มารีนและจอห์นนั้นต่างกำลังสนทนากันอยู่ซึ่งใจความของบทสนทนานี้เกี่ยวกับเรื่องที่พวกเขาไม่สามารถออกจากห้องโถงแห่งนี้ได้ไม่ว่าจะพยายามใช้วิธีใดก็ตามแต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็จะเดินกลับมายังจุดเดิมราวกับพวกเขาหลงทางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งๆ ที่ทางเดินกลับนั้นเป็นทางตรงยาว
“การไหลเวียนของพลังวิญญาณที่นี่นับว่าผิดปกติอย่างมาก เป็นไปได้ว่ามีใครบางคนได้สร้างวงเวทเอาไว้ ซึ่งน่าจะเป็นวงเวทภาพลวงตาและกักขัง ดูจากการที่เราไม่สามารถรับรู้อะไรได้เลยเกี่ยวกับมันนั่นแสดงให้เห็นว่าคนสร้างมันนั้นจะต้องมีความรู้ที่สูงล้ำกว่าคนยุคนี้ไปอย่างมาก!”
มารีนกล่าวอธิบาย อย่างไรก็ตามหลายคนนั้นไม่มีวันที่จะเข้าใจคำกล่าวของหญิงสาวได้เนื่องจากคนในทวีปเอวานั้นมีความรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์น้อยเกินไป วงเวทนั้นเป็นหนึ่งในศาสตร์เวทมนตร์แขนงหนึ่งที่สามารถกล่าวได้เต็มปากว่ามนุษย์เป็นผู้คิดค้นขึ้นมาเอง ส่วนใหญ่วงเวทนี้นั้นจะใช้ในการวางกับดัก และคนที่ใช้มันได้นั้นน้อยมากๆ และไม่คุ้มค่าที่จะศึกษาเพราะความยากของมัน
ในขณะที่คนทั้งห้องโถงนั้นกำลังสนทนาและหาทางออกจากสถานที่แห่งนี้นั้น เซนก็ยังกุมขมับโดยที่สภาพใบหน้าและทั่วทั้งร่างกายของเขาหลั่งเหงื่อออกมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เซนนั้นได้ยินเสียงประหลาดอยู่ข้างหูของเขาตลอดเวลาอย่างไรก็ตามเมื่อเขาพยายามจะหันไปหาต้นเสียงกลับไม่พบใครราวกับว่าเสียงนั้นเป็นเพียงความหลอนของตนเอง
เสียงนั้นประกอบด้วยหลายเสียงเจือปนกันจนฟังไม่รู้เรื่อง มีทั้งเสียงกรีดร้อง แต่เป็นการกรีดร้องหลายๆ แบบ ไม่ว่าจะกรีดร้องด้วยความเศร้า ความเจ็บปวด หรือความสิ้นหวัง แม้กระทั่งความเกลียดชัง ชายหนุ่มได้ยินเสียงเช่นนี้ตั้งแต่ที่เขาเข้ามายังห้องโถงแห่งนี้
เขาพยายามจะใช้มุกสวรรค์อนันตกาลในการรักษาแต่อย่างไรก็ตามมันกลับหายไปได้ไม่นานและกลับมาอีก จนชายหนุ่มนั้นล้มเลิกความตั้งใจและหันมามองหาต้นตอว่ามันเกิดจากสิ่งใด
และในสถานการณ์ปัจจุบันนั้นเซนได้ยินแต่เสียงหลอนๆ นั้นเท่านั้น มันเสียงดังจนกลบเสียงรอบข้างทั้งหมดทำให้เขาไม่ได้ยินอะไรเลย มารีนและอีกหลายคนเห็นถึงความผิดปกติของเซนทำให้พวกเขาต่างมาล้อมชายหนุ่ม
“เซน เซนเจ้าเป็นอะไรกัน?”
มารีนพยายามสะกิดและเรียกชายหนุ่ม ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในสภาพที่เหมือนได้รับความเจ็บปวด อย่างไรก็ตามเซนกลับไม่ตอบสนองอะไรเลย ชายหนุ่มอยู่ในสภาพเช่นนี้กว่าสิบนาที จนเสียงกรีดร้องทุกอย่างเงียบลงทำให้เขาสามารถสงบลงได้ อย่างไรก็ตามเมื่อเสียงกรีดร้องทุกอย่างเงียบลงชายหนุ่มกลับค้นพบบางอย่าง นั่นคือไม่มีเสียงของการสนทนาของคนรอบห้องโถงอีกต่อไป และตอนนี้ทุกคนต่างหายไปกันหมดทิ้งให้ชายหนุ่มอยู่กลางห้องโถงคนเดียว
“ทุกคนหายไปไหนกันหมด?”
เซนพยายามค้นหาคนอื่น เขากระทั่งใช้สัมผัสพิเศษของตนเองในการค้นหา อย่างไรก็ตามราวกับสัมผัสของเขาถูกปิดกั้นทุกทาง เพราะมันไม่สามารถกระจายไปไหนได้
ชายหนุ่มคิดว่าคนอื่นอาจจะออกไปกันหมดแล้วดังนั้นชายหนุ่มจึงหันหลังกลับและตั้งใจจะเดินออกจากประตู อย่างไรก็ตามในเวลานั้นหน้าของเขาดันไปกระทบกับบางอย่างที่อยู่เบื้องหลังของเขาตลอดเวลา
ตัวตนนั้นสูงกว่าเขาเกือบครึ่งตัวมันผอมแห้งมีแขนยาวและใบหน้าที่ซีดขาว แววตาเบิกกว้างอย่างน่าเกลียดน่ากลัวและทอประกายสีแดง ร่างกายของมันถูกห่อหุ้มด้วยสีดำมันดูไม่เหมือนกับชุดแต่เป็นผิวหนัง มันมีปีกขนาดใหญ่เหมือนกับปีกของค้างคาว
การเจอกับตัวน่าเกลียดเช่นนี้นั้นทำให้เซนต้องการที่จะเอาหน้าของตนเองออกห่างไปให้ไกลจากมัน อย่างไรก็ตามชายหนุ่มกลับค้นพบว่าตนเองนั้นไม่สามารถขยับตัวได้
ซึ่งสาเหตุนั้นน่าจะมาจากนิ้วของสัตว์ประหลาดเบื้องหน้าที่กำลังจิ้มมาที่คอของเขา ตั้งแต่เซนมายังโลกใบนี้นั้นเป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มต้องเผชิญหน้ากับตัวตนที่เขาไม่สามารถแม้แต่จะต่อต้านได้ และตัวตนที่น่าหวาดกลัวถึงเพียงนี้
ออร่าบางอย่างที่ถูกปล่อยออกมาจากตัวตนเบื้องหน้าชายหนุ่มนั้นมันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกบ้าคลั่งอย่างบอกไม่ถูก ออร่านั้นเป็นแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน มันให้ความรู้สึกขนลุกและสิ้นหวัง อย่างไรก็ตามมันกลับให้ความรู้สึกที่ทรงอำนาจอย่างที่สุด
ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะหมดสติไปเพราะความกดดันนั้นสิ่งมีชีวิตที่ราวกับมาจากนรกเบื้องหน้าชายหนุ่มก็ได้อ้าปากสีดำของมันขึ้น เผยให้เห็นฟันแหลมคมที่ผิดกับทุกสิ่งมีชีวิต มันกล่าวภาษามนุษย์ที่เซนเข้าใจออกมา
“ร่างกายของเจ้าข้าขอล่ะนะ…”
เสียงของมันนั้นทำให้ร่างกายของเซนอ่อนระทวยและเหมือนจะยอมถวายร่างกายของเขาให้มัน แม้แต่ตัวชายหนุ่มเองก็ยังไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง แต่มันต้องไม่ใช่สิ่งที่ดีแน่ๆ เพราะเจ้าตัวประหลาดนั่นกำลังทำบางอย่างกับร่างกายเขา
มือของมันค่อยๆ สัมผัสกับหน้าอกของเซนช้าๆ พร้อมกับใช้ออร่าสีดำที่น่าขนลุกของมันบุกทะลวงเข้ามาในร่างกายของชายหนุ่ม อย่างไรก็ตามในเวลานั้นแสงสีเขียวก็ได้ปกป้องเซนจากสิ่งมีชีวิตนั้นอีกครั้ง มันทำลายทุกอย่างในห้องโถงอย่างไรก็ตามแสงสีเขียวนั้นกลับไม่สามารถทำอะไรตัวตนประหลาดนั้นได้ มันฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับเอียงคอให้เซนก่อนที่มันจะหายไปโดยไม่กล่าวอะไรกับชายหนุ่ม
“เซน เซน!”
ราวกับตื่นจากภวังค์ภาพรอบตัวของชายหนุ่มกลับมาเป็นห้องโถงห้องเดิมอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามรอบตัวของเขาตอนนี้กลับเต็มไปด้วยคณะเดินทางมากมาย
ความรู้สึกแรกของเซนนั่นก็คือเขารู้สึกเหมือนกับตนเองนั้นตื่นจากฝันที่ยาวนาน เพื่อยืนยันสิ่งที่ตนเองคิดนั้นถูกต้องชายหนุ่มจึงเอื้อมมือไปเบื้องหน้าและหยิกแก้มของมารีน
“จะ…เจ้ากำลังทำอะไรกัน!”
หญิงสาวมีสีหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความเขินอายพร้อมกับสะบัดหน้าหนีมือของเซนอย่างรวดเร็วนั่นทำให้เซนคิดว่าตนเองนั้นกลับสู่โลกความเป็นจริงแล้ว
“มารีนเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นกับข้างั้นเหรอ?”
เมื่อมารีนได้ยินคำถามของเซน เธอก็รีบส่ายหัวพร้อมกับกล่าวบอกเรื่องราวก่อนหน้านี้ให้กับชายหนุ่ม เซนนั้นอยู่ๆ ก็สั่นและกุมขมับก่อนที่นิ่งไปราวกับคนหมดสติ แต่ผ่านไปเพียงสามวินาทีชายหนุ่มก็กลับมาในสภาพเดิมอีกครั้ง
‘ข้ารู้สึกได้ว่าตัวตนประหลาดนั่นไม่ใช่ภาพลวงตา…มันมีตัวตนอยู่จริงๆ และข้าเดาว่ามันต้องรอข้าอยู่ในส่วนลึกของโบราณสถานแห่งนี้แน่’
เซนคิดกับตัวเองในใจ ก่อนที่จะกล่าวคำพูดกับหญิงสาวเบื้องหน้าว่า
“ในส่วนลึกของโบราณสถานนั้นมีสิ่งที่ไม่ดีอยู่ ข้าคิดว่าเราอย่าพยายามเข้าไปดีกว่า”
“ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้ากำลังกังวลเกี่ยวกับสิ่งใด แต่ทางออกนั้นต่อให้เจ้าอยู่ในระดับเทวะข้าก็คิดว่าเจ้ายังไม่อาจทำลายมันได้ ซึ่งมีทางเดียวคือต้องฝ่าวงกตเข้าไปเพื่อที่จะหาทางออกอื่น”
มารีนกล่าวจบเซนก็เงียบไปในทันที เพราะดูจากสถานการณ์แล้วชายหนุ่มนั้นไม่สามารถออกจากสถานที่แห่งนี้ได้แน่นอน แม้ว่าเขาจะพยายามทุกกำแพงหรือกระโดดพุ่งทะลุเพดานออกไปก็ตาม เพราะมันถูกล้อมรอบด้วยเขตแดนลวงตาทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถต่อต้านอะไรได้ นอกจากตามเกมไปเท่านั้น
“ทุกคน! มีประตู! ประตูปรากฏขึ้นหน้าทางเข้าเขาวงกต!”
หนึ่งในคณะเดินทางที่พยายามสำรวจภายในวงกตเป็นเวลานานได้กล่าวขึ้น ทันใดนั้นผู้คนมากกว่าร้อยต่างทยอยกันมารวมตัวเบื้องหน้าทางเข้าเขาวงกต และพบว่ามีประตูบานหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของพวกเขา ไม่มีใครกล้าขยับเมื่อได้แต่เฝ้ามองประตูบานนั้นอย่างใกล้ชิด
“เห้ย!”
อยู่ๆ ประตูก็เปิดออกอย่างกะทันหันทำให้นักเดินทางที่อยู่หน้าประตูร้องออกมาด้วยความประหลาดใจพร้อมกับกระโดดหนี ประตูบานนั้นเผยให้เห็นสถานที่ข้างในซึ่งเป็นสถานที่ ที่ไม่ได้เชื่อมกับวงกตแต่อย่างใดมันเป็นทางเดินยาวที่มืดมิดซึ่งจะนำพาพวกเขาไปสถานที่ใหม่
“ประตูวาร์ป? เวทมิติ? นี่มันเวทมนตร์ที่สาบสูญไม่ใช่เหรอ? เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ได้แล้วใครเป็นผู้ใช้มันกัน?”
จอห์นร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นการทำงานของประตูเบื้องหน้า