เฉินฟูฟู่กระโจนเข้าไปในป่าข้างทางเพื่อหลบซ่อนตัวและค่อยๆเปิดโพรงหญ้าเขม็งตามองจนเห็นหญิงงามนามว่าชิงเหลียน บุตรีแห่งตระกูลชิง แคว้นเชียงเอ๋อ เดินถือกระบี่อย่างร้อนรน
“แม่นางหน้าขาวนางคงตามเรามาแต่เดี๋ยวก่อนนั่นใครอีกคนใส่ชุดดำอำพรางใบหน้าผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่น่ารำคาญจริงๆอยู่อย่างสงบไม่ได้เลยเหมือนที่ท่านแม่เคยบอกไว้ไม่มีผิด“ในยุทธภพหาที่สงบไม่ได้”ข้าเข้าใจแล้วท่านแม่”ชายหนุ่มพึมพำและค่อยๆแหวกหญ้าหลบไปเรื่อยๆ
“แม่นางคนสวยช้าก่อนข้าอยากถามอะไรเ้าหน่อย”นักฆ่าแห่งแคว้นเชียงเอ๋อร้องขึ้นเพื่อหยุดปลายเท้าแม่นางหน้าขาว
“ข้าจะรีบตามหาคนมีอะไรว่ามา”
“ใจเ้าอยากฆ่าคนผู้นั้นหรือไม่หากใจเราตรงกัน ข้าขอเป็คนลงมือเองจะได้หรือไม่”นักฆ่าในชุดดำต่อรอง
“เ้าไม่มีสิทธิ์ฆ่าใครเด็ดขาดข้าจะเป็คนจัดการเื่นี้เองถอยไปซะ”ชิงเหลียนร้องบอกจนอีกฝ่ายกระชับกระบี่ในมือ
“ถ้าเป็เช่นนี้เรามาวัดกันที่ฝีมือดูสิว่าแม่นางคนสวยแห่งวิหารเจี้ยนถังจะรับมือข้าได้กี่กระบวนท่ากันเชียวถ้าเ้าแพ้ข้าจะขอหอมแก้มเ้าสักฟอดใหญ่ไปฝากพี่น้องนักฆ่าแห่งเชียงเอ๋อ”การฟาดฟันจึงเริ่มขึ้นทั้งสองฝ่ายรุกเข้าหากันปะทะกระบี่จนเกิดประกายแสง
“สู้กันเพื่อแย่งกันมาฆ่าข้าทำไม์ถึงแกล้งข้าแบบนี้นะฝึกวิชามารก็ไม่ได้จะขอฝึกยุทธ์ก็มีอุปสรรคแล้วจะให้ข้าทำอย่างไรล่ะ์ช่วยบอกทีหรือจะวิ่งออกไปให้กระบี่เสียบที่อกแล้วตายไปจะได้จบเื่แต่เดี๋ยวก่อนคนใส่ชุดดำบอกว่า หากชนะชิงเหลียนจะขอหอมแก้มนาง แสดงว่าต้องเป็ผู้ชายแน่ซึ่งนักฆ่าผู้นี้มีคุณธรรมอยู่เหมือนกันที่ไม่คิดฆ่านางแต่คิดดูแล้วมันจะข่มเหงนาง และนางอาจจะฆ่าตัวตายก็ได้ เ้าหมอนี่มันร้ายลึกจริงๆ”ชายหนุ่มพึมพำ
“ใช่แล้วนายท่าน”เสียงนั้นดังขึ้นมาจนเฉินฟูฟู่หยุดคิด
“เสียงใครนั่นเสียงใคร มีใครอยู่แถวนี้”ชายหนุ่มหันซ้ายที ขวาที
“ข้าเองแผนที่นำทางของท่านไง”ผลึกสีเงินเรืองแสงขึ้นจนชายหนุ่มตาลุกวาว
“ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหมเ้าก้อนหินพูดได้ ข้ามีเพื่อนแล้วพูดเองคนเดียวเหมือนคนบ้าตั้งนาน เอาล่ะเ้าชื่อว่าอะไร”ชายหนุ่มร้องถาม
“ข้าชื่อเซียวหูหลี่ เป็ปีศาจจิ้งจอกขาว ข้าถูกผนึกไว้ในนี้ หากภารกิจนี้สำเร็จข้าจะได้เป็อิสระ”ปีศาจน้อยพูดก่อนที่ชายหนุ่มจะหยิบผลึกแก้วสีเงินออกมาดูและเห็นเป็หญิงสาวชุดขาวแกมชมพูกำลังยืนมองหน้าเขาอยู่ในตอนนี้
“เ้าเป็ปีศาจส่วนข้าก็เป็มาร เรียกข้าว่า เฉินฟูฟู่ เราไปกันเถอะปล่อยให้สู้กันไปถ้าเหนื่อยคงจะหยุดกันเอง”ชายหนุ่มกำก้อนหินสีเงินไว้แน่นและรีบคลานไปตามโพรงหญ้าเพื่อหลบสายตาจอมยุทธ์ทั้งสองที่กำลังฟาดฟัดเพลงดาบกัน
แสงตะวันสาดส่องเห็นทิวเขาสูงเฉินฟูฟู่ลืมตาชำเลืองมอง บิดตัวไปมาะโลงจากต้นไม้สูง ยืนบิดตัวยืดเส้นยืดสายและรีบวิ่งไปที่ลำธารน้ำใสไหลเย็นแก้ชุดตัวเก่งวางไว้บนโขดหินและกระโจนลงน้ำอย่างสบายใจ
“เซียวหูหลี่ข้าคงต้องวางเ้าไว้ที่โขดหินนั่นก่อนเพราะตอนนี้ข้าหล่อนจ้อนคงไม่สู้ดีนักหากเ้าได้เห็นข้าในตอนนี้ขอเล่นน้ำให้สำราญใจก่อนนะ”ชายหนุ่มดำผุดดำว่ายจนลืมคิดไปว่ามีคนสะกดลอยตามมา
เสื้อและกางเกงตัวเก่งค่อยๆถูกกิ่งไม้สอยไปทีละชิ้นๆจนเหลือเพียงใบไม้สองสามใบวางไว้ก่อนที่ผู้สะกดลอยจะเผยตัวและต่อรองในชีวิตที่เหลืออยู่ของชายหนุ่ม
“ข้ามาเพื่อฆ่าเ้าเฉินฟูฟู่”หญิงสาวนักฆ่าพึมพำคำพูดก่อนจะเผยตัวจากโพรงหญ้าแต่ต้องชะงักลง
“เฉินฟูฟู่เ้าแพ้ข้าแล้ว” ชิงเหลียนหยิบเสื้อผ้าๆเก่าๆไว้ในมือและชูขึ้นให้อีกฝ่ายเห็น
“ข้าหนีเ้าไม่พ้นจริงๆจะตามมาฆ่า ก็ลงมือได้เลย ข้าพร้อมแล้ว”ชายหนุ่มพูดขึ้นและะโขึ้นจากน้ำแล้วหลับตาให้หญิงสาวได้ฟาดฟัน
“เฉินฟูฟู่ เ้าคนบ้ากาม”เสียงหวีดร้องลั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มอดกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่อยู่
แม่นางชิงเหลียนยืนใช้มือปิดตาโยนเสื้อผ้าให้ชายหนุ่มที่ยืนใช้ใบไม้ปิดอวัยวะที่แม่นางชิงเหลียนเห็นจนหมดเปลือกและเป็ฝันร้ายของผู้สืบทอดแห่งธิดาเทพส่วนเฉินฟูฟู่รีบใส่เสื้อผ้าและเดินวนรอบๆตัวนางอย่างสงสัย
“เ้าทึ่มเฉินฟูฟู่เ้าจะเดินวนตัวข้าอีกนานแค่ไหนกัน”ชายหนุ่มหยุดและเขม็งตาใส่แม่นางหน้าขาว
“ข้าสงสัยว่าเ้าน่าจะต้องเป็ผีหรือไม่ก็ปีศาจที่รอดจากนักฆ่าผู้นั้นมาได้และเ้านั่นทำอะไรเ้าหรือเปล่าล่ะ”แม่นางบัวสีฟ้าทะมึงตาใส่และจบด้วยสิ่งนี้
“เผี๊ยะ! เผี๊ยะ!”ฝ่ามือแหวกอากาศตัดใบหน้าชายหนุ่มได้อย่างเต็มๆ
“โอ๊ย! โอ๊ย! ชิงเหลียน เ้าตบหน้าข้าทำไม ข้าพูดอะไรผิดไป แสบ! แสบ!”ชายหนุ่มร้องลั่น
“ก็เ้า...ล่วงเกินข้า”ชิงเหลียนสะบัดหน้าเหนียมอาย
“ข้าไปล่วงเกินเ้าตอนไหน”
“ก็เ้า...ล่วงเกินคำพูดทำให้ข้าอับอาย”
“ตอนนี้ก็มีแค่ข้ากับเ้าเท่านั้นแล้วเ้าจะอายใครล่ะแม่นางชิงเหลียน”
“แต่ข้าเป็หญิง เ้าเป็ชายมันต่างกันนะเ้าทึ่ม”
“แค่ข้าคิดว่าเ้าโดนเ้านักฆ่านั่นมันหอมแก้ม เพราะข้าเผอิญได้ยินเ้าหมอนั่นพูดว่าจะหอมแก้มเ้าไปฝากเหล่าพี่น้องนักฆ่า หากเ้าแพ้คำพูดเหล่านี้มันล่วงเกินเ้าตรงไหนกันแม่นางหน้าขาว”
“ก็ข้าคิดว่าเ้าหมายถึงแบบนั้น”หญิงสาวยืนบิดตัวเหนียมอายจนใบหน้าแดงก่ำ
“แบบไหนล่ะไหนว่ามา ข้าข้องใจจริงๆ แถมตบหน้าข้าอีกเกิดมาท่านแม่ยังไม่เคยตบหน้าข้าสักครั้งเดียวเ้าแน่มากที่ฝากฝ่ามือบนหน้าข้าได้แบบนี้”ชายหนุ่มใช้มือลูบใบหน้าด้วยน้ำเสียงสั่นด้วยความแสบ
“คิดแล้วเจ็บใจยังไม่รู้ผลแพ้ชนะกลับมีเสียงขลุ่ยดังขึ้นนางลอยหายไปข้าวิ่งตามหานางจนมาเจอเ้าอยู่ที่นี่ และโชคดีที่เ้ายังไม่ถูกนางฆ่าไปเสียก่อนเพราะหน้าที่นั้นต้องเป็ข้าเท่านั้น”หญิงสาวกระชับกระบี่
“ก่อนที่เ้าจะฆ่าข้าข้าขออะไรอย่างได้ไหมชิงเหลียน”เฉินฟูฟู่พูดขึ้น
“เ้ามีอะไรจะสั่งเสียก็ว่ามาถ้าข้าทำได้จะทำให้อย่างแน่นอน”หญิงสาวรับคำ
“ตอนนี้ข้ามีแผนที่ที่จะนำทางให้ข้าได้ไปเจอกับราชสีห์ขนทองผลึกแก้วสีม่วงแล้วและสัญญานั้นจะได้จบลงท่านแม่บุญธรรมของข้าคงจะดีใจและภูมิใจในตัวข้า”ชายหนุ่มล้วงหยิบก้อนหินผลึกสีเงินขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อและแบมือออกให้ชิงเหลียนได้เห็น
ผลึกสีเงินใจกลางก้อนหินเรืองแสงตามคำสั่งของเฉินฟูฟู่ปรากฏร่างหญิงสาวในชุดขาวแกมชมพูผมยาวสลวยมันระยับเสียบไว้ด้วยปิ่นปักผมสีทองเปล่งประกายเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวอย่างแปลกใจ
“เซียวหูหลี่เ้าอย่าใไปเลย แม่นางคนนี้เป็เพื่อนข้าเองนางตามข้ามาเพื่อจะฆ่าข้าหลังจากเราหาผลึกแก้วสีม่วงพบแล้วและเ้าจะได้รับอิสรภาพก่อนที่ข้าจะหมดลมหายใจด้วยกระบี่ในมือนาง”
“ว่าไงนะนางจะฆ่าท่าน แล้วท่าน”จิ้งจอกสาวถามอย่างแปลกใจ
“ใช่นางจะฆ่าข้า เ้าฟังไม่ผิดหรอก แต่นางทำด้วยความจำใจยังไงชีวิตข้าก็มีแต่คนอยากฆ่า ยังไงก็ตายอยู่ดีถ้าข้าตายด้วยกระบี่นางอย่างน้อยนางก็ไม่ถูกลงโทษจากยายแก่ใจแคบแห่งวิหารเจี้ยนถังเ้าอย่าห่วงไปเลยเซียวหูหลี่”
“เ้าเป็ใครกันถึงไปอยู่ในผลึกนั่นได้มนุษย์ ปีศาจ หรือว่ามาร”ชิงเหลียนย้อนถาม
“ใช่ใช่ ข้ารู้ว่าเ้าเป็ปีศาจแต่ว่าเ้าลงไปอยู่ในก้อนหินได้อย่างไรเซียวหูหลี่”เฉินฟูฟู่ย้ำคำ
“ท่านพ่อและท่านแม่ของข้าเป็ปีศาจจิ้งจอกหิมะบำเพ็ญตนจนกลายร่างเป็มนุษย์ส่วนข้าก็กลายร่างเป็มนุษย์เหมือนที่พวกเ้าได้เห็นในตอนนี้ ข้าหลงเข้าไปในเขตหวงห้ามของป่านรกจนถูกท่านผู้เฒ่าผนึกร่างไว้ในผลึกสีเงินและให้ข้ารอผู้มาเยือนนั่นก็คือพวกท่านไงล่ะ”จิ้งจอกสาวพูด
“ลำบากเ้าแล้วนะเซียวหูหลี่แล้วเ้าล่ะแม่นางหน้าขาวจะร่วมเดินทางไปกับเราไหมหรือจะเปลี่ยนใจฆ่าข้าในตอนนี้ภารกิจของเ้าก็เสร็จสิ้นทันที”เฉินฟูฟู่ร้องขึ้น
“ถ้างานนี้จบเร็วไปมันจะไปสนุกอะไรข้าอยากจะเล่นเกมนี้ด้วยคนและข้าได้ยินข่าวมาว่ามีคนจ้างนักฆ่ามาตัดหัวเ้าอีกด้วยเฉินฟูฟู่เ้ามันเนื้อหอมจริงๆถึงข้าไม่ลงมือเ้าก็ตายอยู่ดี”ชิงเหลียนพูด
“เอาเถอะข้าทำใจไว้แล้วความตายมันอยู่แค่ปลายจมูกข้าเท่านั้นข้ากลัวแต่ว่าผู้สืบทอดธิดาเทพอย่างเ้าจะร้องไห้ขี้มูกโปร่งคิดถึงจอมยุทธ์ผู้สง่างามอย่างข้าความอบอุ่นในคืนนั้นมันยังตรึงใจ หากขาดข้าไปเหมือนขาดใจนะจ๊ะตัวเอง”นายน้อยพรรคมารพูดแหย่จนอีกฝ่ายเขม็งตาใส่
“เฉินฟูฟู่เ้ามันพูดดีด้วยไม่ได้ ข้าอยากจะตัดลิ้นเ้าเสียจริง”จอมยุทธ์หญิงดึงดาบออกจากฝัก
“ช้าก่อนชิงเหลียนเ้าได้ยินเสียงอะไรไหม”ชายหนุ่มร้องขึ้น
เสียงท่วงทำนองขับขาน สายลมโหมแรง บรรเลงเพลงตามจังหวะพลิ้วไหวใบไม้ร่วงหล่นพัดปลิวราวฝนห่าใหญ่ ชายในชุดดำผุดขึ้นมาจากใต้ดินนับสิบคน
“ค่ายกลใบไม้”ชิงเหลียนพูดขึ้น
“ฝีมือใครกัน”
“น่าจะเป็คนที่้าหัวของเ้าเฉินฟูฟู่รีบหนีไปก่อน ข้าจะสกัดพวกมันไว้เอง”
“ข้าไม่หนีข้าจะสู้กับพวกมัน”
“เ้าทึ่มพลังยุทธ์ของเ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมันเ้าควรจะตายด้วยปลายดาบของข้ามากว่า รีบหนีไปก่อนเร็วเข้า”
“แม่นางชิงเหลียนพูดถูกท่านควรทำตามที่นางบอกเดี๋ยวข้าจะนำทางท่านเอง”เซียวหูหลี่พูด
“หากข้าไม่สู้ข้าจะต้องหนีแบบนี้ตลอดไป แล้วเมื่อไหร่พลังปราณในตัวข้าจะเลื่อนขั้นสักที”
“เ้าควรหาทางไปฝึกตนที่สำนักเทียนหลงจะดีกว่าเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เพื่อฝึกปราณยุทธ์ไปได้แล้ว”ชิงเหลียนดึงกระบี่ ชายชุดดำง้างกระบี่และจู่โจม
เฉินฟูฟู่หลบคมดาบโดยมีชิงเหลียนคอยคุ้มกันและสายเกินไปที่จะหนีด้วยค่ายกลใบไม้ห้อมล้อมไว้ทุกทางจนยากที่จะผ่านไปได้แต่ด้วยชิงเหลียนสำเร็จพลังปราณขั้นเข้าถึงสามารถควบคุมพลังของอาวุธที่ใช้ในการต่อสู้นั่นคือกระบี่นางปักกระบี่ลงพื้นประสานฝ่ามือจนเกิดพลังปราณสีขาวแยกกระบี่ออกมานับร้อยเล่มหมุนวนราวกับพายุชายชุดดำผุดขึ้นมาจากพื้นดินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและเข้าล้อมไว้ทุกทางคมกระบี่เงาวับสะท้อนแสงโลหะมันวาว ค่ายกลใบไม้กำลังจะสำเร็จผลใบไม้กลายเป็หนามแหลมคมนับหมื่น
“ชิงเหลียนเ้าหลับตานานแล้วนะพวกมันกำลังจะจู่โจมเข้ามาแล้ว”ชายหนุ่มหันมองอย่างกระสับกระส่าย
“ข้าเคยได้ยินมาว่าค่ายกลใบไม้เป็สุดยอดวิชาของพวกนักฆ่าแคว้นเชียงเอ๋อไม่นึกเลยว่ามันจะมีอนุภาพรุนแรงเช่นนี้”เซียวหูหลี่พูดขึ้น
ชิงเหลียนลืมตาและซัดฝ่ามือทั้งสองข้างไปข้างหน้าพายุกระบี่โหมเข้าหาชายชุดดำจนแตกกระเจิงล้มตาย ทำลายค่ายกลใบไม้ได้สำเร็จในวินาทีสุดท้ายเฉินฟูฟู่ได้แต่เป่าปาก เพราะอีกเพียงคืบเดียวเท่านั้น
“พลังปราณของเ้าสุดยอดมากชิงเหลียนกระบี่เ้าร้ายกาจมากจนพวกมันล้มไม่เป็ท่า มุดลงดินแทบไม่ทัน”
“พวกมันไม่ใช่นักฆ่าแห่งแคว้นเชียงเอ๋อหากเป็พวกมันคงไม่ง่ายแบบนี้ และค่ายกลใบไม้ก็ไม่น่าจะถูกทำลายได้ง่ายขนาดนี้”
“ชิงเหลียนเ้าคิดมากไปหรือเปล่าข้าว่าพลังปราณของเ้าร้ายกาจมากกว่าจนพวกมันกระเจิงไปแบบนี้”
“แต่ที่ข้าสงสัยก็คือทำไมพวกมันถึงใช้ค่ายกลใบไม้ได้เพราะค่ายกลนี้มีเพียงนักฆ่าแห่งแคว้นเชียงเอ๋อเท่านั้นที่สร้างมันขึ้นมาได้”
“แม่นางชิงเหลียนข้าว่ามันอาจเป็ค่ายกลมายาเพื่อลวงให้ท่านใช้พลังปราณในตัวจนหมดแล้วมันอาจจะกลับมาตลบหลังเรา”เซียวหูหลี่พูด
“อาจเป็ไปได้เหมือนที่เ้าว่านะแม่นางเซียวหูหลี่”ชิงเหลียนเห็นด้วยและนั่งลงฟื้นฟูพลังปราณทันที
“ข้ามันแย่จริงๆช่วยอะไรเ้าไม่ได้เลย”เฉินฟูฟู่ร้องขึ้น
เสียงขลุ่ยบรรเลงมาตามสายลมต้นไม้สั่นไหวโน้มเอียง เสียงดังขับขาน สัญญาณแห่งความตายกำลังมาเยือนความสงสัยนั้นกระจ่างลงแล้วและสิ่งเซียวหูหลี่คิดถูกต้องแล้ว
“นายน้อยพรรคมารอย่างเ้ามันต้องรอให้ฆ่ามาเชือดเอง คราวนี้เ้าจะหลบอยู่หลังใครเฉินฟูฟู่”
“จะฆ่าก็มาได้เลยจะหดหัวอยู่ทำไม แต่เสียงของเ้าเหมือนชายก็ไม่ใช่หญิงก็ไม่เชิงหรือเป็ลูกผสมข้าเสียวหลังเลยนะตัวเอง”เฉินฟูฟู่พยายามถ่วงเวลาด้วยคำพูดกวนโทสะฝ่ายตรงข้าม
“เ้า...ข้าอยากจะตัดลิ้นเ้านัก”
“เ้าคงเป็นักฆ่าแคว้นเชียงเอ๋อสินะ แต่น่าเสียดายที่ข้าไม่เห็นหน้าเ้า”
“อย่ามัวพูดมากรีบเดินทางไปที่ป่าไผ่ร้อยบุปผาข้าจะรอเ้าอยู่ที่นั่นหากเล่นลูกไม้อะไรข้าไม่รับรองความปลอดภัยแม่นางหน้าขาวของเ้าเพียงแค่ข้าซัดเข็มปลิดิญญาไปที่นางตอนนี้เ้าคงรู้นะว่าอะไรจะเกิดขึ้น”เสียงนั้นยังคงสนทนาอย่างต่อเนื่อง
“ได้ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ เชิญ”ชายหนุ่มรีบรับคำเพื่อความปลอดภัยของชิงเหลียนที่นั่งฟื้นฟูปราณพลัง