TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 107 ภัยร้ายคืบคลาน

    ตอนที่ 107 ภัยร้ายคืบคลาน


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ***** 




    เหมืองศิลาสายเลือดแห่งนี้มีผู้คนทำงานอยู่นับร้อยคน ที่นั่นมีทั้งเจ้าหน้าที่และคนงานกำลังทำงานกันอยู่


    แต่หญิงสาวในชุดคลุมกันลมสีเทากลับเดินเข้าไปในเหมืองอย่างสบายๆ 


    ซึ่งในตอนนั้นก็ไม่มีผู้ใดที่สัมผัสได้ถึงตัวตนของเธอ


    ในทุกที่ที่เฟิร์สเคลื่อนผ่าน ผู้คนต่างตกอยู่ในภวังค์ ยามพวกเขาได้สติขึ้นมาก็แทบจะไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา


    “ฮ่า ... กลิ่นอายเช่นนี้ช่างดียิ่ง”


    เฟิร์ศเดินเข้าไปส่วนลึกของเหมืองต่อไปเรื่อยๆ เขาเลือกเข้าไปในส่วนลึกซึ่งเป็นเส้นทางที่ลึกที่สุดแล้วย้ายคนงานที่ทำงานออกไป


    เมื่อพลังบ่มเพาะมาถึงขอบเขตเอิร์ลขั้นกลางแล้ว พลังโลกลวงสามารถใส่ความทรงจำเข้าไปในวิญญาณเปลี่ยนแปลงความเชื่อของคนผู้นั้นได้


    เฟิร์สทำให้คนงานเหล่านั้นเชื่อว่าพวกเขาต้องเดินออกไปแล้วก็ไม่เคยพบเส้นทางนี้


    เขาไม่ลืมวางค่ายกลลวงตาที่ได้รับมาจากวัตถุจารึกเพื่อปิดบังสายตาของผู้คนเอาไว้


    นับตั้งแต่นี้ไปเฟิร์สและอีวาจะกลายเป็นเจ้าของเส้นทางสายนี้โดยที่ไม่มีใครเข้ามาได้ เว้นเสียแต่ว่าจะมีปรมาจารย์จารึกเดินทางมาที่นี่


    “เหมืองศิลาสายเลือดไม่ใช่รายได้หลักของเมืองเซลโล่อยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นฉันขอใช้ที่นี่เป็นทรัพยากรบ่มเพาะเถอะ”


    รอบกายของเฟิร์สนั้นเต็มไปด้วยศิลาสายเลือด เขาไม่ลังเลที่จะนั่งลงแล้วเริ่มบ่มเพาะที่นี่ทันที


    มือข้างหนึ่งประทับลงไปที่สายแร่ของศิลาสายเลือด


    ตอนนั้นเองเฟิร์สก็พบกับพลังวิญญาณจำนวนมหาศาล มิหนำซ้ำพลังเหล่านั้นยังตื่นตัวเป็นอย่างมากที่เฟิร์สสัมผัสได้ถึงมัน


    เมื่อเริ่มดูดซับพลังวิญญาณ


    พลังวิญญาณอันเก่าแก่มากมายก็หลั่งไหลเข้ามาในร่างกาย ห้องทั้งห้องพลันเรืองแสงเป็นสีแดง


    สีแดงที่เปร่งออกมาจากสัญลักษณ์กลางแผ่นหลังของหญิงสาว


    โชคดีที่เฟิร์สวางค่ายกลปิดบังไว้แล้ว นั่นจึงทำให้เหตุการณ์นี้ไม่หลุดลอดออกไปยังโลกภายนอก


    “ดี ดี ดี ช่างเป็นพลังที่เปี่ยมล้นด้วยอณูวิญญาณยิ่ง” เฟิร์สเอ่ยด้วยแววตาที่ลิงโลด


    เขาลงมือเขียนไดอารี่เพื่อส่งข้อความให้กับอีวา


    ‘บ่มเพาะอยู่ที่นี่จนกว่าจะประสบความสำเร็จสูงสุด’


    ใช่แล้ว เฟิร์สตั้งใจที่จะดูดซับพลังวิญญาณทั้งหมดของเหมืองนี้


    สายแร่เหล่านี้เชื่อมต่อกันเป็นโยงใย แม้ว่าเฟิร์สจะอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน แต่เขาจะยังคงดูดซับพลังวิญญาณจากที่นี่ได้อย่างไม่จบไม่สิ้น


    การกระทำเช่นนี้นับว่าเป็นขโมย แต่เขาก็หาได้สนใจไม่


    โลกนี้ไม่มีใครไม่เห็นแก่ตัว ไม่เช่นนั้นแล้วอาณาจักรฮาดาจะริบต้นประกายฟ้าทิพย์ของพ่อแม่อีวาไปเป็นสมบัติของอาณาจักรได้ยังไง มิหนำซ้ำยังมอบโทษในการครอบครองต้นไม้วิเศษนี้ให้กับพวกเขาทั้งสองอีก


    หากถามหาความชอบธรรม


    การที่อีวาแอบดูดซับเหมืองศิลาสายเลือดก็นับว่าเป็นความชอบธรรมแล้ว


    พลังวิญญาณมากมายต่างหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกาย


    แต่น่าเสียดายที่ขอบเขตเอิร์ลเป็นเพียงแค่ขอบเขตที่มีท่อขนส่งที่มีขนาดเล็ก เฟิร์สจึงไม่สามารถดูดซับพลังทั้งหมดของเหมืองนี้ได้ในคราเดียว จึงทำให้เขานั้นได้แต่ดูดซับพลังไปอย่างเงียบๆ ที่นี่เท่านั้น


    เขาตั้งใจว่าจะอยู่ที่นี่โดยไม่ออกไปไหน สำหรับเสบียงอาหารนั้นก็ถูกจัดเตรียมไว้ในกำไลเก็บของหมดแล้วทั้งสิ้น


    โลกภายนอกนั้นยังคงปกติ


    ไม่มีใครรู้เลยว่ามีคนแอบเข้ามาในเหมืองแห่งนี้ แม้แต่เอิร์ลผู้คุมทั้งสองก็ยังไม่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด


    วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว 


    สองวันต่อมาร่างนี้ก็ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเอิร์ลชั้นสูง 


    พวกเขาทั้งสองนั้นยังคงบ่มเพาะต่อไปเรื่อยๆ


    ส่วนในอีกโลกหนึ่ง เฟิร์สก็คอยหางานมาป้อนให้กับอีวาอย่างถี่ๆ จนเธอต้องบ่นอุบ ไดอารี่ที่สองคนใช้ติดต่อกันล้วนเต็มไปด้วยคำด่าสารพัด


    แต่ถึงอย่างนั้นอีวาก็ยังยอมทำตาม เพราะเธอต้องการช่วยชีวิตพ่อแม่ของเธอ


    ความจริงเธอในตอนนี้ย่อมมีความสามารถในการนำตัวพ่อแม่เธอออกมา แต่เธอไม่ต้องการใช้ชีวิตแบบหลบๆ ซ่อนๆ และอีกหนึ่งความหวังใหม่ของเธอ นั่นก็คือเธอต้องการกลับไปอย่างมีเกียรติ


    เชื่อได้ว่าหากเธอได้กลายเป็นปรมาจารย์จารึก เพียงคำพูดเพียงแค่คำพูดเดียวก็มีคนจำนวนไม่น้อยพร้อมจะทำตามคำสั่งของเธอ


    และอีกสิ่งหนึ่งที่เธอหวังนั่นก็คือเมื่อถึงวันนั้นเธอจะมีฐานะที่เหมาะสมกับคนคนนั้นได้


    ใช่แล้ว ... เธอหวังว่าสักวันหนึ่งรัชทายาทอินดิสจะหันมามองเธอ


    เวลาหนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว


    ผู้คนเริ่มพบเห็นสิ่งผิดปกติที่เกี่ยวกับสินแร่ศิลาสายเลือด


    ในขณะที่ผู้คุมกำลังจะนำเรื่องนี้ไปรายงานดยุกผู้กำกับดูแลเมืองเซลโล่แห่งนี้ ภายในเมืองก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน


    จู่ๆ ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสก็มืดครึ้ม มันถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเงาสีดำที่เคลื่อนเข้ามาอย่างรวดเร็ว


    ดยุกแห่งเมืองเซลโล่เป็นชายชราผมแดงในชุดขุนนางสีดำ วินาทีที่เงาดำปกคลุมเข้ามา เขาเงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะทำงานด้วยแววตาที่ดุดัน


    “ผู้ใดกันกล้าบุกรุกเมืองของข้า!!!!!” เสียงของดยุกดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วทั้งเมือง


    พรึบ!


    ร่างของเขาปรากฏกลางท้องฟ้าเหนือปราสาทโดยพลัน


    วูม!


    ตอนนั้นเองบนร่างของดยุกชราก็ปรากฏเปลวไฟลุกท่วม 


    เปลวไฟนี้ไม่ได้ลุกโชนแค่ร่างของเขาเท่านั้น แต่มันยังแผ่ขยายออกไปจนปกคลุมท้องน่านฟ้านับร้อยเมตร จนทำให้อุณหภูมิโดยรอบสูงขึ้นอย่างฉับพลัน 


    แสงสว่างของเปลวไฟสาดส่องราวกับกำลังขับไล่ความมืดเหล่านั้น 


    แต่ทว่า


    จู่ๆ ท่ามกลางความมืดก็ปรากฏระลอกคลื่นหนึ่งออกมา


    มันส่งคำพูดประโยคหนึ่งที่เต็มไปด้วยน้ำเสียงอันน่าสยดสยองดังก้องกังวาน


    “อาหารอันโอชะ ~~~”


    ผู้คนทั้งเมืองต่างขนลุกซู่เมื่อได้ยินคำพูดนี้ แม้แต่ดยุกชราผู้แกร่งกล้าก็ยังสะท้านสั่นไหว


    ตอนนั้นเองตัวตนหนึ่งก็ปรากฏออกมาจากระลอกคลื่นสีดำนั้น มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่ผอมแห้งหรือจะเรียกได้ว่าเป็นร่างที่มีแต่หนังติดกระดูกก็ว่าได้


    บนใบหน้าของมันมีรอยสักลวดลายประหลาดปรากฏอยู่


    ทันทีที่ดยุกชราเห็นรอยสักนั้น เขาก็ไม่ลังเลที่จะโจมตีตัวตนนั้นทันที


    ปีกเพลิงสีแดงที่มีขนาดใหญ่หลายสิบเมตรกางออกจากกลางหลังของดยุกชรา พลังความร้อนเพิ่มสูงขึ้นราวกับจะเป็นดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ ดวงหนึ่ง


    “เจ้าเศษเดนแผ่นดินจงตายไปซะ!” ดยุกชราแผดเสียงคำรามออกมาพร้อมกับพุ่งทะยานเข้าหาตัวตนผู้นั้น


    แกว๊กกกกกกกก


    เสียงของวิหคเพลิงคำรามกึกก้อง 


    ผู้คนต่างมองเห็นภาพของวิหคเพลิงขนาดมหึมาตัวหนึ่งกำลังกางกรงเล็บขย้ำไปที่จุดสีดำ


    ภาพนี้ช่างเป็นที่ตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้คนเป็นอย่างมาก


    ตัวตนอย่างดยุกภายในอาณาจักรแห่งนี้นั้นมีไม่มาก การที่จะได้เห็นการต่อสู้ของพวกเขาย่อมเป็นเรื่องที่หาได้ยาก


    ทว่า ...


    จู่ๆ ตัวตนที่ผอมแห้งติดกระดูกกลับแสยะยิ้มออกมาแล้วเอ่ยว่า


    “ดี ดี ดี มาให้ข้ากินถึงที่”


    ตอนนั้นเองรอยยิ้มของเขาก็ค่อยๆ กว้างขึ้นและกว้างขึ้น


    เขาเคลื่อนตัวไปข้างหน้า แล้วอ้าปากที่กว้างขึ้นอย่างไร้ที่สิ้นสุดงับร่างของวิหคเพลิงตัวนั้นเข้าไปอย่างรวดเร็ว


    เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในชั่วลมหายใจเดียวเท่านั้น


    ง้ำ!!!!!


    เสียงงับของตัวประหลาดนั่นดึงกึกก้องไปทั่วทั้งเมือง


    ปากที่กว้างสุดประมาณหดกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว


    แสงของเปลวเพลิงที่เคยสาดส่องขับไล่ความมืดไปทั่วทั้งเมือง บัดนี้ได้หายไปอย่างฉับพลัน


    ผู้คนมากมายต่างส่งเสียงกรีดร้อง พวกเขามองอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าดยุกผู้แข็งแกร่งจะมาตายตกง่ายๆ แบบนี้


    “เอาล่ะ กินให้เต็มที่เถิด” เสียงของตัวประหลาดเอ่ยขึ้น


    แล้วตอนนั้นเองเงาสีดำที่ปกคลุมไปทั่วทั้งเมืองก็ปรากฏแสงสีดำตกลงมาราวกับสายฝน


    ซูม! ซูม! ซูม!


    แสงสีดำแต่ละเส้นตกลงมาทั่วทั้งเมือง


    ทว่าแสงเหล่านั้นไม่ใช่เม็ดฝน แต่มันคือตัวตนเช่นเดียวกับตัวประหลาดที่อยู่ข้างบนนั้น


    พวกมันทั้งหมดคือ “ผู้กลืนกิน!”


    แท้ที่จริงแล้วเงามืดที่ปกคลุมเมืองนี้ก็คือลัทธิกระหายชีวา!


    อ๊ากกกกก


    ซวบ! ซวบ! ซวบ! 


    เสียงกรีดร้องของผู้คนค่อยๆ หายไปอย่างรวดเร็ว พวกมันเหล่านั้นราวกับฝูงตั๊กแตนสังหารที่กัดกินทุกอย่างในทุกที่ที่พวกมันเคลื่อนผ่าน


    ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนถูกกวาดเรียบ


    เพียงเวลาไม่นานเมืองเซลโล่ที่เคยรุ่งเรืองพลันกลับกลายเป็นเมืองร้าง


    แม้ที่นี่จะมียอดฝีมือขอบเขตเอิร์ลอยู่ไม่น้อยแต่พวกเขาก็ไม่สามารถต้านการกลืนกินของลัทธิกระหายชีวาได้


    เมืองเซลโล่ถูกกวาดผ่านอย่างรวดเร็ว และไม่นานพวกมันก็ลามไปถึงเหมืองทรัพยากรทั้งสี่แห่ง


    รวมทั้งเหมืองศิลาสายเลือดที่เฟิร์สและอีวาพำนักอยู่ด้วย!


    หญิงสาวในชุดคลุมกันลมสีเทาลืมตาขึ้นมาในความมืด ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่คลื่นหายนะที่เคลื่อนเข้ามา แน่นอนว่าเธอคนนี้ก็คือ “เฟิร์ส” นั่นเอง

    คล้ายกับเรื่องTheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์ ที่คุณอ่าน

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577