เพราะพิษไวรัสที่ระบาดไปทั่วโลก ทำให้เศรษฐกิจทั้งโลกเกิดการฝืดเคือง บริษัทห้างร้านจำนวนมากต้องปิดตัวลง อัตราการจ้างงานลดลงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กจบใหม่จากสถาบันการศึกษาพื้นๆทั่วไป นายไทของเรา ก็เป็หนึ่งในคนเ่าั้
“ทำไมงานมันหายากจังโว้ย…” ชายหนุ่มะโลั่นสวนสาธารณะ เขาเพิ่งออกมาจากที่สัมภาษณ์งานแห่งที่ 20 ซึ่งผลการสัมภาษณ์งานของเขาก็คือ ปฏิเสธ ไม่รับ ้าคนที่มีประสบการณ์ทำงาน ทั้งๆที่ตอนประกาศรับสมัครงานก็เขียนไว้ว่ายินดีรับเด็กจบใหม่
หลังจากที่ออกมาจากออฟฟิศที่ไทไปสัมภาษณ์งาน เขาก็เดินมาที่สวนสาธารณะแห่งนี้เพื่อสงบสติอารมณ์ สวนสาธารณะแห่งนี้เป็ทางผ่านที่เขาจะสามารถเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อกลับบ้านได้
พอพักผ่อนหย่อนใจพอแล้ว ไทก็เดินไปที่ฟุตบาทเพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้า ระหว่างทางต้องผ่านสี่แยกแห่งหนึ่ง ไทก็เดินมาหยุดรอริมทางแยกเพื่อดูจังหวะรถเตรียมข้ามถนน ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นแมวสามสีตัวหนึ่ง กำลังเดินจะข้ามถนนแซงเขาไป
ทันใดนั้นก็มีรถคนหนึ่งพุ่งมาอย่างรวดเร็วทั้งๆที่ฝั่งของตนเองกำลังเป็ไฟแดง คนขับมองเห็นแมวเช่นกันจึงพยายามเหยียบเบรค
เอี๊ยด!!!.....
ไทไม่มีเวลาให้คิดแม้แต่น้อย เขาพุ่งตัวสุดแรงไปช่วยแมวตัวนั้น
ปัง!!!...
“กรี๊ด..…”
เสียงหญิงสาวผู้เห็นเหตุการณ์หลายคน กรีดร้องด้วยความใ เมื่อเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง ะโด้วยความรวดเร็วเข้าไปข้างหน้ารถก่อนที่อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีอย่างไม่ทราบสาเหตุ ราวกับว่าจะฆ่าตัวตาย เมื่อคาดการณ์จากระยะเวลาแล้ว ชายหนุ่มไม่น่าจะรอดจากเหตุการณ์ครั้งนี้ได้
“เฮ้... นาย..”
เสียงเรียกแว่วๆมารบกวนการนอนหลับของเขา ทำให้นาย “ไท” รู้สึกรำคาญ
“งืมๆ อย่ายุ่งน่า คนกำลังนอน” ไทบ่นพร้อมกับพยามยามเอามือปัดไปปัดมาเพื่อไล่ผู้ที่รบกวนการนอนหลับที่แสนสบายของเขา แต่เขาก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างหนักๆทับอยู่บนหน้าอก
“เฮ้ นาย ตื่นได้แล้ว จะขี้เซาไปไหน”
เสียงยังคงเรียกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไทเริ่มรู้สึกแปลกๆ เพราะเสียงที่ได้ยินไม่คุ้นหูเลย ปกติเขาอาศัยอยู่กับแม่ในบ้านแค่สองคน พ่อของเขาเสียชีวิตไปนานแล้ว แต่เสียงที่ได้ยินกลับเป็เสียงแหลมเล็กคล้ายเด็ก ถ้าอย่างนั้นเสียงที่เขาได้ยินนี้เป็เสียงของใครกันแน่
ด้วยความสงสัยไทจึงค่อยๆลืมตาขึ้น มองไปรอบๆตัวก็ไม่เห็นใคร นอกจากมีแมวไทยสามสีตัวหนึ่งนอนทับอยู่บนหน้าอกเขา พร้อมสายตาที่จับจ้องหน้าไท
“เฮ้อ ตื่นเสียที นึกว่าจะไม่สำเร็จซะแล้ว”
เสียงดังกล่าวดังมาจากปากของแมวตัวที่นอนอยู่บนหน้าอกเขา พร้อมกับปากของมันที่ขยับตามจังหวะพูด ทำให้ไทต้องใร้องเสียงหลง
“เฮ้ย… แมวพูดได้!!!”
“พูดได้แล้วมันแปลกตรงไหน แมวมันก็พูดได้ทุกตัวนั่นล่ะ” เ้าเหมียวเถียงออกมา พร้อมกับส่ายหัวเบาๆอย่างคร้านที่จะพูดอธิบาย
“แมวที่ไหนพูดได้ ไม่เคยเห็นซักตัว” ไทเถียงทันที เขาไม่เคยเห็นแมวพูดได้มาก่อน
“แมวทุกตัวนั่นล่ะ เพียงแค่่ที่ผ่านมาแมวแต่ละตัวต้องรักษากฎ ที่ห้ามไม่ให้พูดกับพวกมนุษย์แบบนายเท่านั้นเอง” มันตอบพร้อมพูดต่อแบบยิ้มๆว่า “นายนี่ก็แปลกนะ แทนที่จะใว่าตัวเองอยู่ที่ไหน มัวมาใกับแมวพูดได้”
พอได้ฟังไทจึงมองไปรอบๆตัวเองและพบว่าเขาไม่ได้อยู่ที่บ้าน ตอนนี้เขาอยู่ในห้องๆหนึ่ง ตัวเขานอนอยู่บนเตียงโลหะอะไรซักอย่าง ซึ่งควรจะแข็ง แต่มันกลับนุ่มมากๆ รอบๆเตียงก็มีอุปกรณ์และแผงหน้าปัดอะไรที่เขาไม่รู้จักอยู่เต็มไปหมด บางแห่งก็มีไฟกระพริบๆ บางที่ก็มีสัญลักษณ์แปลกๆที่เขาอ่านไม่ออก ของทุกอย่างดูเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนบนโลก เหมือนเขาหลุดมาในโลกในอีก 50 หรือ 100 ปีข้างหน้า
“แล้วเราอยู่ที่ไหน???” นายไทถามแมวที่อยู่ข้างหน้าเขาด้วยความรู้สึกแปลกๆ นี่ถ้าแม่เขารู้ว่าเขาพูดกับแมวได้รู้เื่ คงต้องจับเขาเข้าโรงพยาบาลศรีธัญญาหาว่าเขาบ้าอย่างแน่นอน
“ตอนนี้เหรอ เรากำลังลอยลำอยู่ในกลุ่มดาว 545 แห่งอาณาจักรแมว หรือที่บนดาวเ้าเรียกว่ากลุ่มดาวแมวป่า” มันตอบพลางยิ้ม
“ลอยลำ นี่.. นี่.. เราอยู่ในยานอวกาศรึ” ไทถามด้วยเสียงตะกุกตะกัก
“ใช่ ตอนนี้เราอยู่ในยานอวกาศของฉันเอง อยู่ห่างจากโลกหลายร้อยปีแสง แต่ด้วยเทคโนโลยีของพวกเรา สามารถเดินทางไปมาได้ภายใน 3 ชั่วโมง” แมวตัวที่เขาคุยด้วยพูดอย่างภูมิใจ
“แล้วนายจับฉันมาทำไม ทดลองรึ จะชำแหละฉันใช่ไหม หรือจะกิน ที่มีคนบนโลกหายไปก็ฝีมือพวกนายใช่ไหม” ไทพูดพลางนึกถึงข่าวใน่ 3 วันที่ผ่านมา มีคนหายไปบนโลกหลายสิบล้านคนพร้อมสัตว์เลี้ยงของตนเอง ซึ่งทั่วโลกก็ต่างสับสนว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ไม่มีใครกินนายหรอก ไม่ชำแหละด้วย แต่ที่คนบนดาวของนายที่เรียกว่า “โลก” น่ะ ที่หายตัวไปส่วนหนึ่งก็ฝีมือพวกเรานี่ล่ะ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกนะ ” เ้าเหมียวตอบคำถามของเขาให้หายข้องใจ
“ถ้างั้นนายจับพวกฉันมาทำไม” ไทยังไม่ได้รับคำตอบ เขาจึงถามย้ำอีกที
“มันเป็เพราะาน่ะ าระหว่างพวกเาาวแมว กับพวกหมาบัดซบนั่น” เ้าเหมียวตอบ สีหน้าของมันเปลี่ยนเป็ดูดุร้ายชิงชังอย่างน่าแปลกตาก่อนพูดต่อ
“อีกอย่าง ฉันก็ไม่ได้จับนายมานะ แค่ขอความร่วมมืออะไรนิดหน่อย นายจะปฏิเสธก็ได้” เ้าเหมียวพูดพลางเปลี่ยนเป็ยิ้มด้วยสีหน้าเ้าเล่ห์
ไม่ได้จับบ้าบออะไร ไทได้แต่คิดในใจจะพูดออกไปก็ไม่ได้ อยู่ๆก็เอาตัวเขามาอยู่บนอวกาศ ไม่เรียกจับตัวก็ได้ เขาเรียกลักพาตัวชัดๆ อาชญากรรมเชียวนะ จะให้ใจเย็นได้รึ แต่ตอนนี้เขาต้องทำใจดีสู้เสือไปก่อน ก็ไหนๆก็มาลอยอยู่ในอวกาศแล้ว จึงเอ่ยถามไปด้วยความอยากรู้เื่ราว
“ขอความร่วมมืออะไรรึ ลองว่ามาสิ ถ้าฉันช่วยได้ก็จะลองช่วยดู”
เ้าเหมียวทำท่าดีใจที่ไทไม่ได้บฏิเสธมันทันที จึงเอ่ยปากบอกถึงสาเหตุที่จับตัวไทมาว่า “ฉันอยากให้นายมาเป็ตัวแทนให้ฉัน ในาชิงดวงดาวน่ะ”
“าชิงดวงดาว!! ตัวทน!! เอาฉันไปตายแทนรึ ไม่ๆๆ ไม่เด็ดขาด” ไทปฏิเสธทันควัน
เหมียวรีบส่ายหน้าพร้อมเอ่ยบอกว่า “ไม่ๆ งานนี้ไม่มีตาย เราจะให้นายควบคุมหุ่นไบโอโรบอทเพื่อเข้าร่วมต่อสู้แทนน่ะ”
“แล้วทำไมพวกนายไม่ไปสู้กันเอง เทคโนโลยีออกจะทันสมัย ไม่สร้างยานอวกาศไปรบกันให้จบๆไปเลย ต้องมาทำอะไรให้มันยุ่งยาก” ไทถามด้วยความสงสัย
“พวกเราแต่ละเผ่า โดยเฉพาะเราสองเผ่า คือ แมวกับหมา สู้รบกันมานานแล้ว สู้กันด้วยยานอวกาศก็เคย ส่งตัวแทนมาสู้กันบนเวทีก็เคย แต่สุดท้ายก็ทั้งสูญเสียและผลการต่อสู้ก็เสมอกันมาโดยตลอดจนทั้งสองฝ่ายเบื่อจะทำากัน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ประชาชนของเราทั้งสองเผ่ามีอัตราการเติบโตสูง ดาวที่มีอยู่ก็ไม่เพียงพอให้อาศัย จึงต้องแสวงหาดาวใหม่ๆกันเรื่อยมา เมื่อ 100,000 ปี ก่อน ทั้งสองเผ่ามีการแก่งแย่งดาวเคราะห์กันอีกครั้งรวม 2 ดวง พวกหมาจึงยื่นข้อเสนอให้แต่ละเผ่าหาตัวแทนจากดาวอื่น มาแข่งกันบนดวงดาว ดวงดาวไหนที่ตัวแทนเผ่าเป็ผู้ชนะ ก็จะกลายเป็ทรัพย์สินของเผ่านั้นๆไป ซึ่งผลของาเป็ที่สิ้นสุดและชัดเจนดี หลังจากนั้นเราจึงยึดเป็ประเพณีปฏิบัติเรื่อยมา” เ้าเหมียวตอบแบบคร่าวๆ
“แล้วผลเป็อย่างไร ใครแพ้ ใครชนะ??” ไทถามด้วยความสงสัย
“ฮึ่ม จะพูดไปก็โมโห ครั้งแรกที่เริ่มากัน พวกเราก็สูสีและเสมอกันเรื่อยมาได้ดาวคนละครึ่งบ้าง 60:40 บ้าง แต่พักหลังๆไอ้พวกหมามันแอบโกงโดยส่งคนของมันไปอาศัยอยู่บนโลกล่วงเพื่อหาคนเก่งๆ เตรียมไว้เป็พวกมันั้แ่ 100,000 ปีก่อน พวกเาาวแมวรู้ไม่ทันพวกมัน ครั้งสุดท้ายที่ชิงดาวกัน 5 ดวง เมื่อ 5,000 ปี ก่อน พวกมันก็ชนะไปได้ถึง 4 ดวง น่าเจ็บใจนัก แต่หลังจากนั้นพวกเาาวแมวก็ไม่ยอมแพ้ส่งชาวเผ่าแมวไปอาศัยอยู่บนโลกเช่นกัน เพื่อรอาในครั้งนี้ จะได้ไม่เสียเปรียบไอ้พวกหมามัน” เ้าแมวบ่นออกมาด้วยเสียงที่หงุดหงิดเป็อย่างมาก
“แล้วทำไมพวกนายไม่คุมหุ่นยนต์ที่นายว่ามาสู้กันเอง” ไทถามอีก
“ร่างกายพวกเราไม่เหมาะกับการควบคุมไบโอโรบอทหรอก ถ้าใช้พวกเราบังคับหุ่นยนต์สู้กันเอง ก็จะได้ผลเดิมๆคือเสมอกัน ไม่เหมือนเผ่ามนุษย์ของพวกนายที่มีความหลากหลาย เปลี่ยนแปลงควบคุมได้หลายรูปแบบ ทำให้ผลการต่อสู้ไม่สามารถคาดเดาได้ ทุกครั้งที่มีา จึงได้ข้อสรุปทุกครั้ง” เ้าเหมียวตอบชี้แจง
“านี่ใช้เวลานานแค่ไหน” ไทถามสีหน้าความกังวล เขาเป็ห่วงแม่ของเขาที่อยู่คนเดียว
“ครั้งล่าสุดมีดาว 5 ดวง ก็ราวๆ 50 ปี ครั้งนี้มี 10 ดวง ก็น่าจะราวๆ 100 ปี” เ้าเหมียวตอบ
“หา!!! 100 ปี!!! อย่างนี้ผมก็แย่สิ ไม่ตายก่อนรึ แล้วแม่ฉันจะอยู่ยังไง แบบนี้ไม่เอาด้วยหรอก” ไทกล่าวปฏิเสธอีกครั้ง
เ้าเหมียวรีบโบกมือไปมา “เดี๋ยวๆ ใจเย็น พวกเราก็ไม่ได้อยากรอผลาถึง 100 ปี หรอก พวกเรามีเทคโนโลยีที่ใช้ควบคุมเวลา ถึงมันจะไม่สามารถหยุดเวลาได้ 100% แต่มันก็ทำให้เวลาบนดวงดาวที่แข่งกัน เหลื่อมล้ำกับความเป็จริง เวลา 1 ปีบนดาว ก็จะเท่ากับ 1 วันบนโลกของนายเท่านั้น”
ไทคำนวนคร่าวๆทันที 100 วัน ก็ราวๆ 3 - 4 เดือน ถ้าระยะเวลาแค่นี้น่าจะพอไหว ไหนๆก็ว่างงานอยู่แล้ว
“แล้วนายไม่ต้องห่วงนะ พอจบา พวกเราจะมีของชดเชยให้พวกนายอย่างแน่นอน คุ้มที่เสียเวลา 3 - 4 เดือนที่มาทำาให้พวกเราเลยล่ะ” เ้าเหมียวรีบสำทับมา
“ของชดเชย อะไรรึ??” ไทเริ่มตาวาว ตอนนี้บ้านเขาฐานะไม่ดี แม่ของเขาก็หาเช้ากินค่ำ รายได้ต่อเดือนเพียงพอยาไส้เท่านั้น ตัวเขาก็พึ่งเรียนจบ ยังหางานทำไม่ได้ เดินเตะฝุ่นมาหลายเดือนแล้ว ถ้าเขาได้อะไรกลับไปให้แม่มันก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย
“ก็มีเงินในาที่สามารถแลกเป็เงินในบัญชีของพวกนายได้ อัตรา 1 เหรียญทอง ต่อ 1 บาท แล้วก็มีค่าเสียเวลาให้ 3 เดือน แถมถ้าเป็สมาชิกของปาร์ตี้ที่ยึดดวงดาวได้ ก็จะมีรางวัลพิเศษให้อีก เผลอๆรวยเป็เศรษฐีไม่รู้เื่” เ้าเหมียวเริ่มเอาของมาล่อ
“ค่าเสียเวลา 3 เดือนนี่เท่าไหร่นี่?? ถ้าไม่จูงใจพอไม่เอานะ” ไทถามด้วยสายตาเป็ประกายปิ๊งๆ ด้วยความหวัง
“ก็เริ่มแรกค่าเข้าร่วมาให้ก่อนเลย 50,000 บาท หลังจากนั้นก็เดือนละ 50,000 บาท ถ้านายอยู่ได้ถึงเดือนต่อไปน่ะนะ” เ้าเหมียวตอบ มันทำให้ไทดวงตาเปลี่ยนเป็รูปตัว $_$ พร้อมอุทาน โอ้ว… ยาวด้วยความตื่นเต้นทันที แต่ก็สงสัยอย่างหนึ่งเช่นกัน
“ทำไมถึงจะอยู่ไม่ถึงเดือนต่อไปล่ะ” ไทถามแบบงงๆ
“านะ เฮ่ย ไม่ใช่เกม เราไม่มีหุ่นยนต์ตัวที่สองให้นายหรอก นายห้ามตาย ตายเมื่อไหร่ ก็ส่งนายกลับบ้านทันที ไม่มี Continue” มันพูดพลางทำหน้าหน่ายๆ แอบคิดในใจว่า จะไหวไหมหว่า ไอ้เราก็ดันเป็แมวจรที่ถูกทิ้ง กว่าจะหาคนมาได้ก็นาทีสุดท้าย ไม่รู้ไอ้หมอนี่มีความเก่งอะไรไหม แต่อย่างน้อยความสามารถร่างกายมันก็ค่อนข้างดี ประสาทััก็น่าจะไม่ธรรมดา ดูจากตอนที่พุ่งตัดหน้ารถนี่นักกีฬายังชิดซ้าย คิดเสร็จก็ปลอบมองบนไปพลางปลอบใจตัวเองไปพลาง
“ว่าแต่ ก่อนมา เหมือนฉันกำลังจะโดนรถชนนี่นา จำได้ว่ากำลังจะะโไปช่วยแมวตัวหนึ่ง” ไทคิดได้พร้อมถามอย่างงงๆ
“อ๋อ นั่นฉันวาร์ปนายขึ้นมาแว้บเดียวก่อนที่รถจะชนน่ะ ถ้าไปดูข่าว นายจะเห็นข่าวรถชนกันเฉยๆ ไม่มีนายอยู่ตรงนั้นหรอก” เ้าเหมียวตอบ
ไทได้ฟังเ้าเหมียวพูดจบก็เริ่มเอะใจ คิดว่าเ้าแมวตัวนี้มันดูคุ้นๆตา ซักพักก็นึกขึ้นได้
“เฮ้ย แกคือเ้าเหมียวที่ฉันะโเข้าไปช่วยนี่!!”
“ใช่แล้ว ฉันเอง เลิกเรียกว่าแกได้แล้ว ฉันมีชื่อนะ ฉันชื่อปื๊ด แถมเป็เพศเมียด้วย ให้เกียรติเพศแม่หน่อย” เ้าเหมียวเริ่มบ่นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“อ่ะ ใครจะรู้ว่าเป็เพศเมีย ขอโทษด้วยละกัน” ไทบอกด้วยความรู้สึกผิด
“อืม ไม่เป็ไร ว่าแต่นายชื่ออะไร ฉันยังไม่รู้ชื่อนายเลย” ปื๊ดถามชื่อของเขา
“เรียกง่ายๆว่า “ไท” ละกัน” เขาบอกมัน
หลังจากแนะนำตัวเสร็จ ปื๊ดก็เริ่มอธิบายรายละเอียดาให้ไทฟัง
ดวงดาวที่จะแย่งชิงกันในครั้งนี้มีทั้งหมด 10 ดวง แต่ละดวงดาวจะมีบอสประจำดวงดาวอยู่ แต่การฆ่าบอสไม่ใช่ว่าจะยึดครองดวงดาวได้ ต้องทำลายคริสตัลที่อยู่ในห้องบอส ซึ่งเมื่อบอสตาย เกราะหุ้มคริสตัลจะเปิดออก ใครที่ทำลายมันได้ก่อนก็จะเป็ผู้ชนะในดวงดาวนั้น และเผ่าที่ส่งตัวแทนมาก็จะได้ดาวดวงนั้นไปครอง รวมถึงใครที่เป็คนส่งตัวแทนมา ก็จะได้เป็ผู้ครองดวงดาว ได้ผลประโยชน์โดยการเก็บภาษีบนดวงดาวนั้นๆไป
ถ้าผู้ชนะมาเป็ปาร์ตี้ ซึ่งสมาชิกในปาร์ตีสามารถมีได้หลายเผ่าในปาร์ตี้เดียว โดยคนอื่นจะไม่รู้ว่าเราอยู่เผ่าอะไรจนกว่าจะสืบรู้ด้วยตัวเอง
สำหรับคนที่บีบทำลายคริสตัลก็จะเป็ผู้ชนะ และดาวก็จะเป็ของเผ่าของผู้ชนะเท่านั้น แต่ของรางวัลที่จะได้ จะเฉลี่ยกันลงไปตามจำนวนคนในปาร์ตี้
ส่วนเผ่าที่เข้าร่วมาในครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่เผ่าแมวกับเผ่าหมาเท่านั้น ยังมีเผ่ากระต่าย เผ่านก และเผ่าอื่นๆเข้าร่วมด้วย
ผู้เข้าร่วมสามารถฆ่าผู้ร่วมาคนอื่นได้ อาจจะได้รับรางวัลจากการฆ่าผู้อื่นหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับดวงล้วนๆ
แต่ละคนจะมีที่เก็บของมิติ ซึ่งสามารถเก็บของได้หลากหลายไม่จำกัด อยู่ในรูปแบบต่างๆกัน ของนายเป็กำไลข้อมือ ที่เห็นอยู่ตรงมือของนาย ตราบใดที่เ้าของไม่อนุญาต หรือไม่ตาย จะเปิดที่เก็บของของคนอื่นไม่ได้ เว้นแต่จะมีความสามารถพิเศษบางอย่างก็จะเปิดได้เหมือนกัน เช่น พวกความสามารถขโมย ล้วงกระเป๋า เป็ต้น
สำหรับระดับความแข็งแกร่ง จะแบ่งเป็ระดับไล่จากระดับโลหะ คือ ตะกั่ว เหล็ก ทองแดง เงิน ทอง และทองคำขาว หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่ระดับอัญมณี ไล่จาก อำพัน ไข่มุก โอปอลหยก อาเมทิส มรกต โทแพส ทับทิม และ เพชร เป็ระดับสุดท้าย แต่ละระดับ ก็จะมีขั้นย่อยอีก 9 ระดับ เช่น ตะกั่ว ก็จะมีตะกั่ว 1 - ตะกั่ว 9 ก่อนขึ้นไปยังระดับเหล็ก 1 เป็ระดับต่อไป การเพิ่มระดับขึ้นกับความสามารถและความถนัดของแต่ละบุคคล บางคนอาจจะเพิ่มระดับจากการฆ่าสัตว์อสูร บางคนอาจจะเพิ่มระดับจากการทำบางอย่างซ้ำ หรืออาจจะมีกรณีอื่นๆเป็พิเศษได้อีกด้วย
เงินในาจะมี 3 ระดับ คือ ทองแดง เงิน และทอง ซึ่ง 1,000 ทองแดง จะเท่ากับ 1 เงิน และ 1,000 เงิน จะเท่ากับ 1 ทอง ซึ่งเมื่อมีผู้ชนะในดวงดาวในแต่ละดวงแล้ว ผู้เข้าร่วมจะสามารถเลือกได้ว่าจะยังอยู่ในดวงดาวเดิม หรือผ่านไปในดวงดาวต่อไปเลยก็ได้ ก่อนผ่านเข้าดวงดาวดวงต่อไป จะมีห้องรวมพลของดาวแต่ละดวง ซึ่งจะสามารถค้าขายแลกเปลี่ยนของที่ได้มาในา รวมทั้งสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนข่าวสารและจัดปาร์ตี้กันในห้องนี้ได้ แต่ไม่สามารถสู้กันในห้องนี้ได้ ซึ่งผู้ร่วมาสามารถกลับมาที่ห้องนี้ได้เมื่อ้า เพียงเดินย้อนกลับมาที่จุดเริ่มต้นของดาวแต่ละดวงเท่านั้น
สำหรับดาวแต่ละดวงจะแบ่งเป็ 3 ส่วน คือส่วนแรกจะมีอสูรขั้นต้นอยู่ เช่นบนดาวดวงแรก ส่วนแรกจะมีอสูรระดับตะกั่วขั้น 1 - ตะกั่วขั้น 3 อยู่ (ไม่รวมบอส) ส่วนต่อไปเป็ส่วนที่สอง ก็จะมีอสูรขั้นกลางคือ อสูรระดับตะกั่วขั้น 4 - ตะกั่วขั้น 6 และส่วนที่สามซึ่งเป็ส่วนสุดท้ายก็จะมีอสูรระดับตะกั่วขั้น 7 - ตะกั่วขั้น 9 และมีบอสดวงดาว ซึ่งมีระดับสูงกว่า อาจจะอยู่ในระดับเหล็กขั้น 1 - เหล็กขั้น 3 และมีทางเข้าห้องรวมพลเพื่อเตรียมไปยังดาวถัดไป แต่ทั้งหมดไม่แน่นอนในดาวแต่ละดวงจะมีอสูรพิเศษ ซึ่งอาจจะมีระดับต่ำกว่า หรือสูงกว่าปกติซ่อนอยู่ได้
ก่อนเข้าร่วมา ผู้เข้าร่วมาทุกคนจะได้รับความสามารถพิเศษ อาวุธพิเศษ หรือไอเท็มพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่งคนละ 1 ชิ้นจากสัตว์ที่เป็คนส่งตัวแทนเข้าร่วม โดยจะมอบให้ตามความถนัดของแต่ละบุคคล และจะได้รับอาวุธอีกคนละ 1 ชิ้น ตามความถนัดของแต่ละบุคคลเช่นกัน แต่หากไอเท็มพิเศษ กับอาวุธที่ได้เป็ของชนิดเดียวกัน ผู้เข้าร่วมาสามารถเลือกเปลี่ยนอาวุธเป็ชุดเกราะหรืออาวุธอย่างอื่นได้ หรือจะเลือกรวมของทั้งสองชิ้นเป็อาวุธพิเศษระดับที่สูงขึ้นได้
ระดับของความสามารถพิเศษ อาวุธ และไอเท็มก็จะถูกแบ่งตามระดับความแข็งแกร่งคือ ตะกั่ว - เพชรเช่นกันเช่นกัน แต่ขั้นย่อยจะถูกแบ่งแค่ 3 ระดับ คือ ขั้นต่ำ ขั้นกลาง และขั้นสูง เช่น ดาบตะกั่วขั้นต่ำ, ธนูตะกั่วขั้นกลางเป็ต้น
“นายเข้าใจไหม” เ้าเหมียวถามหลังจากที่อธิบายมายืดยาวแบบไม่มีช่องไฟ
“ไม่อ่ะ ขออีกรอบ ฟังไม่ทัน จำได้นิดเดียวเอง” ไทตอบด้วยสีหน้างงๆ
“!#$%^#$^%$&” เสียงสบถอย่างหัวเสียของเ้าเหมียวเป็คำหยาบที่ไม่สามารถเขียนได้ออกมาชุดใหญ่มันเริ่มรู้สึกว่าตนเองตัดสินใจผิดอย่างแรงที่เลือกไท ก่อนที่จะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย และเริ่มอธิบายซ้ำเป็รอบที่ 2 และรอบที่ 3 ต่อไป..