ระบบตระกูลท้าปฐพีย่ำสวรรค์ 【จบ】

เล่มที่ 8 บทที่ 223 แผ่นทองสัมฤทธิ์เพลิงดำ การตอบแทนของพญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายรึ!

                ซากปรักหักพังที่เดิมเคยมีป่าไม้ยืนต้นตอนนี้ได้กลายเป็นทะเลเพลิงลาวาไปแล้ว

                เหลือเพียงกิ่งก้านของต้นอู๋ถงศักดิ์สิทธิ์ที่ทอดตัวอยู่เหนือน่านน้ำลาวาส่วนที่เหลือได้กลายเป็นเถ้าถ่านไปหมดสิ้น

                พญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายกางปีกกว้างใหญ่ปกคลุมท้องฟ้ายืนตระหง่านอยู่กลางอากาศ มองลงมาที่ซูฉางเซิง

                ส่วนจีหวงและฉางเยวี่ยถูกนางมองข้ามไปโดยสิ้นเชิง

                ตั้งแต่ต้นจนจบ แม้แต่จะชายตามองหญิงสาวทั้งสองนางก็ยังมิได้กระทำ

                ทั้งสองคนนี้ไม่มีกระไรน่ากังวลตอนนี้สิ่งเดียวที่ทำให้พญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายหวาดระแวงก็คือซูฉางเซิง

                เพียงแต่ไม่คาดคิดว่าราชันเซียนอมตะที่ทรงพลังเช่นนี้กลับมีท่าทีที่ถือดีและประมาทเช่นนี้

                ที่จริงแล้วสิ่งที่พญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายไม่ทราบก็คือนางควรจะรู้สึกขอบคุณสายเลือดและความแข็งแกร่งของตนที่ทำให้สามารถให้กำเนิดทายาทที่แข็งแกร่งได้

                มิฉะนั้นนางจะได้เห็นด้านที่เด็ดขาด เฉียบคมและเลือดเย็นของซูฉางเซิงแล้ว

                “ตกลง ท่านผู้มีพระคุณช่วยข้าให้พ้นจากความทุกข์ การตอบแทนนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว”

                บนใบหน้าของพญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายปรากฏรอยยิ้มงดงามนางเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา

                จากนั้นในพริบตาแผ่นทองสัมฤทธิ์ที่มีรูปร่างประณีตก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของนางนางประคองแผ่นทองสัมฤทธิ์ไว้ในฝ่ามือ อักขระสัญลักษณ์อันไร้ขีดจำกัดก็หลั่งไหลเข้าสู่แผ่นทองสัมฤทธิ์พร้อมกับเปลวเพลิงดำที่ปะทุขึ้น

                วินาทีต่อมา พญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายก็ยิ้มอย่างสดใสนางถือแผ่นทองสัมฤทธิ์ไว้ในมือข้างหนึ่ง พลางมองมาที่ซูฉางเซิง

                “ท่านผู้มีพระคุณข้าได้สลักวิชาเทพพรสวรรค์ไว้ในนั้นแล้ว จะให้...”

                “ท่านมารับมันเองดีหรือไม่”

                พญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายจ้องมองซูฉางเซิงด้วยสายตาที่ลึกล้ำพลางเอ่ยถาม

                น้ำเสียงเย็นชา แต่กลับแฝงไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนที่ทำให้ยากจะปฏิเสธ

                ในดวงตาของซูฉางเซิงประกายแสงวาบขึ้นมุมปากก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเช่นกัน

                “ได้”

                เขาตอบตกลงทันที จากนั้นพญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายก็ไม่พูดพล่ามรีบเหวี่ยงแขนโยนแผ่นทองสัมฤทธิ์ไปยังซูฉางเซิง

                ซูฉางเซิงไม่หวาดหวั่น รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงอยู่เขายกมือขึ้นไปรับ

                เมื่อเห็นภาพนั้น ในดวงตาของพญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายก็ปรากฏรอยยิ้มเยาะเย้ย

                “คนโง่ที่โลภมาก!”

                เมื่อสิ้นเสียงแผ่นทองสัมฤทธิ์ก็ถูกซูฉางเซิงกำไว้ในมือ

                และในวินาทีต่อมา!

                “ตูม!!!”

                แผ่นทองสัมฤทธิ์ก็ร้อนวาบขึ้นมาทันทีและระเบิดออก!

                เปลวเพลิงดำอันน่าสะพรึงกลัวพร้อมกับอักขระสัญลักษณ์มากมายระเบิดกระจายออกมา การโจมตีครั้งนี้รุนแรงและกะทันหันอย่างยิ่ง!

                ในระยะใกล้เช่นนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะหลบหลีกและไม่ทันที่จะป้องกัน

                เปลวเพลิงดำลุกโชน ณที่แห่งนี้ดูเหมือนจะเกิดการปลดปล่อยพลังงานอย่างรวดเร็วจากปฏิกิริยาบางอย่าง การระเบิดอันน่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้นโดยมีซูฉางเซิงเป็นศูนย์กลางและแผ่ขยายไปในทุกทิศทาง

                ทะเลลาวาถูกระเบิดเปิดออกพื้นดินถูกระเบิดจนเกิดเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ถึงหมื่นเมตรในพริบตา!

                คลื่นกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวผสมผสานกับความร้อนระอุดั่งคลื่นที่แท้จริงที่พัดกระหน่ำ

                ทุกสิ่งที่พัดผ่านไป ไม่มียกเว้นทั้งหมดกลายเป็นผุยผงเถ้าถ่านในพริบตา

                พญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายไม่ต้องการที่จะต้านทานผลกระทบจากการโจมตีของนางเองนางจึงกางปีกขนาดใหญ่ออกและบินขึ้นไปบนท้องฟ้ามองดูการระเบิดอันน่าสะพรึงกลัวที่อยู่ใต้เท้าด้วยสีหน้าเย็นชา

                เมื่อครู่แผ่นทองสัมฤทธิ์นั้นเป็นเครื่องมือล้ำค่าที่สลักด้วยค่ายกลสังหารขนาดใหญ่หลังจากที่นางได้เติมเปลวเพลิงสีดำลงไปก็ยังคงบรรจุการโจมตีด้วยวิชาพรสวรรค์ของนางไว้อีกด้วยมันจึงมีความน่ากลัวอย่างมาก!

                กล่าวได้ว่าเป็นการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของนางก็ไม่ผิด

                การรับการโจมตีนี้ในระยะใกล้เช่นนี้แม้แต่ราชันเซียนอมตะก็ต้องบาดเจ็บสาหัสถึงตายได้!

                เพียงแต่นางไม่คาดคิดว่าเจ้าหมอนี่จะกล้ายื่นมือไปรับจริงๆ หรือว่าเขาคิดว่านางจะตอบแทนบุญคุณและมอบวิชาให้เขาจริงๆ กันรึ!

                ช่างน่าขันเสียจริง!

                ในใจเยาะเย้ย พญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายก็ไม่ลังเล รีบหันหลังกลับและกำลังจะจากไป

                การโจมตีของนางนั้นแข็งแกร่งก็จริง ทว่าถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็คือราชันเซียนอมตะตัวจริงอีกทั้งยังสามารถครอบครองกระบี่เซียนที่น่าสะพรึงกลัวได้ย่อมต้องมีไพ่ตายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน

                นางหาทางหลบหนีออกไปเสียดีกว่า

                ขาทั้งสองข้างเรียวยาวโก่งงอเล็กน้อยปีกขนาดใหญ่หุบลง ขณะที่นางกำลังจะใช้ความเร็วสูงสุดเพื่อจากไป

                ทันใดนั้นเอง!

                “ฉึก!”

                แสงกระบี่สายหนึ่งก็พุ่งออกมาจากใจกลางของการระเบิดพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าและฟันฉับมาทางนาง

                พญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายตกใจจนหน้าซีดสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก

                ยังไม่ทันได้คิด การกระทำเดิมก็ต้องหยุดชะงักนางรีบบิดร่างกายเพื่อหลบหลีกการโจมตีนี้

                “กระไรกัน!”

                แสงกระบี่ที่น่าสะพรึงกลัวฟันผ่านไป พญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายตกตะลึงอยู่กลางอากาศมองลงไปยังด้านล่างด้วยความไม่เชื่อ

                เห็นเพียงผลกระทบจากการระเบิดอันน่าสะพรึงกลัวค่อยๆจางหายไป ในพายุฝุ่นควันร่างที่เปล่งแสงเล็กน้อยก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น

                “คุณหนู ท่านไม่ซื่อสัตย์เสียเลยนี่!”

                “ข้าเป็นผู้มีพระคุณของท่าน ท่านทำเช่นนี้กับข้ารึ!”

                เสียงทุ้มนุ่มที่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบดังออกมาจากการระเบิดและก้องกังวานไปทั่วทั้งผืนฟ้า

                ดวงตาของพญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายหดเล็กลงทันทีสีหน้าตกตะลึง

                นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าการโจมตีเมื่อครู่นี้จะไม่สามารถทำอันตรายใดๆให้กับชายผู้นี้ได้

                แม้แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้แสดงอาการหวั่นไหวหรือกระวนกระวายแม้แต่น้อย

                และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือเจ้านี่เมื่อครู่ยังมีความสามารถที่จะแบ่งจิตไปปกป้องหญิงสาวทั้งสองเอาไว้ได้โดยที่พวกนางไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย

                ควรทราบว่าการโจมตีเมื่อครู่นี้มีพลังมากพอที่จะทำให้ราชันเซียนอมตะบาดเจ็บสาหัสได้!

                เจ้าหมอนี่เป็นผู้ใดกันแน่!

                พญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายตกตะลึงรู้สึกหวาดกลัวอย่างยิ่ง!

                สีหน้าของนางก็ไม่สงบเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วแต่กลับเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและหวาดระแวง

                ไม่ลังเลและไม่รีรออีกต่อไปนางเมินเฉยต่อคำพูดของซูฉางเซิง หลบหลีกการโจมตีนั้นได้แล้วก็รีบหันหลังกลับและหนีไปในทันที

                นางต้องการที่จะหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

                ชายคนนั้นดูแปลกประหลาดเกินไปหากยังคงยืดเยื้อต่อไป นางอาจจะไปไม่ได้จริงๆ

                นางไม่อยากที่จะเพิ่งหนีพ้นจากความทุกข์แล้วกลับเข้าสู่ปากเสืออีก

                ทว่าก็เป็นที่น่าเสียดาย...

                ซูฉางเซิงเป็นคนที่จะยอมเสียเปรียบรึ

                เมื่อเห็นพญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายกำลังหนีไปอย่างรวดเร็วพริบตาเดียวก็หนีไปได้ไกลหลายแสนลี้ ซูฉางเซิงก็ไม่ตื่นตระหนกมุมปากของเขาก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็น

                “วูบ!”

                ร่างของเขาก็หายวับไปทันทีพลังความเร็วอันน่าสะพรึงกลัวปะทุขึ้น ซูฉางเซิงหายตัวไปจากที่เดิม

                วินาทีต่อมา พญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายที่กำลังหนีอย่างบ้าคลั่งก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที!

                ตรงหน้าของนางปรากฏร่างเงาขึ้นมาเป็นซูฉางเซิงนั่นเอง

                “กระไรกัน”

                “ความเร็วของเจ้าหมอนี่เป็นไปได้อย่างไร!”

                พญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายในตอนนี้รู้สึกหวาดกลัวจนแทบจะไม่มีกระไรมาเทียบได้

                นางในฐานะพญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพราย มีความเร็วเป็นอย่างมากแม้แต่ราชันเซียนอมตะทั่วไปยังเทียบไม่ได้

                ทว่าชายผู้นี้กลับสามารถตามทันและขวางหน้านางได้อย่างง่ายดายแสดงให้เห็นว่าความเร็วของเขานั้นเหนือกว่านางมาก

                “จะไปที่ใดเล่า!”

                ซูฉางเซิงยังคงมีรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าเอ่ยอย่างสงบ พลางมองไปยังพญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายที่กำลังตกตะลึงจนพูดไม่ออก

                พญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายไม่สนใจทำสีหน้าเคร่งขรึม กางปีกออกอีกครั้ง กลับทิศทาง พลังปราณทั่วร่างระเบิดออกมาทั้งหมดไหลเข้าสู่ปีก ความเร็วก็เพิ่มขึ้นอีกระดับ

                ตอนนี้ นางเข้าใจอย่างชัดเจนแล้วว่านางไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซูฉางเซิง นางต้องหนี!

                น่าเสียดาย!

                มันสายเกินไปแล้ว…

คล้ายกับเรื่องระบบตระกูลท้าปฐพีย่ำสวรรค์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน