รู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress

    เป้าหมายของไป่ฟานเซียน

            การแสดงของหานจุนโป๋นั้นสามารถเรียกความสงสารจากคนที่ไม่รู้เรื่องราวได้อย่างง่ายดาย

             

            แม้แต่คนที่อยู่ในห้องรับรองในวันนี้ก็ยังเชื่อไปแล้วกว่าแปดส่วนว่าชายชราไม่ได้รับความเป็นธรรมจริงๆ

             

            ไม่ต้องพูดถึงในโลกออนไลน์ที่แค่มีความคิดเห็นชักนำนิดหน่อยผู้คนก็พร้อมจะถูกชักจูงไปตามกระแสนั้นๆโดยไม่ได้ไตร่ตรองด้วยตัวเอง  แล้วยิ่งทางไป่ฟานเซียนไม่ได้ออกมาตอบโต้เหล่าคนที่ถูกจ้างวานมาให้แสดงความคิดเห็นในทางลบก็ยิ่งได้ใจมากขึ้นไปอีก

             

            ถังเทียนจี๋ที่มองท่าทางที่แสนอ่อนแอและน่าสงสารของหานจุนโป๋นั้นแทบจะอยากอาเจียนเอาข้าวเช้าออกมา 

             

            ผู้ฝึกยุท์ขั้นที่8 ตัวเล็กๆ ที่ทั้งอ่อนโยนและสุภาพนอบน้อม ?

             

            เขายังจำภาพที่เด็กสาวคนนั้นแสดงท่าทีหยิ่งยโสและเอาแต่ใจในบ้านของเขาได้อยู่เลย!

             

             

            แต่เมื่อสถานการณ์มาถึงขั้นนี้แล้ว  ทั้งทางฝั่งเขายังไม่มีหลักฐานใดๆมาแก้ต่างจึงไม่แปลกที่มวลชนจะเริ่มย้ายไปอยู่ทางฝั่งของหานจุนโป๋ไม่ยาก

             

            ใช่แล้ว ครั้งนี้หานจุนโป๋ไม่ได้ต้องการเล่นงานไป่ฟานเซียนด้วย “พละกำลัง” เขาตระหนักได้เป็นอย่างดีจากการต่อสู้กันครั้งที่แล้วว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหญิงสาวตรงหน้าแต่เขากำลังพยายามดึงให้ไป่ฟานเซียนยอมแพ้จากกระแสของสังคมต่างหาก

             

             

            ยุคนี้ไม่ใช่ยุคบ้านป่าเมืองเถื่อนที่ใครจะสามารถฆ่าใครแล้วลอยนวลได้ง่ายๆ แม้แต่ตัวไป่ฟานเซียนเองก็ทราบดีจากการศึกษาช่วงที่ผ่านมา ยิ่งหานจุนโป๋ออกมาเปิดตัวให้ทุกคนเห็นผ่านช่องทางสาธารณะแล้วแบบนี้  ก็เหมือนเป็นการดึงสังคมมาเป็นโล่กำบังให้ไป่ฟานเซียนเคลื่อนไหวไม่สะดวก

             

            หากนางจะใช้กำลัง นั่นหมายความว่านางจะต้องฆ่าทุกคนที่ไม่เห็นด้วยกับนางไปเสียทั้งหมด?

             

            หากนางทำแบบนั้น  ก็จะมีคนมาโกรธแค้นนางไม่จบไม่สิ้น ทั้งเพื่อนคนรู้จัก หรือครอบครัวของพวกเขา แล้วนางก็ต้องสังหารพวกเขาเหล่านั้นที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยไปเรื่อยๆ?

     

            แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ไป่ฟานเซียนไม่ใช่ตัวตนแบบนั้น

             

            หานจุนโป๋แอบยิ้มในใจหลังจากที่ทำการรวบรวมข้อมูลของไป่ฟานเซียนครั้งใหญ่เขาพบว่าถึงนางจะค่อนข้างทำอะไรตามใจตัวเอง แตถ้านับจริงๆ จำนวนครั้งที่นางลงมือจนมีคนบาดเจ็บน่าจะมีแค่สามครั้ง

             

            ครั้งแรกคือที่บ้านตระกูลถัง

             

            ครั้งที่สองคือตัวเขาเองที่บ้านพักของนาง

             

            ส่วนครั้งสุดท้ายคือการปะทะกันโดยที่เขายังหาสาเหตุไม่ได้กับนางพญาแม่ม่ายแดง

             

            นั่นทำให้เขารู้ว่านางไม่ใช่คนไร้เหตุผลขนาดนั้น ไม่เช่นนั้นเขาก็คงไม่กล้าใช้วิธีนี้ในการกดดันนางอย่างแน่นอน  นอกจากนี้เขายังเตรียม “คน”ของกองทัพเอาไว้เผื่อเกิดสถานการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดแล้วด้วย

             

            เมื่อเห็นว่าสังคมเริ่มหันมาทางฝั่งตัวเองหานจุนโป๋ก็เริ่มพูดต่อ

             

            “อย่างที่ทุกท่านเห็นหลานของฉันอยู่ในสภาพนี้มาน่าจะเดือนหนึ่งได้แล้ว แม้แต่โอสถหรือการรักษาที่ดีที่สุดในประเทศก็ยังไม่สามารถทำให้เธอฟื้นขึ้นมาได้”

             

            เขาทำน้ำเสียงเศร้าสร้อยขณะที่ลูบหัวของหานเซี่ยวยี่ด้วยท่าทางน่าสงสาร

             

            “ฉันรู้ดีว่าการบาดเจ็บจากการปะทะกันระหว่างผู้ฝึกตนมันเป็นเรื่องธรรมดา...”หานจุนโป๋เหลือบไปมองเซี่ยจื่อโจวที่เป็นคนพูดคำนี้

             

            “แต่การบาดเจ็บจนพิการเช่นนี้มันก็เกินไปไม่ใช่หรือ?”

             

            เมื่อเขาพูดจบผู้ชมก็เริ่มส่งเสียงเซ็งแซ่พวกเขามองสภาพของหานเซี่ยวยี่ที่ดูน่าอดสูด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย 

             

            เพราะจากที่ดูพวกเขาก็เริ่มคิดว่ามันเกินไปจริงๆ!

             

            นอกจากนี้เด็กสาวคนนั้นยังเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่8 การที่ถูกตัวตนระดับปรมาจารย์ทำร้ายจนมีสภาพเช่นนี้ก็เริ่มทำให้พวกเขาโกรธแค้นขึ้นมา

             

            โดยเฉพาะเมื่อมีคนคอยปั่นหัวอยู่ในช่องความคิดเห็นตลอดในเวลานี้ต่อให้เป็นผู้หญิงที่สวยสดงดงามพวกเขาก็ยังมองว่ามันน่าเกลียดได้!

             

            “ใช่แล้ว นี่ขนาดเธอคนนั้นเป็นหลานสาวของปรมาจารย์หานนะ”

             

            “ถ้าเป็นพวกเราจะเป็นยังไง?”

             

            “ตัวตนระดับปรมาจารย์นี่ยิ่งใหญ่กันมาจากไหน?”

             

            ความคิดเห็นประมาณนี้เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เหล่าคนที่ถูกจ้างวานมาล้วนกำลังฉลองดีใจที่มันประสบความสำเร็จอย่างง่ายดาย!

             

            “ไม่ใช่แค่หลานของฉันแต่ในวันนั้นทั้งผู้อาวุโสติงและคุณชายอี้ที่อยู่ตรงนั้นก็ได้รับบาดเจ็บจนพิการเช่นเดียวกัน”

             

            หานจุนโป๋เบี่ยงสายตาไปยังหนึ่งหนุ่มหนึ่งชราที่อยู่ด้านหลังเขาส่งสัญญาณว่าถึงตาที่พวกเขาจะต้องแสดงบ้างแล้ว

             

            ติงคังหมิงพยักหน้าเขาจัดการอารมณ์ของตัวเองแล้วแสดงท่าทีเศร้าสร้อย

             

            “เป็นอย่างที่ท่านปรมาจารย์หานพูดวันนั้นผมแค่แวะไปทักทายตระกูลถังแต่ใครจะไปคิดว่าจะบังเอิญไปทำให้ท่านปรมาจารย์ไป่ฟานเซียนที่อยู่ที่นั่นด้วยไม่พอใจ”

             

            “ผมก็เหมือนกัน...คุณพ่อของผมรู้จักกับตระกูลถังมานานวันนั้นผมก็ไปที่นั่นแล้วถูกท่านปรมาจารย์ไป่ทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส...”อี้ฟานรีบอธิบายต่อ เขามองไปยังไป่ฟานเซียนที่จิบชาเงียบๆแล้วทำท่าทางหวาดกลัว

             

             

            “แล้วพวกคุณบาดเจ็บที่ตรงไหนล่ะ?”

             

            เซี่ยจื่อโจวขมวดคิ้วอย่างสงสัยเขาไม่ยอมปล่อยประเด็นที่ไม่ชัดเจนเหล่านี้ไปจากการมองคร่าวๆของเขาไม่เหมือนว่าทั้งสองคนนี้จะกำลังบาดเจ็บ

             

            พอมีคนเปิดประเด็นเหล่าผู้ชมก็เริ่มคิดขึ้นได้ ทั้งสองคนนี้ดูไม่เหมือนคนกำลังบาดเจ็บเลยสักนิด  ทั้งยังเดินเหินได้สะดวกสีหน้าก็ไม่เหมือนคนป่วย คำหล่าวอ้างของพวกเขาจึงดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือนัก

             

            “เอ่อ...”อี้ฟานใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายเขาหันไปมองติงคังหมิงและหานจุนโป๋เพื่อขอความช่วยเหลือแต่ทั้งสองคนกลับจ้องมาด้วยความกดดันแทน

             

            สุดท้ายชายหนุ่มก็ต้องพูด

             

            “สะ...ส่วนนั้นของผมไม่แข็งตัว”

             

            “...”

             

            ทั้งผู้ชมและคนที่อยู่ในห้องล้วนมองชายหนุ่มด้วยท่าทางแปลกประหลาด โดยเฉพาะคนแถวนั้นที่สายตาเบนลงไปมองยังเป้ากางเกงของชายหนุ่มอย่างอดไม่ได้

             

            “...เข้าใจล่ะ”

             

            เซี่ยจื่อโจวกระแอมทีหนึ่ง  เริ่มมีความคิดเห็นเชิงปลอบใจจากทางโลกออนไลน์เข้ามาบางส่วน ส่วนเจ้าตัวที่เปิดปากพูดออกมาเองรู้สึกเหมือนวันนี้เป้นวันที่เขาอับอายที่สุดในชีวิตเขาแอบเหล่มองไป่ฟานเซียนด้วยความแค้นที่ก่อตัวในใจ

             

            “ดังนั้นพวกเราไม่ได้ต้องการสิ่งใดมาก...แค่ท่านปรมาจารย์ไป่ยอมชดเชยด้วยโอสถของนางจนพวกเรากลับมาเป็นปกติก็เพียงพอแล้ว...”

             

            หานจุนโป๋พูดจบประโยคผู้คนในห้องที่มาที่นี่ด้วยวัตถุประสงค์เดียวกันล้วนหรี่ตา

             

            ตาแก่เจ้าเล่ห์เอ๊ย!

             

            ที่แท้ก็ต้องการโอสถพลิกสวรรค์ฟื้นชะตา!

             

            พวกเขาสบถสาปแช่งหานจุนโป๋กับแผนการที่ไร้ยางอายนี้ในใจแต่ก็แอบรู้สึกอิจฉาลึกๆไม่ได้เพราะดูท่าแล้วหานจุนโป๋จะเตรียมตัวมาดีจริงๆ!

             

            ขนาดที่ไปดึงตัวตระกูลอันที่อยู่ไกลถึงภาคใต้ให้มาร่วมมือด้วยได้ เพราะพวกเขาก็แอบเห็นรอยยิ้มบางเบาที่ริมฝีปากของนายใหญ่ตระกูลอันคนนั้น!

             

            ถึงขนาดยอมเสียสละลูกชายของตนเองจนบาดเจ็บ

             

             

            แต่มันก็คุ้มค่าจริงๆนั่นแหละ!

             

            คราวนี้เหล่าผู้ชมล้วนหันไปมองทางไป่ฟานเซียนเป็นตาเดียวกันผู้กำกับหวังเองก็กลืนน้ำลายขณะที่สั่งให้ซูมกล้องไปทางไป่ฟานเซียนที่นั่งอยู่อย่างสงบ

             

            นางจิบชาแล้วรับฟังสิ่งที่หานจุนโป๋พูดมาโดยไม่ขัดแม้แต่ประโยคเดียว ทำตัวราวกับกำลังนั่งดูละครและเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนาง

             

            เหล่าคนของนางแม้จะมีสีหน้าเป็นกังวลแต่เมื่อเห็นว่านายหญิงของพวกตนไม่ได้ดูเป็นเดือดเป็นร้อนก็สงบใจแล้วนั่งอยู่ข้างๆเพียงเท่านั้น

             

            “...จบแล้วหรือ?”

             

            ไป่ฟานเซียนลืมตาขึ้นมาแล้วสบเข้ากับหานจุนโป๋ชายชราสะดุ้งเล็กๆเมื่อปะทะกับแววตาที่ไม่แยแสของนาง

             

            นี่นางไม่กดดันเลย?

             

            หรือว่านางจะยอมแพ้แล้วหลอมโอสถให้พวกเขาอย่างง่ายดายจริงๆ

             

            “ปรมาจารย์ไป่...พวกฉันแค่มาเรียกร้องในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น”  หานจุนโป๋เปิดปากพูดเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้ เหล่าผู้ชมในโลกออนไลน์ก็เริ่มประหลาดใจที่นางไม่ตอบโต้หรือปฏิเสธอะไรเลย

             

            นางจะไม่แก้ตัวหรืออธิบายอะไรสักหน่อยหรือ

             

            ใช่แล้วไม่เลย ไป่ฟานเซียนเพียงแค่จิบน้ำชาไปเรื่อยๆ ผู้คนที่มารวมตัวในห้องนี้ก็ไม่กล้าจะเอ่ยปากขัดอะไรพวกเขารอคอยอย่างอดทนจนกระทั่งนางวางถ้วยน้ำชาที่ว่างเปล่าลงบนถาดที่พ่อบ้านชรายื่นมารับพอดี

             

            ช่วงที่เงียบไปนี้นางกำลังประมวลเรื่องราวในหัว

             

            นางสามารถฆ่าคนพวกนี้ที่มาวุ่นวายกับนางได้หรือไม่?

             

            ฆ่าได้

             

            แต่นั่นจะหมายถึงความสงบในชีวิตของนางจะพังทลายลงทันที ผู้คนจะเข้ามาทั้งเพื่อล้างแค้นและต้องการผลประโยชน์จากนางไม่หมดไม่สิ้น

             

            นางก็จะต้องสังหารพวกนั้นไปเรื่อยๆ  จนกระทั่งโลกใบนี้อาจจะเหลือแค่นางและคนของนาง

             

            แต่ถ้าทำแบบนั้นนางจะยังเป็นนางอยู่หรือ?

             

            เนื้อแท้ของนางคือ“จักรพรรดินีโอสถ”  ไม่ใช่ทรราชย์  มารร้าย หรือตัวเอกในนิยายที่นางเคยอ่านผ่านตาซึ่งสังหารคนไม่เลือกหน้า

             

            นอกจากนี้นางไม่ได้ตัวคนเดียวนางในตอนนี้มีเหล่าคนที่เข้ามาติดตามนางมากมาย ที่แข็งแกร่งเอาตัวรอดได้อย่างเซี่ยซูเหยาก็ไม่เป็นไร  แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังคงอ่อนแอ

             

            สามคนในนั้นยังเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆอยู่เลย

             

            นางไม่สามารถจะมาคอยปกป้องพวกเขาทุกคนได้ตลอดเวลา  รวมถึงนางไม่สามารถจะมาสั่งให้พวกเขาอาศัยอยู่ในเขตแดนของนางตลอดไป

             

            พวกเขาล้วนต้องมีชีวิตเป็นของตัวเอง

             

            ไป่ฟานเซียนลืมตา  เหล่าผู้ติดตามของนางรู้สึกว่าแววตานายหญิงของพวกเขาเปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้มันเคยดูเลื่อนลอยและไร้จุดหมายอยู่บ้าง โดยเฉพาะหวงจื่อหานที่อยู่กับนางมานานและช่วยนางแก้เบื่อมาโดยตลอดจะยิ่งเห็นชัดกว่าคนอื่น

             

            ตอนนี้นางมีเป้าหมายแล้ว

             

            นางจะทำเหมือนเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อนอีกครั้ง

             

            หากไม่อยากสังหารคนไม่เลือกหน้า  ไม่อยากให้มีผู้คนมาวุ่นวาย เช่นนั้นก็จงเป็นตัวตนหรือขุมกำลังที่สูงส่งจนไม่มีใครกล้าเข้ามาหาเรื่อง

             

            ตำหนักโอสถเทพธิดาที่หายสาบสูญไปไม่เหลือแม้แต่เศษซากในยุคสมัยนี้

             

            ข้าจะสร้างมันขึ้นมาใหม่อีกครั้ง!

             

             

             

            เมื่อนางตัดสินใจได้จิตใจของนางพลันปลอดโปร่ง  ชีวิตคนเราควรจะมีเป้าหมายสักอย่างไว้ยึดเหนี่ยวหลังจากจัดการเรื่องหมอเทวดาให้ฮุ่ยเอ๋อได้สำเร็จนางก็มีเป้าหมายต่อไปมารองรับแล้ว

             

            “...ปรมาจารย์ไป่?”หานจุนโป๋ตัดสินใจทำลายความเงียบอีกครั้งตอนนี้เป็นเขาเองที่เริ่มรู้สึกกดดันจนเหงื่อไหล

             

            หลิวเยี่ยนเฟยที่อยู่ด้านหลังก็เช่นกันเขาจับด้ามดาบที่ติดตัวเอาไว้ไม่ห่าง เขากำลังกังวลว่าปรมาจารย์ไป่จะทำอะไรหุนหันพลันแล่นจนเขาต้องเข้าไปหยุด

             

            “เจ้าบอกว่าต้องการให้ข้ารักษา?”

             

            เมื่อเห็นว่าไป่ฟานเซียนยอมพูดแล้วหานจุนโป๋ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

             

            “ใช่  พวกเราไม่ได้ขออะไรมากนักหรอกใช่ไหม?”หานจุนโป๋ยิ้มราวกับสิ่งที่เขากำลังพูดนั้นชอบธรรมที่สุด

             

            แต่ไป่ฟานเซียนไม่ได้ทำอย่างที่เขาคาด

             

            “พวกเจ้ามีโอสถฟื้นฟูติดตัวกันบ้างหรือไม่?”

             

            อยู่ๆไป่ฟานเซียนก็เปลี่ยนเรื่องจนคนในห้องตามไม่ทัน แต่ก็ยังมีบางคนแถวนั้นที่หยิบขวดยาสีขาวที่มีเม็ดยาอยู่ในนั้นสี่ห้าเม็ดออกมาทั้งที่ยังงุนงง

             

            “ผมมีโอสถน้ำค้างดาวอยู่นิดหน่อย”

             

            โอสถน้ำค้างดาวคือโอสถที่ช่วยในการรักษาอาการบาดเจ็บภายในที่ผู้ฝึกตนนิยมเพราะเป็นเพียงโอสถระดับสองและไม่ได้มีราคาแพงมากนักจึงเป็นเหมือนโอสถสามัญที่หลายคนพกติดตัว

             

            “ถ้าท่านต้องการก็เอาไปเถอะ”  ผู้ชายคนนั้นพูดอย่างใจดีอย่างไรมันก็ราคาไม่แพงและเขาอยากรู้ว่าไป่ฟานเซียนกำลังจะทำอะไร

             

            ไป่ฟานเซียนควบคุมขวดนั้นขึ้นมาเมื่อมาถึงตรงหน้านางก็เปิดจุกออกแล้วเทเอายาเม็ดหนึ่งลงมาในมือ

             

            พวกเขาไม่เข้าใจสิ่งที่นางทำไม่ใช่เมื่อครู่กำลังพูดกันถึงโอสถพลิกสวรรค์ฟื้นชะตาหรอกหรือ

             

            “...พวกเจ้าบอกว่าโอสถที่ดีที่สุดของพวกเจ้ารวมถึงการรักษาสมัยใหม่ก็ช่วยพวกเจ้าไม่ได้?”

             

            หานจุนโป๋และคนอื่นรีบพยักหน้ารับยืนยันอย่างว่องไวถ้าโอสถธรรมดาพวกนั้นสามารถรักษาพวกเขาได้จริงก็คงไม่ต้องมาแสดงละครอยู่แบบนี้หรอก

             

            “ฮึ!...”

             

            ไป่ฟานเซียนพ่นลมออกมาจากทางริมฝีปากราวกับไม่สบอารมณ์โอสถจากขวดห้าเม็ดที่ได้มาจากคนแถวนั้นก็ลอยออกมา ผู้ชมทางบ้านล้วนมองฉากที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างสนใจ

             

            ฟุ่บ!

             

            โอสถทั้งห้าเม็ดพุ่งเข้าไปในปากของทั้งห้าคนที่ออกมาเรียกร้องอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครมองทัน  พอรู้ตัวอีกทีแม้แต่หานจุนโป๋ก็กลืนโอสถน้ำค้างดาวเม็ดนั้นลงไปแล้ว!

             

            ชายชราตกใจจนพยายามจะขย้อนเอายาออกมาแต่เมื่อมาคิดได้ว่าโอสถเม็ดนั้นไป่ฟานเซียนได้มาจากคนที่ไม่รู้จักทั้งตัวเขาเองก็ยังสามารถยืนยันได้ว่ามันคือโอสถ “น้ำค้างดาว” จริงๆที่ไม่มีผลเสียต่อร่างกาย ชายชราจึงยอมปล่อยให้ผลของโอสถนั้นทำงานเงียบๆ

             

            “ปรมาจารย์ไป่...พวกเราบอกแล้วว่าโอสถพวกนี้มันไม่ได้ผลหรอก”  เขาพูดขณะที่ทำสีหน้าเศร้าเสียใจสายตาเขามองไปยังหลานสาวที่ถูกบังคับให้กินโอสถเม็ดนั้นเข้าไปด้วย

             

            “โดยเฉพาะหลานสาวของฉะ...อั้ก!”

             

            อยู่ๆหานจุนโป๋ก็ขย้อนเอาเลือดสีดำออกมากองหนึ่งอย่างควบคุมไม่ได้ เขาอาเจียนอีกสองสามครั้งบริเวณนั้นก็กลายเป็นกองเลือดย่อมๆ!

             

            ทั้งคนที่อยู่ตรงนั้นและในโลกออนไลน์ล้วนตกใจ

             

            หรือปรมาจารย์ไป่จะก่อนเรื่องแล้ว!?

             

            แต่จากนั้นหานเซี่ยวยี่ที่นอนอยู่เหมือนผักก็เบิกตากว้างและลุกขึ้นมากะทันหัน เธออาเจียนเอาเศษเลือดออกมาเล็กน้อยแล้วมองรอบด้านอย่างงุนงง 

             

            ผู้คนล้วนตกใจจนตาค้างไม่ใช่สาวน้อยคนนั้นโดนทำร้ายจนแทบจะพอการหรอกรึ?ทำไมถึงลุกขึ้นมานั่งทั้งยังเต็มไปด้วยชีวิตชีวาแบบนี้!

             

            แต่ที่เป็นจุดสนใจที่สุดก็คือติงคังหมิงและอี้ฟานเพราะบริเวณเป้ากางเกงของพวกเขาล้วนตุงขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ หนึ่งหนุ่มหนึ่งชรางอตัวเป็นกุ้งแล้วกุมมือไว้ที่หว่างขาด้วยความอับอาย!

             

            แม้แต่หานจุนโป๋ที่ตอนแรกดูอาหารหนักเพราะขย้อนเอาเลือดออกมาถึงหลายกองก็ดูมีสีหน้าผ่อนคลายลง

             

            สภาพของพวกเขาดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!

             

            นี่หมายความว่ายังไง!?

             

            ไม่ใช่ตอนแรกพวกคุณบอกว่าแม้แต่โอสถที่ดีที่สุดก็ยังรักษาไม่หาย?

             

            แต่นี่แค่กินโอสถน้ำค้างดาวที่หาซื้อได้ทั่วไปพวกคุณล้วนหายดีกันทุกคน! แม้แต่หานเซี่ยวยี่นั่นก็แทบจะลุกขึ้นมาจากรถเข็นได้แล้ว!

             

            หลอกลวงกันหรือ?  พวกคุณคิดว่าพวกเราโง่เง่าหรืออย่างไร!

             

            ความคิดเห็นในโลกออนไลน์ปะทุราวกับน้ำหลากแตกต่างจากสภาพภายในห้องที่เงียบสนิท พวกเขาหันไปมองหน้ากันเอง โดยมีเพียงหวงจื่อหานที่สังเกตเห็นรอยยิ้มบางๆที่ดูมีเลศนัยและเย็นชาที่ริมฝีปากของท่านปรมาจารย์ไป่!

             

            เขาขนลุกขึ้นมาเล็กๆและรู้ดีว่ามันจะไม่ใช่อะไรที่เรียบง่ายอย่างการรักษาเฉยๆแน่นอน!

             

    คล้ายกับเรื่องรู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress ที่คุณอ่าน

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    มังกรพลิกสวรรค์

    มังกรพลิกสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    161K 121
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933