เหลียนฮวานั่งรอฟังผลอยู่ตรงห้องโถงหน้าเรือนกับน้าของตน เซียวเซี่ยหลานเดินออกมาแจ้งผลกับพวกนางแล้วทั้งยังเอ่ยชื่นชม เซียวซีเหยียนที่เห็นเช่นนี้มีความสามารถยิ่ง โดยตนเองก็ทั้งยังแปลกใจที่มองข้ามน้องชายคนนี้ไปเสียนาน
“ท่านแม่ขอรับ ท่านพ่อกล่าวว่าให้ท่านกับพ่อบ้านใหญ่จัดการเื่ไปเรียนยังสถานศึกษาให้ด้วยขอรับ เหมือนท่านพ่อคงจะพอใจกับตัวเขามากเช่นกัน ”
“แล้วตอนนี้เหตุใดทั้งสองคนยังไม่ออกมาอีกหรือว่ายังมีการทดสอบใดต่อหรือไม่ ”
“ข้าก็มิรู้ได้ขอรับ ท่านพ่อยอมให้เขาไปเรียนยังสถานศึกษาแล้วให้ข้าออกมาแจ้งต่อท่านเท่านั้น ข้าขอตัวกลับเรือนไปอ่านตำราก่อนนะขอรับท่านแม่ ส่วนเ้า เหลียนฮวาเ้าจะรอพี่สี่เ้าออกมาหรือจะให้พี่ไปส่งเ้ากลับเรือนดี
“ข้านั่งรอพี่สี่ตรงนี้ดีกว่าเ้าค่ะ พี่ใหญ่กลับเรือนไปได้เลย ”
“ข้าขอตัวลาขอรับท่านแม่ ”
“เ้าไปเถอะ ตั้งใจอ่านตำราล่ะ เดี๋ยวแม่จะต้มน้ำแกงอุ่นๆบำรุงสมองไปให้เ้า ”
“ขอรับ ”
รับคำมารดาตนแล้วก็เดินออกจากเรือนเย็นใจเพื่อกลับไปอ่านตำราอย่างที่เขาตั้งใจไว้
หลังจากนั้นไม่นานนัก เซียวซีเหยียนก็เดินออกมาจากห้องหนังสือเพียงคนเดียว ทั้งยังมีคนรับใช้เดินนำเขาพาตรงมาห้องโถงของเรือน เพื่อมาพบหน้า ฮูหยินใหญ่ และ เหลียนฮวา
ทันทีที่เหลียนฮวา เห็นหน้าของเซียวซีเหยียน นางก็รีบลุกจากเก้าอี้ เดินไปหาเขาอย่างรวดเร็ว
“พี่สี่ เป็อย่างไรบ้าง ท่านลุงทดสอบอะไรท่านเพิ่มอีกหรือไม่ ”
“เพียงซักถามไม่กี่ประโยคเท่านั้น ”
“เ้าไยออกมาคนเดียวล่ะ ท่านโหวยังอยู่ในห้องหนังสือใช่หรือไม่ ”
“ใช่ขอรับ ”
“ข้ารับรู้จากเซี่ยหลานแล้ว เื่ที่ท่านโหวอนุญาตให้เ้าได้ไปเรียนที่สถานศึกษาด้วย ข้าจะไปเตรียมการเื่นี้ให้เ้า เ้าก็จงเตรียมพร้อมสำหรับการไปสถานศึกษาเสีย
“ขอรับ ฮูหยินใหญ่ ”
“เหลียนฮวาเ้าคงเป็สุขมากสินะ เ้าน่ะ ตื่นเต้นกว่าพี่สี่ของเ้าถึงเพียงนี้เชียว ”
ฮูหยินใหญ่เอ่ยออกไปก็พลันอดยิ้มส่งให้นางไม่ได้ อุส่าช่วยพูดตั้งมากมาย เพียงเพื่อให้พี่สี่ของนางได้ไปสถานศึกษา สำเร็จเสียด้วย เด็กหน่อเด็กช่างมีจิตใจบริสุทธิ์ยิ่งกว่าผู้ใหญ่เสียอีก
“ท่านน้า ข้าแสดงออกชัดเจนถึงเพียงนั้นเชียวหรือเ้าคะ ”
เหลียนฮวาพูดพลางยิ้มแย้มจนหน้าบาน มิต้องถามว่าเพราะเหตุใด แต่ยามนี้นางยินดีกับเขาอย่างยิ่งเชียวล่ะ
“เ้าน่ะ ทำเป็เล่นอยู่นั้น เอาล่ะ เดี๋ยวข้าจะไปเตรียมการเื่ของซีเหยียน พวกเ้าก็กลับเรือนไปพักผ่อนได้แล้ว อ้อ ยามนี้เข้าสู่หน้าหนาวแล้ว ข้าจะให้คนนำผ้าห่มหนา กับฟืนไฟ ไปให้เ้าที่เรือนนะซีเหยียน ”
“ขอบคุณขอรับ ฮูหยินใหญ่ ”
“เ้าก็ขอบคุณ เหลียนฮวาด้วยเถอะ ”
กล่าวจบก็เดินออกไปกับสาวใช้เพื่อไปคุยกับพ่อบ้านใหญ่ เื่เตรียมการร่ำเรียนของหลานชาย
ยามนี้เหลียนฮวา กับเซียวซีเหยียน กำลังเดินทางไปเรือนใสสงบ โดยเซียวซีเหยียน้าเป็คนกางร่มให้ระหว่างเหลียนฮวาและเขา เนื่องจากหิมะยังตกไม่ยอมหยุด ทั้งสองจูงมือกันไปยังเรือนใสสงบ ช่างเป็ภาพที่งดงามยิ่ง สาวใช้ทั้งสองของเหลียนฮวา เดินตามไปห่างๆ อยู่ด้านหลังคนทั้งสอง
“เหลียนฮวา ข้าขอบใจเ้า ”
“เ้าค่ะ พี่สี่ ”
เหลียนฮวามิอาจปัดความชอบให้พ้นตัว ยืดอกรับอย่างภูมิใจยิ่งนัก
“เ้าคงพยายามทำเพื่อข้ามากมาย ”
“ใช่เ้าค่ะ ข้าทำหลายสิ่งเลยเชียว แต่หากไม่ใช่ว่าสิ่งนั้นคู่ควรกับท่าน ข้าจะไม่ทำได้อย่างไรกัน ”
เหลียนฮวามิอาจเยินยอตนได้หมดใจยิ่ง เพราะเขาเป็คนมีความสามารถด้วยตัวของเขา เขาควรที่จะภูมิใจในตนเองเช่นกัน นาง้าให้เขารู้ว่าตนนั้นมีความสามารถเพราะตัวเขาเอง
“เ้ามักจะคิดเผื่อข้าเสมอ ”
“เพราะว่าท่านเป็พี่สี่ของข้าอย่างไร ”
เซียวซีเหยียนกระชับมือของนางขึ้นมาทันทีที่นางกล่าวประโยคนั้นจบ ใช่ เขาจะเป็ของนางตลอดไป เซียวซีเหยียน อบอุ่นในหัวใจยิ่งนักที่ได้อยู่กับนางแบบนี้ การมีใครสักคนที่ใส่ใจเขาอยู่ร่วมกันใน่เวลาของชีวิตนี้ ช่างทำให้เขาเป็สุขยิ่ง อยากพานางไปหามารดาของตน เพื่อให้คนสำคัญของเขาได้ใช้เวลาร่วมกันนานๆ
ยามนี้กว่าจะเดินมาถึงเรือนใสสงบก็ใช้เวลาสักพักใหญ่ เพราะหิมะที่ตกลงมา ทั้งระยะทางที่ไกลของเรือน ทำให้การเดินมาถึงนี่ช้ากว่าที่คิดยิ่งนัก
“ท่านป้าเ้าคะ ข้าขอมารบกวนท่านหน่อยนะเ้าคะ วันนี้ หิมะตกเป็วันแรกด้วยเ้าค่ะ ”
“เ้ามาได้ทุกเมื่อ มิต้องเกรงใจป้า แค่กๆ ”
“ท่านป้าหญิง ไม่สบายหรือเ้าคะ ”
เหลียนฮวาพูดจบก็เดินไปรินน้ำอุ่นบนโต๊ะให้ป้าหญิงของนาง แต่มิอาจไม่สังเกตว่าเรือนแห่งนี้ มีของใช้ที่จำเป็มากขึ้น ผ้าใหม่ กาน้ำชาที่ร้อน เหลียนฮวารู้สึกพอใจยิ่ง
“อากาศเย็นเช่นนี้ ป้าก็ร่างกายอ่อนแอลง อายุมากขึ้นก็เป็เช่นนี้ ”
เอ่ยจบก็ยื่นมือไปรับน้ำชาร้อนจากนางมาดื่มพลันชุ่มคอขึ้นเล็กน้อย
“ซีเหยียน วันนี้เ้าไปอ่านตำราอีกแล้วหรือ หิมะตกเช่นนี้ก็ควรรีบกลับเรือนจริงหรือไม่ ”
“ขอรับท่านแม่ ข้าไปอ่านตำรามา ”
ดูท่าแล้วเซียวซีเหยียนกว่าจะยอมเล่าเื่ที่ตนได้ไปเรียนที่สถานศึกษาก็ตอนเขากลับจากเรียนวันแรกนั้นแหละ เหลียนฮวาครุ่นคิดเช่นนี้ก็จัดการพูดแทนเขาเสียเลย เื่น่าดีใจเช่นนี้ใยยังนิ่งเฉยได้ หากแต่ความจริงแล้วเซียวซีเหยียนก็คิดจะบอกกล่าวมารดาของตนอยู่แล้ว แต่เขารู้แน่แท้ว่าเด็กสาวช่างพูดช่างเจรจามากเพียงใด ไม่นานนางคงเอ่ยเล่าเื่ในวันนี้จนหมดทุกสิ่งแทนเขา ไม่ทันไรเสียงใสก็ดังขึ้นทันที
“ท่านป้าเ้าคะ วันนี้พี่สี่ได้รับอนุญาตจากท่านโหวให้ไปเรียนยังสถานศึกษาเหมือนเช่นพี่ชายคนอื่นในจวนด้วย เ้าค่ะ ”
เซียวหนี่หลันฟังคำพูดนางจบก็ตรองอยู่ครู่นึงแล้วยิ้มออกมาด้วยความยินดีกับลูกชายตนยิ่ง
“เป็เช่นนั้นจริงหรือ ซีเหยียน ”
“จริงขอรับท่านแม่ ท่านโหวบอกข้าว่า ท่านเลี้ยงข้ามาได้ดียิ่ง ”
สักพักน้ำตาของเซียวหนี่หลันก็ไหลอาบแก้มตั้งสองข้าง นางไม่มีกำลังที่จะดูแล ปกป้องเขาได้ดีขนาดนั้น เทียบกับบุตรผู้อื่นแล้ว นางเป็มารดาที่ไร้ความสามารถยิ่ง เพียงแค่จะส่งลูกชายไปเรียนยังสถานศึกษายังไม่มีปัญญา ไม่มีสิทธิ์ใดๆที่ให้เขาพึ่งพาได้เช่นมารดาอื่น ทั้งยังถูกผู้อื่นรังแกมาตลอดนับั้แ่เขาลืมตาดูโลก สร้างเขาขึ้นมาให้กลายเป็คนเ็า นิ่งเฉยจากทุกสิ่ง นางมีเพียงหัวใจรักของแม่เท่านั้นที่เต็มเปี่ยมมอบให้เขา
“ดีแล้ว ดีแล้ว ”
“ท่านป้าหญิง ท่านร้องไห้ ”
“ใช่ ใช่ ป้าร้องไห้ เพราะยินดียิ่ง แค่กๆๆ ”
“ในเมื่อท่านป้าไม่สบายเช่นนี้ข้าไม่รบกวนท่านดีกว่าเ้าค่ะข้าอยากให้ท่านพักผ่อนเพื่อที่จะหายไวๆนะเ้าคะ”
“ป้าขอบใจในความเป็ห่วงของเ้ายิ่ง ถึงอย่างไรก็พึ่งมาถึงจะกลับก็เสียเที่ยว ให้พวกเ้าสองคนคุยกันต่อเถอะ ป้าขอนอนพักผ่อนในห้องแห่งนี้ ”
“เ้าค่ะท่านป้า ”
“ซีเหยียนเ้าคือสิ่งที่ดีที่สุดของแม่นะ เ้าเพียรพยายามตั้งใจเล่าเรียนชีวิตในวันข้างหน้าจะได้ไม่ต้องให้แม่เป็ห่วง ”
นางกล่าวออกไปด้วยเสียงที่เบาลงเพราะ น้ำเสียงสั่นสะอื้นนั้นเริ่มหลุดลอดออกมาให้ลูกชายเกือบได้ยิน
“ข้าจะตั้งใจเล่าเรียนขอรับ ท่านโปรดวางใจ ”
เขาเดินเข้าไปจับผ้าห่มแล้วจึงนำมาคลุมตัวมารดาของตนเพิ่มความอบอุ่นทางกายและทางใจให้กับนางยิ่ง
การกระทำเล็กๆน้อยเช่นนี้ของเซียวซีเหยียนทำให้ผู้ที่ได้เห็นต่างซาบซึ้งใจยิ่ง เขามิใช่คนพูดมากมายเท่าไร แต่เขาเพียงแค่กระทำให้เห็นเท่านั้น ช่างกตัญญูยิ่งนัก
“เอาล่ะๆ เ้าพาเหลียนฮวาออกไปได้แล้ว อยู่กับคนป่วยอย่างแม่เ้า เดี๋ยวจะป่วยกันหมด ไปได้แล้ว ”
กล่าวจบก็หลับตาลงด้วยความอ่อนล้ายิ่ง เพื่อไม่เป็การรบกวนเวลาพักผ่อนของเซียวหนี่หลัน ทุกคนจึงเดินออกจากห้องทันที
เซียวซีเหยียน พาเหลียนฮวามายังเรือนของตน เพราะนางอยากดูตำราที่เขาอ่านทั้งหมด นางมองหนังสือของเขาทุกเล่ม คล้ายกับสำรวจว่าเป็ตำราแบบใดบ้าง ช่างเหมือนแม่หนูจอมซนยิ่งนักอยู่ๆก็พลันทำให้เขารู้สึกขบขันยิ่ง
“ฮึ ฮึ ”
“พี่สี่ นั้นเสียงหัวเราะใช่หรือไม่ไยถึงหัวเราะข้าเช่นนี้ ”
ความจริงนางจะพูดประโยคหลังว่าไยถึงหัวเราะเช่นนี้ เสียงช่างหลอนนัก แน่นอนว่านางไม่มีทางกล่าวออกไป คิดเสียว่าเขากล้าส่งเสียงขบขันเช่นนี้เพียงกับนางผู้เดียวก็พลันรู้สึกถึงสายใยบางๆในใจ
“ข้ารู้สึกว่าเ้าน่าขัน ”
“ข้ารึ ข้ายังไม่ได้ทำอันใดเลย ”
“ไม่ต้องทำอันใด แค่เ้าอยู่แบบนี้ก็เพียงพอแล้ว ”
เขาส่งนัยตาที่มีรอยยิ้มบางๆให้นาง เหลียนฮวาอยากวิ่งเข้าไปขอเก็บภาพยิ่งนัก คนเกิดมาหล่อก็หล่อเหลือทน ยิ้มแค่ตาก็กระแทกใจคนอื่นได้นี่ ช่างน่าหอมแก้มนัก ติดที่ตัวเล็กเกินไปไม่อาจทำได้
“อ้อ งั้นข้านั่งนิ่งๆ ท่านจะหัวเราะข้าเช่นกันหรือไม่ ”
“ไม่รู้สิ รึเ้าจะลองทำดูสัก…ครึ่งชั่วยาม ข้าจะนั่งตรงนี้มองเ้า ”
“พี่สี่ เดี๋ยวนี้ท่านรู้จักกล่าววาจาเช่นนี้แล้วรึ ร้ายกาจนัก ”
“ข้าแค่พูดล้อเ้าเล่นเท่านั้น ”
เขารีบแก้ตัวทันใดที่เห็นนางกล่าวเช่นนั้น ส่วนเหลียนฮวาคิดในใจเพียงว่า คนนิ่งๆเช่นเขายังเล่นมุกหน้าตายได้เช่นนี้ อยากจะขำออกมาเสียแล้ว
“ฮาฮ่าฮ่า ท่านก็มีอารมณ์ขันเป็ด้วย ”
“เ้าชอบงั้นหรือ ”
“ใช่เ้าค่ะ ข้าชอบมาก ”
เซียวซีเหยียนรู้สึกว่าตนเองมิได้มีลักษณะเช่นคนอารมณ์ดีได้ตลอดพลันเห็นนางเบิกบานใจถึงเพียงนี้ ต่อไปเมื่ออยู่หน้านาง เขาจะยิ้มให้มาก คุยกับนางให้มากยิ่ง นางจะได้ไม่เบื่อเขาเสียก่อน นางจะได้มาหาเขาบ่อยขึ้นอีกหน่อย
“พี่สี่ ท่านอ่านตำราไปกี่มากน้อยกันแล้วเ้าคะ เหตุใดตำราวางได้เป็ระเบียบเรียบร้อยเหมือนใหม่ยิ่งนัก ข้าไม่กล้าหยิบขึ้นมาเลยเ้าค่ะ กลัวจะยับเอาได้ ”
“ข้าอ่านหมดแล้ว แต่ต้องอ่านซ้ำไปมาเพราะหนังสือมีแค่นี้ ”
“แค่นี้ของท่านนั้นถ้าใส่หีบได้คงได้เป็ราวสิบ ยี่สิบ สามสิบ หีบแล้วเ้าค่ะ ตำราเยอะปานนี้ท่านอ่านั้แ่เมื่อใดกันเ้าคะ”
“ข้าอ่านั้แ่ 5 ขวบ ”
“5 ขวบ ท่านกำลังจะบอกข้าว่าท่านรู้หนังสือตอน 5 ขวบหรือ!! ”
“ทำไมหรือ แปลกตรงใด ”
เขาคืออัจฉริยะ ฟ้าประทานชัดๆ คนหรือหุ่นยนต์ เก่งขนาดนี้ไม่เป็อาจารย์ั้แ่10 ขวบเลยเรอะ หากนางฉลาดได้เช่นเขาบ้าง นางคงกลายเป็คนโดดเด่นยิ่งแล้ว ครุ่นคิดสักประเดี๋ยวก็รีบกล่าวชมเขาทันที
“ท่านน่ะ เก่งที่สุดเลยเ้าค่ะ ไม่แปลกได้อย่างไร ตอนข้า 5 ขวบคงกำลังฝึกตบยุงอยู่กระมัง ”
สาวใช้ที่ได้ยินนางกล่าวก็หัวเราะขบขันขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ คุณหนูของพวกนางช่างเฮฮาได้พร่ำเพรื่อยิ่งนัก ช่างน่าเอ็นดูเหลือเกิน
“ซู่เย่ ซู่หนิง เ้าหัวเราะเช่นนี้ ข้าว่าพวกเ้าก็ไม่ต่างจากข้าหรอก ฮาฮ่าฮ่า ”
“ใช่เ้าค่ะ คุณหนู ”
สาวใช้ยิ้มรับคำของคุณหนูของตนอย่างเบิกบานใจยิ่ง
เหลียนฮวาเดินไปสำรวจโต๊ะของเซียวซีเหยียน พลันเห็นลายมือของเขาก็ตกตะลึงยิ่ง ไยเขียนได้งดงามยิ่งนัก
“พี่สี่ ท่านเขียนสิ่งนี้เองใช่หรือไม่ ”
“ใช่ ข้าเขียน ”
“สวยงามมากเ้าค่ะ พี่สี่ ลายมือข้าเทียบท่านไม่ติดเลย ”
“ถ้าเ้าชอบลายมือนี้ให้ข้าสอนเ้าเขียนดีหรือไม่ ”
“จริงหรือเ้าคะ พี่สี่ ”
“จริงสิ ”
“แต่หลังปีใหม่ท่านก็ไม่ว่างแล้ว ต้องไปร่ำเรียนยังสถานศึกษาเสียแล้ว ”
“ข้าสามารถสอนเ้าได้ หลังจากกลับจากเรียนเสร็จก็ได้ รึจะเป็่ว่างของข้า ”
“ดียิ่ง ข้าได้พี่สี่เป็อาจารย์ข้าก็สบายใจแล้ว ”
“เ้าน่ะจะให้ข้าเป็อะไรก็ตามแต่ใจเ้าเถิด ”
กล่าวด้วยน้ำเสียงเอ็นดูนางยิ่ง ทั้งยังลองสอนนางจับพู่กันให้ถูกต้องก่อนจะเริ่มให้นางเขียนให้เขาดูเป็ตัวอย่างก่อนสอน
เหลียนฮวา เขียนตัวอักษรได้ชวนขันยิ่ง แต่นางมิได้สนใจสิ่งใด ยามอยู่มหาลัย ลายมือนางแย่ยิ่งกว่านี้ นางยังอ่านออกได้ นี่นางเขียนอย่างตั้งใจสุดฝีมือแล้วนะ เขียนไปเหงื่อก็ตกไป กลัวน้ำหมึกจะเลอะกระดาษขาวตรงหน้าเพิ่ม เลยรีบวางพู่กันเสีย
“เช่นนั้นพี่จะแวะไปสอนเ้าเขียนตัวอักษรบ่อยๆแล้วกัน ตอนนี้ให้พี่สอนเ้าเขียนดูสักครา ”
กล่าวจบก็มายืนด้านหลังนางจับมือนางถือพู่กันอีกครั้ง แล้วจึงเริ่มเขียนตามการเคลื่อนมือของเขาเสีย ภาพนี้ช่างคล้ายพี่ชายใจดี สอนน้องสาวคนงามเขียนหนังสือยิ่ง มองเห็นแต่ความน่ารักสมวัย สาวใช้ทั้งสองมองดูตัวอักษรที่คนทั้งคู่เขียน แล้วอดเปรียบเทียบกับที่คุณหนูของตนเขียนคนเดียวไม่ได้ ดียิ่งแล้วที่ คุณชายสี่มาสอนคุณหนูตน! คิดจบสาวใช้ทั้งสองก็เดินออกไปนำของว่างเข้ามาให้ เ้านายทั้งสอง
เหลียนฮวารู้สึกว่ามือที่จับพู่กันของตนอุ่นยิ่งนักเหมือนจะมีเหงื่อซึมออกมา จากฝ่ามือของเขา นี่เกร็งมากขนาดนั้นเชียวรึ ลายมือข้าถึงไม่งามก็อ่านออกนะ จับมือข้าซะเกร็งเหมือนกลัวข้าเขียนผิด! หารู้ไม่ที่เขาเกร็งเพราะ้าแสดงฝีมือว่าตนสามารถเป็คนสอนเขียนตัวอักษรได้ดียิ่ง มือเขาจึงชื้นไปด้วยเหงื่อ เช่นนี้นางจะได้ไม่เปลี่ยนใจให้ผู้อื่นสอนนางแทนเขา
คนทั้งสองเขียนกันไปสักพัก เหลียนฮวาก็บ่นว่าอยากกินของว่างแล้ว ซึ่งความจริงคือนางเมื่อยมือมาก ช่างเป็คนที่ตั้งใจสอนนางยิ่ง ทั้งยังดุด้วย ไม่ยอมพักเลย มือนางเกร็งตามจนจะกระดิกไม่ได้แล้วเชียว
“พี่สี่ ท่านกินของว่างก่อนเร็ว ข้าให้คนทำขนมเปี๊ยะไส้บัวมาด้วย มานั่งทานกับข้าเร็วเข้า ”
เซียวซีเหยียน ถอนหายใจเมื่ออยู่ๆนางก็พลิกตัวลอดออกจากตัวเขารีบวิ่งไปนั่งทานขนม น้ำเสียงที่เรียกเขาก็เ้าเล่ห์แสนซนยิ่ง เขายังแสดงฝีมือให้นางเห็นได้ไม่ดีเท่าที่ควรเลย
“ข้าทาน เ้าก็ทานเถอะ ”
“เ้าค่ะ พี่สี่ ”
ทานอาหารว่างอยู่ๆเหลียนฮวาก็นึกอยากรู็เื่การทดสอบในวันนี้ของเซียวซีเหลียน เขาถูกทดสอบเื่ใดมากันจึงทำให้สามารถเข้าร่ำเรียนยังสถานศึกษาได้ นางอุส่ากังวลแทบแย่ หัวใจลุ่มๆดอนๆ นึกว่าเขาจะยืนทื่อไม่ขานตอบ ท่านโหวของจวน
“พี่สี่เ้าคะ วันนี้ท่านทำอย่างไรถึงผ่านการทดสอบของท่านน้าชายได้ ”
“ข้าเพียงเขียนตัวอักษรไม่กี่ตัวให้ท่านโหวดูเท่านั้น ”
“เขียนตัวอักษร ท่านลายมืองดงามยิ่ง ท่านผ่านสบายอยู่แล้ว ”
“เขาอาจจะดูลายมือข้าเป็ส่วนนึง แต่คงสนใจในตัวความหมายที่ข้าเขียนลงไป ”
“ท่านเขียนอันใดลงไปหรือเ้าคะ พี่สี่ ”
“เขียนถึงเ้าน่ะ ”
“เขียนถึงข้ารึ แค่เขียนชื่อข้าก็ผ่านแล้วเช่นนี้ ไยท่านจึงต้องโกหกข้า ”
“ข้ามิได้โกหกเ้า คำเ่าั้ข้าหมายถึงเ้าทั้งสิ้น ”
“ห๊ะ หมายถึงข้าท่านเขียนอะไรกันแน่ข้าสงสัยยิ่งนัก ”
เซียวซีเหยียนได้ยินดังนั้นก็ลุกขึ้นยืนเดินไปบนโต๊ะหนังสือตน แล้วหยิบกระดาษเก่าๆมาหนึ่งแผ่นขึ้นมาเขียนข้อความในวันนี้ที่ตนเขียนในห้องของเซียวกวานอี๋ เขาจ้องตรงไปที่กระดาษแล้วจึงบรรจงเขียนข้อความนั้นอย่างงดงามเพื่อให้เด็กสาวตรงหน้าได้เห็นข้อความนั้น
หากมิพบ ก็มิรู้ว่าเสียใจเป็เช่นใด แค่ได้พบก็เพียงพอให้สุขใจ
เหลียนฮวารีบเดินตามไปดูทันทีที่เขาลงมือเขียนเสร็จ ตัวอักษรงดงามปรากฎขึ้นในสายตาของเหลียนฮวา นางจ้องมองตัวอักษรบนกระดาษทีละตัว พร้อมทั้งอ่านมันออกมาภายในใจ ถ้าหากข้อความนี้กล่าวถึงนางตามที่เขาบอกมา เช่นนั้น เขาก็คงมีความประทับใจต่อตัวนางถึงเพียงนี้เชียวหรือ เมื่อคิดได้เช่นนั้นในใจก็พลันอบอุ่นขึ้นมาคล้ายน้ำใสสะอาดไหลตกกระทบในใจตน เด็กชายคนนี้เห็นนางเป็คนสำคัญยิ่งแล้วสินะ ช่างมีจิตใจที่งดงามยิ่ง ถ้าทำดีต่อเขา เขาก็ตอบแทนความดีเ่าั้กลับ แต่ถ้าทำไม่ดีต่อเขาเข้าก็โดนเขาทำไม่ดีกลับเช่นกัน
“ข้าเขียนสิ่งเหล่านี้ให้ท่านโหวดูน่ะ ”
เซียวซีเหยียนกล่าวจบก็จ้องหน้าเหลียนฮวาด้วยดวงตาสดใสยิ่ง เขาเป็คนที่พูดไม่เก่งเท่าใด สิ่งที่ทำให้นางเข้าใจเขามากขึ้นคือการลงมือกระทำให้เห็น นางจะได้รู้ว่าเขาเห็นนางเป็คนสำคัญเพียงใด เพียงแต่ให้นางรู้เพิ่มขึ้นอีกสักนิด เขาก็อยากจะทำมันให้นางเห็น ต่อไปนางจะได้นึกถึงเขาให้มากยิ่งขึ้นเหมือนที่เขานึกถึงนางมากยิ่งกว่าเสียอีก นางและท่านแม่เป็สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตเขา ขอให้เ้ารับรู้ผ่านตัวอักษรเหล่านี้เสียเถิด เหลียนฮวา
“สิ่งนี้ที่ท่านกล่าว หมายถึงข้านั้นรึ ”
“ใช่ ”
“ข้ารับรู้แล้วเ้าค่ะ พี่สี่ ”
กล่าวจบก็ส่งยิ้มแก้มปริให้พี่สี่ของตนทันทีทันใด นางรู้สึกอบอุ่นยิ่งที่เขาให้ความสำคัญกับตนเช่นนี้ เพียงแค่คำไม่กี่คำที่เขาเขียนช่างทำให้ นางรู้สึกดียิ่งเหมือนกับสิ่งที่นางทำเพื่อเขามาตลอดบรรลุผลไปอีกระดับแล้ว การสร้างความประทับใจให้แก่เขา เริ่มส่งผลยิ่ง นางคิดเช่นนี้ได้ ความฮึกเฮิมในการพยายามเพิ่มระดับความประทับใจตัวนางต่อเขามากขึ้นไปอีก ตัวอักษรที่เซียวซีเหยียนเขียนเหมือนโบนัสพิเศษสำหรับนาง สุขใจยิ่งนัก
“พี่สี่ ต้องเตรียมตัวไปสถานศึกษาให้ดีนะเ้าคะ อย่าลืมสิ่งของใดจำเป็ยิ่งที่ต้องนำเข้าเรียน ท่านเข้าใจหรือไม่”
“ข้าเข้าใจ ”
“ท่านต้องตั้งใจเล่าเรียนให้ดีนะเ้าคะ ภายภาคหน้าจะได้ไม่ลำบาก มีวิชาความรู้หาเลี้ยงตนได้ ”
เหลียนฮวากล่าวเหมือนมารดาที่กำลังให้กำลังใจบุตรตนเองในการเริ่มไปโรงเรียนยิ่ง ได้ยินดังนั้นเซียวซีเหยียนก็ยิ้มให้เหลียนฮวาอย่างเอ็นดูมากยิ่ง ดวงตาอ่อนโยนของเขานั้นทำให้นางรับรู้ว่าเขานั้นตอบรับคำพูดนางแล้ว พลันความรู้สึกเหมือนน้องชายคนนี้ตอบรับความหวังดีของนาง เหลียนฮวาปลื้มปิติยิ่งนัก
“เอาล่ะวันนี้ข้าไม่รบกวนท่านแล้ว ท่านพักผ่อนเสีย ข้าจะขอกลับเรือนก่อน แค่นี้ท่านก็เหนื่อยยิ่งแล้ว ”
“ข้าไม่เหนื่อยอะไร ”
เซียวซีเหยียนเพียงพูดออกไปเช่นนั้นความหมายคือ้าสนทนากับนางไปเรื่อยๆ แต่เหลียนฮวากลับตอบต่อเขาด้วยความรวดเร็วยิ่งหลังฟังเขาพูดจบ
“แต่ข้าเหนื่อยยิ่งนัก ข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ ไว้วันหลังข้าจะมาเยี่ยมท่านกับท่านป้าหญิงที่เรือนอีก ”
“วันใด ”
“วันใดก็วันนั้นเ้าค่ะ พี่สี่ ”
เหลียนฮวารู้สึกคร้านจะตอบคำเขานักยามนี้ เขาพูดนิดเดียวแต่นางกลับตอบยาวทุกประโยค ไม่คุ้มเสียเลย
“ข้าจะไปส่งเ้า ”
“ไม่ต้องก็ได้เ้าค่ะ ท่านจะไปกลับหลายรอบเพื่ออันใดกัน ทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าเสียเปล่าๆ ”
เซียวซีเหยียนมิสนคำนางแล้วจึงลุกขึ้นเดินไปหน้าประตูถือร่มขึ้นมา เพื่อบอกนางว่าได้เวลากลับเรือนนางได้แล้ว เหลียนฮวา หมดคำจะพูด เขามิต้องเอ่ยสิ่งใดก็สามารถกระทำการควบคุมทุกสิ่งทันที ลายเผด็จการออกมาอีกเสียแล้ว เ้าเด็กนี่ ต่อไปคงจะหนักข้อขึ้นกว่าเดิม ยิ่งนางอยู่ในฐานะน้องสาวเขาเช่นนี้ มิต้องพูดถึง ไม่รู้ว่าจะถูกควบคุมเช่นไร แต่ความพึงพอใจของเขาต่อนางนั้นมีมากยิ่งแล้ว นางยังต้องกลัวอันใดอีกเล่า
“ซู่เย่ นำเตาอุ่นมือมาให้พี่สี่ ”
“เ้าค่ะ คุณหนู ”
ซู่เย่นำเตาอุ่นมือมาให้คุณชายสี่ของเรือนเรียบร้อย แต่จู่ๆคุณชายสี่ก็นำมือของคุณหนูมากุมไว้บนเตาซ้อนด้วยมือตนเช่นกัน ให้คุณหนูถือเตา ส่วนมือซ้ายคุณชายถือร่ม และมือขวาอุ่นมือบนเตาที่คุณหนูถือ การแสดงออกนี้แลดูแล้วช่างอบอุ่นยิ่ง การกระทำของคุณชายสี่นั้นช่างอ่อนโยนกว่าเมื่อก่อนยิ่งแล้ว มีเพียงคุณหนูท่านนี้เท่านั้นที่คุณชายสี่ให้ความดูแลอย่างใส่ใจยิ่ง
ซู่เย่ และซู่หนิง เดินกางร่มตามหลัง เ้านายทั้งสองที่เดินนำไปแล้วตรงหน้า เว้นระยะห่างหลาย่ตัว พลันกล่าวกระซิบกันเองสองคน
“ซู่เย่ ไยคุณชายสี่ถึงเปลี่ยนแปลงไปมากมายเช่นนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนที่คุณหนูตกน้ำ ”
“เ้าอย่าเอ่ยสิ่งใดออกมา นั้นเป็อุบัติเหตุ คุณหนูกล่าวเช่นไรก็เช่นนั้น ”
“ใช่ ใช่ อุบัติเหตุ ข้าเพียงรู้สึกว่าคุณชายสี่ช่างอ่อนโยนกับคุณหนูยิ่ง ”
“คุณหนูช่วยเหลือคุณชายสี่มากเพียงใด เ้ากับข้ายังรู้ คุณชายสี่จะไม่รู้ดีที่สุดได้อย่างไร ”
“ก็จริงตามเ้าว่า คุณชายสี่ดีต่อคุณหนูเช่นนี้ ข้ารู้สึกอบอุ่นยิ่งนัก ”
สองสาวใช้พลันเห็นว่าเ้านายทั้งสองเริ่มเดินห่างออกไปเรื่อยๆก็รีบเดินตามเข้าไปให้ใกล้กว่าเดิมอีกสักหน่อยจะได้อยู่ในสายตาของพวกนาง จวบจนกลับถึงเรือนคุณหนู คุณชายสี่จึงยอมกลับเรือนตนได้อย่างวางใจ
—————————————————
ตอนนี้อีบุ๊คเื่ย้ำรัก กาลนี้เ้าเป็ของข้าผู้เดียวเล่ม1 ออกแล้วนะคะ ซื้อได้จากทางนี้เลยค่ะ
https://www.mebmarket.com//index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNjU5MTk5MSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE3OTUxNCI7fQ&page_no=1