Age of war

    ตอนที่ 75 ถือกำเนิดผู้กล้าแห่งปักษา

    [ปืน M16] ปืนเล็กยาวจู่โจมสัญชาติสหรัฐ ยิงด้วยกระสุนขนาด 5.56 มิลลิเมตร ลำกล้องยาว 508 มิลลิเมตร ใช้ระบบขับดันแก๊สในการยิง ยิงได้ถึง 600 - 900 นัดต่อนาที ความเร็วกระสุนจากปากกระบอก 960 เมตรต่อวินาที

    [ปืนเอเค-47] ปืนเล็กยาวจู่โจมสัญชาติรัสเซีย ลำกล้องยาว 415 มิลลิเมตร ใช้กระสุนขนาด 7.62 มิลลิเมตร ใช้ระบบขับดันแก๊สในการยิง ยิงได้ถึง 600 นัดต่อนาที ความเร็วกระสุนจากปากกระบอก 715 เมตรต่อวินาที

    ทั้งที่มีอำนาจ ความสามารถ และจำนวนมากล้นถึงหนึ่งหมื่นกระบอก แต่พวกเขาก็มิอาจสังหารชาวปักษาที่อยู่ตรงหน้าลงมาได้

    “แม่งคิดว่าตัวเองเป็นซุปเปอร์แมนหรือยังไงวะ! ”

    ทหารคนหนึ่งถึงกับพ่นคำหยาบคายออกมาอย่างไม่สบอารมณ์

    ร่างของชาวปักษาที่ต่อต้านและบินหลบกระสุนปืนนั้นมีความเร็วประดุจหนึ่งเป็นเส้นแสง

    เธอแข็งแกร่งประดุจเทพเจ้า แหะเหินเดินอากาศได้ อีกทั้งยังมีสัญญาณพร้อมระบบมันสมองที่ฉลาดล้ำช่วยเหลือสนับสนุนจากสัตว์เซลล์เดียวซึ่งสิงอยู่ในร่าง

    เธอคือสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งยิ่งกว่ามังกร ยิ่งกว่าเบฮีมอธ และอาจยิ่งกว่ามังกรในตำนานของเผ่ายักษา

    สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก [เปอร์ไซด์] และคงไม่มีอาวุธใดในสถานที่แห่งนี้ ที่สามารถทำร้ายเธอได้

    “เอากระสุนหัวจรวดให้มันกินแม่งเลย! ”

    [RPG] หรือก็คือ [ระเบิดซึ่งขับเคลื่อนด้วยจรวด] อาวุธร้ายที่มีเอาไว้เพื่อต่อต้านยานรถหุ้มเกราะได้ถูกงัดนำมาใช้เพื่อต่อกรกับสุดยอดสิ่งมีชีวิต [เปอร์ไซด์]

    RPG ชนิด MRO-A อาวุธต่อต้านรถถังที่ถูกพัฒนาโดยรัสเซียและเริ่มใช้งานปี 2003 อาวุธร้ายทรงกระบอกสีเขียวยาว 900 มิลลิเมตร หนัก 4.7 กิโลกรัม (ไม่รวมหัวกระสุน) ระยะยิง 450 เมตร ใช้หัวกระสุนขนาด 72.5 มิลลิเมตร

    เจ้าอาวุธร้ายดังกล่าวนั้น ได้ถูกบรรจุหัวจรวด และเล็งไปทางเปอร์ไซด์อย่างพร้อมเพรียงกัน

    MRO-A จำนวนห้าร้อยกระบอกส่งเสียงระเบิดคำรามลั่น พร้อมกับส่งควันสีเทาและพ่นแรงขับดันสีแดงน่ากลัวออกมา

    “กรี๊ด!? เจ้านี่อีกแล้วหรือค่ะ!? ”

    เปอร์ไซด์ยังจำได้ดีถึงวันที่ตัวเองถูกจรวดยิงไล่จี้ตูดเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้

    เธอกางปีกออกกว้างและร่อนบินทะยานออกไปด้วยความรวดเร็วเพื่อหลบหนีมัน

    รีดตัวเองให้แบนราบที่สุดเพื่อลดแรงเสียดทานอากาศ และเปิดใช้ปลายขนปีกที่ถูกดัดแปลงมายิงแก๊สอันรุนแรงจนมีความเร็วเทียบเท่าเครื่องบินไอพ่น

    ถึงจรวดที่ถูกยิงออกมาจะไม่ใช่ระบบติดตาม แต่มันก็มีเป็นจำนวนมากและถูกยิงในรูปแบบปูพรมจนแทบไร้ซึ่งช่องว่างหลบหนี

    แต่ทว่าเปอร์ไซด์กลับสามารถหลบหลีกด้วยช่องว่างเล็ก ๆ ที่แทบเป็นไปไม่ได้นั้นราวกับเป็นเรื่องตลก

    เธอบินหักหลบ รีดตัวเอง พุ่งแทรกไปในช่องว่างเล็ก ๆ นั้น อย่างงดงาม รวดเร็ว ประดุจราวกับว่าเธอกำลังแหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทรที่ว่างเปล่า

    เปอร์ไซด์บินลอดตามช่องว่างและเลียบไปตามผิวเปลือกของต้นไม้โลกที่แผ่กว้างตรงหน้า

    ที่กำแพงธรรมชาติอันกว้างใหญ่นั้น ได้เกิดสะเก็ดระเบิดไฟพวยพุ่งไล่ตามหลังเป็นเส้นตรงยาวอย่างน่ากลัว

    แต่ไม่มีนัดใดเลยที่ทำร้ายโดนผิวและขนอันอ่อนนุ่มของเธอได้



    ภาพการบินและหลบหลีกของเปอร์ไซด์นั้น ได้ไปซ้อนทับกับนิทานภาพของเผ่าปักษา

    นิทานภาพของตำนาน [ผู้กล้าแห่งเผ่าปักษา]

    ว่ากันว่าในอดีตเมื่อนานมาแล้ว มีฝูงปักษาหนึ่งคลั่งในอำนาจ และแผ่ขยายทำสงครามไปทั่วทั้งท้องฟ้าที่แผ่กว้าง

    ไม่มีที่ใดที่ไร้ซึ่งหยาดฝนเลือดสีแดง

    ทุกที่ ที่ฝูงบินจอมคลั่งอำนาจบินผ่าน มันจะต้องถูกย้อมไปด้วยเลือด

    ไม่ว่าจะเป็นฝูงที่ยิ่งใหญ่เพียงใด มีกองกำลังนับแสนหรือนับล้าน ก็ไม่อาจเทียบชั้นกับฝูงของพวกมันได้

    ซ้ำร้ายยิ่งวันพวกมันก็มีแต่จะเพิ่มขนาดฝูงมากขึ้นเรื่อย ๆ

    จนกระทั้งรู้ตัวอีกที พวกมันก็กลายเป็นฝูงที่มีจำนวนมากถึงหนึ่งร้อยล้านที่ไม่มีสามารถหยุดยั้งได้

    ทั่วทั้งผืนนภาต่างตกอยู่ในความทุกข์ยาก เหยื่อที่ล่ามาได้ต้องตกเป็นของจ่าฝูงผู้ทรราช

    แต่แล้วจ่าฝูงผู้ทรราชก็เป็นอันต้องพ่ายแพ้ไปพร้อมกับกองทัพนับล้านของเขา

    ด้วยฝีมือของคนเพียงผู้เดียวเท่านั้น

    ไม่มีใครทราบว่าเขาหรือเธอผู้นั้นมีเพศอะไร ไม่ทราบถึงถิ่นกำเนิด และไม่ทราบถึงรูปลักษณ์ที่ชัดเจน

    แต่ที่แน่ชัดอย่างหนึ่งคือผู้ปราบทรราชนั้น มีฝีมือของเจ้าแห่งนักล่าที่ไม่มีใครเคยพบเห็นมาก่อน

    ไม่มีธนูลูกใดที่ยิงโดนต้องตัวเขาได้

    บินเร็วจนไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า

    มีพละกำลังขนาดที่สามารถยกหินขนาดยักษ์ซึ่งใหญ่กว่าร่างกายตัวเองถึงสิบเท่าขึ้นมาโบยบินบนฟ้าได้

    และยังมีสัญชาตญาณเฉียบคมจนราวกับเป็นบุตรหรือธิดาแห่งเทพท้องฟ้า

    แล้วภาพของวีรชนแห่งตำนานนั้นก็ได้ซ้อนทับกับภาพของเปอร์ไซด์

    และนั่นจึงทำให้ชาวปักษาทุกคนในสถานที่แห่งนั้น ต่างพร้อมใจพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า---

    “ผู้กล้า...สีชาด”

    ---ว่า [ผู้กล้าสีชาด]

    ภายในดวงตาที่สิ้นหวังของชาวปักษา ฉับพลันได้กลายเป็นประกายเจิดจ้าแห่งความหวัง

    [ถ้าหากเป็นเธอละก็ ต้องช่วยพวกเราให้รอดชีวิตออกไปจากสถานการณ์นี้ได้แน่นอน]

    แต่ทว่าท่ามกลางฝูงชนเผ่าชาวปักษานั้น กลับมีผู้หนึ่งที่ไม่ได้รู้สึกยินดีเช่นนั้น

    “เปอร์ไซด์ นี่เธอ...”

    ในเวลานั้นมีความรู้สึกที่หลากหลายเกิดขึ้นมาภายในใจของโซเดียม

    รู้สึกตื่นตกใจ

    รู้สึกชื่นชม

    และรวมไปถึงความรู้สึกที่น่ารังเกียจอย่างความ [อิจฉาริษยา] อย่างไร้ซึ่งเหตุผล

    ความแข็งแกร่งที่โซเดียมต้องการมาครอบครองนั้น นอกจากโหยหาเพื่อได้รับการยอมรับจากฝูงและเพื่อปกป้องแล้ว เขายังอยากมีพลังเพื่อจะได้รับการยอมรับจากเปอร์ไซด์อีกด้วย

    แต่กลายเป็นว่าคนที่ตัวเองอยากให้เห็นความแข็งแกร่งนั้น กลับช่างแข็งแกร่งมากกว่าอย่างเหลือเชื่อ

    “ตลอดเวลาที่ผ่านมานี้… เราพยายามไปเพื่ออะไร… ”



    “เอา [รีปเปอร์-ต่างโลก] บินไล่ตามมัน! ดักหน้าดักหลังเลย! ”

    เครื่องบินไร้คนขับติดอาวุธจำนวนหนึ่งพันลำได้ถูกนำบินขึ้นท้องฟ้า

    “นั่นอะไรอ๊ะ? ”

    เปอร์ไซด์ตั้งคำถามกับตัวเองด้วยความสงสัยอยากรู้

    เธอเลยบินโฉบจับมาดูลำหนึ่งด้วยกรงเล็บอันแข็งแกร่งของเธอ

    แต่เนื่องจากขนาดที่แต่ต่างกันมาก เลยทำให้เธอดูเหมือนกำลังขี่เจ้าอสูรเหล็กตัวนี้ไปแทน

    [รีปเปอร์-ต่างโลก] หรือหุ่นสังหารที่ถูกส่งออกมาตัวนี้นั้น มีโมเดลที่พัฒนาและลอกเลียนแบบมาจาก [เอ็มคิว-9 รีปเปอร์] ยานไร้คนขับที่พัฒนาโดย GA-ASI เพื่อใช้ในกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา

    ยานที่มีความยาว 11 เมตร ปีกกว้าง 20 เมตร สูง 3.81 เมตร หนัก 2.223 ตันกว่า และสามารถบรรทุกของได้ถึง 1.7 ตัน

    และด้วยตัวถังที่ใช้วัสดุต่างโลก [แร่ฮีเฟสตุส] จึงทำให้มันมีน้ำหนักเบา และมีประสิทธิภาพเพิ่มกว่ารุ่นดั้งเดิม

    จากความเร็ว 482 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพิ่มเป็น 550 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไต่ระดับบินจาก 50,000 ฟุต มาเป็น 51,000 ฟุต และยังเพิ่มเวลาทำงานจาก 14 ชั่วโมงเป็น 24 ชั่วโมง

    อีกทั้งอาวุธยังถูกเปลี่ยนไปใช้วัสดุที่นำมาจากต่างโลกเช่นกัน

    [พืชปิกะปิกะ] พืชประหลาดที่สร้างประกายไฟฟ้าได้

    [พืชบาคุ] พืชประหลาดที่ให้ตัวผลไม้มีเนื้อเป็นสาร TNT

    ทั้งสองอย่างเป็นพืชพื้นถิ่นจากโลกของชาวปักษา พวกมันมีโครงสร้างที่ต่างออกไปจากสามัญสำนึกเดิมของมนุษย์ แต่แน่นอนว่ามีคุณสมบัติตามอย่างที่ได้พูดถึงเอาไว้ข้างต้น

    และด้วยมันสมองผนวกเข้ากับการวิจัยของสุดยอดอัจฉริยะเผ่ามนุษย์ [ยะมะโตะ] จึงได้กลายมาเป็นอาวุธต่างโลกที่ทรงประสิทธิภาพและมีน้ำหนักเบา อีกทั้งยังมีพลังทำลายล้างที่เหนือกว่าอาวุธเดิมที่มนุษย์เคยรู้จักอีกด้วย

    “!? ”

    เปอร์ไซด์ที่เกาะบน [รีปเปอร์-ต่างโลก] รู้สึกได้ถึงความตายที่แล่นผ่านไขสันหลังและรีบกระโดดบินหนีออกมา

    ในตอนนั้นเองที่ผิวของฝูงยานบินไร้คนขับพ่นควันสีม่วงจนเต็มไปทั่วทุกตารางนิ้วรอบตัวมัน

    ควันพิษที่มีฤทธิ์ทำลายประสาทและการสั่งการของสมองได้ถูกแผ่กระจายออกเป็นวงกว้าง

    เปอร์ไซด์รู้ได้ทันทีว่าร่างกายของตัวเองไม่อาจรับมือสิ่งนั้นได้ และรีบกระพือปีกสร้างลมบ้าหมูขึ้นมา

    ในเวลานั้นเหล่ามนุษย์ต่างมองดูภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ขบขัน

    ปีกน้อย ๆ แค่นั้นจะไล่ควันพิษออกไปได้เช่นไรกัน?

    ฝูงยานบินไร้คนขับบินตีวงล้อมกรอบเปอร์ไซด์ พร้อมกับพ่นควันออกมามากขึ้นจนร่างของเปอร์ไซด์ถูกกลืนกินไปจนมิด

    “เปอร์ไซด์!! ”

    โซเดียมกรีดเสียงลั่น

    เพราะว่ามันแต่อิจฉาริษยาจนหน้ามืดตามัว สัญชาตญาณเตือนภัยในตัวจึงมีความทื่อลง

    หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงเข้าไปร้องเตือนเปอร์ไซด์ทันไปแล้ว

    นี่คือความผิดของเขา

    เขาพยายามที่จะกางปีกบินขึ้นไปช่วย แต่ความเจ็บปวดจากบาดแผลที่หน้าอกมันไม่ยอมให้เขาทำเช่นนั้นได้

    แต่ดูเหมือนว่าความเป็นห่วงของเขาจะไม่จำเป็น

    ในเสี้ยววินาทีต่อมา ทุกคน ณ ห้องโถงแห่งนั้นก็ต้องตาโตขึ้นด้วยความตกใจ

    เกิดลมพายุบ้าหมูโหมกระหน่ำขึ้นพร้อมกับควันสีม่วงที่ถูกพัดปลิวขึ้นสู่ด้านบน

    “เอากลับไปซะ! ”

    เป้าหมายของเธอคือกลุ่มมนุษย์ที่กำลังยืนถือปืนอยู่พื้นที่ข้างบนเหนือขึ้นไปห้าสิบเมตร

    “ทุกคนรีบกระจายตัว! ”

    ทหารจำนวนหนึ่งหมื่นนายซึ่งประจำการตามผิวเปลือกของต้นไม้โลก ต่างวิ่งแยกออกไปทางซ้ายและขวาตามเส้นทางเดินเปลือกไม้ตรงหน้า

    ชายผู้โชคร้ายจำนวนหนึ่งร้อยคนที่หนีไม่ทัน ได้สูดพิษเหล่านั้นเข้าไปเต็มปอดและสิ้นชีพลงที่ข้างบนนั้น

    ร่างไร้วิญญาณร่วงหล่นลงมาจากเปลือกของต้นไม้โลก และกลายเป็นซากเนื้อที่แตกกระจายอยู่ตรงพื้นของห้องโถง

    แต่ในเวลาเดียวกัน เปอร์ไซด์เองก็ร่วงหล่นลงมาด้วยเช่นกัน

    “แค๊ก! ”

    เธออาเจียนออกมาเป็นเลือดก้อนใหญ่

    ดูเหมือนว่าเมื่อกี้เธอจะสูดพิษเข้าไปเป็นจำนวนมาก

    เผ่าปักษาที่อยู่ในสถานที่แห่งนั้นต่างรู้สึกทั้งหวาดกลัวและสิ้นหวังเมื่อเห็นผู้กล้าของตนเองได้รับบาดเจ็บ

    หรือว่าจะไร้ซึ่งความหวังที่จะมีชีวิตรอดเช่นนั้นจริง ๆ นะหรือ?

    “อุ๊บ! โอ๊กกก! ”

    เปอร์ไซด์อวกของเก่าในร่างออกมาพร้อมกับเลือดจำนวนมาก

    ร่างของเธอโซเซ เปลือกตาเริ่มปิดลง ก่อนจะล้มตัวลงไปกองบนเลือดของตัวเอง

    เธอนอนนิ่งไม่เคลื่อนไหวราวกับซากศพ

    ผู้กล้าแห่งเผ่าปักษาได้ตายลงแล้ว (?)

    “อ๊า...”

    คนที่ขยับตัวก่อนใครคือโซเดียม

    “อ๊า… อ๊ากกกกก! ”

    เขากรีดเสียงดังลั่นด้วยความโกรธแค้น

    แค้นตัวเองที่โง่เขล่าอิจฉาในความแข็งแกร่งของเปอร์ไซด์ แค้นที่ทำไมตัวเองถึงไม่ยอมเคลื่อนไหวช่วยต่อสู้

    ถ้าหากเขาออกคำสั่งให้เคลื่อนกองกำลังเข้าร่วมต่อสู้ เปอร์ไซด์ก็ไม่จำเป็นต้องต่อสู้คนเดียว

    ช่างโง่เขลานัก

    เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยไฟโกรธของโซเดียมได้ปลุกวิญญาณต่อสู้และสติของเผ่าปักษาขึ้นมาอีกครั้ง

    การสั่งหารหมู่มันยังไม่จบ

    ปลายกระบอกปืนนับหมื่นของเผ่ามนุษย์กำลังเล็งตรงมาทางเผ่าปักษาเป็นเป้าหมายต่อไป

    แต่พวกปักษาที่ได้สติกลับมาแล้ว ได้พร้อมที่จะต่อสู้ถวายชีวิต

    เพราะว่ามันยังดีกว่ามาตายเยี่ยงสุนัขข้างถนนนั่นเอง!

    “จงสู้เพื่อเปอร์ไซด์! ”

    “สู้เพื่อผู้กล้าของพวกเรา! ”

    “เค้ายังไม่ตายเสียหน่อยค่ะ! ”

    “สู้--- ผีหลอกกกก!? ”

    เปอร์ไซด์ที่ลุกขึ้นมาด้วยสภาพของร่างที่อาบเลือด ทำให้ทุกคนต่างตื่นตกใจจนกลายเป็นนกแตกรัง

    “ก็บอกว่าให้หนีไปยังไงละคะ! สู้ไปปกป้องไปมันเหนื่อยนะ! ”

    เปอร์ไซด์พูดด้วยน้ำเสียงที่โมโห ก่อนเริ่มกางปีกบินกลับขึ้นไปต่อสู้อีกครั้ง

    สาเหตุที่เปอร์ไซด์ยังมีชีวิตรอด มันเป็นเพราะว่าเหล่าสิ่งมีชิวิตเซลล์เดียวที่อาศัยอยู่ในร่างของเธอนั่นเอง

    พวกเขาช่วยกันปรับโครงสร้างร่างกาย และเพิ่มภูมิคุ้มกันจนสามารถต่อต้านสารพิษร้ายที่แทรกซึมเข้ามาในร่างได้

    เปอร์ไซด์ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าร่างกายของเธอกำลังวิวัฒนาการไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว

    “เปอร์ไซด์~”

    เธอโผบินทะยานขึ้นท้องฟ้าจนสูงลิบแทบติดผ้าเพดานห้องโถง

    เสียงตะโกนของเธอลากยาวจนดังสะท้านไปทั่ว

    “~คิก! ”

    เส้นทางหนีได้ปรากฏขึ้น

    ร่างของเปอร์ไซด์พุ่งทะลุเพดานเถาวัลย์ ทะลุหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กที่มนุษย์สร้างครอบเอาไว้ สู่ท้องฟ้าผืนกว้างอันแสนอิสระเสรี

    “... ยังมัวยืนอึ้งอะไรอีก บินกันได้แล้วเฟ้ย! ”

    โซเดียมที่ดึงสติกลับมาได้ก่อนใคร ได้เริ่มออกคำสั่งอย่างเกรี้ยวกราด

    เขาออกตัววิ่งสุดกำลัง และตบหัวเรียกสติทุกคนที่กำลังยืนอ่าปากค้าง

    เหล่าชาวปักษาที่รอดชีวิตต่างกางปีกบินไปทางรูกว้างที่เปอร์ไซด์ได้เปิดทิ้งเอาไว้

    “ไฮเจน แกเองก็หนีไปได้แล้ว! ”

    “ไม่! ฉันเองก็เป็นจ่าฝูงเหมือนแก จะให้ทำตัวน่าอับอายแบบนั้นได้ยังไง ฉันจะหนีก็ต่อเมื่อแกหนีเท่านั้น! ”

    “... งั้นพวกเรามาช่วยทุกคนจนถึงคนสุดท้ายกัน! ”

    “อือ! ”

    ว่าแล้วจ่าฝูงทั้งสองคนก็กางปีกบินขึ้นไป

    เป้าหมายของพวกเขาคือกองกำลังทหารเผ่ามนุษย์ที่กำลังสาดกระสุนเข้าใส่ฝูงของพวกเขา

    “อย่ายิงใส่คนที่ไม่คิดสู้สิฟะ! ”

    “ไอพวกไร้ยางอาย! ”

    พวกเขากางกรงเล็บเหยี่ยวออกแล้วบินโฉบใส่พวกมนุษย์จากมุมอับ

    “ไหวไหมโซเดียม! ”

    “ทั้งวันก็ยังไหว! ”

    พวกเขาบินเข้าโจมตีระยะประชิด หลบหลีกมีดและดาบปลายปืนที่แทงสวนกลับมา และช่วยรับมือในมุมอับของกันและกัน

    ไฮเจนที่คอยช่วยเหลือฝั่งปีกขวาที่โซเดียม

    โซเดียมที่คอยระวังฝั่งปีกซ้ายให้ไฮเจน

    สตรีสีขาวที่อดีตเคยเป็นบุรุษได้ประสานจิตใจกับบุรุษสีแดงผู้น่าชิงชังในอดีตเข้าด้วยกัน

    พวกเขาประสานงานกันได้ยอดเยี่ยมจนแทบไม่น่าเชื่อว่าในอดีตคือคนที่ไม่ถูกกัน

    “ไฮเจน! ”

    “ได้! ”

    นอกไปจากนี้ เพียงแค่ปรายสายตามองกัน พวกเขาก็ทราบได้ทันทีว่าอีกฝ่ายจะสื่ออะไร

    บางทีคงจะแอบมองแผ่นหลังซึ่งกันและกันมาตลอดเวลาที่ไม่ถูกกันในอดีต จนทำให้ทราบถึงอุปนิสัยของฝ่ายตรงข้ามขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

    ทหารฝ่ายมนุษย์ที่ถูกดึงเข้าสู้ระยะประชิดนั้นไม่อาจพอเป็นคู่มือให้กับสองจ่าฝูงผู้เก่งกาจได้

    พวกเขาถูกถีบกระเด็นตกลงมาราวกับห่าฝน

    แต่พวกเขาคงมาได้ไกลเพียงแค่นี้

    “ไม่ต้องไปสนใจหน่วยตรงนั้น ยิงถล่มเลย! ”

    ผิวของต้นไม้โลกนั้นมีส่วนของเปลือกและกิ่งก้านสาขาที่แตกแขนงออกมาเป็นจำนวนมาก

    ดังนั้นนักรบเผ่ามนุษย์ที่ยืนอยู่บนพื้นที่ดังกล่าว จึงสามารถวิ่งเปลี่ยนตำแหน่งและหามุมโจมตีใส่พวกไฮเจนกับโซเดียมที่กำลังก่อความวุ่นวายได้

    “ยิง! ”

    กระสุนสังหารถูกลั่นยิงเข้าใส่พวกเขา โดยไม่สนใจว่ากระสุนนั้นจะโดนพวกเดียวกันเอง

    “ไฮเจน! ”

    “รู้แล้วยะ! ”

    แต่พวกเขาทั้งคู่ได้หายไปจากตำแหน่งนั้นแล้ว

    โซเดียมใช้สัญชาตญาณที่เฉียบคมรับรู้ได้ถึงอันตราย และทิ้งตัวลงจากที่สูงก่อนกระสุนสังหารจะถูกยิงออกมา

    “อย่าให้พวกมัน---อ๊าก!? ”

    “ห้ามทำร้ายเพื่อนฉันนะ! ”

    ร่างของมนุษย์นกที่มีขนสีแดงสลับขาวได้บินเข้ามาแทรกกลางกองทัพของเผ่ามนุษย์กับจ่าฝูงทั้งสองคนเอาไว้

    “ไปเลยค่ะโซเดียม ไฮเจน! ออกไซด์ฝากโซเดียมด้วย! ”

    “ปี้! ”

    เจ้ามังกรน้อยออกไซด์บินผ่าดงกระสุนเข้ามาช่วยรับร่างของโซเดียมเอาไว้

    “ตัวอะไรเนี่ย!? ”

    “มันคือเจ้าหนูออกไซด์ ลูกของหนูเอง น่ารักใช่มั้ยละ! ”

    “ลูก!? ”

    เปอร์ไซด์พูดด้วยสีหน้าของคุณแม่เห่อลูกไปพร้อมกับแตะเสยคางเหล่าทหารเผ่ามนุษย์ตรงหน้า

    กระสุนจำนวนมากถูกหันไปยิงใส่เปอร์ไซด์ แต่กลับไม่มีนัดใดเลยที่สามารถยิงทะลุผ่านขนนกของเธอไปได้

    “บาดเจ็บอยู่ใช่มั้ยละ? ให้เจ้าหนูช่วยหนีออกไปเถอะค่ะ”

    เปอร์ไซด์กล่าวด้วยรอยยิ้ม

    โซเดียมข่มความรู้สึกเจ็บปวดจากบาดแผลตรงหน้าอก แล้วเกาะแผ่นหลังของมังกรน้อยจนแน่น

    “ปี้! ”

    “งั้นฉันไปก่อนนะเปอร์ไซด์ ฉันจะดูเจ้าโง่นี้ให้เอง”

    ไฮเจนพูดออกมาเช่นนั้นแล้วบินทะยานคู่ไปพร้อมกับมังกรน้อยที่แบกร่างของปักษาที่มีขนสีแดงทั้งตัว

    “ไปกันแล้วสินะ งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ~”

    เปอร์ไซด์ส่งยิ้มสวยให้กับเหล่าทหารของเผ่ามนุษย์อย่างไร้ซึ่งความตึงเครียด ก่อนจะสร้างกระแสลมรุนแรงแล้วบินหายลับตาไป

    “... หนีไปแล้ว? ”

    เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในสามนาทีเท่านั้น

    มันรวดเร็วมากจนสมองทหารฝ่ายมนุษย์ประมวลผลแทบไม่ทัน

    “ส่ง… ส่งฝูงบินไล่ตามไป อย่าให้พวกมันหนีไปได้เด็ดขาด! ”

    ก่อนจะตั้งสติและสั่งการส่งฝูงบินไร้คนขับไล่ล่าพวกเปอร์ไซด์ออกไปอีกครั้งหนึ่ง

    คล้ายกับเรื่องAge of war ที่คุณอ่าน