ย้อนยุคมาเป็นเถ้าแก่เนี้ยสาวชาวสวน กับ ระบบวิเศษ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 86 องุ่นดำ

            “เซวียนเซวียน ความคิดของจื่อเฉินถูกต้องแล้ว พวกเจ้ารีบมีลูกเถิด ข้าจะช่วยพวกเจ้าเลี้ยงเอง” พานซื่อชอบเด็กเล็กยิ่งนัก นางคิดว่าหากจิ่นเซวียนตั้งครรภ์ นางจะเป็นแม่นมให้ลูกของจิ่นเซวียน ดูแลลูกของนางอย่างดี

            “พี่สะใภ้สาม เรื่องลูกข้ามิรีบ ข้าเพิ่งอายุสิบสี่ปีเอง ยังมิคิดจะมีลูกเจ้าค่ะ” จิ่นเซวียนมิเคยคิดเรื่องลูกจริงๆ มิว่ายุคปัจจุบันหรือยุคโบราณ นางก็ยังมิบรรลุนิติภาวะ

            “จื่อเฉินเอ๋ย ดูท่าเจ้าจะต้องพยายามให้มากขึ้นเสียแล้ว” พานซื่อคิดว่าจิ่นเซวียนจะเหมือนพวกนาง ที่อยากมีลูกทันทีที่แต่งเข้ามา

            “พี่สะใภ้พูดถูก เซวียนเซวียนมิอยากมีลูกให้ข้า แปลว่าข้ายังพยายามมิมากพอ” ซ่งจื่อเฉินเม้มริมฝีปาก ยกยิ้มเชิงตลกขบขัน พวกเขาสามีภรรยาสนทนากับพานซื่ออีกครู่หนึ่งและตัดสินใจจะขึ้นภูเขาชางเยี่ยนกันวันอื่นแทน หลายวันถัดมา พวกเขาเก็บตัว กลั่นยาลูกกลอนอยู่ในมิติ ใช้ข้ออ้างว่าต้องการออกไปท่องโลก จึงหายไปจากเรือนใหญ่ของบ้านซ่ง

            ......

            จิ่นเซวียนและซ่งจื่อเฉินอยู่ในมิตินานถึงสิบวัน ช่วงเวลาสิบวันนี้ วรยุทธ์ของพวกเขาพัฒนาขึ้นมาก เมื่อพวกเขาออกมาข้างนอกมิติ วันเวลามิได้ผ่านไปเพียงสิบกว่าวัน แต่ผ่านไปนานถึงหนึ่งเดือนกว่าๆ

            เพื่อมิให้ทุกคนสงสัยจึงต้องแสร้งทำท่าทีสะพายห่อผ้ากลับมาจากข้างนอก วันนี้อากาศดี ฟ้าครึ้ม มิร้อนมิหนาว เหมาะแก่การทำกิจกรรมกลางแจ้ง

            จิ่นเซวียนกับซ่งจื่อเฉินว่าจะกินอาหารกันสักหน่อย แล้วค่อยไปหาสมบัติที่ภูเขาชางเยี่ยน

            “จื่อเฉินเอ๋ย พวกเจ้าสามีภรรยาออกเดินทางกันตั้งยี่สิบกว่าวัน จนลืมกลับไปเยี่ยมบ้านฝ่ายเจ้าสาวแล้ว มิกี่วันก่อน ข้าไปตลาด อาเล็กของเซวียนเซวียนถามข้าว่าพวกเจ้าไปที่ใดกัน” ตอนรับประทานอาหารกลางวัน เฉินซื่อมองไปทางจิ่นเซวียนกับซ่งจื่อเฉินด้วยท่าทางหยอกล้อ มิพบกันเพียงหนึ่งเดือน จิ่นเซวียนกับซ่งจื่อเฉินดูดีกว่าเมื่อก่อนจนนางตกตะลึงไปเล็กน้อย

            “พี่สะใภ้ใหญ่ เดี๋ยวพวกเราจะขึ้นเขากัน พวกท่านมิต้องห่วงพวกเรานะเจ้าคะ”

            “ข้าไปเรียกพวกพี่ใหญ่ที่ทุ่งให้ไปกับพวกเจ้าดีหรือไม่” เฉินซื่อยิ้มถามความเห็นของซ่งจื่อเฉิน ซ่งจื่อเฉินบอกนางว่ามิต้องเรียกพวกพี่ชายมา

            หลังจากที่พวกเขาสามีภรรยาทานอาหารเสร็จ จิ่นเซวียนก็ถามเฉินซื่อว่าภายในบ้านมีเครื่องมือล่าสัตว์หรือไม่ พวกเขาจะถือโอกาสล่ากระต่ายสักสองสามตัวมาคลายความอยากด้วย

            เนื้อสัตว์ป่ากับสัตว์ธรรมดามิเหมือนกัน มันมิเพียงมีราคาสูง แถมยังมีรสชาติดีอีกด้วย นางอยากกินเนื้อกระต่ายย่าง

            “ในบ้านมีธนูสองคัน ท่านพ่อกับข้ามักจะนำมาใช้ ส่วนพวกพี่ใหญ่มิค่อยขึ้นเขา” ซ่งจื่อเฉินพูดพลางให้จิ่นเซวียนปิดประตูด้านหลัง เขาจะไปหยิบเครื่องมือ

            ......

            จิ่นเซวียนกับซ่งจื่อเฉินมาถึงลานหน้าบ้าน ซ่ง เฉวียนก็เดินเข้ามาขอไปด้วย

            “เจ้ายิงธนูเป็นหรือไม่?” จิ่นเซวียนถามซ่งเฉวียน

            “เป็นขอรับ พวกเราพี่น้องเรียนรู้วรยุทธ์กับท่านปู่มาตั้งแต่เล็ก แม้จะมิใช่ยอดฝีมือของยุทธภพ แต่ก็พอปกป้องตนเองได้ขอรับ” ซ่งเฉวียนยิ้ม “ท่านอาห้า พวกเรามิได้จะไปขุดสมุนไพรกันหรือ?พวกท่านรอข้าเสียหน่อย ข้าจะไปเอาจอบขอรับ”

            จากนั้นมินานซ่งเฉวียนก็นำตะกร้าสะพายหลังและจอบออกมา นำมันแบกขึ้นหลังและขึ้นเขาไปกับพวกจิ่นเซวียน

    เมื่อพวกเขาเดินผ่านหมู่บ้าน พวกชาวบ้านก็มองมาทางพวกเขาด้วยความสงสัย

            “จื่อเฉินเอ๋ย!เจ้าจะไปล่าสัตว์กันหรือ?” สตรีออกเรือนที่ยืนอยู่บนคันดินตกใจ เมื่อเห็นซ่งจื่อเฉินสะพายซองธนู ก่อนหน้านี้ซ่งจื่อเฉินได้รับบาดเจ็บตอนที่ไปล่าสัตว์ เขายังกล้าจะไปอีก มิใช่รนหาที่ตายหรอกหรือ?

            “ภรรยาจื่อเฉิน เจ้ารีบโน้มน้าวมิให้สามีของเจ้าไปที่ภูเขาชางเยี่ยนเร็วเข้า เขตภูเขาชางเยี่ยนนั้นสูงชัน เข้าถึงยาก หากพวกเจ้าพบเจอสัตว์ป่าขึ้นมา จะอันตรายยิ่งนัก”

            สตรีออกเรือนนางนั้นมองจิ่นเซวียนอย่างวิตก และรีบบอกให้จิ่นเซวียนห้ามซ่งจื่อเฉิน

            “หากพวกเรามิได้เข้าไปลึก น่าจะมิมีปัญหาเจ้าค่ะ” จิ่นเซวียนยิ้มอย่างมิใส่ใจ “ข้าคิดว่าพวกเราควรเสี่ยง มิแน่อาจจะขุดได้สมบัติบนภูเขาชางเยี่ยนก็ได้เจ้าค่ะ!”

            “แล้วแต่พวกเจ้าเถิด ข้าโน้มน้าวพวกเจ้ามิได้ หากพวกเจ้าเกิดเรื่องขึ้น อย่ามาโทษข้าเล่า” สตรีนางนั้นบ่นพึมพำ และละสายตากลับไปดูผลผลิตในสวนของตนเองต่อ

            “อาสะใภ้ห้า พวกเราจะไปที่ภูเขาชางเยี่ยนกันจริงหรือขอรับ?” เมื่อมาถึงตีนภูเขาชางเยี่ยน ซ่งเฉวียนก็เกิดอาการกลัวเล็กน้อย เขาหันมาพูดกับพวกจิ่นเซวียนว่าภูเขาชางเยี่ยนคือสถานที่ต้องห้าม พวกเขาต่างก็ไปตัดฟืนกันบนเนินเขาอื่น มิกล้าขึ้นไปบนภูเขาชางเยี่ยน

            “อาเฉวียน ความจริงแล้วภูเขาชางเยี่ยนมิได้มีอันตรายอย่างที่เจ้าคิด หากเจ้ามิกล้าไป เจ้าก็รอพวกเราอยู่ตรงตีนเขาเถิด” จิ่นเซวียนรับตะกร้าสะพายหลังมาสะพายเอง

            “ท่านอาสะใภ้ห้า ท่านอาห้า ข้าไปเป็นเพื่อนพวกท่านดีกว่าขอรับ” ซ่งเฉวียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจขึ้นเขาไปกับพวกจิ่นเซวียน

            “ภรรยา นำตะกร้าสะพายหลังมาให้ข้า” ซ่งจื่อเฉินเอื้อมมือไปหยิบตะกร้าจากหลังของจิ่นเซวียนแล้วเอามาสะพายเอง

            เมื่อพบสมุนไพรที่คุ้นเคย พวกเขาก็ขุดขึ้นมาใส่ในตะกร้า

            “สามี ทางนั้นมีอี้หมู่เฉ่า[1]” จิ่นเซวียนกับซ่งจื่อเฉินค่อยๆ พาซ่งเฉวียนเข้าไปในภูเขาลึก จิ่นเซวียนพบอี้หมู่เฉ่าหลายต้นข้างๆ พุ่มไม้เตี้ย นางนั่งยองๆ และถอนมันออกมาอย่างตื่นเต้น 

            “อาเฉวียน สมุนไพรชนิดนี้มีชื่อว่าอี้หมู่เฉ่า มีสรรพคุณสลายเลือดคลั่งและช่วยให้เลือดหมุนเวียน สามารถใช้รักษาโรคภายในของสตรีได้” จิ่นเซวียนถอนอี้หมู่เฉ่าออกมาหนึ่งต้น และบอกประโยชน์ของสมุนไพรชนิดนี้ให้ซ่งเฉวียนฟัง

            “ท่านอาสะใภ้ห้า สมุนไพรชนิดนี้ข้าเคยเห็น ในเมื่อมันใช้ได้ ข้าจะขุดมันกลับบ้านขอรับ” ซ่งเฉวียนบอกจิ่นเซวียนว่าเขาเคยเห็นอี้หมู่เฉ่า

            เมื่อเข้ามาในเขตภูเขาลึก จิ่นเซวียนพบว่ามีองุ่นอยู่บนนี้ นางรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก

            “องุ่นดำ มิคิดเลยว่าในภูเขาชางเยี่ยนจะมีองุ่นดำด้วย” จิ่นเซวียนตะโกนเสียงดังลั่น เพราะระงับความตื่นเต้นเอาไว้มิอยู่ หลังจากที่นางเห็นองุ่นดำห้อยอยู่บนเถาวัลย์ก็ดีใจยิ่งนัก นางเดินเข้าไปเด็ดลงมากิน องุ่นดำมิเปรี้ยวแถมยังหวานอีกด้วย

            “ภรรยา เจ้าอย่ากินซี้ซั้ว หากท้องร่วงขึ้นมาจะทำอย่างไร?” ซ่งจื่อเฉินเห็นจิ่นเซวียนเด็ดองุ่นดำลงมากิน เขากลัวว่านางจะท้องร่วง เขาเคยกินองุ่น แต่องุ่นที่เขาเคยกินคือองุ่นเขียวชุ่ยจิง[2]  มันส่งมาจากเมืองเป่ยซินของแคว้นซีหลิง การขนส่งองุ่นนั้นยากลำบากและมันเก็บไว้นานมิได้ เมื่อส่งองุ่นจากเมืองเป่ยซินมาถึงอำเภอซิ่งหยาง ทำให้ราคาซื้อต่อจินแพงกว่าที่อื่นประมาณสองสามตำลึง

            “ของในภูเขานั้นเกิดตามธรรมชาติ ท้องมิร่วงหรอก” จิ่นเซวียนเด็ดองุ่นดำลงมาหนึ่งพวง นางส่งให้ซ่งจื่อเฉินกับซ่งเฉวียน และถามพวกเขาว่าต้องการกินมันหรือไม่

            “ข้าขอลองกินหน่อยขอรับ” ซ่งเฉวียนเห็นเม็ดองุ่นสีดำชุ่มฉ่ำ น่าดึงดูดยิ่งนัก เขาจึงหยิบองุ่นดำจากมือจิ่นเซวียน เด็ดออกมาสองสามลูก เช็ดๆ แล้วเอาเข้าปาก

            “หวานยิ่งนัก!”

            “สามี ข้าว่าจะย้ายต้นองุ่นบนภูเขากลับไปปลูกที่บ้าน” จิ่นเซวียนวางแผนจะปลูกองุ่นดำ และนำองุ่นดำไปหมักเป็นเหล้าองุ่นด้วย

            “ทั่วทั้งแผ่นดินผิงชวนแห่งนี้ มีเพียงเมืองเป่ยซินที่ปลูกองุ่น และองุ่นนั้นยังถูกตระกูลฉู่ และตระกูลเซี่ยผูกขาดไปนานแล้ว หากพวกเราอยากปลูก คงมิมีต้นอ่อนสำหรับเพาะองุ่นมากนัก” ซ่งจื่อเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย อำนาจสี่ตระกูลใหญ่เกี่ยวพันกันสลับซับซ้อน วุ่นวายยิ่งนัก เขาเองก็อยากปลูก แต่น่าเสียดายที่มิมีต้นอ่อนขององุ่น

            “ความหมายของท่านคือหากคนพื้นที่อื่นอยากปลูกองุ่น ต้องได้รับการอนุญาตจากสองตระกูลใหญ่หรือ?” จิ่นเซวียนโกรธจัด พวกนางเพียงแค่จะปลูกองุ่นมิได้ทำผิดกฎหมายเสียหน่อย คนตระกูลฉู่กับเซี่ยมีสิทธิ์อะไรมาก้าวก่ายพวกนาง องุ่นมิได้เป็นทรัพย์สินของราชสำนักเสียหน่อย

            “พวกเรามิต้องขออนุญาตจากพวกเขาก็ได้ แต่เงื่อนไขแรกคือพวกเราต้องมีหน่อของต้นองุ่นเสียก่อน”

            “ท่านอาห้า ต้นองุ่นในป่านี้มิได้มีเพียงหนึ่งหรือสองต้น หากพวกเราจะย้ายมันกลับไปปลูกเองน่าจะได้นะขอรับ” ซ่งเฉวียนแนะนำ

            “ต้องเป็นช่วงหน้าหนาวถึงจะย้ายไปปลูกเองได้ พวกเราเก็บองุ่นที่สุกแล้วกลับบ้านไปกินกันก่อนเถิด ส่วนต้นอ่อนของ องุ่น พวกเรายังมิต้องย้ายในเวลานี้” จิ่นเซวียนวางแผนจะย้ายต้นอ่อนขององุ่นไปปลูกไว้ในมิติก่อน รอดูว่าผลจะเป็นอย่างไร

            “องุ่นพวกนี้มีมากเกินไป ตระกร้าหนึ่งใบใส่ได้มิหมด ข้าควรกลับบ้านไปเอามาเพิ่มอีกใบดีหรือไม่ขอรับ” ซ่งเฉวียนคิดจะกลับไปหยิบตระกร้าสะพายหลังมาเพิ่มอีกใบ เพื่อนำมาเด็ดองุ่นดำบนภูเขากลับบ้านให้หมด

            “อาเฉวียน ให้ข้าไปเอาตระกร้าเองเถิด เจ้ากับอาสะใภ้ห้ารอข้าที่นี่ก่อน”

            ซ่งจื่อเฉินคิดจะใช้วิชาตัวเบากลับบ้าน รีบไปรีบกลับ

            “สามี ท่านระวังตัวด้วยนะ พวกเราจะรอท่านที่นี่” จิ่นเซวียนพูดจบ ซ่งจื่อเฉินก็ใช้วิชาตัวเบาจากไป

            “อิ่มยิ่งนัก” หลังซ่งจื่อเฉินจากไป จิ่นเซวียนกับซ่งเฉวียนก็เด็ดองุ่นพลางกินไปพลาง พวกเขากินองุ่นจนหมดไปหลายพวง

            ต้นหนึ่งสามารถเด็ดองุ่นได้มาหนึ่งตะกร้า ออกผลดีเกินไปแล้ว กิ่งก้านสีเขียวชอุ่มและมีผลบางส่วนที่ยังมิสุกเสียด้วยซ้ำ!

            “ท่านอาสะใภ้ห้า องุ่นดำมีมากมาย พวกเรากินกันเองเช่นนี้ ข้าคิดว่าสิ้นเปลืองเกินไป มิสู้นำไปแลกเป็นเงินเล่าขอรับ ก่อนหน้านี้ท่านปู่นำองุ่นกลับมาจากต่างถิ่นหลายสิบจิน ท่านย่ายังทำใจกินมิได้เลยขอรับ!”



    เชิงอรรถ

    [1] อี้หมู่เฉ่า หมายถึง เป็นพืชท้องถิ่นในทวีปเอเชีย ตั้งแต่เกาหลี ญี่ปุ่น จีน จนถึงกัมพูชา ลำต้นมีขนสั้นๆ ปกคลุม ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ขับสารพิษ ลดอาการบวม ทั้งต้นสามารถใช้เป็นยากระตุ้นการไหลเวียนเลือดและขับปัสสาวะ

    [2] องุ่นเขียวชุ่ยจิง หมายถึง องุ่นเขียวคริสตัล ที่เรียกเช่นนี้เพราะองุ่นอวบเต่งตึง ยามส่องแสงจะปรากฏแสงสีเหลืองทองชัดเจนเหมือนคริสตัล

    คล้ายกับเรื่องย้อนยุคมาเป็นเถ้าแก่เนี้ยสาวชาวสวน กับ ระบบวิเศษ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320