กริ๊งงง...... กริ๊งงง...... กริ๊งงง......
เสียงโทรศัพท์มือถือส่งเสียงดัง ให้ ‘ตวิษา โภภิภัทร’ หรือที่เพื่อนๆ เรียกว่า ‘ไก๊ด์’ ที่พึ่งแต่งตัวแต่งหน้าเสร็จ หันไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ก็เห็นชื่อ เบอร์โทรศัพท์มือถือ และรูปของอัณณิกา หรือ หนูแอ๋ม โชว์หราอยู่หน้าจอ
‘อัณณิกา’ เป็เพื่อนกับตวิษามาั้แ่สมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยม ซึ่งเรียนหนังสืออยู่ชั้นเรียนและห้องเดียวกัน และพอตวิษาจบจากโรงเรียนมาเรียนต่อมหาวิทยาลัย ก็ยังบังเอิญมาได้พบเจอกับอัณณิกา อีก จึงทำให้คนทั้งสองเป็เพื่อนที่สนิทกันมาก และเป็เพื่อนกันมาโดยตลอด จนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งต่างคนก็ต่างเรียนจบมหาวิทยาลัย และแยกย้ายไปทำงานของใครของมัน
“ฮัลโล่!! หนูแอ๋ม เราแต่งตัวเสร็จแล้ว กำลังจะออกไปแล้ว หนูแอ๋มถึงแล้วเหรอ!!??”
ตวิษากรอกเสียงไปตามสาย เมื่อได้กดรับสายแล้ว เพราะกลัวว่าเพื่อนจะไปถึงสถานที่นัดหมายก่อน แต่พอดูเวลาก็อีกตั้งสามสิบนาที ถึงจะถึงเวลาที่นัดหมายกันไว้
“เรายังไม่ถึงหรอก แต่เรามีเื่จะบอกไก๊ด์.... ไม่รู้ว่าไก๊ด์จะโอเคไหมอะ?? ถ้าหากว่าธิปจะไปเที่ยวทริปนี้กับเราด้วย”
อัณณิกาพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยมั่นใจ และรู้สึกเกรงใจเพื่อน เพราะอัณณิกาก็พึ่งรู้เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วนี่เอง กัลย์ดิษฐ์พึ่งโทรมาบอก
“เห้ย!! เราโอเค เราไม่ได้คิดอะไร เื่ระหว่างเรากับธิปมันจบไปตั้งนานมากแล้ว พวกเราก็เพื่อนๆ กันทั้งนั้น ธิปไปเที่ยวด้วยก็ไม่เห็นจะเป็ไรเลย อย่างห่วงเลยหนูแอ๋ม”
ถึงปากจะบอกกับอัณณิกาไปอย่างนั้น แต่หัวใจของตวิษาในตอนนี้กลับเต้นแรงรัวเร็ว มือเรียวเล็กก็เย็นเฉียบ เมื่อคิดว่าจะได้เจอกับคนที่เคยรัก ั้แ่สมัยที่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยม
“ไก๊ด์ไม่ได้คิดอะไรแล้วก็ดีแล้ว เราอยู่ระหว่างทางแล้ว แล้วเจอกันนะ”
อัณณิกาได้ยินจากปากตวิษา ว่าไม่เป็ไร ไม่ได้คิดอะไร ก็ให้รู้สึกโล่งใจขึ้นมา
“เฮื่อออ!!!!.... เขาก็แค่เพื่อนคนหนึ่งน่า….”
เมื่อตวิษาวางสายโทรศัพท์จากอัณณิกาแล้ว เธอก็สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วค่อยๆ ปล่อยลมหายใจออกช้าๆ เพื่อเรียกสติให้อยู่กับเนื้อกับตัว และอยู่กับปัจจุบัน ก่อนจะหันไปหยิบกระเป๋าเดินทางขึ้นมาถือ แล้วเดินออกจากห้องพัก มุ่งหน้าไปยังสถานที่นัดหมาย
:
:
:
ตวิษาก้าวลงมาจากรถแท็กซี่ เมื่อมาถึงสถานที่นัดหมาย จากที่หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอเข้าสู่ภาวการณ์เต้นเป็ปกติแล้ว ในระหว่างที่เดินทางมา ก็พลันกลับมาเต้นแรงรัวเร็วขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง เมื่อเห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่ง คนที่เธอเคยรัก เคยสนิทชิดเชื้อกันมาก ยืนอยู่ในกลุ่มเพื่อนๆ ตวิษาเม้มปากเข้าหากันแน่น และพยายามปรับสีหน้าท่าทางให้เป็ปกติ ก่อนจะก้าวเดินตรงไปหากลุ่มเพื่อนๆ
ขณะที่เดินเข้าไปหากลุ่มเพื่อนๆ ที่ยืนรออยู่นั้น ตวิษาก็แอบใช้สายตาสังเกตภูธิปไปด้วย ซึ่งภูธิปในวันนี้กับเมื่อครั้งที่ยังเป็วัยรุ่น เขาดูเปลี่ยนมาเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็หน้าตา รูปร่าง ท่วงท่าและการแต่งกาย
ครั้งที่เป็วัยรุ่นภูธิปก็หน้าตาดี เป็ทุนเดิมอยู่แล้ว พอทุกสิ่งอย่างได้แปรผันไปตามกาลเวลา เขาก็ยิ่งดูดีมากขึ้น และท่าทางก็ดูดีขึ้นด้วย นั้นอาจจะเป็เพราะวัย และประสบการณ์ชีวิตที่สั่งสมมานั่นแหละ ถึงทำให้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้
“หวัดดีเพื่อนๆ มาถึงกันนานหรือยัง??”
ตวิษาเดินมาถึงกลุ่มเพื่อนๆ ก็คลี่ยิ้มและกล่าวทักทายเพื่อนๆ ด้วยน้ำเสียงปกติ แต่สายตาดันไปสะดุดเข้ากับ สายตาของภูธิปเข้าอย่างจัง
ตวิษาแสร้งมองเมินผ่าน เพื่อให้ชายหนุ่มที่กำลังจ้องมองเธออยู่ ได้รู้สึกว่าเธอไม่ได้คิด ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้วจริงๆ
แต่ภายในใจนั้นให้รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงราวกับกลองตีรัวๆ จนแทบจะทะลุออกมาจากอกเลยก็ว่าได้ ทั้งลมหายใจติดก็ขัดขึ้นมาซะเฉยๆ และมือเรียวเล็กทั้งสองข้าง จากที่อุ่นมีเืไหลเวียนคล่องตัว ก็เย็นเฉียบ จนต้องเผลอกำมือเข้าหากันเอาไว้แน่น เพื่อให้เืไหลเวียนและเรียกความอบอุ่นกลับคืนมา
๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑