ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 97 ผลของการเชือดไก่ให้ลิงดู

            “พี่...พี่สาว...เป็นเพียงแค่เรื่องเข้าใจผิดกันเท่านั้น”

            หลินเมิ้งหวู่ไร้ซึ่งท่าทางหยิ่งยโสโดยเฉพาะเมื่อได้เห็นเลือดสีแดงสดที่กำลังรินไหลออกจากปากของหงอวี้

            “รู้ตัวว่าผิดแล้วใช่หรือไม่?”

            เสียงหวานใสของหลินเมิ้งหยาดังขึ้นทว่ามันกลับเย็นยะเยือกประหนึ่งเสียงที่ดังจากนรกก็มิปาน ขณะเดียวกัน เจียงหรูฉินและหลินเมิ้งหวู่ต่างรู้สึกหวาดผวา

            “พระชายา ตบครบยี่สิบครั้งแล้วเจ้าค่ะ ยังต้องตบต่อไปหรือไม่เจ้าคะ?”

            ผอจื่อที่รับหน้าที่ทรมานเอ่ยถามด้วยความลังเล

            หงอวี้เป็นหญิงสาวที่ฮ่องเต้หมิงส่งมอบให้กับท่านอ๋องดังนั้นนางจึงแสดงความโอหังดั่งเจ้านาย

            แม้แต่พระชายายังไร้ซึ่งกิริยาเช่นนั้นดังนั้นนางจึงลงมือสั่งสอนโดยไร้ซึ่งความปรานี

            “วันนี้พอแค่นี้ หากนางหรือพวกเจ้าทั้งสองยังกล้าก่อความวุ่นวายในจวนอวี้อีกอย่าหาว่าข้าไม่ไว้หน้าญาติพี่น้องเลย”

            หลายวันมานี้นางได้ข่าวว่าหญิงสาวทั้งสองทำให้บรรยากาศในจวนกระอักกระอ่วนอีกครั้ง

            อดทนไม่พูดอะไรเพื่อรอโอกาสที่เหมาะสม

            และแล้วเวลาที่ว่าก็มาถึง

            แม้เจียงหรูฉินและหลินเมิ้งหวู่จะยังไม่คิดยอมแพ้แต่ถึงกระนั้นกลับมิกล้าขัดขืนคำสั่งของหลินเมิ้งหยา

            “นับแต่นี้เป็นต้นไปข้าไม่หวังที่จะเห็นพวกเจ้าสองคนสร้างความวุ่นวายอันใดอีก”

            ชายตามองทางหงอวี้ ใบหน้าเรียวเล็ก สายตาอาฆาตมิต่างอะไรกับงูพิษที่เลื้อยอยู่รอบตัวนาง

            จู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็หัวเราะ นางมิเคยเห็นนางในสายตาอยู่แล้ว

            “ข้าไม่สนใจหรอกว่าเจ้ามาที่จวนอวี้ด้วยจุดประสงค์อันใด จงจำเอาไว้หากเจ้ากล้าคิดไม่ดีกับท่านอ๋อง ข้า...ไม่มีวันปล่อยเจ้าเอาไว้แน่”

            สายตาของหลินเมิ้งหยามองทะลุถึงหัวใจ นางมองฝ่ายตรงข้ามออกทั้งหมด

            สะดุ้ง! ความหวาดกลัววาดขึ้นในหัวใจของหงอวี้นางกักเก็บความโกรธที่มีต่อหลินเมิ้งหยา

            หรือว่านาง...

            ไม่ ไม่มีทาง!

            หากหลินเมิ้งหยารู้เรื่องทุกอย่าง มันคงน่ากลัวเกินไป

            “แยกย้ายกันไปเถิด ไม่มีอะไรให้ดูหรอก”

            นางหมุนตัว พาสาวใช้กลับไปยังตำหนักหลิวซินเหลือเพียงหญิงสาวสามคนมองหน้ากัน

            “นางเป็นพี่สาวข้าจริงเหรอ?”

            ขณะเดียว หัวใจของหลินเมิ้งหวู่พลันว้าวุ่น

            ขนาดท่านแม่ยังสั่งสอนสาวใช้ไม่รุนแรงเท่าหลินเมิ้งหยาเลย

            น่ากลัว! น่ากลัวเหลือเกิน!

            สบตากับหญิงสาวอีกสองคน พวกนางล้วนรู้สึกเหมือนกัน

            เกรงว่าพี่สาวคนนี้จะไม่ใช่ยัยโง่ที่ตนเองสามารถรังแกได้ง่ายๆในความทรงจำอีกแล้ว

            “ท่านพี่สาม ปล่อยให้พี่สะใภ้สามจัดการเช่นนี้ดีแล้วหรือ?”

            ภายในห้องอ่านหนังสือของหลงเทียนอวี้ หลังจากหลงชิงหานได้ยินเรื่องที่พ่อบ้านเติ้งเล่าเขาส่ายหน้าพลางเอ่ย

            “มีอะไรไม่ดี?”

            ใบหน้าของหลงเทียนอวี้ยังคงไร้อารมณ์ ราวกับเขามิได้ใส่ใจกับเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย

            “ท่านและข้าต่างก็รู้ว่าเหตุผลที่ฮ่องเต้หมิงส่งสาวงามเหล่านั้นมาเป็นอย่างดีพวกเขามิได้หวังดีอย่างแน่นอน ที่พวกเรารับพวกนางเอาไว้ก็เพื่อล่อเสือออกจากถ้ำแต่การกระทำของพี่สะใภ้สามในเวลานี้จะมิเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่นกระนั้นหรือ?”

            ใบหน้าจริงจังของหลงชิงหานแสดงให้เห็นถึงความสงสัย

            แม้เขาและหูเทียนเป่ยจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแต่ฮ่องเต้หมิงมีความเห็นต่าง แม้ทั้งสองจะรู้แต่ก็มิพูดออกมา

            “ไม่หรอก บางทีการกระทำของนางในครั้งนี้ก็เพื่อบีบให้อีกฝ่ายเผยความลับออกมา”

            หลังจากรู้จักกันมานาน หลงเทียนอวี้เข้าใจการกระทำของหลินเมิ้งหยาเป็นอย่างดี

            นางกระทำทุกสิ่งอย่างอย่างมีเหตุผลเสมอไม่มีทางเลยที่นางจะลงโทษหงอวี้เพียงเพราะความโกรธชั่วครู่

            “ข้ามิเห็นด้วย ไม่ว่าหญิงสาวจะฉลาดขนาดไหนแต่ถ้าลองได้หึงหวงขึ้นมา พวกนางจะน่ากลัวมากเลยทีเดียว!”

            สีหน้ากลับมาทะเล้นดั่งเดิมอีกครั้งเขารู้สึกเสมอว่าพี่สามปฏิบัติกับพี่สะใภ้แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

            อาจบอกไม่ได้ว่าตรงไหนที่แตกต่างแต่หากจะบอกว่าทั้งสองรู้สึกต่อกันเหมือนหญิงสาวชายหนุ่มทั่วไปก็คงมิใช่

            หากพี่สามที่เย็นชาดุจน้ำแข็งของเขาถูกผู้หญิงทำให้รู้สึกหวั่นไหวแล้วละก็...

            สวรรค์โปรด น่ากลัวชะมัด!

            เขาส่ายหน้า กักเก็บความคิดฟุ้งซ่านของตนเองเอาไว้ในสมอง

            หลงชิงหานหันไปให้ความสนใจกับจดหมายแผ่นบางบนโต๊ะอ่านหนังสือของหลงเทียนอวี้

            “ค่าจ้างของทหารที่ถูกปล้นไปเมื่อปีที่แล้วทำให้เสด็จพ่อกริ้วมากแต่กลับมิอาจจับมือใครดมได้ คิดไม่ถึงเลยว่าเบาะแสจะปรากฏในอีกหนึ่งปีให้หลัง”

            ในกระดาษแผ่นนั้นคือข้อมูลที่หลงเทียนอวี้ได้รับมาจากการตรวจสอบ

            เงินค่าจ้างของทหารเหล่านั้นล้วนเป็นเงินที่ถูกแจกจ่ายโดยกระทรวงการคลังแม้เขาจะส่งคนไปค้นหาติดตามร่องรอยของเงินที่หายไป แต่กลับไร้ซึ่งเบาะแสใดๆให้เห็น

            ทว่าข้อมูลที่ได้รับมานั้นหลุดออกมาจากปากของช่างเงิน

            คิ้วของหลงเทียนอวี้ขมวดแน่น ก่อนจะย่อยข้อมูลจากกระดาษแผ่นนี้

            ช่างเงินพูดคุยเรื่องนี้กับสหายคนสนิทว่าเขาเคยช่วยเหลือคนกลุ่มหนึ่งหลอมเงินมากมายมหาศาล

            แต่เงินที่ถูกหลอมเหลวกลับถูกพวกเขาเหล่านั้นเอาไปอีกทั้งยังไม่รู้ด้วยว่าเอาไปทำอะไร

            แต่ที่น่าสนใจที่สุดคือเงินทองเหล่านั้นล้วนมีคำว่าจุนเสี่ยง1ประทับไว้

            หากมิใช่เพราะช่างเงินคนนั้นดวงแข็งได้เจอกับคนที่เคยรู้จักกันมาก่อนในนั้นแล้วปล่อยตัวออกมาละก็ป่านนี้เขาคงกลายเป็นผุยผงไปแล้ว

            เงินเหล่านั้นล้วนเป็นเงินค่าจ้างของทหารที่ถูกปล้นไปทั้งสิ้นคิดไม่ถึงเลยว่ามันจะถูกหลอมไปแล้ว

            เพราะเหตุนี้ ไม่ว่าจะหาอย่างไรก็หาไม่เจอ

            “ช่างเงินคนนี้ดวงแข็งยิ่งนัก พี่สาม ท่านหาเขาเจอแล้วหรือไม่?”

            หลงเทียนอวี้ส่ายหน้า สีหน้าแข็งทื่อ

            “ตอนที่พบตัวเขา เขากลายเป็นร่างไร้ลมหายใจไปแล้วอีกอย่างคนที่ถูกส่งไปตามมาเล่าว่าขณะที่พวกเขากำลังไล่ล่าชายคนนี้พวกเขาถูกขัดขวางโดยคนบางกลุ่ม”

            ดูเหมือน คนที่กำลังตามหาเงินค่าจ้างทหารอยู่จะมิใช่เพียงพวกเขาเท่านั้น

            เขาครุ่นคิดคนที่ปล้นเงินเหล่านั้นไปจะต้องรู้ว่ามีปลาหลุดจากแหตัวนั้นแน่

            “เช่นนั้น พวกเราไม่มีเบาะแสอื่นใดอีกแล้ว?”

            หลงชิงหานถอนหายใจ พวกเขาหาเบาะแสชิ้นนี้ได้ยากยิ่งทว่าเบาะแสกลับถูกตัดขาดไปแล้ว ไม่ว่าใครต่างก็รู้สึกหดหู่ด้วยกันทั้งสิ้น

            “ไม่ หากเราตามรอยเบาะแสนี้ไปต่อข้าเชื่อว่าพวกเราจะต้องเจอเบาะแสอื่นอย่างแน่นอน”

            หลงเทียนอวี้ฟาดกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะ ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมถมึงทึง

            ปีก่อน ผู้ทำหน้าที่ดูแลเสบียงอาหารบังเอิญเป็นคนของเขา

            เหตุเพราะเรื่องนี้ เขาจึงถูกเสด็จพ่อตำหนิ

            ใครที่กล้าวางแผนร้ายใส่เขา เขาจะทำให้คนเหล่านั้นต้องชดใช้!

            “พี่สามพูดมีเหตุผล ข้าจะเป็นผู้ไปตรวจสอบด้วยตัวของข้าเอง”

            หลงเทียนอวี้กลับส่ายหน้า

            “เรื่องนี้ต้องถูกตรวจสอบอย่างแน่นอน แต่ยังไม่ใช่ในตอนนี้อย่าลืมว่าฮ่องเต้หมิงยังอยู่ในเมืองหลวงเมื่อคืนเขากับฮองเฮาและไท่จื่อสนทนาพาทีเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยเห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังสมรู้ร่วมคิดกัน”

            หลงชิงหายพยักหน้าลง เกรงว่าเรื่องการดูตัวจะเป็นแผนการที่ถูกวางเอาไว้อย่างดีแล้ว

            ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้ยังเกี่ยวข้องกับพี่สะใภ้สามอีกด้วยเกรงว่าคราวนี้พี่สามจะต้องลำบากใจไม่น้อย

            แอบชำเลืองมอง โชคดีเหลือเกินที่เขายังไม่แต่งตั้งชายา

            หากมีชายาที่ชอบสร้างเรื่องเช่นเดียวกับพี่สะใภ้สามแล้วละก็เช่นนั้นเขายินยอมอยู่อย่างโดดเดี่ยวไปชั่วชีวิต

            วิธีการของหลินเมิ้งหยาได้ผลมากทีเดียว

            หลังจากลงโทษหงอวี้ไปวันนั้น ทั้งสามคนสงบเสงี่ยมมากขึ้น

            บรรยากาศภายในจวนพลันเงียบสงบหลินเมิ้งหยาขดตัวอยู่แต่ในบ้านเสมือนหนอนไหมในรังอีกครั้ง

            แน่นอนว่าตำหนักหลิวซินของนางคึกคักมากขึ้นเรื่อยๆ

            “เฮ้อ...”

            มองดูสวนดอกไม้ หลินจงอวี้ ป๋ายจื่อ ป๋ายจีและหลินเมิ้งหยาพากันถอนหายใจ

            “เป็นอะไรไป? เหตุใดจึงไม่แจ่มใสร่าเริงเหมือนอย่างทุกที หรือใครทำให้เจ้าขุ่นเคืองพูดออกมา เหยียจะไปฆ่ามันเอง”

            หลินเมิ้งหยาถลึงตาใส่เจ้าจิ้งจอกชอบสังหารผู้อื่นตรงหน้าก่อนจะเปลี่ยนท่าทางการนั่ง ทว่าสายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าร่าเริงแจ่มใสของป๋ายจื่อ

            “อ๋อ ข้าเข้าใจแล้วกำลังกังวลเรื่องของเจ้าหนูน้อยป๋ายจื่อใช่หรือไม่?”

            ชิงหูตระหนักได้ในทันที เทชาลงแก้ว ก่อนจะวางลงตรงหน้าหลินเมิ้งหยา

            นับตั้งแต่วันที่ยาพิษในร่างกายของเขาถูกกำจัดร่างกายที่เคยถูกสะกดเอาไว้กลับมาเป็นปกติดังเดิม

            ร่างกายของเขาเสมือนชายหนุ่มอายุยี่สิบห้ายี่สิบหกปีทว่าความเย้ายวนที่เคยมีกลับจางหายไปค่อนข้างมากแต่ถึงกระนั้นความโหดเหี้ยมอำมหิตยังคงซึมลึกอยู่ในกระดูกดำ

            เขาเป็นมือสังหารมานานหลายสิบปี ใช่ว่าเรื่องนี้คิดจะลืมก็สามารถลืมกันได้ง่ายๆ

            “ใช่แล้ว หรือไม่เจ้าก็ไปฆ่าองค์ชายรัชทายาทของฮ่องเต้หมิงสิ”

            หลินเมิ้งหยาไม่มีอารมณ์เล่น นางถลึงตาใส่ชิงหู ทว่าเขาที่เห็นเช่นนั้นกลับส่งเสียงหัวเราะลั่น

            เสียงหัวเราะของเจ้านี่แปลกยิ่งนัก ราวกับว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆก็สามารถทำให้เขาหัวเราะดีใจราวกับดอกไม้เบ่งบานได้

            “ข้าก็สงสัยอยู่ว่าเหตุใดเจ้าจึงนอนไม่ค่อยหลับสามวันติดคิดจะฆ่าเขานั้นไม่ยากเลย รอประเดี๋ยว เหยียจะไปเด็ดหัวเขามาให้เจ้าเดี๋ยวนี้”

            ชิงหูกลับไม่รู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องยุ่งยากหลังจากหลินเมิ้งหยาจิบนมอุ่นๆ แล้ว นางส่งเสียงเอื่อยเฉื่อย

            “ได้สิ ไปเลย เมื่อใดที่คนทั้งเมืองตามล่าตัวเจ้า ข้าจะขังเจ้าเอาไว้แล้วจับส่งให้ทางการเพื่อเอาไปแลกเงิน”

            นางตวัดสายตาสำรวจสีหน้าชิงหู

            ราวกับเขาไม่ใช่คน แต่เป็นเงินกองใหญ่

            เมื่อถูกสายตาไม่ประสงค์ดีจับจ้อง จู่ๆ ชิงหูยกมือขึ้นปิดหน้าอกก่อนจะสบตาหลินเมิ้งหยาเสมือนนางเป็นคนโรคจิต

            “เจ้า...จะทำอะไรเหยีย?”

            เขาส่งเสียงยั่วยวน อีกเพียงนิดเดียวหลินเมิ้งหยาเกือบจะสำลักนมตาย

            เจ้านี่ไม่รู้จักคำว่าหน้าด้านใช่หรือไม่?

            “ข้าควรพูดกับนางดีหรือไม่? เกรงว่าหากพูดกับนาง ด้วยอุปนิสัยของป๋ายจื่อแล้วนางจะต้องตกใจและโมโหเป็นอย่างมาก”

            ทางฝั่งฮ่องเต้หมิงส่งคนมาเร่งหลายครั้งแล้ว

            ตอนนี้หลินเมิ้งหยาต้องให้คำตอบกับอีกฝ่าย

            ทว่านางเข้าใจดีที่สุด สาเหตุที่หูเทียนเป่ยเอ่ยว่าชอบสาวใช้ของนางนั่นก็เพราะเขามิถูกใจหญิงผู้ดีมีชาติตระกูลเหล่านั้น

            ยิ่งไปกว่านั้นไม่ว่าจะเป็นหญิงสาวสามัญชนหรือลูกขุนนางชั้นสูงก็ล้วนได้ขึ้นครองตำแหน่งชายาเพราะสถานะของเขาได้เหมือนกัน

            แม้หูเทียนเป่ยหาได้มีความทะเยอทะยานเฉกเช่นพระบิดาของเขาแต่เขากลับเป็นคนมีพรสวรรค์เป็นอย่างมาก

            เขาไม่มีทางยอมให้ใครควบคุมตนเองง่ายๆ

            นิ้วเรียวยาวนวดคลึงหน้าผากของตนเองป๋ายจื่อหาใช่คนที่นางจะยอมเสียสละไปให้กับผู้อื่นได้

            ช่าง...ยุ่งยากจริงๆ

            “หากให้ข้าเสนอความคิดเห็นแล้วละก็ เจ้าส่งป๋ายจื่อไปแต่งงานเถิดชายาขององค์ชายรัชทายาท แค่ได้ฟังก็ดูมีอำนาจมากทีเดียว”

     

    *************************

    1 จุนเสี่ยง คือเงินค่าจ้างทหาร

    คล้ายกับเรื่องข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808