เขาใช้เวลาขับรถประมาณครึ่งชั่วโมงก็ไปถึงหมู่บ้านข้างๆที่ชื่อว่าหมู่บ้านจินิ ที่นี่เจริญกว่าหมู่บ้านเจียวจูของเขามากมายเพราะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ และถนนใหญ่ที่ตรงไปตัวเมืองได้
ที่หน้าหมู่บ้าน มีพื้นที่ทำธุรกิจขนาดใหญ่มีทั้งตลาดสด โรงเรียนประถมและมัธยมขนาดเล็ก ร้านค้าแบบดั้งเดิมและแบบทันสมัยและยังมีคลินิกแพทย์แผนปัจจุบันทั้งของคนและของสัตว์
จิงซิงอี้จอดรถเอาไว้ข้างสนามเด็กเล่นเขามาถึงที่นี่ก็เป็เวลาสี่โมงเย็นกว่าแล้วคนในหมู่บ้านและจากที่อื่นมาที่นี่เพื่อมาซื้อของและทำกิจกรรมต่างๆ ขวักไขว่
วันนี้ยังเป็วันเสาร์ด้วยจึงมีพ่อแม่ปู่ย่าตายายพาหลานมาเล่นที่สนามเด็กเล่นบางคนก็มาออกกำลังกายและพูดคุยสังสันท์กัน
จิงซิงอี้มองไปรอบๆ เพื่อหาสถานที่ที่เหมาะสมในการตั้งโต๊ะจากนั้นจึงเขายกโต๊ะ เก้าอี้และป้ายจากท้ายรถ มาตั้งตรงจุดที่มีคนเดินผ่านไปมาและมองเห็นเด่นชัด
บางคนก็คิดว่าเขามาตั้งโต๊ะขายของบางคนคิดว่าเขามาตั้งโต๊ะดูดวง บางคนก็คิดว่าหน้าตาดีแบบนี้คงมาร้องเพลงเปิดหมวกหรือเต้นแบบที่วัยรุ่นในเมืองชอบทำกัน
แต่เมื่อเห็นป้ายที่เขาวางเอาไว้บนโต๊ะกลับเขียนด้วยตัวหนังสือขนาดใหญ่มองเห็นเด่นชัดว่า
“คลินิกฉางซาน บริการตรวจรักษาโรคฟรี ั้แ่เวลา16.30 – 19.30 น. โดยแพทย์แผนจีนจิงซิงอี้ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแพทย์ P”
จากนั้น จิงซิงอี้ที่จัดวางของบนโต๊ะเสร็จก็ยืนอยู่หน้าโต๊ะ และประกาศด้วยเสียงดังไปทั่วบริเวณว่า
“สวัสดีครับทุกท่าน ผมคือแพทย์แผนจีนจิงซิงอี้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแพทย์จากปักกิ่ง ตอนนี้เปิดคลินิกชื่อว่าฉางซานอยู่ที่หมู่บ้านเจียวจูข้างๆนี้
วันนี้ผมมาตรวจรักษาโรคให้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายขอเชิญท่านที่สนใจจะปรึกษา เดินเข้ามาคุยได้เลยครับ!
ไม่ต้องกลัวว่าจะหลอกลวงกันสามารถตรวจสอบคลินิกของผมได้ที่คิวอาร์โค้ดนี้เลย! ตรวจฟรีไม่ต้องเสียงเงินสักหยวนเดียว แล้วก็ไม่หลอกให้ซื้อยาด้วยครับ!”
เมื่อประกาศจบ เขาก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้หลังโต๊ะเปิดกล่องใส่ถุงสมุนไพรที่เตรียมมาแจก และนั่งกอดอกรอคนเดินเข้ามา
ทันใดนั้น คนที่นั่งอยู่ใกล้ๆก็ได้กลิ่นหอมสดชื่นของสมุนไพรที่ลอยมาจากกล่องบนโต๊ะ และทำให้รู้สึกผ่อนคลายแต่พวกเขายังคงลังเล ไม่กล้าเดินเข้ามา บางคนก็ซุบซิบว่า เขาหล่อเกินไปไม่กล้าเข้ามา!
จิงซิงอี้กุมขมับ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าความหล่อก็กลายมาเป็อุปสรรคในการหาเงินได้!
คุณป้าคนหนึ่งซึ่งถือตะกร้ากับข้าวเดินผ่านมาหยุดสูดกลิ่นสมุนไพรเข้าไป และทำตาโตด้วยความประหลาดใจ จิงซิงอี้ซึ่งรออยู่ก็รีบลุกขึ้นและพูดกับคุณป้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า“คุณป้าสนใจถุงหอมสมุนไพรมั้ยครับ แจกฟรีนะครับ เดินมารับได้เลย”
เธอลังเลสักพัก แต่ก็ตัดสินใจเดินเข้ามาพร้อมกับถามว่า “พ่อหนุ่ม ถุงนี่หอมจังเลย แจกฟรีจริงๆ ใช่มั้ย”
จิงซิงอี้ตอบทันทีว่าแจกฟรีแต่ก่อนที่คุณป้าจะเอื้อมมือมาหยิบ ชายหนุ่มกลับยกกล่องหนี แล้วถามเธอว่า“คุณป้าลองดมทีละถุงก่อน แล้วบอกผมก่อนว่า ชอบกลิ่นไหนที่สุด แล้วผมจะให้กลิ่นนั้น”
หลายคนที่อยู่ใกล้ๆ ต่างพากันมองด้วยความสนใจคุณป้าชะงัก แต่ความที่เธอชอบกลิ่นมากๆ เธอจึงดมทีละถุงและเลือกหยิบขึ้นมาถุงหนึ่ง พร้อมกับพูดด้วยความพึงพอใจว่า “ถุงนี้เลยจ้ะ!”
จิงซิงอี้ยิ้ม และพูดขึ้นช้าๆว่า “่นี้ คุณป้านอนไม่ค่อยหลับ มีอาการปวดหัวเวียนหัว แล้วก็วิตกกังวลอยู่ใช้มั้ยครับ”
คุณป้าตาโต “ทำไมหมอถึงรู้ละ”
จิงซิงอี้อธิบายต่ออย่างใจเย็นว่า“ก็เพราะว่าคุณป้าหยิบถุงหอมกลิ่นนี้ยังไงละครับในถุงนี้เป็สมุนไพรที่ช่วยผ่อนคลาย มีหยวนจื้อ สือชางผู่ เพ่ยหลาน โร่วกุ้ย ปิงเพี่ยนถ้าใช้วางไว้ข้างหมอนจะทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น!”
คุณป้ายิ้ม เธอหยิบถุงหอมขึ้นมาสูดเอากลิ่นข้าไปและถอนหายใจยาว ก่อนจะพูดว่า “ดมแล้วช่วยผ่อนคลาย แล้วก็โล่งจมูกมากเลยจ้ะ”
จิงซิงอี้จึงยกถุงนั้นให้ไป เมื่อรับไปแล้วคุณป้าก็ทำท่าลังเล ก่อนจะถามต่อว่า “หมอตรวจโรคให้ฟรีจริงๆ เหรอจ๊ะ”
ชายหนุ่มพยักหน้า “ตรวจฟรีครับ พอตรวจแล้วผมจะบอกวิธีรักษาและเขียนใบสั่งยาให้ คุณป้าเอาไปซื้อยาเอง และถ้าสนใจจะรักษากับผมก็ไปหาผมที่หมู่บ้านเจียวจูได้เบอร์โทรศัพท์กับสถานที่ผมใส่เอาไว้ในคิวอาร์โค้ดข้างถุงสมุนไพรแล้วครับ”
“งั้นตรวจให้ป้าหน่อยสิ ป้าอยากรู้ว่าป้านอนไม่หลับเพราะอะไร”
จิงซิงอี้ให้เธอยื่นมือมา เขาจับชีพจร สังเกตสีหน้าขอให้เธอแลบลิ้น สอบถามอายุน้ำหนัก และอาชีพ จากนั้นจึงพูดว่า
“่นี้คุณป้ามีอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกมากโดยเฉพาะตอนกลางคืน แล้วก็อ่อนเพลียบ่อย หลงๆลืมๆ ปวดเมื่อยเนื้อตัวเสมอๆ ใช่มั้ยครับ”
คุณป้าพยักหน้าหงึกๆ
“มีอาการคันตามตัว ผิวแห้ง ปัสสาวะลำบากโดยเฉพาะตอนกลางคืน”
“ประจำเดือนมาๆหายๆและตอนนี้ก็หายไปหลายเดือนแล้วด้วย”
คุณป้ารีบตอบว่าใช่และบอกว่าประจำเดือนไม่มาเกือบปีแล้ว จิงซิงอี้จิงสรุปว่า
“เป็วัยทองครับ คุณป้าเป็ช้ากว่าผู้หญิงคนอื่นผู้หญิงทั่วไปจะมีอาการ่ปลาย 40 ถึง 50 ต้นๆ แต่คุณป้ามาเป็ตอนเกือบ 60 ปี”
“แล้วจะเป็อันตรายมั้ยจ๊ะหมอป้าต้องรักษายังไงล่ะ!”
จิงซิงอี้จึงอธิบายว่า“คุณป้ามีอาการไตอินพร่องครับ จึงต้องปรับสมดุลก่อน ผมจะเขียนตำรับยาสูตี้หวงเพื่อบำรุงไต แล้วก็กินสมุนไพรพวกซันจูยหวี ฟู่จื่อ หวงฉี แล้วก็อีกสองสามอย่าง โดยเฉพาะเหอฮวนผี ที่ช่วยให้นอนหลับได้ดีคุณป้าเอาใบสั่งยาไปซื้อที่ร้านขายยาแล้วก็ต้มกินตามวิธีที่ผมเขียนบอกนะครับ”
คุณป้าลังเลถึงแม้หมอหนุ่มจะวินิจฉัยโรคได้ถูกก็ตาม จิงซิงอี้ยิ้มและบอกกับเธอด้วยน้ำเสียงปกติว่า“ถ้าไม่สบายใจ ก็ไปตรวจที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ได้เลยครับ”
คุณป้าจึงถามเขาว่า คลินิกของเขาชื่ออะไรนะและตั้งอยู่ที่ไหน ซึ่งจิงซิงอี้ก็อธิบายอย่างละเอียดโดยมีคนแถวนั้นที่นั่งดูอยู่เงี่ยหูฟังด้วยความสนใจ คุณป้าก็ขอบคุณเขาและลุกออกไป
จากนั้น หญิงอายุประมาณ 30 ต้นๆแต่งตัวดีคนหนึ่งก็มานั่งที่เก้าอี้ต่อ เธอบอกว่าเธอยืนดูการตรวจของจิงซิงอี้มาั้แ่ต้น แล้วก็อยากจะลองบ้าง
เธอเริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า เธออยากจะมีลูกแต่ตอนนี้ก็อายุสามสิบกว่าแล้ว ยังไม่มีลูกสักทีไม่รู้ว่าเป็เพราะเธอเป็หมันหรือไม่ จิงซิงอี้พยักหน้า จากนั้นก็สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของเธอเมื่อถึงตอนนี้พวกเขาพูดเสียงเบาลง เพราะไม่อยากให้ใครได้ยิน
จิงซิงอี้ ขออนุญาตจับชีพจรของเธอสักพักเขาขมวดคิ้ว ก่อนจะถามเธอว่า
“คนไข้เคยมีลูกมาก่อนมั้ยครับ”