(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 58 ตัดสินใจที่จะเข้าร่วม

            การเดินทางของทันย่ายังคงดำเนินต่อไป ตลอดทางที่เขาได้บินผ่านมา เขาได้เห็นถึงอาณาเขตของตัวเมืองที่ตั้งอยู่อีกหลายสิบแห่ง


            นอกจากเมืองป้อมปราการทั้ง 36 แห่งที่เป็นดั่งแนวหน้าของทวีป ในอาณาเขตที่กว้างใหญ่ไพศาลก็ยังคงเต็มไปด้วยเมืองที่พักอาศัยของพวกมนุษย์ อาจมีหลายร้อยเมืองที่ได้กระจายไปทั่วทุกหนแห่ง แต่ไม่ว่าที่ตั้งของเมืองจะมีมากมายเพียงใด ศูนย์กลางโลกมนุษย์ก็คือเมืองหรู่หมิงอยู่ดี


            เมืองหรู่หมิงคืออาณาเขตหลักที่ซึ่งเป็นศูนย์รวมของผู้แข็งแกร่งมากมาย ขั้วอำนาจระดับสูงนับไม่ถ้วนลงหลักปักฐานอยู่ที่เมืองแห่งนี้ ทั้งยังเป็นอาณาเขตหลักที่นักสู้พันธุกรรมทั่วโลกต่างอยากเข้าไปพักอยู่อาศัย


            ว่ากันว่าในเมืองหรู่หมิงเต็มไปด้วยผู้มีอิทธิพลและทรงอำนาจ เผลอๆเดินไปมาบนท้องถนนก็อาจได้พบเจอองค์ชายของราชวงศ์เลยด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ปลอดภัยมากที่สุดแห่งนึง


            ภายในเมืองเมืองหรู่หมิงมีประชากรมากกว่า 1,000 ล้านคน คิดเป็นจำนวนสามในส่วนสิบจากประชากรที่เหลือรอดทั้งหมดของมนุษย์


            ทว่าถึงจะเป็นแบบนั้น ใช่ว่าเมืองหรู่หมิงจะเต็มไปด้วยผู้คนที่ร่ำรวย ความเหลื่อมล้ําทางสังคมได้เกิดขึ้นและมีอยู่ตลอดเวลา


            เมื่อมีผู้แข็งแกร่งก็ย่อมมีผู้อ่อนแอ มันคือเหรียญทั้งสองด้าน ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหนก็ตาม สถานะผู้คนก็ยังคงแตกต่างกันอยู่ดี


            ใครมีเบื้องหลังและอิทธิพลเป็นผู้แข็งแกร่ง พวกเขาย่อมได้รับอภิสิทธิ์ที่เหนือยิ่งกว่าคนธรรมดาทั่วไป แล้วเมืองแห่งนี้ก็คือเป้าหมายของทันย่า


            เขาจะเดินทางไปลงหลักปักฐานด้วยสถานะของนักสู้พันธุกรรมผู้ใช้พลังจิต


            “ท่านอาจารย์? ถึงตอนนี้ฉันจะเป็นนักสู้ระดับดาวเคราะห์ที่ใช้พลังจิต แต่ฉันดันไม่มีอาวุธที่เหมาะสมหรือเกี่ยวข้องกับการใช้พลังจิตอยู่เลย!”


            “มีดบินห้าเล่มที่ผู้หญิงคนนั้นได้เคยใช้ในอดีตก็ลืมเก็บมา แล้วแบบนี้ฉันจะแสดงตัวตนในสถานะนี้ได้ยังไงกัน?”


            ขณะที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้า ทันย่าได้กล่าวขึ้นภายในจิตใจ เอ่ยถามกับเด็กสาวที่อยู่ภายในร่างกาย ซึ่งเธอก็ตอบกลับออกมาอย่างเบิกบาน


            [คิกคิกคิก เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงเลยศิษย์รักของเรา อาจารย์ได้เข้าแทรกแซงระบบเครือข่ายข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับเงินสกุลเครดิตไว้แล้วเช่นเดียวกัน]


            [ด้วยเทคโนโลยีที่ต่ำต้อยของสมาพันธ์โลก อาจารย์จึงสามารถดำเนินการทำเรื่องอะไรก็ได้ การทำให้เจ้ากลายมาเป็นผู้ที่ร่ำรวยคนนึงย่อมไม่ใช่ปัญหาอะไรเลยซักนิด ตอนนี้เจ้ามีเครดิตที่ถูกฝากเอาไว้ในธนาคารโลกประมาณ 5 พันล้านเครดิต คงเพียงพอให้เจ้าใช้จ่ายได้อย่างสบายๆ]


            [เครดิตมากขนาดนี้คงเพียงพอให้เจ้าซื้อได้ทุกสิ่ง ซึ่งนั้นก็รวมถึงอาวุธพลังจิตระดับสูงจากอารยธรรมต่างดาวอีกด้วย]


            ทันย่าได้ยินแบบนั้นก็เบิกตากว้าง เขารีบตรวจสอบข้อมูลที่อยู่ภายในกำไลข้อมือของตน


            เปิดภาพโฮโลแกรมสีฟ้า ภายในเต็มไปด้วยข้อมูลต่างๆนับไม่ถ้วน จากนั้นเขาได้ใช้นิ้วมือเลื่อนไปบนหน้าจอและเลือกไปยังเครดิตที่ได้ครอบครอง ทำให้เห็นถึงตัวเลขที่ลงท้ายด้วยศูนย์นับสิบตัว


            พอได้เห็นถึงเครดิตที่ตนเองมีอยู่ ชายหนุ่มหน้ามลก็ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ นัยน์ตาลุกวาวส่องประกายอย่างตื่นเต้น


            “สมแล้วที่เป็นท่านอาจารย์! ด้วยเครดิตที่มากมายมหาศาลนี้ คงทำให้ฉันซื้อคฤหาสน์หรูที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองได้เลยทีเดียว!”


            “ส่วนอาวุธพลังจิต ถึงมีราคาแพงแต่ก็ใช่ว่านักสู้พันธุกรรมจะสามารถซื้อครอบครองได้เลย ส่วนใหญ่อาวุธพลังจิตที่ร้ายกาจจะตกอยู่ในมือขององค์กรชั้นนำของโลก พวกมันไม่ได้มีไว้ใช้ซื้อขายกัน ฉันจำเป็นต้องเลือกเข้าร่วมกับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แล้วท่านอาจารย์คิดว่าองค์กรไหนดีที่สุด?”


            ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ ทันย่าเองก็ได้ศึกษาเรื่องราวต่างๆมาอย่างคร่าวๆ เขารู้ดีว่าถ้าตนเองอยากมีสถานะที่แข็งแกร่ง นักสู้พันธุกรรมอิสระย่อมต้องไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่ผู้แข็งแกร่งทั้งหมดย่อมต้องเลือกเข้าสังกัดใดสังกัดนึง


            ไม่ว่าจะเป็นสมาพันธ์โลก สำนักมังกร สำนักดาบโบราณ สถาบันการต่อสู้ หรือมหาวิทยาลัยกรอลี่ องค์กรเหล่านี้ก็ย่อมมีหน้าที่แตกต่างกันออกไป


            [เจ้าไม่ต้องกังวล อาจารย์คิดเอาไว้แล้ว สมาพันธ์โลกนั้นถึงจะแข็งแกร่งและมีอิทธิพลมากที่สุด ทว่าพวกเขาก็ไม่ได้ให้ความอิสระมากนัก]


            [พวกเราจะต้องโฟกัสไปที่สำนักมังกรและสำนักดาบโบราณ องค์กรทั้งสองนี้เป็นขั้วอำนาจที่แข็งแกร่งและไม่ธรรมดา พวกเขามีอิสระ เป็นเหมือนองค์กรทหารรับจ้างที่ไม่คิดตรงกับใคร แม้แต่สมาพันธ์โลกยังต้องเกรงกลัว เพราะการดำรงอยู่ของผู้นำอย่างซวนหยวนและหยางจินเหิน]


            [สำหรับสถาบันการต่อสู้และมหาวิทยาลัยกรอลี่ ด้วยพลังระดับเจ้า คงสามารถเป็นหนึ่งในอาจารย์ผู้แข็งแกร่งได้อย่างแน่นอน]


            [แต่ในเรื่องนี้เจ้าตัดทิ้งไปได้เลย เพราะองค์กรเหล่านี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการต่อสู้มากซักเท่าไหร่นัก พวกเขาส่วนใหญ่จะมีรูปแบบการสอนนักสู้พันธุกรรมรุ่นเยาว์ซะมากกว่า ซึ่งมันก็ไม่เหมาะสมสำหรับพวกเราอย่างถึงที่สุด แต่ถ้าเจ้าอยากมียศทางการทหารและยังเป็นผู้บัญชาการของกองทัพที่ปกป้องการรุกรานของเหล่ามอนเตอร์ เราคิดว่าสมาพันธ์โลกก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลว ยังไงพวกเขาก็มีสวัสดีการและสิ่งตอบแทนที่ไม่ธรรมดา]


            [ยิ่งมีตำแหน่งสูงมากเท่าไหร่ เจ้าก็สามารถเข้าสู่คลังความรู้และทรัพยากรที่สมาพันธ์โลกมีได้มากเท่านั้น ถึงอาจารย์จะรู้รายละเอียดของพวกมันทั้งหมดแล้วก็เถอะ ทว่าด้วยข้อจำกัดอะไรหลายๆอย่าง เจ้าจำเป็นต้องเข้าร่วมกับสมาพันธ์โลกโดยตรง เจ้าถึงจะได้รับทรัพยากรที่ล้ำค่า]


            เมื่อได้ฟังที่ดาวาลได้อธิบายออกมา ทันย่าก็กลับมาครุ่นคิดขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าที่งดงามของเขาดูจริงจังอย่างถึงที่สุด


            “ท่านอาจารย์? ได้ยินมาว่าในสมาพันธ์โลกมีอาวุธพลังจิตชั้นสูงที่แข็งแกร่งมากอยู่ใช่ไหม?”


            เด็กสาวเมื่อถูกถามก็พยักหน้ารับ


            เธอนั่งอยู่บนหลังของเขาพร้อมพูดขึ้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม


            [ถูกต้อง! เราเองก็ไม่คิดเลยว่าอารยธรรมอย่างเซเลสเทียที่พวกมนุษย์ได้ค้นพบจะมีเจ้าสิ่งนี้ครอบครองอยู่ด้วย]


            [อาวุธพลังจิตชิ้นนี้ถูกเรียกว่าเป็น 10 รูปแบบอาวุธพลังจิตที่แข็งแกร่งมากภายในห้วงจักรวาล]


            [อาวุธที่สมาพันธ์โลกได้ครอบครองคือดาบศักดิ์สิทธิ์ทะยานฟ้า มันมีกลไกและรูปแบบการโจมตีที่ซับซ้อนเป็นอย่างมาก สามารถพลิกแพลงได้อย่างอิสระ ไร้ซึ่งแบบแผน ว่ากันว่าตัวของใบดาบสามารถแยกออกมาเป็นคมดาบได้อีกร้อยเล่มเลยทีเดียว]


            [ที่สำคัญ คนที่จะสามารถควบคุมอาวุธพลังจิตนี้ได้ พวกเขาจะต้องเป็นนักสู้พลังจิตที่ครอบครองกฎต้นกำเนิดดั่งเดิมแห่งอวกาศเท่านั้น]


            [ถ้าเจ้าได้ครอบครองดาบศักดิ์สิทธิ์ทะยานฟ้า เจ้าสามารถใช้อาวุธชนิดนี้ไปจนถึงขั้นผู้เป็นอมตะที่แท้จริงได้เลย ไม่ต้องเปลี่ยนอาวุธอีก!]


            หลังจากที่สองศิษย์อาจารย์ได้ปรึกษากันอยู่สักพัก ในที่สุดทันย่าก็ได้ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมกับองค์กรยักษ์ใหญ่แห่งนึง


            “เข้าใจแล้วท่านอาจารย์ สมาพันธ์โลกยังไงก็ต้องมีทรัพยากรที่มากยิ่งกว่าสำนักมังกรและสำนักดาบโบราณอย่างแน่นอน”


            “ถึงองค์กรทั้งสองเหล่านี้จะเชียวชาญในการใช้ยีนพันธุกรรมภายในร่างกายและมีรูปแบบการฝึกฝนต่างๆนับร้อยชนิด ทว่าฉันมีเทคนิคการขัดเกลาร่างดวงดาวและคริสตัลจิตดาวฤกษ์อยู่แล้ว เทคนิควิชาระดับต่ำพวกนี้จึงไม่จำเป็นเลยซักนิด ไม่มีค่าให้น่าสนใจเลยด้วยซ้ำ”


            “ฉันเลยตัดสินใจที่จะเข้าร่วมสมาพันธ์โลก เป้าหมายคือตำแหน่งผู้บัญชาการของสมาพันธ์โลก พลเอกหรือราชันแห่งสงคราม”



            ..

            วันพีชเรอะ 555+


    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน