ข่าวการตอบรับคำขอหมั้นหมายจากแคว้นจ้าวแพร่สะพัดไปทั่ววังหลวงดุจไฟลามทุ่ง แม้จะไม่มีประกาศอย่างเป็ทางการ แต่บรรยากาศอันหนักอึ้งและสีพระพักตร์หมองคล้ำขององค์หญิงจือหลิงก็เป็คำตอบที่ชัดเจน ฮ่องเต้ทรงตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แคว้นจ้าวทางทิศเหนือมีกองกำลังทหารที่แข็งแกร่งกว่าแคว้นหลินหลายเท่า ทั้งยังมีนิสัยทะเยอทะยานหวังขยายอิทธิพล ข้อเสนอการแต่งงานนี้แท้จริงแล้วคือการยื่นคำขาดกลายๆ หากปฏิเสธ าย่อมมิอาจหลีกเลี่ยง และแคว้นหลินที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรแต่มีกำลังทหารน้อยกว่า ย่อมตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบอย่างมิต้องสงสัย ฮ่องเต้ไม่อาจทนเห็นทหารและประชาชนต้องล้มตายเป็เบือ จึงจำพระทัยยอมรับเพื่อซื้อสันติภาพ แม้จะต้องแลกด้วยความสุขของพระธิดาองค์เดียวก็ตาม
ในตำหนักขององค์หญิงจือหลิง ความเงียบงันเข้าครอบงำ องค์หญิงประทับนิ่งบนพระแท่น ดวงพระเนตรบวมช้ำจากการร่ำไห้มาหลายราตรี หมีขาวยืนอยู่ข้างกาย เงียบงันไม่แพ้กัน แต่ในอกของนางคือเพลิงแค้นและปณิธานอันแรงกล้าที่กำลังลุกโชน
"ข้า...ข้าต้องไปจริงๆ หรือ หมีขาว" องค์หญิงตรัสถามเสียงแ่เบา ความหวังริบหรี่ในแววพระเนตร
หมีขาวคุกเข่าลง กุมพระหัตถ์เย็นเฉียบขององค์หญิงไว้ "ข้าจะทูลขอพระเมตตาจากฝ่าาอีกครั้งเพคะ"
แต่นางรู้ดีว่าคำทูลขอใดๆ ย่อมไร้ผล เมื่อราชโองการได้ถูกตัดสินไปแล้ว หนทางเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมนี้ได้ คือการสร้างอำนาจที่มากพอ...มากพอที่จะทำให้ฮ่องเต้ต้องรับฟัง และมากพอที่จะทำให้แคว้นจ้าวต้องครั่นคร้าม
วันรุ่งขึ้น หมีขาวเข้าพบแม่ทัพใหญ่ผู้เป็พ่อบุญธรรม นางคุกเข่าลงเบื้องหน้าเขา "ท่านพ่อ ข้ามีเื่จะขอ"
แม่ทัพใหญ่ลูบเครามองเด็กสาวที่เขาเฝ้าดูการเติบโตมาตลอดสามปี "ว่ามาสิ"
"ข้าได้ยินว่ากลุ่มโจรูเาทางตะวันตกเฉียงเหนือกำลังสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านและกองคาราวานอย่างหนัก ข้าขออาสาไปปราบพวกมันพ่ะย่ะค่ะ"
แม่ทัพใหญ่ขมวดคิ้ว "ลำพังเ้าคนเดียวน่ะรึ โจรพวกนั้นชำนาญพื้นที่และมีจำนวนมาก แม้แต่กองทหารที่ส่งไปก็ยังเอาชนะได้ยาก"
"ข้าทำได้" หมีขาวตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "พละกำลังที่ข้ามี และวรยุทธ์ที่ท่านพ่อสั่งสอน ข้าเชื่อว่าจะจัดการพวกมันได้ และข้า้าสร้างชื่อเสียง...สร้างผลงานให้เป็ที่ประจักษ์"
แม่ทัพใหญ่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหมีขาว เขามองเห็นความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่ไม่เคยเห็นมาก่อน "เ้า้าอะไรกันแน่ หมีขาว"
"ข้า้าปกป้องสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับข้า" หมีขาวตอบโดยไม่หลบสายตา "และบางครั้ง...การปกป้องก็้าพลังอำนาจ"
แม่ทัพถอนหายใจยาว "เอาเถิด ข้าจะอนุญาต แต่เ้าต้องสัญญากับข้าว่าจะไม่ประมาท โจรูเาไม่เหมือนคู่ประลองในลานฝึก พวกมันเหี้ยมโหดและไร้ปรานี"
"ข้ารับปากท่านพ่อ"
ก่อนออกเดินทาง หมีขาวได้เข้าเฝ้าองค์หญิงจือหลิงเป็การส่วนตัว "องค์หญิง ข้าต้องเดินทางไปทำภารกิจสำคัญทางชายแดน อาจจะต้องใช้เวลาหลายเดือน"
องค์หญิงจือหลิงใจหายวาบ "เ้าจะไปที่ใด แล้วเื่..."
"โปรดวางพระทัย ข้าจะกลับมาพร้อมกับหนทางแก้ไข โปรดดูแลพระองค์ให้ดี อย่าเพิ่งยอมแพ้ต่อโชคชะตา" หมีขาวกุมพระหัตถ์องค์หญิงแน่น แววตาของนางเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างประหลาด
และแล้ว หมีขาวก็ออกเดินทางเพียงลำพัง มุ่งหน้าสู่ทิวเขาอันสลับซับซ้อนทางตะวันตกเฉียงเหนือ ที่นั่นคือรังของกลุ่มโจรหลายกลุ่มที่สร้างความหวาดผวามานานหลายปี ข่าวการมาถึงของเด็กสาวตัวเล็กๆ ที่หาญกล้ามาท้าทายพวกมันกลายเป็เื่ตลกขบขันในวงเหล้าของเหล่าโจร แต่เสียงหัวเราะเ่าั้อยู่ได้ไม่นาน
หมีขาวปลดปล่อยพละกำลังอันมหาศาลของนางออกมาอย่างเต็มที่ นางบุกตะลุยเข้าค่ายโจรทีละค่ายดุจอสูรร้ายในร่างเด็กสาว กำปั้น เท้า และกระบองไม้ที่นางใช้เป็อาวุธคู่กาย ฟาดฟันเหล่าโจรล้มระเนระนาด วรยุทธ์ที่แม่ทัพใหญ่ถ่ายทอด ผสานกับพละกำลังที่เหนืุ์ ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของนางรวดเร็ว รุนแรง และถึงตาย นางไม่ได้ต่อสู้เพื่อป้องกันตัว แต่ต่อสู้เพื่อสังหาร เพื่อสร้างความหวาดกลัว และเพื่อประกาศศักดา
เสียงกรีดร้อง ความโกลาหล และกลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปทั่วหุบเขา หมีขาวเคลื่อนไหวราวกับพายุคลั่ง นางไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่รู้จักความกลัว ในใจมีเพียงภาพขององค์หญิงจือหลิงและความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคต
หลายสัปดาห์ผ่านไป ข่าวการกวาดล้างโจรูเาโดยเด็กสาวลึกลับเริ่มแพร่กระจายไปทั่ว ไม่นานนัก ภาพอันน่าตกตะลึงก็ปรากฏขึ้นที่ประตูเมืองหลวง หมีขาวในสภาพมอมแมม เสื้อผ้าขาดวิ่นและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเืและดินโคลน กำลังลากร่างของหัวหน้าโจรชื่อดังจากค่ายต่างๆ ที่ถูกมัดรวมกันด้วยเชือกเส้นใหญ่ราวกับเป็พวงปลา ใบหน้าของหัวหน้าโจรแต่ละคนซีดเผือด เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง
ทหารยามหน้าประตูเมืองเบิกตาค้างด้วยความใ พวกเขารู้จักชื่อเสียงเรียงนามของหัวหน้าโจรเหล่านี้ดี แต่ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นสภาพเช่นนี้ ชาวเมืองที่สัญจรไปมาต่างหยุดยืนมองด้วยความอัศจรรย์ใจระคนหวาดเสียว
"ข้า...หมีขาว มาขอขึ้นเงินรางวัลค่าหัวโจรเหล่านี้!" เด็กสาวประกาศก้อง เสียงของนางแหบพร่าแต่ทรงพลัง
ข่าวการกระทำอันห้าวหาญและบ้าบิ่นของหมีขาวดังไปถึงพระเนตรพระกรรณของฮ่องเต้และแม่ทัพใหญ่อย่างรวดเร็ว ทั้งสองพระองค์เรียกตัวนางเข้าเฝ้าทันที
เมื่อหมีขาวก้าวเข้าสู่ท้องพระโรง รอยแผลและคราบเืยังคงปรากฏบนร่างของนาง แต่แววตาของนางกลับส่องประกายเจิดจ้าและทระนง ฮ่องเต้และเหล่าขุนนางต่างจ้องมองนางเป็ตาเดียว ในความเงียบนั้น ทุกคนต่างตระหนักว่าเด็กสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่เพียงองครักษ์ฝึกหัดธรรมดาอีกต่อไป แต่นางคืออัศนีบาต คือพลังอำนาจที่กำลังก่อตัวขึ้น และอาจจะเป็ผู้เดียวที่สามารถท้าทายชะตากรรมที่กำลังคืบคลานเข้ามาได้
แม่ทัพใหญ่มองดูนางด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งภูมิใจในความกล้าหาญและฝีมือที่พัฒนาขึ้น ทั้งกังวลในหนทางที่นางเลือกเดิน ส่วนฮ่องเต้นั้น พระพักตร์เต็มไปด้วยความประหลาดใจและครุ่นคิด เด็กหญิงที่พระองค์เคยคิดว่าจะเลี้ยงไว้เป็เพียงเครื่องมือ บัดนี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่านางมีเขี้ยวเล็บที่แหลมคมเพียงใด
"เ้าทำได้ดีมาก หมีขาว" ฮ่องเต้ตรัสในที่สุด "รางวัลที่เ้าจะได้รับ ย่อมสมกับความดีความชอบครั้งนี้"
แต่หมีขาวรู้ดีว่าเงินรางวัลไม่ใช่สิ่งที่นาง้า สิ่งที่นางได้มาในวันนี้คือชื่อเสียง คือความยำเกรง คือจุดเริ่มต้นของอำนาจที่นางจะใช้เพื่อปกป้ององค์หญิงจือหลิง