บทที่ 3
ดัสวัลเลย์เมืองแห่งยานบิน
“ตาแก่นี่มันใครกันฟะ” เสียงแทนพูดขึ้น
“เอาคนแก่มาออกทีวีทำไม...ขอสาวๆ ชุดบิกินี่ได้ไหม” เสียงเอ็ดเวิร์ดดังขึ้นบ้าง
“แล้วเอาสาวไทยหรือเทศล่ะพี่” แทนถามกลับ
“ไทยก็ดีเทศก็ได้ สรุปว่าได้หมด...ขอแค่ว๊อบๆแวมๆ เป็นพอ...” เสียงที่ตอบบอกชัดเจนว่าคิดดีแล้ว
“ไอ้ลามก...” เสียงของนิกกี้สรุปความทั้งหมด
ในตอนนี้ผู้เล่นทุกคนกำลังแหงนหน้ามองบนท้องฟ้าซึ่งก่อนจะเกิดเหตุการณ์นี้ได้มีการแจ้งจากระบบไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าจะมีการถ่ายทอดสดแต่ก็อย่างวที่เป็นปกติธรรมดาของโลกออนไลน์ ในเกมออนไลน์นั้น...ถ้าจะมาถ่ายทอดอะไรผู้คนก็ไม่ค่อยจะสนใจสักเท่าไรเพราะพวกเขามาเล่นเกม ไม่ได้อยากดูถ่ายทอดสด...เพราะมันเสียเวลา
แต่เมื่อประโยคหนึ่งถูกกล่าวขึ้นมาต่อให้ผู้เล่นที่จะมีนิสัยอย่างไรก็ต้องหยุดเพื่อดูการถ่ายทอดสดครั้งนี้...มันคือการบังคับกันกลายๆนั่นเอง
ในขณะที่เป็นเวลถ่ายทอดสดนี้ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหนก็จะสามารถรับชมได้มอนสเตอร์ไม่ว่าจะเป็นระดับบอสหรือระดับใดจะไม่ทำร้ายผู้เล่นเด็ดขาดแต่เราขอเตือนว่า...หากท่านไม่อยากชมการถ่ายทอดนี้แล้ว เกิดไปไล่ฆ่ามอนสเตอร์ที่สงบเสงี่ยมเรี่ยมเร้ของเรา...ท่านจะรู้ว่านรกนั้นมีจริง
มอนสเตอร์ในเกมนี้ในขณะถ่ายทอดสดจะถูกปรับเลเวลบวกเข้าไป 100 เลเวล และปรับอัตราการดรอปของให้ลดลงเหลือ30% ของเดิม...
ด้วยการประกาศที่ว่าทำให้ทุกคนทุกคนไม่กล้าออกไปต่อสู้กับเหล่ามอนสเตอร์ ต้องจำใจต้องนั่งลงรอชมการถ่ายทอดสดที่กำลังเกิดขึ้นนั่นรอชมภาพโฮโลแกรมที่กำลังปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าและในอากาศทุกที่ที่มีเพลเยอร์อยู่
“สวัสดีค่ะ...แนะนำตัวหน่อยได้ไหมคะ” พิธีกรสาวสวยผมทองยาวเกินไหล่ไปนิดหน่อยถามขึ้น
ชายชราหนวดเคราขาวโพลนในชุดสูทสีดำนั่งไขว้ขาเอามือแตะริมฝีปากอยู่ค่อยๆเปลี่ยนท่าทางเป็นนั่งโน้มตัวมาด้านหน้าแล้วตอบคำถาม
“ผมแซม นอร์ทวู๊ด...ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนถ้าถามว่าตาแก่คนนี้เป็นใครล่ะก็ผมจะตอบว่า ตาแก่คนนี้และเพื่อนอีกสิบเอ็ดคนเป็นคนริเริ่มสร้างเกมนี้ขึ้นมาด้วยเหตุผลของพวกเราแต่ละคน...ง่ายๆก็สนองนีดส์นั่นล่ะเมื่อพวกคุณได้เห็นการประกาศครั้งนี้ขอให้ผู้เล่นทุกคนรู้ไว้เลยว่า พวกคุณจะไม่สามารถล็อกเอ้าท์ออกจากเกมนี้ได้อีกหากเกิดการตายขึ้นในเกมระบบเชื่อมต่อประสาทของเราจะปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงสูงโจมตีสู่สมองโดยตรงทำให้ชีวิตของผู้เล่นในโลกแห่งความจริงจบลง ทางเดียวที่จะออกจากเกมนี้...และสามารถช่วยโลกนี้เอาไว้ได้มีเพียงจัดการลาสท์บอสที่รออยู่เท่านั้น” ใบหน้าเคร่งเครียดของชายผู้กำลังให้สำภาษณ์หันมาทางน้าจอจากคำพูดที่ได้ฟังทำเอาพวกแทนถึงกับตกตะลึง
แต่แล้วใบหน้าเคร่งเครียดนั่นก็หลุดหัวเราะออกมา...
“ฮ่าๆๆๆ ! ผมล้อเล่น!มันจะมีเรื่องอย่างนั้นได้ยังไงกัน เกมนี้เราสร้างขึ้นเพื่อความสนุกมันจะมีที่ไหนกันเล่นเกมแล้วตาย เล่นเกมแล้วกู้โลกได้ผมก็แค่อยากลองอำผู้เล่นดูแค่นั้นว่าจะมีใครอินไปด้วยหรือเปล่า” เสียงชายในจอพูดออกมาในขณะที่ยังหัวเราะไม่เลิก
“ตูนี่ล่ะอินใจหายหมดนึกว่าจะไม่ได้แต่งงานก่อนตายแล้ว” เสียงเอ็ดเวิร์ดที่กำลังจ้องดูจอภาพอยู่ในห้องส่วนตัวที่กลุ่มของเขาเช่าเอาไว้บนยานบินพูดขึ้น
พิธีกรที่ออกอาการอึ้งไปครู่หนึ่งระลึกถึงความเป็นมืออาชีพรีบสัมภาษณ์ต่อทันที“แหม...คุณแซมขี้เล่นจังเลยนะคะว่าแต่วันนี้มีอะไรถึงต้องออกมาประกาศด้วยตนเองถึงชาว DWO หรือคะเพราะไม่ว่าจะมีกรณีอะไรก็ไม่เคยมีการประกาศอย่างนี้มาก่อน” เธอถามต่อไป
ชายชราขยับยิ้มก่อนจะตอบคำถาม“ผมจะมาไขข้อข้องใจ...เอาให้มั่นใจกันไปเลยว่าคนที่ทุ่มเทเล่นเกมนี้ไม่ได้ถูกหลอก” น้ำเสียงที่ส่งออกมาแสดงความจริงจัง
“ยังไงคะท่าน...” หญิงสาวพิธีกรถามต่อไป
“มันคือเรื่องเงินรางวัลนั่นล่ะ...เงินรางวัลของเกมนี้ที่เราประกาศว่าเราจะแจกเป็นรางวัลสำหรับผู้ที่สามารถจบเกมนี้ได้มีคนสงสัยว่าจำนวนเงินหนึ่งพันล้านดอลล่ามันมากจนเหมือนกับโกหก” ชายชราที่บอกว่าตัวเองชื่อแซมเริ่มอธิบาย
“ตอนนี้ DWO ขายไปแล้วทั้งหมดกว่าสามสิบล้านเครื่องทั่วโลกราคาเครื่องทุกประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ พันดอลล่า นั่นทำให้เราได้เม็ดเงินกลับมาทั้งหมดกว่าสามหมื่นล้านและการที่เราได้เงินมาราวสามหมื่นล้านหักค่าวิจัย ค่าสินค้า และค่าดูแลระบบเราเหลือเงินกำไรเกินกว่าหนึ่งหมื่นล้านดอลล่าการที่เราจะแบ่งเงินกำไรของเราให้เป็นรางวัลของผู้เล่นแค่หนึ่งพันล้านดอลล่า...มันเป็นเรื่องเล็กมาก” ชายชราคนนั้นสรุปความ
“อ้อ...ใช่ค่ะ เรื่องนี้ใครก็รู้ดีว่า DWO นั้นขายถล่มทลายว่าแต่รางวัลนี่จะมีคนเดียวหรือคะ คือให้กับคนจบเกมได้เท่านั้นหรือคะ” พิธีกรถามต่อ
“หนึ่งพันล้านดอลล่าสำหรับผู้เคลียร์เกมนี้...และอีกหนึ่งพันล้านดอลล่าสำหรับผู้เป็นพันธมิตรกับผู้เคลียร์เกมนำไปแบ่งเฉลี่ยกันครับ” เสียงตอบกลับมาหนักแน่นตามกำลังเสียงของคนชรา
“โอ้โห...! ท่านผู้ชมชาว DWO ค่ะ!นี่เป็นถ้อยแถลงจากหนึ่งในสิบสองผู้ก่อตั้งเกมนี้นะคะ ดิฉันขอบอกว่ารางวัลที่เราประกาศไว้นั้นแจกจริงแน่นอนขอให้ทุกคนพยายามเข้านะคะ เราอยากเห็นฉากจบของเกมนี้เช่นเดียวกับทุกๆ ท่านค่ะแล้วคุณแซมมีอะไรจะพูดเพิ่มเติมไหมคะ” เธอหันไปถามอีกครั้ง
“ประกาศอย่างนี้ไปพวกเราจ่ายภาษีอานครับผมขอบอก” ชายชราพูดกลั้วหัวเราะ และพิธีกรสาวก็เช่นกันแต่หลังจากนั้นเขาก็หันมาทางหน้าจอแล้วทำสีหน้าจริงจังก่อนจะพูดออกมา
“ทุกการเดินทางคือสิ่งล้ำค่า...ขอให้ทุกท่านสนุกกับดูเอลเวิร์ลออนไลน์” และนั่นก็เป็นคำพูดสุดท้ายของชายที่บอกว่าตัวเขาชื่อแซมหลังจากนั้นก็เป็นการพูดปิดรายการของพิธีกรสาวแล้วจอภาพนั้นก็หายไป...
“ยังดี...อย่างน้อยก็มีสาวสวยที่เป็นพิธีกรให้ดู” เสียงเอ็ดเวิร์ดพูดขึ้นเมื่อจบรายการมันทำให้นิกกี้หันมองหน้าเขาทันที
“เวร...นี่มันไม่ใช่สันดอนแล้วนะ” หญิงสาวหรี่ตามอง
เอ็ดเวิร์ดหันมายิ้มแฉ่งก่อนจะตอบออกมา“มันฝังรากลึกในจิตใจแล้วล่ะ”เขาว่า
“แต่จะว่าไปที่เขาพูดก็ถูกเลยนะเกมนี้ขายดีขนาดนี้การจะแจกรางวัลแค่นี้มันไม่ได้มากอะไร” บลานซ์พูดขึ้นมาในตอนนี้พวกเขากำลังอยู่บนยานบินที่กำลังมุ่งหน้าจากเมืองคาชินารัดไปยังเมืองแห่งยานบิน...ดัสวัลเลย์
“ว่าแต่ดัสวัลเลย์นี่มันเป็นเมืองยังไงกันฉันไม่เห็นเคยรู้จักเลยแฮะ” แทนถามขึ้น
“หึหึ...ฉันรู้แต่ไม่บอก” นิกกี้ว่า
“ลินรู้ค่าพี่แทน...” ลินยกมือขึ้นตอบ
“ฮ่า...ฮ่า...ฉันไม่ง้อเธอก็ได้นิกกี้ว่าแต่มันเป็นยังไงเหรอลินเมืองนี้” แทนหันไปถาม
“โปรดสัตว์โลกหน่อยก็ได้ลิน” นิกกี้บอกกับลินที่หันไปมองหน้าขออนุญาต
“ค่า...!” ลินตอบสีหน้าดีใจ“ดัสวัลเลย์นะพี่แทนมันเป็นเมืองที่ลอยอยู่กลางอากาศ มีลานบินมากมาย ไม่ว่าจะเป็นของผู้เล่นและ Npc ที่นั่นนะพี่แทน หูย....! หรูเริดอลังการค่ะถ้าเทียบกับโลกปกติก็เป็นเหมือนแหล่งตากอากาศแล้วมีเรือยอร์ชจอดเรียงรายน่ะล่ะค่ะพี่” เธอพูดพร้อมกับยกมือประสานหน้าอกแล้วเงยหน้าขึ้นนิดหน่อยสายตาบ่งบอกว่ากำลังชวนฝัน
“อ่อ...มอนติคาโลของเกมว่างั้น” แทนพูดถึงเมืองหนึ่งที่อยู่ทางชายฝั่งของประเทศฝรั่งเศสที่หรูหรามากเป็นเมืองของบรรดาเศรษฐีและเรือยอร์ช
“อย่างน้อยพวกเราก็เศรษฐีในเกมละว้า” เอ็ดเวิร์ดทำหน้าจริงจัง
“อีกนานไหมเนี่ยกว่าเราจะถึงเมืองที่ว่าน่ะ” แทนถามต่อ
“น่าจะราวๆ อีกเกือบชั่วโมงนะ” บลานซ์ตอบกลับมา
“หนอย...ให้เดินทางนานๆแบบนี้มันกะจะกินค่าแอร์ไทม์ที่เราเล่นเกมล่ะสิเนี่ย” เอ็ดเวิร์ดทำเสียงขึงขังเมื่อได้ยินที่บลานซ์ตอบออกมา
“พี่เอ็ด...” แทนพูดพร้อมกับหันมองหน้าเอ็ดเวิร์ดที่นานๆจะทำหน้าจริงจังสักที “ได้ข่าวว่าเราจ่ายค่าเล่นเกมนี้เป็นเดือนไม่ใช่รึพี่” เสียงเรียบๆ ของแทนพูดออกมา
เอ็ดเวิร์ดทำตาโตก่อนจะยิ้มแห้งๆแล้วเอามือลูบหัวตามสไตล์ “อ่าวเหรอ...ลืมไปเลยแฮะ” เขาพูดด้วยท่าทางอายๆ และท่าทางนั้นก็เรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของหลายๆคนได้เป็นอย่างดี
ยานบินที่พวกแทนใช้โดยสารจากคาชินารัดมุ่งหน้าไปยังดัสท์วัลเลย์นั้นเป็นยานบินขนาดใหญ่สามารถบรรจุผู้โดยสารได้นับร้อย การเดินทางไปยังเมืองนี้นั้นมีหลายทางทางหนึ่งคือการโดยสารยานบินที่ให้บริการแบบที่พวกแทนกำลังใช้อยู่สองใช้บริการวาร์ป แต่เรื่องนี้เป็นในกรณีที่เคยไปยังเมืองนั้นมาครั้งหนึ่งแล้วและสาม...ให้อาชีพหรือพวกที่มีอาชีพสายการเปิดวาร์ปจัดการซึ่งที่ว่ามาทั้งหมดพวกแทนมีทางเลือกเพียงการโดยสารยานบินนี้เพียงเท่านั้น
ในตอนนี้พวกแทนนั่งอยู่ในล็อบบี้ของยานบินนิกกี้เลือกการเดินทางโดนมีห้องส่วนตัวซึ่งจะต้องจ่ายเงินราวๆสามแสนกิลแต่ได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มเข้ามา
ยานบินลำนี้น่าตื่นตาตื่นใจมากเพราะมันเป็นยานบินที่สร้างขึ้นด้วยวัสดุโปรงใสพื้นกว่าครึ่งของยานบินโปร่งใสสามารถมองเห็นด้านล่างได้อย่างชัดเจนส่วนผนังนั้นโปร่งใสเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ไม่ใช่ด้านบนเพดานเป็นเหมือนกระจกใส่นับหมื่นนับแสนชิ้นเรียงต่อกันเป็นลักษณะครอบแก้วโค้งมันเป็นการเดินทางที่ครั้งแรกนั้นแทนคิดว่าจะน่าเบื่อแต่ความจริงแล้วมันเหมือนกับล่องลอยอยู่กลางอากาศและคนที่ดูจะชื่นชอบกับเรื่องนี้มากที่สุดก็คงไม่พ้นอายะและทากะที่ตั้งแต่ขึ้นมาบนยานบินลำนี้ก็ทอดสายตามองหมู่เมฆท้องฟ้า สัตว์ประหลาดบางจำพวกที่บินขึ้นมาสูงถึงระดับนี้ และในตอนนี้สายตาของทั้งสองคนก็จ้องไปยังสัตว์ประหลาด3 ตัวที่กำลังแหวกว่ายกลางท้องฟ้าและหมู่เมฆ
ทางด้านกราบซ้ายของยานบินมีฝูงวาฬเมฆปรากฏตัวออกมาค่ะมันเป็นสัตว์ยักษ์ที่พบเจอได้ยากมากในเกมนี้ ในการเดินทางด้วยยานบินนี้กว่าสิบครั้งถึงจะมีโอกาสได้พบสัตว์ชนิดนี้สักครั้ง ขอให้ท่านผู้โดยสารที่สนใจเชิญชมวาฬเมฆได้ที่ทางด้านซ้ายของยานบินลำนี้ค่ะ
เมื่อสิ้นเสียงประกาศไม่ใช่แค่อายะและทากะที่มองออกไปยังด้านนอกทุกคนในกลุ่มของแทนตอนนี้รีบลุกไปดูวาฬเมฆที่กำลังว่ายอยู่กลางอากาศพวกมันมีอยู่ด้วยกัน 3 ตัว ตัวที่มีขนาดใหญ่ 2 ตัวนั้นมีขนาดไล่เลี่ยกันส่วนอีกตัวที่ว่ายอยู่ข้างๆ นั้นมีขนาดเล็กกว่าเกือบ 3 เท่ามันน่าจะเป็นลูกของเจ้าวาฬเมฆตัวใหญ่ทั้งสองนั่น
ขนาดตัวของวาฬเมฆตัวใหญ่น่าจะอยู่ที่ราวๆสามร้อยเมตร มันมีขนาดตัวที่ใหญ่โตมาก ลำตัวของมันมีสีขาวปนกับสีฟ้าเหมือนกับท้องฟ้าและหมู่เมฆพวกมันว่ายไปบนอากาศราวกับกำลังอยู่ในมหาสมุทรพวกของแทนทุกคนมองดูภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าด้วยความตื่นตะลึงในความงดงาม
ในตอนนี้ไม่มีใครนึกถึงว่ามันเป็นภาพที่สร้างขึ้นหรือไม่...ขอเพียงจิตใจของพวกเขารู้สึกดีมันก็น่าจะเพียงพอแล้ว...
หลังจากนั้นเกือบๆหนึ่งชั่วโมงเสียงประกาศในยานบินก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่ไม่ใช่เรื่องสัตว์แห่งท้องฟ้ามันเป็นการประกาศว่ายานบินที่ที่เกือบจะโปร่งใสลำนี้กำลังจะถึงที่หมายมหานครลอยฟ้าอันยิ่งใหญ่อยู่เบื้องหน้าดัสท์วัลเลย์นครกลางหาวที่ความหรูหรานั้นแตกต่างจากชื่อของมันอย่างสิ้นเชิง
เรากำลังจะเทียบท่าสู่ดัสท์วัลเลย์มหานครกลางท้องฟ้า เมืองแห่งยานบินอันเลื่องชื่อขอให้ผู้โดยสารทุกท่านกลับเข้าที่นั่งแล้วรัดเข็มขัดด้วยค่ะเราจะบินรอบเมืองลอยฟ้าดัสท์วัลเลย์หนึ่งรอบเพื่อให้ทุกท่านได้ชมความงามของที่นี่หลังจากนั้นเราจึงจะลงจอดที่ท่าอากาศยานทางด้านทิศตะวันออกพวกเราสกายแทรเวลเลอร์ยินดีที่ได้บริการทุกท่าน ทุกการเดินทางคือสิ่งล้ำค่า...
“ถึงสักที...” แทนพูดก่อนจะถอนหายใจยาวหลังจากนั้นยานบินก็บินเข้าสู่น่านฟ้าของดัสท์วัลเลย์ยานลำนี้บินวนรอบเมืองลอยฟ้าที่เป็นเป้าหมายในการเดินทางของพวกแทน
ยานบินหลกหลายชนิดจอดลอยลำอยู่ทั่วท้องฟ้ารอบเมืองที่ลอยเด่นเหนือตัวเมืองขึ้นมาก็มียานบินบินกันขวักไขว่ยานบินที่พวกเขาเห็นนั้นบ้างก็เป็นของผู้เล่น บ้างก็เป็นยานบินของ Npc และยานบินขนส่งเมืองด้านล่างเป็นเหมือนกับเมืองในนิยายมันมีปราสาทสีขาวสะอาดตาอยู่บนเนินที่สูงที่สุดของเมืองลอยฟ้าแห่งนี้ ส่วนบ้านเรือนก็ลดหลั่นไปตามระดับความลาดเทของพื้นที่เหมือนกับเอาภูเขาลูกมหึมามาไว้กลางอากาศแล้วค่อยๆสร้างเมืองที่เป็นสิ่งก่อสร้างสไตล์โกธิคออกมาอย่างงดงามรอยเมืองรายล้อมด้วยรูปปั้นสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์หรือแม้กระทั่งสิ่งของต่างๆ แต่สิ่งหนึ่งที่รูปปั้นเหล่านั้นมีเหมือนกันก็คือ...ปีก
ปีกที่สื่อสารกับผู้พบเห็นว่ามันจะพาสิ่งเหล่านั้นโบยบินไปบนท้องฟ้า...
ในขณะที่แทนและพวกกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศบนท้องฟ้าและภาพทิวทัศน์ของมหานครกลางอากาศแรงสั่นสะเทือนรุนแรงก็เกิดขึ้นกันยานบินที่พวกเขาโดยสารอยู่
“เกิดอะไรขึ้น!” เอ็ดเวิร์ดที่สวมเข็มขัดนิรภัยอยู่เหมือนภัยทุกคนถามขึ้น
“นั่งอยู่ด้วยกับผมจะไปรู้ไหมล่ะพี่!” แทนสวนกลับทันทีเขาเองก็ตกใจไม่ต่างกับเอ็ดเวิร์ด
“ฉันรู้สึกว่าท่าทางไม่ค่อยดีมันมีความรู้สึกคุ้นๆ กับเรื่องนี้ยังไงบอกไม่ถูก!” นิกกี้ที่ถูกแรงกระแทกทำให้หลังเธอกระแทกกับพนักพิงตะโกนขึ้น
“แย่แน่ๆ...มันเหมือนกับตอนนั้น...” บลานซ์พูดออกมา
“ตอนนั้นน่ะมันตอนไหนของนาย!” นิกกี้หันไปถามบลานซ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอ
ชายหนุ่มทำหน้าเคร่งเครียดทันที“ตอนนั้น...ตอนที่มังกรน้ำโจมตีเรือที่พวกเรานั่งไปคาลิป” เขาตอบเสียงเข้ม
เมื่อได้ยินคำพูดนี้เอ็ดเวิร์ดนิกกี้ และบลานซ์ซึ่งเป็นคนพูดเองหันมองหน้าแทนทันทีพวกเขาเคยประสพเหตุการณ์แบบนี้กันมาแล้วระหว่างเดินทางจากคัลเดียไปสู่คาลิป
“มีตัวซวยอยู่สินะ...” นิกกี้พูดก่อนจะถอนหายใจยาว
“เฮ้ย!มันไม่ใช่เรื่องนั้นแล้วมั้ง...ตั้งแต่เรื่องเรือนั้นก็ไม่เคยมีเรื่องเกี่ยวกันเจ้ายักษ์นั่นโผล่มาสักหน่อย!” แทนรีบเถียงออกมาทันที
แต่ดูเหมือนเรื่องที่ทุกคนกำลังเถียงกันอยู่จะไม่ต้องใช้เวลาไขข้อข้องใจนานนักเสียงประกาศจากพนักงานของยานบินดังออกมาตัดสินทุกสิ่ง
ผู้โดยสารทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบเรากำลังถูกมังกรบินขนาดยักษ์โจมตีทำให้ยังไม่สามารถร่อนลงสู่ท่าอากาศยานดัสท์วัลเลย์ได้เราไม่รู้ว่ามันปรากฏตัวออกมาได้อย่างไร แต่ขอให้ทุกท่านอยู่ในความสงบ...
หลังจากเสียงของพนักงานประจำยานบินจบไปเสียงประกาศของระบบก็ดังตามมาติดๆ
นารัสชามังกรแห่งเกฮาน่าเลเวล 275 ปรากฏตัวผู้เล่นที่ถูกนารัสชาสังหารเลเวลลดลง 10 เลเวล สุ่มทำลายการ์ดระดับ 15 ดาวขึ้นไป 2 ใบผู้เล่นที่ที่ตายในการต่อสู้จะถูกส่งกลับไปยังวิหารแห่งนักเดินทางที่เคยไปเยือนมาครั้งสุดท้าย...