้าใจกับค่ายกลที่ตึกยันต์ จึงคิดจะไปอ่านมันต่อจากเมื่อวาน ทันใดนั้นเขากลับหยุดเท้ามองจ้องไปยังศิษย์หลักที่เข้ามาทักทายเขา
“ตงฟางสินะ ผู้นำนิกายเรียกเจ้าไปพบที่เกาะกลาง”
“หา” ตงฟางเบิกตากว้าง เขารู้จักเกาะกลางของสถาบัน สถานที่แห่งนั้นไว้ใช้สำหรับประชุมกันของเหล่าอาจารย์และใช้รับแขกจากภายนอก การเรียกเขาไปยังเกาะกลางทำให้ตงฟางพอจะรู้ว่าตอนนี้ คงจะมีผู้คนภายนอกเข้ามาในสถาบัน จุดประสงค์คงหนีไม่พ้นเรื่องผู้สืบทอดนิกายโบราณ
“ขอบคุณศิษย์พี่ ข้าจะไปตามที่ท่านบอก”
ตงฟางใช้พลังจิตหอบร่างของเขามุ่งหน้าไปยังเกาะกลางช้าๆ ไม่สนว่าใครจะรีบเพราะเขาเหนื่อยมากๆอยากนอนสักงีบเพื่อพักฟื้นตัวเอง
“ไม่สิ เราต้องรีบเพราะพี่ซิงเยียนรออยู่”