บทที่32 มุ่งหน้าสู่สำนักเหมันต์อัคคี
เจ้ามังกรที่กลับมาจากการติดตามชายคลุมหน้า เมื่อเดนเห็นเขาจึงเรียกขึ้นทันที
“ว่าไงได้ความมาว่ายังไงมั้ง”
“ล้มเหลวขอรับเจ้านั้นมันรู้ตัวแถมยังหนีไปได้อีก”
“เจ้าว่าไงนะเจ้านั้นมันมีความสามารถขนาดนั้นเลยรึถึงหนีจากเจ้าได้พ้นนะ”
“ใช่ขอรับเจ้านั้นร้ายกาจมากถึงกับป้องกันการโจมตีของข้าได้แบบสบายๆเลย”
“ไอ้เจ้าบ้านั้นเป็นใครกันแน่”
เดนแสดงสีหน้าครุ่นคิดออกมาจนพวกไอลีนต้องเข้ามาถาม
“นี่เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้ทำหน้าบอกบุญไม่รับแบบนั้นนะ”
“ไม่มีอะไรหรอกพวกเจ้าละทำไมทำหน้าตายังกับว่างานเลี้ยงไม่สนุกยังงั้นนะ”
“ก็เพราะไอ้บ้าสองคนนั้นนะสิมาคุยอวดตัวเองอยู่ได้ข้าอยากจะอ้วก”
ในขณะที่พวกเขาคุยกันอยู่นั้นก็มีทหารในชุดสีฟ้าวิ่งเข้ามาด้วยอาการตื่นตระหนกและรีบเข้าไปรายงานจ้าวเกาะหยางสือ
“ทะ..ท่านจ้าวเกาะแย่แล้ว!!”
“เกิดอะไรขึ้น”
จ้าวเกาะเร่งถามขึ้นมาเมื่อเห็นอาการของทหารคนนั้น
“เมืองทางด้านตะวันตกโดนคลื่นโจมตีเสียหายอย่างนักขอรับตอนนี้พวกเราอพยพชาวเมืองมาไว้ตีนเขาแล้วขอรับ”
“จะเป็นไปได้ยังไงรอบเกาะมีเขาสูงคอยเป็นแนวกั้นคลื่นอยู่นิ”
“คลื่นนั้นสูงอย่างมากเลยขอรับ”
เมื่อจ้าวเกาะได้ฟังเช่นนั้นจึงรีบสั่งการเปิดม่านพลังขึ้นคลุมจนคลุมทั่วทั้งเกาะเมื่อเปิดม่านพลังขึ้นมาแล้ว ภาพต่างๆรอบเกาะก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศของห้องโถงนั้น ทำให้จ้าวเกาะหยางสือและบรรดาคนในงานเลี้ยงเห็นภาพเมืองที่โดนโจมตีจากคลื่นยักษ์
“นะ..นี่มันเป็นไปได้ยังไง”
เดนที่มองเห็นเมืองที่เสียหายนั้นถามเจ้ามังกรขึ้นมา
“เจ้าคิดว่านั้นเป็นฝีมือเจ้ามังกรวารีนั้นรึไม่”
“สงสัยจะใช่ขอรับพวกมังกรวารีสามารถบังคับน้ำได้ตามแต่ใจของมันได้อย่างอิสระ ให้ข้าไปจัดการมันไหมขอรับ”
“ยังไม่ต้อง รอดูจ้าวเกาะหยางสือไปก่อนว่าจะจัดการยังไง”
“ขอรับ”
ในตอนนั้นออกภาพในอากาศภายในห้องโถงก็แสดงภาพคลื่นน้ำขนาดใหญ่โจมตีม่านพลังจนทำให้ทั้งเกาะสั่นไหวขึ้นมา
“พวกเจ้าตามข้ามา”
จ้าวเกาะหยางสือเรียกคนของตนตามออกไปยังพื้นที่ ที่โดนโจมตี
“ท่านจ้าวเกาะข้าจะไปด้วย”
ฑูตจางที่อยู่ข้างๆกล่าวออกมาจ้าวเกาะพยักหน้าตอบกลับเมื่อพวกเขาเคลื่อนตัวออกไปจากห้องโถงผู้คนทั้งหลายภายในงานเลี้ยงต่างก็ติดตามออกไปจนหมดรวมถึงกลุ่มพวกเดน เมื่อมาถึงเมืองตะวันตกพวกเขาก็พบมวลคลื่นน้ำถาโถมเข้าโจมตีม่านพลังของเกาะอย่างรุนแรง เมื่อพวกเขาเพ่งมองออกไปด้านนอกเกาะก็พบเข้ากับมังกรวารีนับสิบตัวอยู่
“พวกมันมาจากไหนกัน”
จ้าวเกาะหยางสือต้องตกตะลึงเมื่อเห็นเหล่ามังกรวารีด้านนอกเกาะ
“ท่านจ้าวเกาะมันเคยมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดรึไม่”
“ไม่เคยหรอกท่านจาง นี้นะครั้งแรกและข้าก็ไม่รู้ด้วยว่ามันโจมตีเกาะของข้าทำไม”
ในขณะที่พวกเขากำลังคุยปรึกษากันอยู่นั้น มีพลังสายฟ้าฟาดเข้าปะทะกับม่านพลังอย่างแรงจนม่านพลังเกิดรอยร้าวขึ้นมา
“อะไรกันพลังสายฟ้านั้นช่างรุนแรงยิ่งนัก”
ผู้คนภายในเกาะต่างตกตะลึงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าตนเอง ฑูตจางที่เพ่งมองออกไปด้านนอกกล่าวบางอย่างออกมา
“นั้นอะไรกันนะบนหัวมังกรวารีตัวใหญ่ที่อยู่เหนือตัวอื่นๆนั้นนะ”
ผู้คนมองตามคำพูดของฑูตจางทันทีที่ได้ยินคำกล่าวของเขา จึงพบเข้ากับคนที่ยืนอยู่บนหัวของมังกรวารีสวมชุดเกราะสีขาวสะท้อนแสงดวงอาทิตย์ระยิบระยับอยู่ เมื่อจ้าวเกาะเห็นดังนั้นจึงทะยานขึ้นเหนือม่านพลังตะโกนออกไปทางบุคคลดังกล่าวทันที
“นี่เจ้ามาโจมตีเกาะของข้าทำไมกัน”
คนบนหัวมังกรวารีสั่งเหล่ามังกรวารีหยุดโจมตีและเอ่ยตอบกลับมา
“หนึ่งในพวกเจ้าเอาแอบขโมยของ ของข้ามาเอามาคืนชะไม่งั้นเกาะของพวกเจ้าได้หายไปจากพื้นทวีปนี้แน่”
“นี่เจ้าคิดว่าคนของเกาะวารีไปขโมยของเจ้าไป แล้วเจ้ามีหลักฐานอะไรมาแสดงว่าคนนั้นนะเป็นคนของเกาะวารีกันละ”
“หึหลักฐานข้าไม่มีหรอกแต่เหล่าบริวารของข้าเห็นมันเข้ามายังเกาะแห่งนี้มันผู้นั้นปิดบังใบหน้าและสวมชุดสีดำ”
เมื่อเดนได้ยินคำกล่าวของบุคคลดังกล่าวจึงรู้ว่าคนนั้นเป็นใครทันที
“ไอ้เจ้าพ่อค้านั้นแน่”
จ้าวเกาะนึกออกมาทันทีจึงหันไปทางกลุ่มคนเงาทมิฬ
“นี่ท่านจวินลี่คนของท่านที่เขากล่าวออกมาไปไหนแล้วละ”
“นี่ท่านจ้าวเกาะเชื่อคำพูดที่ไร้ซึ่งหลักฐานมากล่าวหาคนของข้ารึ”
“ในเมื่อคนของท่านไม่ได้ทำก็ให้เขามาแสดงความบริสุทธิสิท่าน”
“ข้าไม่รู้หรอกนะตอนนี้เขาอยู่ที่ใดนะ”
“นี่พวกเจ้าตกลงกันเสร็จรึยังจะคืนของข้ามารึจะให้ข้าถล่มเกาะของพวกเจ้าชะก่อนถึงจะยอมมอบมันคืนนะ”
คนที่ยืนบนหัวมังกรวารีกล่าวออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว
“ตามหาตัวข้าอยู่รึนังหนูเผ่าใต้สมุทร”
ชายสวมชุดสีดำปิดบังใบหน้าปรากฏด้านหลังของคนที่ยืนบนหัวมังกรวารี
“นี่เจ้า! คืนมุกจิตสมุทรของข้ามานะ”
“อยากได้คืนก็มาชิงเอาคืนไปเองสิ”
มังกรวารีร่วมสิบตัวรวมถึงบุคคลที่ยืนอยู่บนหัวมังกรวารีกระหน่ำโจมตีไปยังชายที่ปิดบังหน้าตาอย่างรุนแรงแต่ก็ไม่อาจทำอะไรชายคนนั้นได้แม้แต่น้อย พวกที่ดูอยู่ต่างต้องเบิกตากว้างกับการต่อสู้ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าพวกตน
“ท่านจวินลี่เขาคือใครกันทำไมถึงมีพลังป้องกันแข็งแกร่งปานนั้น สายฟ้านั้นแม้แต่ม่านป้องกันของเกาะพิทักษ์วารีที่แข็งแกร่งยังเกิดรอยร้าวขึ้นมาแต่กลับทำอะไรชายคนนั้นไม่ได้เลย”
“เรื่องนั้นข้าไม่อาจตอบท่านจ้าวเกาะหยางสือได้หรอกนะ”
ชายที่คลุมใบหน้าสบัดมือขึ้นคราหนึ่งเกิดวงเวทย์ขนาดใหญ่ขึ้นทั้งสี่ทิศกำแพงแสงออกมาจากวงเวทย์ทั้งสี่เข้าคลุมเหล่ามังกรวารีและคนที่คอยสั่งการพวกมันเอาไว้ พวกผู้คนที่มองดูเหตุการณ์ต่างถามไถ่กันขึ้นมาเกี่ยวกับวิชาที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนทันที เมื่อเจ้ามังกรและแคนดิสเห็นวิชาที่คนปิดบังใบหน้าใช้จึงเอ่ยออกมา
“นั้นมัน เทพพิทักษ์ขังหมื่นอสูร เวทย์ของแดนเทวะนี่เจ้านั้นมันเป็นใครกันแน่”
“เจ้าโง่รึป่าวเจ้ามังกรดูก็รู้ไม่ใช่รึว่านั้นนะเวทย์ของเจ้าพวกตระกูลอสรพิษเต่าทมิฬของแดนเทวะนะ”
แคนดิสกล่าวสวนออกมาทันทีที่เจ้ามังกรกล่าวจบ
“เจ้าจะบอกข้าว่าเจ้านั้นคือเจ้าเต่าจอมขี้เกียจนั้นนะรึ”
“ข้าสงสัยว่าต้องใช่เขาแน่ๆ”
เดนที่ฟังอยู่นานจึงถามขึ้น
“นี่พวกเจ้าทั้งสองบอกข้ามานะว่ามีอะไรเกิดขึ้น”
“คืองี้นายท่านเจ้านั้นที่ปิดบังใบหน้านะพวกข้าสงสัยว่าเป็นสัตว์เทวะเหมือนพวกข้านี่แหละ”
“หือว่ายังไงนะเจ้านั้นนะรึสัตว์เทวะทำไมข้าถึงไม่รู้สึกถึงพลังแดนเทวะจากตัวของเขาได้กันละ”
“ท่านจำผนึกปิดกั้นการค้นหาได้รึไม่ที่ท่านได้มันมาพร้อมกับไข่ใบนั้นนะผนึกที่ว่านั้นสามารถปิดบังพลังจากตัวตนของผู้ใช้ได้ด้วยนะนายท่าน”
“อืมเป็นเช่นนั้นเองหรอกรึ”
“มิน่าเล่าถึงป้องกันการโจมตีของข้าได้ เจ้าพวกอสรพิษเต่าทมิฬขึ้นชื่อเรื่องการป้องกันอย่างมาก”
“ปล่อยพวกข้านะไอ้โจรชั่ว”
“นี่นังหนูมุกจิตสมุทรนี้นะเคยเป็นของข้ามาก่อนอย่ามาว่าข้าเป็นขโมยนะเว้ย”
“เจ้าโจรชั่วอย่ามาโมเมนะมุกจิตสมุทรนั้นนะเป็นสมบัติตกทอดมาจากตะกูลของข้าวังจ้าวสมุทรต่างหาก”
“หึในเมื่อไม่เชื่อข้าจะให้เจ้าดูอะไรบางอย่าง”
ชายผู้ปิดบังใบหน้าชี้นิ้วไปทางหญิงสาวที่สวมหน้ากากสวมเกราะเงินยืนบนหัวมังกรวารีลำแสงพุ่งหายเข้าไปภายในหัวของนาง นางนิ่งสงบไปพักใหญ่และก็เอ่ยออกมา
“นะ..นี่ท่านเป็นท่านจริงๆอย่างนั้นเหรอนี่ท่านกลับมาแล้วสินะ”
จากนั้นนางก็ทะยานเข้าไปหาชายที่ปิดบังใบหน้าทันทีที่เขาสลายพลังที่กักขังนางเอาไว้ให้หายไป นางกอดเขาอย่างอย่างแนบแน่นใบหน้าซุกอกของเขา ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างมึนงงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าของพวกเขา ชายที่ปิดบังใบหน้าและหญิงที่สวมหน้ากากรวมถึงเหล่ามังกรวารีนับสิบก็พากันหายไปในท้องมหาสมุทร ทิ้งให้ผู้คนที่มองเหตุการณ์ยืนงงงวยอยู่นาน
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ข้างงไม่หมดแล้ว บทจะมาก็มาบทจะไปก็ไปไม่คิดจะขอโทษหรือรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองได้ทำลายบ้านเรือนพังทลายไปตั้งหลายหลังคาเรือนขนาดนี้”
“ข้าคิดว่าเสียหายแค่นี้ยังดีกว่าจะโดนเหล่ามังกรวารีพวกนั้นถล่มเกาะนะท่านถึงจะโดนทำลายไปชะหลายหลังแต่ก็ไม่มีใครตายนิท่านหยางสือ”
ฑูตจางกล่าวปลอบใจจ้าวเกาะหยางสือที่ไม่รู้จะทำยังไงดีในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากนั้นพวกเขาทั้งหมดก็พากันกลับไปยังโถงงานเลี้ยงและจ้าวเกาะได้สั่งให้คนของเขาคอยช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อมาถึงยังโถงงานเลี้ยงทุกคนก็ต่างพูดคุยเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น
“นี่เจ้ามังกรทำไมพวกสัตว์เทวะอย่างพวกเจ้าถึงมาดาวดวงนี้กันมากมายขนาดนี้กัน”
“ข้าก็บอกกับท่านไปแล้วแต่พวกคนอื่นนะข้าไม่รู้หรอกนะ”
“ข้าก็เหมือนกันข้าได้บอกกับท่านไปแล้ว”
แคนดิสที่ยืนอยู่ข้างๆกล่าวบอกเดนเช่นกัน
“ข้าว่ามันแปลกๆนะของสำคัญ
หลายอย่างต่างมาอยู่ที่ดาวดวงนี้ ก่อนที่พวกเจ้ามายังที่นี้มีอะไรดลใจให้พวกเจ้ามาที่นี้หรือพวกเจ้าแค่บังเอิญมาเจอดาวนี้เองกัน”
“อืมจะว่าไปตอนก่อนมาที่นี้ข้าไปเจอบันทึกเก่าแก่ม้วนหนึ่งในคลังสมบัติของตระกูลของข้ามันบอกเกี่ยวกับที่ตั้งของดาวดวงนี้ทำให้ข้าออกท่องเที่ยวและก็มายังดาวดวงนี้ นี้แหละนายท่าน”
“ข้าก็เหมือนกันไปเจอเข้ากับคนประหลาดคนหนึ่งในหุบผาอัคคีในแดนเทวะบอกที่ตั้งดาวดวงนี้เหมือนกัน”
“แปลกแหะมันมีอะไรที่นี้กันแน่”
เมื่องานเลี้ยงจบลง พวกเดนก็เตรียมตัวออกเดินทางทันทีโดยมีจ้าวเกาะมาส่งพวกเขาด้วยตัวเองหลังจากกล่าวลากับผู้คนที่มาร่วมงานเลี้ยงของเขาและส่งพวกเขาเหล่านั้นเสร็จ
“ท่านจางฝากบอกท่านเจ้าสำนักด้วยว่าข้าจะไปร่วมงานประลองอย่างแน่นอน”
“ข้าจะไปบอกกับเขาให้ขอให้ท่านมี
ความสุขในวันครบรอบอายุหนึ่งร้อยปีพวกข้าขอลาก่อนนะท่านหยางสือ”
“เชิญ เหล่าสหายน้อยทั้งหลายเมื่อพวกเจ้าผ่านมาแถวนี้อีกเชิญแวะมาเที่ยวได้ทุกเมื่อเลยนะเกาะพิทักษ์วารียินดีตอนรับพวกเจ้า”
พวกเดนกล่าวขอบคุณจ้าวเกาะหยางสือและขึ้นเรือเหาะไปเดนหันไปหาฑูตจาง
“ท่านจางให้ตระกูลเว่ยไปกับพวกเราได้รึไม่เรือพวกเขาพังไปแล้ว”
“อืมได้สิแล้วพวกเขารู้รึไม่ละว่าจะได้ไปกับพวกเรานะ”
“อืมข้าบอกเว่ยหลิงแล้วอีกเดี๋ยวพวกเขาคงมาช่วยรอพวกเขาอีกสักแปปนึงนะท่าน”
พวกตระกลูเว่ยเดินทางมาถึงพอดีในขณะที่เดนและฑูตจางกำลังสนทนากันอยู่
“ขอโทษด้วยที่พวกข้ามาช้า ขอบคุณท่านจางเป็นอย่างมากที่ให้พวกข้าไปด้วย”
“ไม่เป็นไรขึ้นเรือเถอะจะได้รีบออกเดินทางกัน”
พวกตระกูลเว่ยขึ้นเรือจนครบเรือเหาะก็ลอยตัวออกจากท่าเรือและเริ่มบินออกจากเกาะพิทักษ์วารีไป