เมื่อแสงแดดสาดส่องเข้ามาภายในกระโจมเ้าแสงแดดนั้น แอบโลมเลียแตะต้องที่ผิวแก้มเนียนใสจนเห็นเืฝาดอยู่บนดวงหน้าของหญิงสาวที่ยังคงหลับอยู่ ดวงตาที่ยังคงปิดสนิทมองเห็นขนตาที่แผ่ออกมาเป็แพสวยงามอย่างเห็นได้ชัดชายหนุ่มนั่งมองร่างเล็กที่ถูกผูกติดกับเสากระโจมอย่างพินิจพิจารณาจนเขารู้สึกว่าหญิงสาวผู้นี้มีความละม้ายคล้ายกับใครบางคนที่เขาคุ้นเคยแต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ยิ่งเขา เพ่งดูอยู่นาน ๆ เขาก็ได้เห็นความงดงามหามีผู้ใดเทียบเทียมได้ ดวงตาคู่สวย เริ่มขยับและเปิดออกคิ้วเข้มของเขาที่กำลังขมวดเพราะความสงสัยค่อยๆคลายลงเมื่อเห็นแววตาเป็ประกายวาววับของเธอกำลังจ้องหน้าเขาแววตาของชารีซในตอนนี้หม่นหมองและเศร้าซึมชายหนุ่มคิดว่าชารีสคงเสียใจที่ได้สูญเสียสิ่งที่นางหวงแหนที่สุดสำหรับสตรีไป
“ ถ้าเ้าพูดความจริงกับข้าั้แ่คราวแรกข้าก็จะไม่ทำเช่นนั้นกับเ้าเพราะเ้าไม่ใช่องค์หญิงตัวจริง แต่ข้าก็คงช่วยกระไรเ้าไม่ได้ในเมื่อเ้ากล้าปลอมตัวเป็องค์หญิงเ้าก็ต้องรับเคราะห์แทนองค์หญิงไปก็แล้วกันส่วนเื่การขัดขวางงานแต่งงานขององค์หญิง ไม่เป็ผลสำเร็จ ข้าก็จะคิดเสียว่าแล้วแต่สิ่งใดจะเกิดก็คงต้องเกิดไปตามนั้น”
“ถ้าเช่นนั้นท่านก็ปล่อยเช่าเสียเถิดข้าจะได้กลับไปยังแคว้นที่ข้าอยู่”
“ข้าคงกระทำเช่นนั้นมิได้เพราะการกระทำของเ้า มีโทษหนัก เ้ากล้าตบตา ข้าและองค์ราชันข้าจะต้องนำตัวเ้ากลับไปยังแคว้นของข้าด้วย เพื่อยืนยันว่าการที่ข้าทำงานไม่สำเร็จเพราะข้าจับตัวองค์หญิงตัวปลอมมา”
“ไม่นะข้าไม่อยากไปข้าอยากกลับบ้านเมืองของข้า”
“ถ้าเ้าไม่เชื่อฟัง ข้าจะลงโทษเ้าข้าจะเปลื้องผ้าของเ้าแล้วจะทำเช่นเมื่อคืน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกว่าข้าจะพอใจ”
สายตาและคำพูดหยาบโลนของเขานั้นทำให้ชารีสขนลุกซู่แววตาของเขามิได้โกหกและเขาคงไม่ได้ขู่ บุรุษผู้องอาจที่ชารีสคิดว่าเขาคือจอมโจรได้เก็บสัมภาระและกำลังจะเดินทางมุ่งไปเบื้องหน้าโดย อูฐ ที่ผู้ติดตามของเขาเตรียมไว้ให้ แสงตะวันทอแสงสีทองอร่ามเหนือเนินทรายอันกว้างใหญ่ไพศาลท้องฟ้าสีคราม ตัดกันกับแสงสะท้อนประกายระยิบระยับบนหาดทรายละเอียดราวกับประกายเพชรใจกลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง
แคว้นซีเรีย
“องค์หญิง ๆ ๆ”
“เ้ากรีดร้อง และเรียกข้าอยู่ได้ข้าใหมด”
“หม่อมฉัน…หะ…เห็น ๆ ๆเอ่อ”
“เห็นสิ่งใด?”
สาวรับใช้ไม่กล้าบอกกับองค์หญิงมารีเอ็ตต้าไปตามตรงว่า เธอได้เห็นว่าในครั้งแรกที่เข้ามาเพื่อรอรับใช้ เธอเห็นว่าศีรษะขององค์หญิงนั้นไม่มีมันคือลางร้าย พิธีหมั้นหมายอันศักดิ์สิทธิ์ระหว่างองค์ชายโจเซอและองค์หญิงมารีเอ็ตต้าผู้สง่างามกำลังดำเนินไปอย่างชื่นมื่นเหล่าทหารรื่นรม และบรรเลงเครื่องดนตรีเสียงดังและไพเราะ องค์หญิงมาลีเอ็กซ์ตร้ารู้สึกตื่นเต้นและตื่นกลัวในเวลาเดียวกันอีกครั้งยังเป็ห่วงชาลิส สาวรับใช้ที่เป็ดั่งเพื่อนสนิท
“ข้าจะมีความสุขได้อย่างไรถ้าไม่มีเ้าอยู่กับข้าตรงนี้ชารีส”
องค์หญิงรำพึงรำพันกับตัวเอง องค์หญิงมารีเอ็ตต้ากำลังตกแต่งฉลองพระองค์สีทองอร่ามประดับด้วยเครื่องประดับอัญมณี พระฉวีวรรณเปล่งปลั่งด้วยการตกแต่งเครื่องสำอางประทินลงไปที่ใบหน้าภายในพระตำหนักที่จัดไว้เพื่อองค์หญิงโดยเฉพาะอย่างสมเกียรติ
“ข้าอยากได้ชาสักถ้วยเ้าช่วยไปนำมาให้ข้าทีจะได้ไหม?”
“ได้เพคะองค์หญิง”
องค์หญิงมารีเอตต้ามีความรู้สึกว่าร่างกายของพระนาง ไม่ค่อยจะสู้ดีนักเหงื่อเม็ดใหญ่เริ่มผุดออกมาจากใบหน้า่ปอยผม้าหน้าผากอวัยวะภายในร่างกายเหมือนกับถูกแผดเผาความทรมานนั้นไม่มีผู้ใดได้เห็นเพราะองค์หญิงต้องรอคอยให้สาวรับใช้มารับตัวพระนางไปเข้าพิธีที่ท้องพระโรงเมื่อถึงเวลาที่กำหนด ร่างบางในชุดสีทอง ทรุดตัวลงดิ้นทุรนทุรายก่อนจะแน่นิ่งไปในที่สุด สาวรับใช้รีบนำชาเข้ามาให้องค์หญิงตามคำสั่ง แต่ทว่า
“กรี๊ด….!...องค์หญิง ๆ ๆใครก็ได้ช่วยด้วย”
สาวรับใช้ประจำตัวขององค์หญิงมารีเอตต้าใแทบสิ้นสติเมื่อเห็นร่างขององค์หญิงนอนแน่นิ่งดวงตาเบิกโพลงและสิ้นใจไปเสียแล้ว โลหิตไหลออกจากทางตาและปาก
“ฮือ ๆ ๆ ๆองค์หญิงของหม่อมฉันสิ้นแล้ว”
ท่ามกลางความชุลมุนกับเื่วุ่นวายที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของใครบางคนที่ไม่ประสงค์ดีพิธีหมั้นหมายได้สิ้นสุดลงความสัมพันธ์ระหว่างสองแคว้นก็จบลงด้วยเช่นกันแต่การสูญเสียในครั้งนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบองค์ราชันและองค์ราชินีของแคว้นเฮวานเศร้าโศกและเสียใจอีกทั้งยังโกรธเคืองผู้กระทำผิดผู้นั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองแคว้นเริ่มสั่นคลอน
“มีคนปองร้ายบุตรสาวของข้าท่านต้องรับผิดชอบและจับตัวมันมาลงโทษให้ได้ข้าเชื่อว่าต้องเป็คนของท่านประชาชนของท่าน”
“ท่านกล่าวเช่นนั้นหมายความว่าข้เาเป็ต้นเหตุของเื่ทั้งหมดนี้น่ะเหรอ ก็ท่านเองมิใช่เหรอที่อยากจะนำบุตรสาวของท่านใส่พานมาให้แก่ลูกชายของข้าจะโทษก็ต้องโทษตัวเ้าเอง ข้าจะไปรู้ได้เยี่ยงไรว่ามีใครปองร้ายกับพวกเ้าบ้าง”
“อันที่จริงแล้วข้าก็พอจะรู้มาบ้างว่าองค์ชายโจเซอมีความสัมพันธ์กับสตรีมากหน้าหลายตา หนึ่งในนั้น ต้องมีเส้นสายที่ยิ่งใหญ่พอจนกล้ากระทำเื่ใหญ่เช่นนี้ได้โปรดเห็นแก่ความสัมพันธ์ที่นีมายาวนานของข้าและท่าน ช่วยจับตัวคนผู้นั้นมาลงโทษด้วย”
“ เอาล่ะท่านอย่าเพิ่งโกรธเคืองข้าสัญญาว่าจะหาตัวผู้นั้นมาให้ได้ข้าเข้าใจว่าการสูญเสียบุตรที่เป็ดั่งแก้วตาดวงใจไปนั้นมันเ็ปเพียงใดการเชื่อมสัมพันธไมตรีของเรานั้นยังคงดำเนินไปและข้าสัญญาว่าความสัมพันธ์ของเราทั้งสองแคว้นจะไม่มีวันจบสิ้นและแคว้นซีเรียจะสนับสนุนแคว้นเฮวานเช่นเดิม ขอจงได้เอ่ยมาข้าจะจัดหาให้เพื่อเป็การปลอบขวัญ”
งานพิธีหมั้นได้แปรเปลี่ยนเป็พิธีศพโดยปริยายข่าวการสิ้นพระชนม์ขององค์หญิงมาลีเอตต้าอย่างกะทันหันได้เลื่องลือไปดั่งไฟลามทุ่งจนแคว้นต่าง ๆ ได้ทราบข่าว ทั่วถึงทุกแคว้น ชารีสถูกพาตัวเข้ามายังปราสาทใหญ่โตเขาพาเธอเข้าไปในปราสาท เหมือนกับว่า ปราสาทนั้นเป็ของเขา ชายหนุ่มปิดประตู ขังชารีสไว้เพียงลำพัง เขาหายไปนานสองนาน จนชาลีซเผลอหลับไป เสียงเปิดประตูทำให้เธอตื่นขึ้นมาใบหน้าคมเข้ม มองมาที่ ชารีสพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า
“องค์หญิงมาลีเอสตร้าสิ้นพระชนม์แล้ว”
“เ้าคนโกหกข้าไม่เชื่อเ้า อย่ามาปดกับข้า”
“เ้าจะเชื่อหรือไม่นั้นเป็เื่ของเ้าข้าเพียงแต่มาแจ้งข่าวให้เ้ารู้เพียงเท่านี้”
ชารีสร้องไห้ฟูมฟายด้วยความเสียใจและที่เสียใจไปมากกว่าข่าวการสิ้นพระชนม์ขององค์หญิงมาลีเอตต้าก็คือเธอไม่มีโอกาสจะได้เห็นพระพักตร์ขององค์หญิงเป็ครั้งสุดท้ายและคงจะไม่ได้เห็นอีกเลยตลอดกาล ชายหนุ่มผู้นั้น มองชารีสที่กำลังร้องไห้ และอดนึกสงสารเธอไม่ได้
“สตรีผู้นี้คือสาวรับที่จงรักภักดีกับผู้เป็เ้านายยิ่งนักถึงข้าจะเห็นใจเ้า แต่ข้าก็ไม่สามารถปล่อยเ้าไปในยามนี้ได้”
ชารีสเงยหน้ามองชายหนุ่มผู้นั้นพร้อมกับพูดกับเขาว่า
“ท่านมิต้องกักขังข้าหรอกข้าจะไม่หนีแล้ว เพราะข้าไม่รู้จะหนีไปไหนได้อีก องค์หญิงไม่อยู่แล้วข้าก็ไม่รู้ว่าจะกลับไปหาใครข้าขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย จะให้ข้าเป็ทาสของท่านก็ได้ข้าจะปรนนิบัติท่านเป็อย่างดี เ้าค่ะ”
เสียงหวานของชาลีซนั้นดูขัดหูยิ่งนักสำหรับเขา
“เ้ามีแผนอะไรอยู่ในใจหรือเปล่าอยากให้ข้ารู้นะว่าเ้าคิดอะไร”