ร้านขายของชำของผมที่ต่างโลก

    บทที่ 108

    มหาอาณาจักรโอเวอร์ลอร์ดได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของประชาชนไปอย่างสมบูรณ์ การวัดความรู้พื้นฐานทำให้สามารถแยกคนที่มีความสามารถความเชี่ยวชาญให้ทำงานตามที่ตัวเองถนัดได้เป็นอย่างดี ทางด้านของการทหารที่ตอนนี้ถูกควบคุมโดยระบบชนชั้นเป็นยศที่เข้าใจกันโดยทั่วไป  กราเซียผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้แบ่งกองทัพออกเป็นสองส่วน หนึ่งกองกำลังภายใน หรือ‘ตำรวจ’ ส่วนที่สองคือ กองกำลังรักษาดินแดน หรือ ‘ทหาร’ ในส่วนของทหารรักษาพระองค์ หรือ ‘องครักษ์’ จะมีการคัดเลือกแบบพิเศษ ไม่จำกัดเพศซึ่งได้ทั้งชายและหญิง พิธีทางการทหารต่างๆได้ถูกนำมาใช้ และมันเป็นวิธีที่จะทำให้พวกทหารตำรวจมีสิ่งที่เรียกว่า ‘จรรยาบรรณ’ วิชาชีวิต รวมถึงการปลูกฝังความคิดให้พวกเขาเหล่านั้นคิดแบบที่มันควรจะเป็น ไม่ให้เหมือนทหารตำรวจของโลกเก่าของฌอน ทีโอดอลรับหน้าที่หนักที่สุดในเรื่องของการจัดการบริหารบ้านเมืองที่ได้ชื่อใหม่ว่า ‘สำนักงานบริหารแผ่นดิน’ และในวันแรก ทีโอดอลก็ได้จัดตั้ง ‘กรม’ ขึ้นมาถึง 3 กรมหลักๆ ตามคำแนะนำของแนนซี่ เพื่อให้ง่ายต่อการบริหาร  ‘กรมการขนส่ง’ มีหน้าที่ดูแลการออกระเบียบการขนส่งสินค้า การขนส่งไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์หรือสิ่งของ ก็จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ และหน้าที่สำคัญที่สุดของกรมการขนส่งตอนนี้ก็คือการสร้างทางรถไฟที่ต้องการใช้แรงงานมหาศาลในการทำงาน‘กรมการเกษตร’ กรมนี้จะรับผิดชอบเรื่องการวางแผนการเพาะปลูกให้กับประชาชน ปลูกพืชหมุนเวียนตามฉบับของฌอนที่ได้เรียนรู้มาจากโลกก่อน การจัดการแบ่งสันปันส่วนของที่ดิน นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการชลประทานจัดการน้ำ และให้ความรู้กับเกษตรกรอีกด้วย‘กรมแรงงาน’ หน้าที่ของกรมนี้จะเป็นการจัดการหางานให้กับประชาชน แม้ว่าจะเป็นกรมที่ไม่ได้มีบทบาทมากในตอนนี้ แต่กรมนี้จะมีผลต่อการใช้ชีวิตของประชากรทุกคน เพราะกรมนี้ยังได้ออกข้อบังคับให้กับนายจ้าง และแรงงานเป็นกฎหมายอีกด้วย แนนซี่เองก็เหนื่อยไม่น้อย เธอได้รับหน้าที่ให้ดูแลส่วนกลางทั้งหมด และแน่นอนว่าเธอเองก็มีกรมอีก 3 กรมที่ต้องจัดการดูแล  ‘กรมการคลัง’ การเงินการคลังมันเป็นเรื่องที่แนนซี่ดูแลให้ฌอนมาโดยตลอด หน้าที่ของกรมการคลังนั้นมีหน้าที่วางแผนการใช้งานในโครงการต่างๆ การจ่ายเงินเดือนให้กับทุกภาคส่วน‘กรมยุติธรรม’ หรือที่เรียกกันอย่างติดปากว่า ‘ศาล’ แน่นอนว่าคนที่จะมาเป็นผู้พิพากษาได้จะต้องเป็นคนที่มี ‘จรรยาบรรณ’ ที่ดี และด้วยการทดสอบความรู้ในครั้งก่อนทำให้ได้ผู้พิพากษามาหลายคน ทำหน้าที่ตัดสินคดีความต่างๆ แน่นอนว่ามันก็ต้องรวมถึงทนายด้วยเช่นกัน ทั้งหมดจะเป็นคนของศาล และทำหน้าที่แตกต่างกันไป แต่พวกเขาเหล่านี้มีความคิดที่ปลูกฝังลึกมาจากแนนซี่ถึงเหตุผล ความเหมาะสม และคำสาบาน‘กรมการค้า’ กรมนี้แนนซี่เป็นผู้ออกแบบโครงสร้างเอาไว้ให้ออกเป็นแนวคล้ายกับ ‘รัฐวิสาหกิจ’ ที่รัฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ส่วนเอกชนที่มาทำงานให้กับกรมการค้านี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก ‘ดยุคฟาร์เมล’ เจ้าเก่าที่เขาอยู่เบื้องหลังของสมาคมการค้ามาอย่างยาวนานไม่ใช่เพราะโชคช่วย แน่นอนว่าฟาร์เมลไม่ได้ติดใจอะไรในการบริหารงาน บางทีเขาอาจจะสบายมากกว่าที่ใครจะจิตนาการได้เลยหลังจากมีกรมนี้ขึ้นมา ทางด้านของฌอน และเฟียร์ก็เหนื่อยไม่น้อยเช่นกัน ทางด้าน ‘สำนักพระราชวัง’ เองก็มีกรมที่ต้องดูแลอีกสามกรม แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือ ‘กรมการปกครอง’ ที่มีหน้าที่คัดเลือกคนให้ทำหน้าที่เจ้าเมือง หรือในนามใหม่ว่า ‘ผู้ว่า/ผู้แทน’ ของเมืองในอาณาจักรให้ทำตามพระประสงค์ของราชวงศ์ และพวกเขาก็ถูกคัดเลือกมาเป็นอย่างดี บางคนก็ได้รับหน้าที่เดิมอย่างเช่น ‘มอรัสซัส’ เจ้าเมืองเก่ามาลีน ที่ตอนนี้เป็นผู้ว่าราชการของเมืองมาลีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ‘กรมการศึกษา’ ส่วนนี้ฌอนจะเข้มงวดกับมันเป็นพิเศษ เพราะอนาคตของอาณาจักรจะขึ้นอยู่กับกรมนี้ นโยบายที่ให้บุตร และบุตรีของทุกบ้านทุกหลังคาเรือนเข้ามาศึกษาหาความรู้ในขั้นพื้นฐานทั้งหมด และหากใครพอจะมีแววอัจฉริยะ ก็จะมีการส่งเสริมการเรียนรู้ที่มากขึ้นโดยที่ไม่ได้แบ่งแยกชนชั้น พวกเขาจะถูกแบ่งตามความเชื่อที่ว่า ‘คนฉลาด’ จะได้ครองทุกอย่าง และไม่มีการแทรกแซงจากระบบเงินตราใดๆของพวกลูกคุณหนู กรมสุดท้ายที่ฌอนตั้งใจจะให้เฟียร์ได้มีผลงานเป็นที่น่านับถือนั้นก็คือ ‘กรมสาธารณสุข’ กรมนี้ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลคนเจ็บไข้ได้ป่วย โรคระบาด ความสะอาดของบ้านเมือง การจัดการปัญหาเรื่องบ้านเด็กกำพร้าเอง ก็เป็นหน้าที่ของกรมสาธารณสุขด้วยเช่นกัน การสร้างห้องน้ำถูกเริ่มขึ้นเป็นโครงการแรกๆ ต่อด้วยการจัดการขยะตามชุมชน หรือการพัฒนาสังคมความเป็นอยู่ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้เฟียร์ยังได้เป็นประธานของกลุ่ม ‘แม่บ้านยุคใหม่’ อีกด้วย ในกลุ่มนี้จะมีการสอนการทำงานง่ายๆสำหรับเหล่าแม่บ้านที่แต่งงานไปแล้วได้หารายได้เล็กๆน้อยๆเข้าครอบครัว และมันก็ไม่ได้จำกัดเพียงแค่คนที่แต่งงานแล้วเท่านั้น นอกจากนี้มันยังเป็นค่านิยมที่เรียกว่า ‘กุลสตรี’ อีกด้วย มันจึงทำให้กลุ่มๆนี้ขยายใหญ่ออกไปทั่วทั้งอาณาจักรอย่างรวดเร็ว เมื่อทุกอย่างดำเนินไปในแบบที่มันควรจะเป็น ประชาชนอยู่ดีกินดี การบริหารงาน และเงินก็ไม่ขัดข้องอีกต่อไป และกว่าที่ทุกคนจะเริ่มปรับตัวกันได้นั้น ก็ใช้เวลานับเดือนหลังจากที่ทีโอดอลได้ประกาศออกไปในวันนั้น และอีกไม่กี่วันจะเป็นการฉลองราชวงศ์ใหม่อย่างเป็นทางการ อาณาจักรข้างเคียงเองก็ตอบรับด้วยความยินดีด้วยเช่นกัน ถนนหนทางเริ่มมีกรมต่างๆออกมาตกแต่งแล้วเช่นกัน “ท่านพี่.. น้องว่าพวกเขาทำโอเวอร์กันอีกแล้ว ดูซิเจ้าคะ นำผ้าผืนยาวมามัดรวมกันตรงนั้นอีก..” เฟียร์เอ่ยกับฌอนพร้อมกับชี้ไปทางเสาต้นหนึ่งที่ถูกตกแต่งไปด้วยผ้าสีประจำราชวงศ์ แน่นอนว่ามันเหมือนกับการรับเสด็จของกษัตริย์ในโลกก่อนของฌอน ที่ตลอดทั้งเส้นทางมักจะเป็นอย่างนี้เสมอๆ“ก็ราชวงศ์ของเราก็ขึ้นว่า ‘โอเวอร์ลอร์ด’ นี่นา มันก็ต้องโอเวอร์ให้มันได้ตลอดๆซิถึงจะถูก.. ว่าแต่เราไม่ควรพูดเรื่องนี้ตอนนี้นะ วันนี้ไม่มีคำว่าราชวงศ์ในหัว น้องจำไม่ได้เหรอว่าเราหนีออกจากราชวังมานะ” ฌอนเอ่ย และในวันนี้พวกเขาสองผัวเมียได้หนีออกจากราชวัง ปลอมตัวเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถจำพวกเขาได้ เพราะคนที่จะเจอพวกเขาได้บ่อยๆก็มีไม่กี่คนเท่านั้น แต่หากยังพูดเรื่องนี้อยู่มันอาจจะทำให้ความแตกก็เป็นไปได้“นั่นซิเจ้าคะ น้องลืมตัวไป.. วันนี้เราเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาๆเท่านั้น เที่ยวกันสนุกๆ” เฟียร์กล่าวออกมาอย่างร่าเริง ฌอนที่เห็นอย่างนั้นเขาก็ได้แต่ยิ้มให้กับเธอที่กำลังดูเหมือนว่าจะมีความสุขกับการใช้ชีวิต พวกเขาเดินจูงมือกันและกันไปตามตลาดชุมชนหนาแน่น ที่ผู้คนต่างอัธยาศัยดีกันทั้งนั้น ผลผลิตที่นำออกมาขายก็มีราคา และคุณภาพที่เหมาะสมกับมัน ฌอนเห็นแล้วก็ปลื้มใจนิดๆที่ตัวเองสามารถทำอะไรมากถึงขนาดนี้“ท่านพี่ตรงนั้นมีอะไรก็ไม่รู้ ผู้คนมุงกันใหญ่เลย เราไปดูกันดีกว่า..” เฟียร์ที่สังเกตเห็นว่าตรงนั้นมีผู้คนที่มากกว่าปกติ และน่าจะมีเรื่องอะไรสนุกๆให้ดู เธอจึงไม่รอช้ารีบลากแขนของสามีตรงไปยังจุดนั้นในทันที กว่าที่พวกเขาทั้งสองเบียดคนอื่นมาอยู่ข้างหน้าได้ก็ใช้เวลาพอสมควร และภาพที่พวกเขาได้เห็นนั้นก็คือการละเล่นที่ฌอนได้สร้างขึ้น มันเป็นเกมอย่างหนึ่งที่ฝึกให้ประชาชนของเขาได้ใช้ความคิด“หมากรุกอย่างนั้นรึ... ดูเหมือนว่าชายหนุ่มคนนั้นจะได้เปรียบไม่น้อยเลยนะ” ฌอนยกมือเกาคางเล็กน้อย ก่อนจะคิดวิเคราะห์ออกมา ฌอนนับว่าเป็นเซียนหมากรุกคนหนึ่งเลยก็ว่าได้จากโลกก่อน เฟียร์เองก็เรียนรู้จากเขาไปไม่น้อย ทั้งกลยุทธ์ และวิธีการเดินหมาก“เท่านี้ก็รุกฆาตแล้วซินะ...” ปัก!! เสียงกระแทกหมากดังขึ้นจากชายหนุ่มหัวทองคนนั้น และมันก็เป็นไปตามที่ชายคนนั้นกล่าว เขาชนะอย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนตาลุงที่เป็นคู่แข่งตอนนี้ก็ยกมือกุมขมับ แต่เขาก็ยอมรับความพ่ายแพ้ด้วยการจับมือกับอีกฝ่าย

    คล้ายกับเรื่องร้านขายของชำของผมที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810