มาถึงลานธนูด้วยความทุลักทุเล คะนิ้งมองพื้นมาตลอดทาง คนแบกๆ อย่างไม่รู้สึกเหนื่อย ซินเหยาแม้จะเดินตามด้วยความสงบแต่ในสมองกลับครุ่นคิดเื่ราวมากมายนางเป็เพียงสนมคืนแรกไยฝ่าาให้ความสนิทสนมเช่นนี้
“ลงได้แล้ว” ดึงตัวมากระซิบข้างหู
“อยู่นิ่งๆ ทำตัวดีดี ไม่อย่างนั้น เหล่าขันทีนางในได้ดูโชว์จากข้าแน่”
“ท่านไม่อายก็เื่ของท่าน” หันหน้าหนี
“วังหลวงของข้าคนของข้า เื่อะไรข้าต้องอายเป็ธรรมดา หากข้าจะแสดงความรักต่อใครบางคน” คะนิ้งเผลอแลบลิ้น รวดเร็วเหมือนสายฟ้าหลี่จวินใช้ลิ้นของเขาแตะลิ้นของคะนิ้งเบาๆ คะนิ้งหน้าแดงระเรื่อด้วยความอาย นิ่งงันอยู่ตรงนั้น
“พระสนมมานี่” งายมือเสี่ยวซุนวางคันธนูใส่มือให้อย่างรู้ใจ ซินเหยา เดินเข้าไปใกล้ หลี่จวินโอบรอบตัวจากด้านหลัง เหลือยตามองคะนิ้ง นิ้งหันหน้าหนีแสร้งทำเป็สนใจ เหล่าทหารที่ฝึกการต่อสู้กัน หลี่จวิน ก้มตัวลงกระซิบข้างหูสนมซินเหยา
“ง้างคันธนูเแรงๆ” ซินเหยายิ้มหวานทำท่าทีเอียงอาย คะนิ้งไม่สนใจยังมองทหารอยู่อย่างนั้น
“ยิงได้แล้วสนมของข้า” พูดเสียงดังลั่นหวังให้คะนิ้งหันมอง แต่เปล่าประโยชน์ ธนูพุ่งไปเสียบเป้าซึ่งนับว่าดีในการยิงครั้งแรก
เสียงปรบมือดังสนั่น
“เก่งที่สุดสนมข้า ตาเ้าบ้างแล้วอี๋เซียง” คะนิ้งหันหน้าหันหลังชี้มือมาที่ตัวเอง ฮ่องเต้หนุ่มพยักหน้ายิ้มยียวน
คะนิ้งเดินมายื้อคันธนูออกมาจากมือหลี่จวิน ซึ่งเขากำไว้แน่น ก่อนจะตวัดตัวกอดจากด้านหลัง ง้างคันธนูปล่อยลูกดอกพุ่งเข้าหาเป้าแต่กลับพลาดเป้าไปไกลลิบ
“แย่แย่ๆ ไม่ได้เื่ต้องสอนกันอีกนาน” หลี่จวินเหยียดริมฝีปากพูดเสียงดัง ซินเหยามองด้วยความอิจฉาในอ้อมกอดที่แแ่ไม่ยอมปล่อยนั้น
“ข้ายิงเองได้”
“ฝีมือเ้าแย่ขนาดนี้ยังจะยิงเองได้อีกหรือดูพระสนมของข้าสิ เพียงครั้งแรกทำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ เ้านี่มันเก่งแต่ปากอ่อนหัดนัก ต้องให้ข้าสอนอีกนาน” กอดไม่ยอมปล่อยคะนิ้งดิ้นรนฮึดฮัดไปมา
“ข้าไม่ได้อยากมาฝึกยิงธนู ของง่ายๆ แบบนี้ข้าทำได้สบาย ลองท่านปล่อยมือจากข้าสิ”
“ปล่อยเ้าให้ทำเื่น่าขายหน้าเช่นนั้นหรือ” คะนิ้งกะทุ้งศอกใส่อกกว้างจนร้องโอ้ย เสี่ยวซุนรีบมาพยุงฮ่องเต้ คะนิ้งล้วงเข้าไปในเป้หยิบปืนสั้น11ม.มขึ้นมาเล็งเหนี่ยวไก เสียงดังสนั่นทุกคนในนั้นสะดุ้ง เหล่านางในไม่เว้นแม้แต่ซินเหยาที่ส่งเสียงวี๊ดว้าย คะนิ้งเป่าปากกระบอกปืนที่มีควันลอยออกมา ก่อนจะเดินไปหยิบเป้าธนูที่เป็รูโบ๋มาให้หลี่จวินที่อ้าปากค้างดู
“เห็นไหม ว่าข้าทำได้แม่นด้วย” หลี่จวิน คว้าปืนสั้นมาจากมือของคะนิ้งที่กำลังเผลอ
“เอาคืนมา”
“ของอันตรายเช่นนี้เ้าเอามาจากไหน” ยื้อแย่งกันไปมาหลี่จวินชูขึ้นพ้นตัวของคะนิ้งที่ะโแย่งอยู่ข้างหน้า ใบหน้าของคะนิ้งเฉียดใบหน้าคนหล่อไปมา มือใหญ่อีกข้างที่ว่าง ตวัดฉับกอดเอวบางกดให้แนบชิดกับเอวของเขา จนคะนิ้งขยับตัวไม่ได้กว่าจะรู้ว่าเสียที ก็ถูกกอดอยู่อย่างนั้นจนต้องก้มหน้ามองอกกว้างนิ่ง
“เสี่ยวซุนเอาไปเก็บ อย่าให้ใครรู้ว่าอยู่ตรงไหน” ยื่นส่งให้เสี่ยวซุนที่รับมาแล้ววิ่งหายวับไปกับตา
“ท่านไม่มีสิทะฺมายึดของข้าตามกฎหมายปืนมีทะเบียน”
“ปืน อ๋อปืน คงเหมือนที่พวกฝรั่งมังฆ้องมันใช้”
“ใช่นั่นแหละ”
“อันตราย” นิ้วชี้แตะที่จมูกเชิดหยิ่งของคะนิ้ง
“อันตรายก็มันของข้า ท่านไม่มีสิทธิ์”
“ฝ่าา ต้องเรียกข้าว่าฝ่าา” น้ำเสียงอ่อนโยน” ซิยเหยามองด้วยสายตาเจ็บซ้ำ นึกน้อยใจว่าหลี่จวินทำไมไม่ถือโทษนางและยังอ่อนโยนกับนางอีก
“ฝ่าาก็แค่คืนข้ามา มันสำหรับป้องกันตัว”
“อยู่ที่นี่มีข้าปกป้อง ….ทำไมต้องป้องกันตัว”
“ข้าไม่อุ่นใจ” หลี่จวินยิ้ม
“จนกว่าจะ….ทำตัวดีกว่านี้ว่าง่ายกว่านี้” คะนิ้งหน้าเง้า
“ก็ได้ข้า จะจำคำนี้ไว้” ฮ่องเต้หนุ่มยิ้มกว้างสดใส เหมือน ฌลกทั้งใบจะยิ้มไปด้วย
“ข้าหิวแล้ว พระสนม เสวยพร้อมกันกับข้า เ้าก็ไปกับข้าห้ามคิดหนี” ชวนซินเหยา แต่จูงมือคะนิ้ง
