ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 129 ค่ายกลรวบรวมลมปราณขั้นสูง!

            ปกติแล้วหากต้องการทดสอบในหอค่ายกลซางเหอจะต้องรับภารกิจปีละครั้งจากสมาคมค่ายกลเท่านั้นแต่ในความเป็นจริง แล้วมันไม่จำเป็นต้องรอถึงหนึ่งปีก็ได้เย่เทียนเพียงใช้เงินและเส้นสายเล็กน้อยเขาก็มีโอกาสได้เข้ารับการทดสอบหอคอยค่ายกลซางเหอได้อย่างง่ายดาย

            เดิมทีเย่เทียนสามารถแอบเข้าไปทดสอบได้เช่นกันแต่เพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากโดยไม่จำเป็น เขาจึงไม่ทำเช่นนั้น

            หากสามารถเข้าไปได้อย่างเปิดเผยได้ทำไมต้องทำให้มันยุ่งยากด้วย?

            หอคอยค่ายกลซางเหอ

            เย่เทียนเริ่มบุกจากชั้นที่สี่

            การที่เขาเป็นจอมเวทระดับสูงเย่เทียนจึงสามารถผ่านชั้นที่ 4 ได้อย่างง่ายดายรวมไปถึงผ่านชั้นที่ 5 ในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา

            จากนั้นก็เป็นชั้นที่หกและในที่สุดเย่เทียนก็ปรากฏตัวที่ชั้นที่เจ็ด

            ค่ายกลของชั้นที่เจ็ดค่อนข้างซับซ้อนมันเป็นค่ายกลที่ซ้อนทับกับหลายรูปแบบ ประกอบไปด้วยไฟและน้ำแข็งที่อยู่ร่วมกันซึ่งอาจพูดได้ว่าเปรียบเสมือนที่นี่มี 2 ค่ายกลและยังเป็นค่ายกลระดับสูงประเภทโจมตีถึงสองธาตุ

            แม้พลังของค่ายกลเช่นนี้จะไม่เลวนักแต่ก็มีจุดอ่อนที่ชัดเจนตราบใดที่พบจุดเชื่อมต่อระหว่างค่ายกลอัคคีกับค่ายกลเยือกแข็งเขาก็จะสามารถทำลายค่ายกลเหล่านี้ได้

            ด้วยความช่วยเหลือของพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูงสุดเขาใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีในการหาจุดเชื่อมและทำลายมันได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

            หลังจากทำลายค่ายกลแผนผังค่ายกลระดับสูงก็ปรากฏขึ้น แต่มันก็ยังไม่ใช่แผนผังที่เย่เทียนต้องการ

            “แผนผังค่ายกลงูเพลิงระดับสูง ช่างไร้ประโยชน์จริงๆ!”

            เย่เทียนถอนหายใจอย่างผิดหวังแต่เขาก็เก็บแผนผังนี้ไว้ และไม่ได้คิดจะขายมัน!

            ชั้นที่แปด

            เมื่อเย่เทียนมาถึงที่นี่สภาพแวดล้อมโดยรอบราวกับว่ามันเป็นโลกสายฟ้า

            “ค่ายกลอสนีบาต นี่เป็นค่ายกลที่น่าสนใจ ในบรรดาค่ายกลประเภทโจมตีค่ายกลนี้ทรงพลังมาก!”

            เย่เทียนพึมพำ

            ตูม!!!

            สายฟ้าขนาดใหญ่เท่าถังน้ำพุ่งเข้าใส่เย่เทียนแต่เย่เทียนก็รับมันไว้ได้เขาเพียงเปิดใช้พรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับลึกลับเท่านั้นเพียงแค่นั้นก็สามารถต้านทานการโจมตีของสายฟ้าได้อย่างง่ายดาย

            ราชาซางเหอเป็นเพียงระดับราชาทั่วไปเท่านั้นความแข็งแกร่งของเขาเทียบเท่ากับเย่เทียนไม่ได้แล้วเขาจะวางค่ายกลทำร้ายเย่เทียนได้อย่างไร?

            เย่เทียนสามารถทำลายค่ายกลได้ด้วยพละกำลังแต่ดูเหมือนว่าราชาซางเหอจะพิจารณาถึงเรื่องนี้ไว้แล้วหากยอดฝีมือคนใดก็ตามทำลายค่ายกลพลังของหอคอยค่ายกลซางเหอทั้งหมดก็จะรวมตัวกันต่อต้านคนผู้นั้น

            หากคิดจะทำลายมันจริงๆผลลัพธ์เดียวที่จะเกิดขึ้นนั่นก็คือการท้าทายหอคอยนี้จะล้มเหลวและหอคอยซางเหอแห่งนี้ก็จะพังทลาย

            เย่เทียนไม่ต้องการทำลายหอคอยค่ายกลซางเหอมิฉะนั้นจอมเวทค่ายกลทุกคนในฐานทะเลมารจะต้องเกลียดเขาแน่ แม้เขาจะสามารถจากไปได้แต่น้องสาวของเขายังคงต้องอาศัยอยู่ในฐานทะเลมารไปอีกนาน

            ดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะทำอะไรเช่นนั้น

            “พรสวรรค์ด้านค่ายกล!”

            ดวงตาของเย่เทียนมองเห็นโลกของค่ายกลโลกของค่ายกลอสนีบาตปรากฏต่อหน้าต่อตาเขา

            จุดเชื่อมค่ายกล!

            เย่เทียนค่อยๆมองหาจุดเชื่อมค่ายกล และเพราะค่ายกลนี้ไม่สามารถทำร้ายเขาได้มันจึงทำให้เขาใช้เวลาศึกษามันนานเท่าไหร่ก็ได้

            ระดับความรู้ด้านค่ายกลของเย่เทียนยังไม่สูงนักค่ายกลอสนีบาตถูกสร้างโดยจอมเวทค่ายกลระดับสูงที่เก่งกาจทำให้เขาต้องใช้เวลาค่อนข้างนานในการค้นหาจุดเชื่อม

            หนึ่งชั่วโมงต่อมา

            ในที่สุดเย่เทียนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกตอนนี้เขาพบจุดเชื่อมของค่ายกลแล้ว

            แม้ว่าจะพบเพียงจุดเดียวแต่ตราบใดที่เขาทำลายจุดเชื่อมค่ายกลนี้ได้ ค่ายกลก็จะเริ่มไม่มั่นคงจุดเชื่อมค่ายกลอื่นๆ จะเกิดช่องโหว่และง่ายต่อการหาจุดเชื่อมอื่นๆ ต่อไป

            “ทำลาย!”

            เย่เทียนทำลายจุดเชื่อมค่ายกลในการโจมตีเดียวสายฟ้าทั้งหมดสั่นวูบไหวทันที

            ในตอนนี้จุดเชื่อมของค่ายกลปรากฏออกมาอย่างรวดเร็วและหายไปในพริบตาแต่เย่เทียนก็ยังสังเกตเห็นมัน

            “อยู่ตรงนั้น!”

            เย่เทียนโจมตีจุดเชื่อมอีกหลายจุดและทำลายมัน

            เพียงห้านาทีผ่านไปในที่สุดค่ายกลอสนีบาตก็ถูกเย่เทียนทำลาย

            ทันใดนั้นแผนผังค่ายกลก็ปรากฏขึ้น

            เย่เทียนเปิดมันออกดูและยิ้มออกมาอย่างตื่นเต้น

            “แผนผังค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูง!"

            “โชคเข้าข้างเราแล้ว มีจอมเวทค่ายกลระดับสูงมากมายที่ผ่านชั้นแปดมาได้แต่ไม่มีใครเลยที่ได้รับแผนผังค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงมาก่อนแต่เรากลับได้รับมันมา!”

            เย่เทียนรู้สึกดีใจอย่างมาก

            เมื่อได้รับแผนผังค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงมาถึงแล้วเป้าหมายของเขาก็เสร็จสิ้น

            แต่เย่เทียนก็อยากรู้ว่าทำไมจอมเวทค่ายกลมากหมายถึงเลือกที่จะยอมแพ้ในชั้น9

            อย่างไรก็ตามเมื่อเขามาถึงชั้นที่เก้า มันกลับไม่มีการทดสอบใดๆ เกิดขึ้นมีเพียงข้อความที่ปรากฏขึ้นมา ซึ่งเป็นคำพูดที่ราชาซางเหอทิ้งไว้

            “คนรุ่นหลังไม่ว่าคุณจะเป็นจอมเวทค่ายกลระดับสูงหรือเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูงหากคุณต้องการสืบทอดมรดกของราชาซางเหอขอให้คุณจงสาบานว่าจะสังหารราชาไร้เทียมทานคนหนึ่งให้ผม เธอมีชื่อว่าสุ่ยเชียนเยว่ ผู้หญิงคนนี้สมควรตาย คุณต้องฆ่าเธอให้ได้ ขอเพียงคุณสาบานคุณก็จะได้รับสมบัติทั้งหมดไป แผนผังค่ายกล หรือแม้แต่วิชาลับขั้นสูงแต่คุณต้องสาบานว่าภายในห้าสิบปีคุณจะต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อสังหารผู้หญิงน่าตายผู้นี้ ถ้าคุณทำไม่ได้คุณจะต้องฆ่าตัวตาย!”

            “จำไว้ สุ่ยเชียนเยว่เป็นคนของฐานทัพจงไห่!”

            เมื่อเห็นคำพูดเหล่านี้เย่เทียนถึงกับพูดไม่ออก

            ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมจอมเวทระดับสูงมากมายถึงเลือกที่จะละทิ้งบททดสอบในชั้นนี้เพราะการสาบานเช่นนี้คงมีแต่คนโง่เท่านั้นถึงจะกล้าทำ!

            เห็นได้ชัดว่าราชาซางเหอมีความแค้นกับสุ่ยเชียนเยว่ที่เป็นคนของฐานทัพจงไห่ส่วนเรื่องใครจะถูกหรือผิดนั้นไม่ชัดเจน

            แต่ดูจากคำสาบานที่ร้ายกาจของราชาซางเหอดูๆ แล้วเขาก็ไม่ใช่คนดีนัก สังหารสุ่ยเชียนเยว่ภายในห้าสิบปีหากทำไม่ได้ก็ต้องฆ่าตัวตาย? คนดีๆที่ไหนจะทิ้งเงื่อนไขเช่นนี้ไว้?

            ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นเพราะราชาซางเหอถูกสตรีผู้นี้ทำให้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมาก็ได้

            เย่เทียนหันหลังเดินจากไปโดยไม่คิด

            สมบัติของราชาซางเหอไม่ได้น่าสนใจอะไรสำหรับเขาแม้แต่น้อยเขาไม่จำเป็นต้องได้รับมันมา ตอนนี้เขาบรรลุเป้าหมายของเขาแล้วเย่เทียนไม่ได้ไปส่งภารกิจที่สมาคมค่ายกล แต่เลือกที่จะตรงกลับบ้านแทน

            เมื่อกลับมาถึงบ้านเย่เทียนก็เปิดแผนผังค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงทันที

            “เป็นค่ายกลสามชั้น!”

            เย่เทียนเข้าใจแล้ว

            ค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงคือค่ายกลรวมค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับกลางสามค่ายกลที่ซ้อนทับกันเป็นสามชั้นค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงจึงก่อตัวขึ้นแน่นอนว่าค่ายกลเหล่านี้ยังประกอบไปด้วยค่ายกลขนาดเล็กที่ใช้รักษาการหมุนเวียนและผสานเข้ากันจนกลายเป็นค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูง

            แม้ว่าเขาจะรู้หลักการแล้วแต่ถ้าไม่มีแผนผังนี้ เย่เทียนก็ไม่สามารถจัดวางมันได้

            “อย่างน้อยต้องเข้าใจรูปแบบอาคม 125 รูปแบบจึงจะสามารถสร้างค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงขึ้นมาได้ก่อนอื่นเราต้องรวบรวมวัตถุดิบก่อน!”

            ดังนั้น

            เย่เทียนจึงเริ่มฝึกฝนต่อในขณะที่รอวัตถุดิบสำหรับสร้างค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูง

            วัสดุที่กล่าวมานั้นไม่ใช่แค่แผ่นจานค่ายกลเพียงอย่างเดียวมันต้องใช้วัตถุดิบหายากมากมายเพื่อจัดวางเป็นแท่นค่ายกลซึ่งมันจําเป็นต้องจารึกรูปแบบบนแท่นค่ายกลขนาดใหญ่จึงจะสามารถจัดวางค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงได้

            นี่เป็นหนึ่งในความแตกต่างระหว่างค่ายกลระดับสูงค่ายกลระดับกลาง และระดับต่ำ!

            สิบวันต่อมาเย่เทียนก็ได้รับวัตถุดิบทั้งหมดมาจากนั้นเขาก็เริ่มสร้างแท่นค่ายกลในห้องลับใต้ดิน

            สิบวันที่ผ่านมาเย่เทียนเข้าใจรูปแบบอาคม 125 รูปแบบแล้วและตอนนี้แท่นบูชาค่ายกลก็ถูกสร้างจนเสร็จสมบูรณ์

            “จารึก!”

            เย่เทียนหยิบปากกาจารึกขึ้นมาและค่อยๆจารึกลวดลายอักขระลงบนแท่นค่ายกล

            ในที่สุดหลังจากผ่านไปครึ่งวันการจารึกค่ายกลก็เสร็จสิ้น

            หินปราณ10ก้อนถูกใส่เข้าไปในรูตรงแท่นค่ายกลเย่เทียนลองเปิดใช้งานค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูง

            ฟูม!!!!

            พลังปราณปฐมฟ้าดินมากมายไหลทะลักเข้ามาจนเกิดเป็นคลื่นพลังขนาดใหญ่

            ไม่นานพลังปราณก็สงบลง

            “พลังปราณเพิ่มขึ้นสิบเท่า สำเร็จแล้ว!”

            เย่เทียนรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย

    คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน