พี่น้อง ปอ ปลา 3
“งานเขียนของพี่ได้เงินเยอะมากเลยเหรอ?” ปรพัชรมองตึกสูงตาค้าง ปานลินเห็นอย่างนั้นก็หัวเราะชอบใจ“พี่สาวแกดังมากเลยนะ แกไม่รู้เหรอ?” ปานลินเชิดหน้าขึ้น “แกรออยู่นี่ก่อน เดี๋ยวพี่ไปแจ้งเจ้าหน้าที่แล้วเดี๋ยวจะเอารถมาเข็นกระเป๋าด้วย”“อือ”ปานลินไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับคุณลุงคนหนึ่ง เขาลากรถที่มีล้อมาด้วยหนึ่งคัน แล้วช่วยยกกระเป๋าขึ้นวางบนรถเข็น“อันนี้คีย์การ์ดเข้าตึกและเป็นคีย์การ์ดเข้าห้องด้วย เก็บไว้ดีๆ ล่ะ” ผู้เป็นพี่สาวยัดคีย์การ์ดใส่มือให้“นี่น้องชายที่บอกไว้เหรอหนูปลา?” ชายวัยกลางคนถามหลังจากช่วยเข็นกระเป๋าไปส่งที่ห้อง“ค่ะลุงพล นี่น้องชายของปลาเอง ชื่อปลาทูค่ะ” ปานลินแนะนำน้องชายอย่างเป็นกันเอง เธอกับลุงพลรู้จักกันดี เธออยู่คอนโดนี้มาเกือบจะสี่ปีแล้ว“สวัสดีครับลุงพล” ปรพัชรกล่าวทักทายเขา“สวัสดีๆ พี่น้องปอปลาเหรอเนี่ย หน้าตาดีกันทั้งคู่เลยนะ” ลุงพลหัวเราะชอบใจ ปานลินยังหัวเราะกับคำเรียกของเขา พี่น้องปอปลา ฟังดูตลกดีเหมือนกันนะ“คอนโดค่อนข้างเข้มงวด ถ้าจะพาคนนอกเข้าตึกก็ต้องแจ้งและลงทะเบียนก่อนนะพ่อปลาทู ชั้นล่างเป็นพื้นที่ส่วนรวม มีพนักงานประจำอยู่ที่ด้านหน้าตลอด มีอะไรก็เรียกลุงได้ ลุงเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลที่นี่แหละ”“ขอบคุณครับ” ปรพัชรขอบคุณ ช่วงสั้นๆ ระหว่างมาที่ห้องก็ทำให้พวกเขาสนิทกันขึ้นมาในระดับหนึ่งห้องของปานลินอยู่ที่ชั้นเก้า นับว่าอยู่สูงมากเหมือนกัน ห้องของเธอยังอยู่ที่มุมสุด ห่างไกลจากลิฟต์หน่อยแต่อยู่ใกล้บันไดหนีไฟ ปานลินคิดว่าอุ่นใจมากกว่า ปรพัชรมองนู่นนี่ไปเรื่อย คอนโดของพี่สาวหรูมากจริงๆ ไม่รู้ว่าห้องนึงราคาเท่าไหร่ หนึ่งชั้นเห็นมีไม่กี่ห้องเอง“ลุงพลรอปลาแป๊บนึงนะคะ เดี๋ยวปลาเอาขนมมาให้” ปานลินร้องบอกเมื่อมาถึงห้อง เธอวิ่งเข้าไปในครัวอย่างรวดเร็ว แล้วออกมาพร้อมกล่องใส่อาหารหนึ่งใบ“ปลาลองทำขนมอบแบบใหม่ ยังไงลุงช่วยปลาชิมหน่อยนะคะ” ปานลินบอกอย่างขี้เล่น“แหม หนูปลาทำอะไรก็อร่อยทั้งนั้นแหละ” ลุงพลตอบ “ยังไงก็ขอบใจมากนะ เดี๋ยววันหลังลุงจะเอากล่องมาคืนนะหนู”“ไม่ต้องรีบหรอกค่ะ เดี๋ยวปลาไปเอาที่ชั้นล่างเองก็ได้”ปานลินยิ้มบอก เธอเปิดประตูออกกว้าง ให้ปรพัชรน้องชายเอาสัมภาระต่างๆ เข้ามาด้านใน ปรพัชรยิ่งอ้าปากค้างเมื่อเห็นด้านใน พื้นที่กว้างมากๆ มีห้องนั่งเล่นตรงกลาง อีกด้านเป็นห้องครัว ยังมีห้องน้ำเล็กๆ ใกล้ๆ ด้วย ส่วนทั้งสองฝั่งก็ยังมีห้องแยกไปอีกสองห้อง“พี่บอกมานะว่าไปเอาเงินมาจากไหน? ห้องนี้ต้องแพงมากใช่ไหม? ไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีมาใช่ไหมพี่?!” ปรพัชรหันมาถามพร้อมทำหน้าจริงจังปานลินเบิกตากว้าง “น้อยๆ หน่อยไอ้ทู แล้วยังจะมาว่าพี่ชอบเพ้อเจ้อ แกก็เพ้อเจ้อไม่แพ้กันหรอก”“ถ้างั้นพี่ไปเอาเงินที่ไหนมาซื้อห้องนี้? แม่บอกว่าพี่ซื้อเองไม่ได้ขอเงินสักบาท ตอนนั้นพี่เพิ่งเรียนจบไม่ใช่เหรอ? ไอ้งานนักเขียนของพี่มันทำเงินได้มากขนาดนั้นเลยเหรอ?” ปรพัชรยังถามต่อเรื่องนี้เขาจริงจังมาก ถึงแม้ว่าทางบ้านของพวกเขาจะไม่ได้ยากจน ออกจะไปทางร่ำรวยด้วยซ้ำ แต่พี่สาวของเขาซื้อห้องราคาแพงด้วยเงินของตัวเอง ไม่ใช้เงินที่บ้าน ทั้งยังซื้อตอนที่ไม่น่าจะมีเงินมากมายเลยด้วย ไม่แน่ว่าพี่สาวอาจจะไปทำเรื่องไม่ดี แล้วเอาเงินที่ได้มา...“โอ๊ย แกปล่อยพี่ก่อน แล้วก็เลิกมโนด้วย” ปานลินทุบท่อนแขนของน้องชายที่จู่ๆ ก็เกิดบ้าขึ้นมา บีบแขนเธอจนรู้สึกเจ็บไปหมดแล้วเนี่ย “แกบีบพี่ทำไม มันเจ็บนะ!”“โทษทีๆ ลืมตัวไปหน่อย” ปรพัชรรีบปล่อยแขนพี่สาว พี่สาวอ่อนแอกว่าเขาแล้วจริงๆ บีบแป๊บเดียวเป็นรอยแดงเลย เป็นจ้ำดูน่ากลัวมาก ปรพัชรรู้สึกผิดนิดหน่อย แต่ความสงสัยมีมากกว่า “แล้วตกลงจะบอกผมได้ยัง?”“แกเป็นพ่อฉันเหรอฮะ บอกก็ได้ๆ พี่จองตอนเขาเปิดจองพอดี ได้ราคาดีมาก แล้วก็ผ่อนตั้งแต่เขาเริ่มสร้าง พอเรียนจบเขาก็สร้างเสร็จพอดี พี่เองก็ได้เงินก้อนใหญ่จากงานเขียนกับมีเงินเก็บอีกนิดหน่อยก็เลยเอามาโป๊ะส่วนที่เหลืออยู่ แต่เรื่องนี้พ่อกับแม่ก็รู้นะ ตอนมาจองยังมาทำเรื่องค้ำประกันให้อยู่เลย แม่คงบอกแกไม่หมด ตั้งใจเอาไว้อวดชาวบ้านล่ะมั้ง”“พี่มีเงินมากขนาดนั้นเลยเหรอ?” ปรพัชรยังไม่หายสงสัย“ไอ้น้องชาย แกดูถูกพี่สาวคนนี้มากเกินไปแล้ว พี่สาวที่แกคิดว่าต๊องๆ คนนี้มีเงินเก็บจากการขายนิยายออนไลน์ตั้งแต่มัธยมเยอะกว่าที่แกคิด แล้วพี่สาวคนนี้ก็ไม่ใช่ขี้ๆ นะ พี่สาวแกเรียนจิบวิศวกรรมโยธาเลยนะโว้ย ด้วยสมองอันปราดเปรื่องเล็กๆ นี่สามารถทำเงินจากการลงทุน แล้วก็ขายของเล็กๆ น้อยๆ ตอนเรียนได้เงินเป็นกอบเป็นกำ ดังนั้นเลิกสงสัยได้แล้ว” ปานลินร่ายยาว ลูบๆ ตรงที่ถูกน้องชายทรพีทำร้ายจนเจ็บแปลบๆ ไปมา“จริงเหรอ...” ปรพัชรพึมพำ พี่สาวของเขาหาเงินเก่งขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ไม่น่าล่ะหลังเรียนจบแม่ถึงไม่ว่าอะไรที่พี่ไม่ยอมหางานทำสักที “เจ็บไหม?”“เจ็บสิยะ!” ปานลินหันไปแหว ปรพัชรหน้าเจื่อนไปทันที“อากาศร้อนมากเลยเนอะ เดี๋ยวทูเอาของไปไว้ในห้องก่อน แล้วจะออกมาทำอะไรเย็นๆ ให้กินแล้วกัน” ปรพัชรรีบประจบเอาใจพี่สาว แม้แต่คำเรียกแทนตัวเองก็ยังฟังดูออดอ้อน “ทูอยู่ห้องไหนอ่ะ?”“ทางซ้ายเลยย่ะ”ปรพัชรรีบเผ่นเข้าห้อง ต่อมาก็ได้ยินเสียงร้องโอดโอยดังลอดออกมา ปานลินอารมณ์ดีขึ้นนิดหน่อย หลุดขำออกมาเล็กๆ ด้วย“พี่ปลา ทำไมแต่งห้องของทูแบบนี้อ่ะ!” ปรพัชรโผล่หัวออกมาจากห้องแล้วร้องถามห้องนอนที่พี่สาวบอกนั้นก็สวยดีอยู่หรอก แต่มันเหมือนห้องเด็กสามขวบอย่างไรอย่างนั้น ทั้งห้องถูกแต่งด้วยโทนสีชมพู ผ้าปูเตียงสีชมพูอ่อน ปลอกหมอนก็ยังเป็นสีชมพูเข้าชุดกับผ้าปูเตียง เครื่องนอนทั้งหมดเป็นสีชมพูที่ไม่เข้ากับผู้ชายอย่างเขาเลย ของตกแต่งอื่นๆ เป็นสีขาว นั่นยังพอทำใจได้ ยังดีที่ผ้าม่านยังเป็นสีขาวกับสีชมพูที่อ่อนมากๆ แต่ที่พื้นถูกปูด้วยพรมขนสีชมพูเข้มนี่มันยังไง?นี่คือห้องที่พี่สาวบอกว่าจัดไว้ให้เขาอย่างนั้นเหรอ?เขาไม่ชอบเลยแม้แต่นิดเดียว!ดูที่ปลอกหมอนนั่นสิ มันมีลายปลาทูหน้างอที่ไม่เข้าชุดมากๆ อยู่ด้วย แถมยังมีหมอนข้างรูปปลาทูตัวเบ้อเริ่ม“ก็พี่ชอบ พี่ว่ามันสวยดีออก ปลาทูน้องรักไม่ชอบอย่างนั้นเหรอ?” ปานลินจีบปากจีบคอตอบกลับไปอย่างกวนประสาท ทำตาโตเหมือนตกใจอย่างที่สุด“ผมเปลี่ยนใหม่ได้ไหมอ่ะ?”“ได้สิ” ปรพัชรกำลังจะดีใจ ถ้าไม่ติดว่ามีประโยคต่อท้ายให้ต้องคอตกกลับเข้าห้องไป “...ถ้าแกมีเงินละก็นะ”ปานลินหัวเราะลั่น เมื่อหลังจากนั้นมีเสียงร้องตะโกนอย่างขัดใจดังออกมา คนไม่มีเงินก็ต้องทนหน่อยนะไอ้น้องชาย............................................................................ครอบครัว ปอ ปลา ตา กลม o-o