ปกรณ์แหงนมองต้นไม้ใหญ่ั้แ่โคนต้นจนถึงปลายกิ่งอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อหาจุดสังเกตเพราะเมื่อคืนเขาจำได้ว่ามีกิ่งไม้ใหญ่หักโค่นลงมาตรงจุดที่เขาและชานนท์ยืนอยู่พอดีแต่ว่าไม่ว่าจะมองหาสักเท่าไหร่ ปกรณ์ก็ไม่เห็นร่องรอยความผิดปกติของกิ่งไม้ที่หักเมื่อคืนนี้เลย
นอกจากสายตาที่บังเอิญสะดุดเข้ากับเงาดำคล้ายคนเคลื่อนไหวผ่านไปผ่านมาอยู่บริเวณหลังพุ่มไม้ถัดจากต้นไม้ใหญ่ต้นนี้เท่านั้นแต่เงาดำนั้นเคลื่อนไหวเร็วมากจนไม่สามารถฟันธงได้เลยว่านั่นคือคนจริงรึเปล่า
"นนท์? นายเห็นอะไรแว็บไปมาอยู่หลังพุ่มไม้นั่นไหม?"
ปกรณ์ถามนนท์เบา ๆพร้อมกับชี้นิ้วไปยังพุ่มไม้ที่มีความสูงเท่าระดับความสูงพวกเขาและชานนท์ก็มองตามนิ้วของปกรณ์ไปจนเขาเห็นเงาดำเคลื่อนไหวผ่านพุ่มไม้ไปมาอย่างที่ปกรณ์บอกจริงๆ
“เห็น”
ชานนท์ตอบเสียงสั่นก่อนที่ขาของเขาจะเริ่มสั่นเทาตามน้ำเสียงด้วยความกลัว ซึ่งแตกต่างจากปกรณ์มากที่ยังคงความนิ่งได้เป็อย่างดี
"นายว่ามันคืออะไรวะ?"
"ไม่รู้เว้ย รู้แต่ว่า...กูกลัวมากเลย"
ชานนท์ตอบปกรณ์ ก่อนที่เขาจะหลบไปยืนแอบอยู่ด้านหลังของปกรณ์เพื่อคอยแอบมองเงาดำนั้นอย่างกล้าๆ กลัว ๆ
"เราเข้าไปดูใกล้ ๆ ให้รู้ดำรู้แดงกันเถอะ?"
"ไม่อ่ะ กูกลัว"
แม้ชานนท์จะปฏิเสธอย่างเป็มั่นเป็เหมาะว่าไม่แต่เมื่อเขาโดนปกรณ์อ้อน เขาก็ใจอ่อนยวบจนยอมตามปกรณ์เข้าไปดูใกล้ ๆ ในที่สุด พวกเขาสองคนค่อย ๆ เดินเข้าไปหาเงานั้นอย่างช้า ๆ จนพวกเขาสามารถมองเห็นเงาดำได้ชัดเจนขึ้น
“กรณ์?กูว่าเรารีบกลับเหอะ”
ชานนท์รู้สึกขนลุกซู่จนเขาต้องรีบฉุดแขนของปกรณ์ให้ออกห่างพุ่มไม้นั้น
“เดี๋ยวดิหออยู่ใกล้แค่นี้เอง และอีกอย่างกูยังไม่รู้เลยว่าใครมาเล่นซ่อนหาแกล้งเรา”
ปกรณ์ไม่มีทีท่าหวาดกลัวอันตรายใดๆ เลย และเขายังคอยโน้มน้าวให้ชานนท์อยู่ต่ออีกด้วยจนชานนท์ต้องยอมแต่แล้วในขณะที่เขากำลังแอบซุ่มดูเงาดำที่หลังพุ่มไม้นั้น จู่ ๆ ก็เกิดอากาศแปรปรวนกะทันหันบริเวณนั้นเกิดลมกระโชกแรงดั่งพายุหมุนเป็วงกว้างสายลมม้วนตัวลงต่ำหอบเอาใบไม้ใบหญ้าปลิวครูดผิวถนนดังแกร็ก ๆ
“กรณ์!ไปเร็ว!”
ชานนท์สอดมือเข้าไปประสานกับมือของปกรณ์เอาไว้แน่นแต่ชานนท์กลับไม่รู้เลยว่าเขาจะวิ่งหนีพายุห่าใหญ่นี้ไปทิศทางไหนดีเพราะตอนนี้แรงลมกำลังพัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งจนมองไม่เห็นถนนหนทางเลย
“ไปทางไหนล่ะ!กูมองไม่เห็นอะไรเลย”
ปกรณ์ะโถามชานนท์แข่งกับเสียงลมแรงเพราะเขามองไม่เห็นอะไรเลยจริง ๆ แต่แล้วมือที่ประสานกอบกุมกันไว้แน่นของพวกเขาก็หลุดออกจากกันเพราะไม่อาจต้านทานแรงลมที่บ้าคลั่งนี้ได้
“กรณ์!มึงอยู่ไหนวะ! กูมองไม่เห็นมึงเลย”
ชานนท์พยายามะโเรียกหาปกรณ์แข่งกับเสียงลมที่กำลังพัดโหมเข้ามาอย่างรุนแรงแต่เขาก็ไม่ได้ยินเสียงตอบจากปกรณ์กลับมาเลย เนื่องจากตอนนี้เสียงลมพายุและเสียงฟ้าผ่ารุนแรงได้กลืนกินทุกสรรพสิ่งไปหมดแล้ว
ครึ้ม ครึ้ม เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าคำรามกึกก้องลั่นทุ่งจนทำให้พื้นดินบริเวณนั้นสั่นะเืไปหมดสร้างความตื่นกลัวให้กับชานนท์มาก จนเขาต้องรีบยกมือทั้งสองข้างของตัวเองขึ้นมาวางไขว้กันไว้ที่ท้ายทอย แล้วก็รีบหมอบลงกับพื้นให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้
“พ่อแก้วแม่แก้วช่วยนนท์ด้วยน้า”
ชานนท์หลับตาแน่นพร้อมกับพึมพำเพื่อเป็ขวัญและกำลังใจให้กับตัวเอง และทันทีที่เสียงพึมพำของชานนท์สิ้นสุดลงเสียงพายุฝนที่เคยโหมกระหน่ำก็ค่อย ๆ จางหายจนทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติดังเดิมชานนท์จึงค่อย ๆ หรี่ตาขึ้นมองไปรอบ ๆ ตัวของเขา
“เฮ้ย! พ่อแก้วแม่แก้วมาช่วยลูกแล้วจริง ๆ ด้วย”
ชานนท์ยืดตัวลุกขึ้นยืนและมองไปรอบ ๆ ตัวเองอีกครั้งอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเพราะว่าตอนนี้ทุกอย่างกลับสู่สภาพเดิมเหมือนกับว่าไม่เคยมีพายุเกิดขึ้นมาก่อนเลยท้องฟ้าที่เคยมืดคลึ้มก็กลับมาสว่างสดใสดังเดิมจนเขาสามารถมองเห็นแสงดาวระยิบระยับประดับอยู่เต็มท้องฟ้าทั่วท้องนภาสว่างไสวเมื่อได้รับพลังจากดวงจันทร์ ถึงแม้ว่า...คืนนี้ดวงจันทร์จะเว้าแหว่งไปบ้างก็ตามที
“โอ้!โนว์!ต้มเืหมูที่กูอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตไปซื้อมา มันหายไปแล้วในอากาศ”
ชานนท์ยืนไว้อาลัยให้กับเืหมูที่เขาหวังจะทานเมื่อกลับถึงห้องด้วยหัวในที่แตกสลายก่อนที่เขาจะนึกขึ้นได้ว่าเพื่อนของเขาก็หายไปเหมือนกัน
“ไอ้กรณ์หายไปไหนวะ?”
ชานนท์เริ่มมองหาเพื่อนด้วยความร้อนใจจนในที่สุดเขาก็เจอปกรณ์กำลังยืนซบชายชุดดำอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่ห่างจากเขาเท่าไหร่นักและชานนท์ก็ไม่รอช้ารีบเดินตรงเข้าไปหาชายชุดดำทันทีก่อนที่เขาจะยื่นมือเข้าไปจับข้อมือของชายชุดดำไว้แน่นอย่างเอาเื่
“มึงเป็ใครวะปล่อยเพื่อนกูเลยนะเว้ย”
ชานนท์เค้นเสียงออกมาขู่ชายชุดดำฟ่อๆ จนเขาลืมไปเลยว่าชายชุดดำคนนี้มีรูปลักษณ์ที่ผิดแปลกไปจากมนุษย์ทั่วไปมาก
"ปล่อยเพื่อนกูเดี๋ยวนี้เลย"
ชานนท์จ้องตากับชายชุดดำแบบตาต่อตาจนทำให้ชานนท์สังเกตเห็นว่าชายชุดำคนนี้มีดวงตาสีแดงเป็ประกายดุจดวงตะวันยามพลบค่ำซ้ำยังยืนนิ่งไม่หือไม่อือหรือตอบโต้ชานนท์เลย
“ตกลงมึงได้ยินที่กูพูดไหมห๊ะ?มึงเข้าใจภาษามนุษย์รึเปล่าวะ?”
ชานนท์ตวาดถามชายชุดดำเสียงดังถึงแม้ว่าในใจของเขาจะเริ่มหวาดกลัวขึ้นมาบ้างแล้วและชายชุดดำเองก็ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติงและยังจดจ้องมองชานนท์นิ่งด้วยสายตาที่เ็า แต่ชานนท์ไม่สนใจเลยว่าตัวเองจะโดนมองด้วยสายตาแบบไหน
“อึ๊บอึ๊บ อึ๊บ”
ชานนท์พยายามงัดแงะมือของชายหนุ่มออกจากหัวไหล่ของปกรณ์ด้วยความยากลำบากเพราะไม่ว่าเขาจะพยายามขนาดไหนเขาก็ไม่สามารถเอาชนะมือที่แข็งแกร่งดุจเหล็กไหลของชายหนุ่มได้เลยซ้ำร้ายเขายังเหนื่อยหอบอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนอีกด้วย
“เฮ้อ! เหนื่อย”
ชานนท์ทำท่าก้งโค้งพร้อมกับยกมือขึ้นมาค้ำเข่าตัวเองเอาไว้ด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ
"เพื่อนของเ้า เขากำลังหลับอยู่ เ้าอย่ารบกวนเขาเลย"
เสียงเย็นะเืของชายชุดดำแ่ปลายแต่ชัดเจนดังขึ้นทำให้ชานนท์ค่อย ๆ ยืดตัวตรง ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปเล่นเกมจ้องตากับชายชุดดำอย่างไม่เกรงกลัว
"กูรู้แล้วว่ามันหลับอยู่ ถ้างั้นมึงก็ส่งเพื่อนกูมาซะดี ๆเดี๋ยวกูจะแบกเขากลับหอพักเอง"
“ขาไก่อย่างเ้าจะเอาแรงที่ไหนมาแบกเพื่อนไหว เ้าเก็บแรงไว้พาตัวเองกลับเถอะ ส่วนเพื่อนของเ้าข้าจะพาเขากลับไปส่งที่ห้องเอง เ้าไม่ต้องห่วง”
"ไม่ได้! กูไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า แถมพูดจาประหลาด ส่งเพื่อนกูมานี่เลย"
"งั้นก็ตามใจเ้า"
ชายชุดดำยกยิ้มเยือกเย็น ก่อนที่เขาจะก้มลงไปช้อนร่างบางของปกรณ์ขึ้นมาอุ้มไว้ในท่าเ้าสาวแล้วเขาก็พาปกรณ์ก้าวขาออกห่างจากชานนท์ไปอย่างใจเย็น
"เฮ้ย! นั่นมึงจะพาเพื่อนกูไหนน่ะ?"
ชานนท์วิ่งตามชายชุดดำและปกรณ์ไปอย่างไม่คิดชีวิต ก่อนที่เขาจะวิ่งเข้าไปยืนขวางทางชายชุดดำเอาไว้เพื่อต่อรองและถ่วงเวลาให้คนมาช่วย
“หยุด!”
ชานนท์กางแขนขวางทางชายชุดดำพร้อมกับพยายามหลอกล่อให้ชายชุดดำสนใจตัวเองด้วยการรัวคำถามใส่ไม่ยั้ง
“บอกมาก่อนว่านายชื่ออะไร? เป็ใคร? ทำงานที่ไหน? อายุเท่าไหร่? กรุ๊ปเือะไร? บ้านอยู่ที่ไหน? มีบัตรประชาชนรึเปล่า? มีเบอร์ติดต่อไหม? ขอไลน์ไอดีไว้ด้วย”
คำถามของชานนท์ไม่ได้มีผลกระทบอะไรต่อชายชุดดำเลยเพราะเขายังเดินชนไหล่ของชานนท์ไปเลยซ้ำยังไม่ยอมพูดคุยด้วยเหมือนกับว่าเขากำลังจงใจยั่วโมโหชานนท์และชานนท์เองก็กำลังโมโหได้ที่เลยทีเดียว เพราะตอนนี้ชานนท์ถอดรองเท้าออกมาเล็งล๊อกเป้าหมายไว้แล้ว
ตุ๊บ!
ชานนท์ขว้างรองเท้าของตัวเองใส่แผ่นหลังของชายชุดดำพร้อมกับขู่คำรามออกไป
"มึงหยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะไอ้ชุดดำที่ชอบทำตัวลึกลับ”
ชานนท์วิ่งตามชายชุดดำไปก่อนที่เขาจะอ้อมไปยืนกางแขนขวางทางไว้อีกครั้ง
“กูถามทำไมมึงไม่ตอบวะ? นี่มึงแกล้งบ้าหรือเป็ใบ้เพราะโดนฟ้าผ่ากันแน่นวะ?ห๊ะ?"
"ว่าง ๆ เ้าช่วยเลาะสุนัขออกจากปากของเ้าบ้างนะ เ้าจะได้หุบปากเสียบ้างหรือถ้าเ้าไม่ถือ ข้ายินดีจะช่วยเลาะสุนัขออกจากปากให้แก่เ้าเอง เพราะถ้าขืนเ้ายังเก็บไว้ในปากแบบนี้มีหวังครั้งหน้าข้าคงอดสั่งสอนเ้าไม่ได้เป็แน่"
ชายชุดดำสแยะยิ้มพอใจเมื่อเขาััได้ถึงกลิ่นอายแห่งความโมโหของชานนท์
“อื้มหื้ม...แสบสะท้านไปทรวงอกเลยเชียว”
----------------------------
ซันด๊อก