สามวันแล้วที่ผมไม่เข้าไซต์งานที่ระยองวันนี้งานคงจะกองเต็มโต๊ะไปหมด ผมขับรถเข้ามาก็เห็นรถยนต์ไม่คุ้นตาคันหนึ่งคงเป็รถของกีรติแน่นอน ผมจดรถกระบะของผมข้างรถของเธอ
“สวัสดีค่ะคุณคีรีจะรับกาแฟไหมคะ” กีรติยืนขึ้นทักทายผมทันทีที่เห็นว่าผมเดินเข้ามา
“อืมหามื้อเช้าให้ผมด้วย”
“รับเป็แซนด์วิชทูน่าได้หรือเปล่าคะ”
“ได้”
“รอสักครู่นะคะ”กีรติเดินหายไปในครัวสิบนาทีก็กลับมาพร้อมกับแซนด์วิชทูน่าสี่ชิ้น ไข่ดาวหนึ่งฟองน้ำส้มหนึ่งแก้ว น้ำเปล่าหนึ่งขวด และกาแฟ เธอเตรียมทุกอย่างให้ผมเหมือนที่เคยทำ
“คุณเตรียมมาจากบ้านเหรอ”
“เปล่าค่ะฉันทำเมื่อสักครู่ค่ะ พอดีซื้อของมาใส่ตู้เย็นไว้เผื่อว่าวันไหนคุณจะหิวจะได้มีพร้อมให้ทาน”
“คุณไปทำงานเถอะ”แค่มื้อเช้าไม่กี่อย่างก็สามารถทำให้ผมอารมณ์ดีและเลิกเคืองเธอแล้ว
กินมื้อเช้าเสร็จผมก็ตรวจงานบนโต๊ะทันทีโต๊ะผมเป็ระเบียบและสะอาดมาก กีรติคงจะเป็คนจัดการและเธอทำรายงานสรุปใน่ที่ผมไม่อยู่ได้เรียบร้อยดีมาก
“ผมจะไปดูความคืบหน้าของงานหน่อยนะ”ผมแจ้งให้เธอทราบก่อนจะหยิบหมวกเซฟตี้แล้วเดินออกไป
“ค่ะ”
มื้อเที่ยงของวันกีรติก็จัดการให้ผมเหมือนเดิมเธอดูจะเริ่มเข้ากับเพื่อนร่วมงานผู้ชายได้ดีกว่าเมื่อก่อนแล้วเพราะผมเห็นว่าเธอพูดคุยกับพวกเขามากขึ้น พูดมากกว่าตอนอยู่กับผมซะอีกเห็นแล้วขัดหูขัดตาชะมัด
“กีรติ”ผมเรียกเธอที่กำลังร่วมวงพูดคุยกับพนักงานคนอื่นๆ
“คุณคีรี้าอะไรคะ”เธอเดินเข้ามาหาผมทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกของผม
“คุณไปเอาพิมพ์เขียวของโรงงานนี้ที่ลุงเริงให้ผมหน่อย”
“ได้ค่ะ”
กีรติออกไปตามคำสั่งของผมทันทีสิบนาทีจากนั้นเธอก็กลับมาพร้อมกับม้วนกระดาษหนึ่งอัน
“นี่พิมพ์เขียวที่คุณ้าค่ะ”
“ไม่ใช่อันนี้ผมอยากดูพิมพ์เขียวส่วนของออฟฟิศ ไปเอามาใหม่”
“ค่ะ”
“เดี๋ยวก่อนเอาอันนี้ไปคืนด้วย”กีรติเดินกลับมารับพิมพ์เขียวที่เธอเอามาก่อนหน้าไปคืนอย่างว่าง่าย
สิบนาทีผ่านไปพิมพ์เขียวที่ผม้าก็มาอยู่ในมือผมผมนั่งมองพิมพ์เขียวที่ตรวจผ่านเมื่อนานมาแล้วเงียบๆ และพิมพ์เขียวอันนี้ที่โต๊ะของผมก็มีใช่แล้ว ผมกำลังแกล้งเธอ ช่วยไม่ได้ก็ใครใช้ให้เธอพูดคุยสนุกสนานกับทุกคนยกเว้นผมล่ะ
“กีรติ”
“คุณคีรี้าอะไรคะ”
“น้ำดื่มผมหมดแล้วผมหมายถึงผมอยากดื่มน้ำเย็น”
“ใส่น้ำแข็งไหมคะ”
“ไม่ต้อง”
“รอสักครู่ค่ะ”และผมก็แกล้งเธออีกครั้ง ไม่ถึงห้านาทีผมก็ได้น้ำเย็นหนึ่งแก้วตามที่้า
แล้วผมก็เริ่มแกล้งเธออีกครั้งด้วยการให้เธอไปเอาพิมพ์เขียวโรงจอดรถ ห้องน้ำหรือแม้กระทั่งส่วนของกำแพงโรงงานไปจนถึงตู้ยาม เธอเดินไปเดินมาทั้งบ่าย แต่ไม่ยอมปริปากบ่นสักคำ
“กีรติ”
“ค่ะคุณคีรี”
“พรุ่งนี้ตอนเที่ยงผมอยากกินแกงเขียวหวานไก่ใส่เืด้วยนะ”
“ค่ะฉันจะแจ้งป้าแววให้ค่ะ”
“ขอบคุณ”ผมคิดว่าวันนี้คงต้องแกล้งเธอแค่นี้ก่อน เพราะเลขาของผมเดินไปมาจนเหนื่อยแล้วล่ะแล้วตอนนี้ก็ใกล้จะได้เวลาเลิกงานแล้ว
ฉันเดินกลับมาถึงห้องอย่างคนหมดแรงวันนี้เ้านายของฉันคงจะผีเข้า เขาขยันดูพิมพ์เขียวของโรงงานมากเกินปกติฉันเดินไปเดินมาแทบจะทั้งบ่ายจนตอนนี้ฉันรู้สึกปวดขาไปหมดฉันกดโทรหาเพื่อนรักของฉันทันทีที่หย่อนก้นนั่งลงบนโซฟาในห้องอยากระบายถึงสิ่งที่ฉันถูกกระทำทั้งหมดในวันนี้ให้เพื่อนรักของฉันฟัง
“ยัยเก้าฉันจะตายแล้ว”
(เป็อะไรเพื่อน)
“คุณคีรีกำลังจะฆ่าฉัน”
(บ้าเขาจะฆ่าแกทำไม แกไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจอีกล่ะ)
“เขาดูพิมพ์เขียวโรงงานทั้งบ่ายเลยฉันวิ่งวุ่นไปเอาพิมพ์เขียวโรงงานมาให้เขาดูแทบจะทุกส่วนของโรงงาน ฉันว่าเขากำลังแกล้งฉันพิมพ์เขียวพวกนั้นเขาต้องมีอีกชุดอยู่แล้วแต่ก็ยังให้ฉันไปเอาที่หน้างานมาให้เขาดูอีก แล้วฉันคิดว่าพรุ่งนี้เขาต้องให้ฉันเอาพิมพ์เขียวพวกนั้นไปคืนที่เดิมแน่ๆ”
(เขาจะแกล้งแกทำไม)
“ฉันไม่รู้เก้า ฉันปวดขามากเลย พรุ่งนี้ฉันจะเดินไหวหรือเปล่าฉันยังไม่รู้เลย”
(ไปนอนแช่น้ำอุ่นสิจะได้สบายตัวขึ้น)
“โอเคฉันโทรมาบ่นแค่นี้แหละ บาย”
(อดทนไว้เพื่อนบาย)
หลังจากได้ระบายฉันก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยเล็กน้อยจริงๆ ฉันอยากนอนแช่น้ำอุ่นให้สบายตัวอย่างที่เพื่อนบอกฉันไม่รู้เหตุผลว่าทำไมคุณคีรีต้องแกล้งฉัน แต่ฉันมีความอดทนสิ่งที่เขาให้ทำถึงแม้ว่าฉันจะคิดว่าเขาแกล้งฉันแต่ก็มีความเป็ไปได้ว่าเขาอาจจะดูพิมพ์เขียวไปเพื่องานอื่นหรือเปล่าฉันแอบคิดในทางที่ดี เพราะฉันคิดถึงเหตุผลที่เขาจะแกล้งฉันไม่ออกจริงๆ
ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้วที่ฉันมาทำงานกับคุณคีรีฉันเริ่มรู้สึกว่าคุณคีรีแกล้งฉันเข้าแล้วจริงๆเพราะเขามักจะให้ฉันไปเอาพิมพ์เขียวงานก่อสร้างให้เขาดู ทั้งๆที่พิมพ์เขียวอันนั้นเขาเพิ่งดูไปเมื่อไม่กี่วันก่อนไม่ใช่เฉพาะที่ไซต์งานที่เราประจำที่ระยองนะ แต่ที่ชลบุรีหรือแม้แต่ที่ไซต์งานล่าสุดอย่างรีสอร์ตที่ตราด เขาก็ให้ฉันไปเอาพิมพ์เขียวมาให้เขาดูและวันนี้ฉันต้องพูดกับเขาให้เข้าใจให้ได้
“คุณคีรีคะฉันอยากจะคุยกับคุณค่ะ” ฉันเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของเ้านาย
“ว่ามาสิ”
“ฉันอยากทราบว่าหลายวันมานี้ คุณกำลังแกล้งฉันหรือเปล่าคะ”
“ผมแกล้งคุณเหรอ.......ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้น”
“พิมพ์เขียวทั้งหมดบนโต๊ะของคุณฉันจำได้ว่าคุณเพิ่งจะดูไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อนค่ะ”
“แล้วยังไงผมจะดูซ้ำไม่ได้หรือไง”
“ได้สิคะถ้าคุณจะดูอันที่อยู่ในตู้หลังโต๊ะทำงานของคุณ ฉันจำได้ว่าเคยจัดพวกมันไว้ในนั้นทั้งไซต์ที่ชลบุรี และรีสอร์ตที่ตราด มันอยู่ในตู้หลังโต๊ะทำงานของคุณทั้งนั้นค่ะ”
“คุณไม่พอใจจะไปเอาพวกมันมาให้ผมเพราะอยากอยู่คุยกับคนอื่นๆ มากกว่าจะทำงานให้ผมสินะ”
“อยู่คุยกับคนอื่นๆคุณหมายถึงใครคะ ฉันก็พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานปกติเป็เื่ของปฏิสัมพันธ์ในการร่วมงานและบรรยากาศในการทำงานนี่คะใครมาคุยฉันก็คุยด้วย ฉันไม่เคยทำอะไรนอกเหนือจากหน้าที่ของตัวเอง”
“พี่ทิวาคุยโม้ว่าคุณทำงานเก่ง แต่เท่าที่ผมเห็น คุณคงจะเก่งเื่บริหารเสน่ห์ซะมากกว่า”บริหารเสน่ห์อะไรกัน ฉันก็อยู่ของฉันดีๆ พวกเขาเข้ามาหาฉันเองฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น อย่ามาใส่ความกันนะไอ้เ้านายบ้าฉันโกรธที่เขาใส่ความฉันอีกแล้ว
“ฉันอยากทำงานอย่างสงบค่ะฉันรับปากมาดูแลคุณในฐานะเลขาของคุณตามคำสั่งของคุณนารา เพราะฉะนั้นเรามาสงบศึกกันเถอะนะคะ”
“สงบศึกอะไรนี่เราทำากันอยู่เหรอ ผมถือปืนจะยิงคุณหรือไง”
“ไม่ใช่ค่ะฉันหมายความว่า คือ ฉันอยากให้คุณเลิกแกล้งฉันค่ะ ฉันรู้ว่าคุณไม่ชอบฉันแต่ฉันมาทำงานค่ะ ฉันอยากทำงาน ให้ฉันได้ทำงานของฉันเถอะนะคะ ให้ฉันได้ดูแลคุณ”
“คุณอยากดูแลผม”
“ใช่ค่ะตามที่ได้รับมอบหมาย”
“ได้คุณร้องขอเองนะ อย่ามาร้องที่หลังแล้วกัน” พูดจบเขาก็เดินออกจากห้องไปฉันเดินตามเขาออกไปก็เห็นเขาขับรถออกไปแล้ว อะไรคืออย่ามาร้องทีหลังนี่เราคุยเื่งานกันอยู่นะ แล้วเขาโกรธอะไรฉันอีกฉันตามอารมณ์เ้านายอย่างคุณคีรีไม่ทันจริงๆ
ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ^^