หมวดตัวละครชาย
1. บทบาท: จอมยุทธ
ตัวอย่างที่ 1
เขาอยู่ในชุดรัดกุมสีดำขลับประดุจขนนกกา ชายเสื้อและข้อมือถูกพันด้วยสายหนังอย่างแน่นหนาเพื่อความคล่องตัวในการจับกระบี่ ผ้าคลุมไหล่สีเทาหม่นสะบัดพลิ้วตามแรงลม ดูองอาจและลึกลับราวกับเงาที่พร้อมจะหายไปในรัตติกาล
ตัวอย่างที่ 2
จอมยุทธหนุ่มสวมชุดยาวสีขาวสะอาดตา ขอบเสื้อปักลวดลายเมฆาด้วยดิ้นเงินยามต้องแสงอาทิตย์ดูระยิบระยับ สายคาดเอวแผ่นกว้างประดับหยกเขียวมันแพะ บ่งบอกถึงฐานะอันสูงส่งและวรยุทธ์ที่ล้ำลึกเหนือชั้น
2. บทบาท: ชาวบ้าน
ตัวอย่างที่ 1
ชายชาวบ้านสวมเสื้อผ้าป่านเนื้อหยาบสีน้ำตาลซีด มีรอยปะชุนหลายแห่งตามตะเข็บกางเกงที่ถูกพับขึ้นถึงหน้าแข้งเพื่อความสะดวกในการทำงานกลางท้องนา ผ้าคาดเอวทำจากผ้าดิบมัดไว้อย่างลวกๆ ดูเรียบง่ายและสมถะ
ตัวอย่างที่ 2
เขาใส่เพียงเสื้อกั๊กผ้าฝ้ายตัวสั้นเผยให้เห็นแผงอกสีทองแดงจากการตรากตรำแดดลม กางเกงผ้าเนื้อหนาสีเข้มเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดินและคราบเหงื่อไคล เป็นรูปลักษณ์ของชายผู้ทำมาหากินด้วยแรงกายอย่างแท้จริง
3. บทบาท: บัณฑิต
ตัวอย่างที่ 1
บัณฑิตหนุ่มสวมชุดยาวทรงกว้างสีฟ้าครามดูเย็นตา แขนเสื้อยาวหลวมกวาดผ่านอากาศยามขยับกาย กลิ่นอายตำราแผ่ซ่านออกมาจากชุดที่สะอาดสะอ้านและไร้รอยยับย่น บนศีรษะสวมกวน (หมวก) ทรงสูงประดับผ้าแพรดูสุภาพเรียบร้อย
ตัวอย่างที่ 2
ชุดผ้าไหมสีเขียวอ่อนของเขาดูพลิ้วไหวราวกับใบไผ่ในวสันตฤดู คอเสื้อซ้อนทับกันอย่างเป็นระเบียบตามธรรมเนียมปฏิบัติ ในมือถือพัดจีบไม้หอมเข้าคู่กับหยกแขวนเอว ลุคของเขาดูสง่างามและเปี่ยมไปด้วยปัญญาบารมี
หมวดตัวละครหญิง
1. บทบาท: จอมยุทธหญิง
ตัวอย่างที่ 1
นางสวมชุดรัดกุมสีแดงเพลิงที่เน้นความทะมัดทะแมง ช่วงล่างเป็นกางเกงทรงกระบอกที่สอดปลายไว้ในรองเท้าบูทหนังขัดมัน ผมยาวสลวยถูกรวบตึงไว้ด้วยรัดเกล้าเงินดูโฉบเฉี่ยวและดุดันดุจกุหลาบที่มีหนามแหลม
ตัวอย่างที่ 2
อาภรณ์สีม่วงอ่อนลวดลายเรียบง่ายแต่ตัดเย็บด้วยเนื้อผ้าพิเศษที่เหนียวทนทาน ผ้าคาดเอวไหมปักลายหงส์ช่วยเน้นรูปร่างที่โปร่งบางแต่แฝงด้วยความแข็งแกร่ง กระบี่คู่กายที่สะพายไว้บนหลังเสริมให้นางดูเป็นนางสิงห์ผู้กล้าหาญ
2. บทบาท: ชาวบ้านหญิง
ตัวอย่างที่ 1
หญิงสาวชาวป่าสวมชุดผ้าฝ้ายสีพื้นเรียบๆ มีผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้เล็กๆ ผูกทับไว้ที่เอว เส้นผมถูกเกล้าขึ้นอย่างง่ายๆ แล้วปักด้วยปิ่นไม้ไผ่ที่เหลาจนเรียบเนียน ดูสะอาดสะอ้านและมีความงามแบบธรรมชาติไร้การปรุงแต่ง
ตัวอย่างที่ 2
นางอยู่ในชุดกระโปรงผ้าเนื้อหยาบสีน้ำเงินเข้มที่ผ่านการซักจนสีเริ่มซีดจาง แขนเสื้อถูกถลกขึ้นเผยให้เห็นข้อมือเรียวเล็กที่กำลังยุ่งอยู่กับงานบ้าน เป็นภาพลักษณ์ของสตรีผู้มีความอดทนและดูแลครอบครัวอย่างขยันขันแข็ง
3. บทบาท: บัณฑิตหญิง / คุณหนูผู้มีความรู้
ตัวอย่างที่ 1
นางสวมอาภรณ์ผ้าไหมซ้อนทับกันหลายชั้นในโทนสีพาสเทลละมุนตา แขนเสื้อกว้างปักลวดลายดอกเหมยประณีต ยามก้าวเดินชายกระโปรงพริ้วไหวดูนุ่มนวล กิริยาท่าทางที่แฝงไปด้วยระเบียบวินัยทำให้ชุดที่สวมใส่ดูสง่างามยิ่งขึ้น
ตัวอย่างที่ 2
ชุดยาวสีเหลืองนวลปักดิ้นทองจางๆ บ่งบอกถึงสติปัญญาและรสนิยมอันวิไล นางมักจะพกผ้าเช็ดหน้าไหมปักลายคำมงคลติดกายเสมอ ผสมผสานกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องหอมชั้นดีที่ติดมากับเสื้อผ้า
1. บทบาท: ขุนนาง / เชื้อพระวงศ์ / ฮ่องเต้
ฮ่องเต้:
ฉลองพระองค์สีเหลืองทองอร่ามปักลวดลายมังกรห้าเล็บทะยานเมฆาด้วยดิ้นทองคำแท้ สายคาดพระโสภณีประดับหยกมณีล้ำค่า ทรงชฎามังกรทองที่ส่องประกายข่มขวัญผู้เข้าเฝ้าให้ต้องก้มกราบด้วยความยำเกรง
เชื้อพระวงศ์ (อ๋อง):
ท่านอ๋องสวมชุดยาวผ้าไหมจื่อกุ้ยสีม่วงเข้มอันเป็นสีสำหรับราชวงศ์ ขอบแขนเสื้อและปกคอปักลายพยัคฆ์เหยียบเมฆาอย่างประณีต แสดงถึงความสูงศักดิ์ที่มาพร้อมกับอำนาจล้นมือ
ขุนนางบุ๋น:
ขุนนางหนุ่มสวมชุดประจำตำแหน่งสีเขียวหยกดูสะอาดตา บนหน้าอกปักรูปนกกระเรียนขาวสยายปีกอันเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์ สวมหมวกขุนนางทรงปีกกาที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบ
พระสนม/พระธิดา:
นางสวมอาภรณ์ผ้าไหมเมฆาซ้อนเล่นระดับเจ็ดชั้น แต่ละชั้นพริ้วไหวราวกระแสน้ำ ปักลายโบตั๋นด้วยเส้นไหมหลากสีสัน คลุมทับด้วยผ้าแพรบางเบาที่ประดับด้วยไข่มุกน้ำงามทุกระเบียดนิ้ว
2. บทบาท: ทหาร / แม่ทัพ
แม่ทัพใหญ่:
เขาสวมชุดเกราะเกล็ดมังกรสีเงินวาววับที่ผ่านศึกมานับร้อยครั้ง แผ่นเกราะช่วงไหล่สลักรูปหัวสิงห์ดุดัน ผ้าคลุมหลังสีแดงฉานสะบัดพริ้วตามแรงลม ดูองอาจราวกับเทพสงครามที่จุติมาบนโลกมนุษย์
ทหารม้าหน่วยกล้าตาย:
นักรบสวมชุดเกราะหนังหนาเคลือบน้ำมันสีดำขลับ หมวกเหล็กประดับขนหางม้าสีโลหิตช่วยเสริมบุคลิกให้ดูเหี้ยมหาญ ทุกข้อต่อของเกราะถูกรัดด้วยโซ่เหล็กเพื่อความหนาแน่นพร้อมประจัญบาน
ทหารยามหน้าวัง:
ทหารในชุดเกราะเหล็กแผ่นเรียบขัดจนขึ้นเงา สวมหมวกเหล็กทรงกรวยที่ปิดบังใบหน้าไปครึ่งหนึ่ง มือถือทวนยาวประดับพู่แดงดูขรึมขลังและมีวินัยเคร่งครัด
รองแม่ทัพหญิง:
นางสวมชุดเกราะเบาเข้ารูปสีทองแดงที่เน้นความคล่องตัวแต่ยังคงไว้ซึ่งการป้องกันที่ยอดเยี่ยม ผ้าพันคอสีเลือดหมูตัดกับชุดเกราะโลหะดูสง่างามและน่าเกรงขามในคราวเดียวกัน
3. บทบาท: หลวงจีน / นักบวช / นักพรต / แม่ชี
ไต้ซือ (หลวงจีน):
หลวงจีนชราสวมจีวรผ้าแพรสีเหลืองสดสลับแดงขอบทอง ประดับด้วยอัฐบริขารล้ำค่าที่สะพายพาดบ่า ในมือถือคทาขักขระดีบุกที่ส่งเสียงกรุ๋งกริ๋งทุกย่างก้าวแฝงไว้ด้วยสมาธิอันล้ำลึก
นักพรตเต๋า:
เขาสวมชุดยาวสีขาวสลับดำลายยันต์แปดทิศ (ปากั้ว) ที่กลางหลัง เส้นผมขมวดมวยปักด้วยปิ่นไม้เรียบง่าย ในมือถือแส้จามรีสีขาวสะอาดตาดูหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง
แม่ชี:
นางสวมชุดยาวสีเทาหม่นสะอาดสะอ้าน ผ้าคลุมศีรษะสีเดียวกันปิดมิดชิด ใบหน้าปราศจากเครื่องประดับใดๆ มีเพียงประคำไม้ไม้หอมที่คล้องคอไว้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ
นักบวชหนุ่ม:
เขาสวมชุดผ้าฝ้ายสีกากีดูสมถะ ผ้าพันแข้งสีขาวมัดไว้อย่างแน่นหนาเพื่อการเดินทางไกล รัศมีแห่งความเมตตาแผ่ซ่านออกมาจากชุดที่เรียบง่ายแต่สะอาดเรียบร้อย
4. บทบาท: คนรวย / มหาเศรษฐี
คุณชายตระกูลใหญ่:
คุณชายสวมชุดยาวผ้าไหมเนื้อละเอียดสีเขียวใบไผ่ ขอบเสื้อเดินดิ้นทองลายกนกจีนอย่างวิจิตร ห้อยหยกประดับเอวชิ้นยักษ์ที่แกะสลักอย่างประณีตจากหยกมันแพะเนื้อดีที่สุด
เถ้าแก่โรงเตี๊ยม:
เขาสวมเสื้อกั๊กผ้าไหมสีน้ำตาลทองทับบนชุดยาวสีเข้ม นิ้วทั้งสิบประดับด้วยแหวนทองและหยกดูหรูหรา สายคาดเอวผ้าไหมปักดิ้นเงินบ่งบอกถึงฐานะทางการเงินที่มั่งคั่ง
ฮูหยินเอก:
นางสวมอาภรณ์ปักดิ้นทองลายดอกไม้โบตั๋นพรั่งพรู ผ้าคลุมไหล่ทำจากขนจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์ดูแพงระยับ ปิ่นทองฝังเพชรพลอยบนศีรษะส่งเสียงกระทบกันเบาๆ อย่างผู้ลากมากดี
คหบดีผู้มั่งคั่ง:
ชุดยาวสีแดงมงคลปักลายเหรียญทองโบราณสลับลวดลายเมฆามงคล เนื้อผ้าไหมเงางามสะท้อนแสงแดดโดดเด่นมาแต่ไกล แสดงถึงความร่ำรวยที่กินใช้ไปสิบชาติก็ไม่หมด
5. บทบาท: ขอทาน
ขอทานพรรคกระยาจก:
เขาสวมเสื้อผ้าที่ร้อยเรียงขึ้นจากเศษผ้าหลากสีสันมาปะชุนเข้าด้วยกันจนเป็นผืนเดียว ผิวหนังเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดิน มีเพียงกระสอบย่ามใบเก่าที่แบกไว้บนหลังเป็นสมบัติชิ้นเดียว
เด็กกำพร้าข้างถนน:
เด็กชายสวมเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งจนเห็นเนื้อหนังมังสา สีผ้าดั้งเดิมเลือนหายไปจนกลายเป็นสีน้ำตาลดำขมุกขมัว ชายเสื้อหลุดลุ่ยและเต็มไปด้วยรอยคราบอาหาร
ขอทานเฒ่า:
ชายชราสวมหมวกฟางผุพังกับชุดผ้าป่านที่ซีดจางจนเกือบเป็นสีขาว มีเพียงผ้าพันเอวเก่าๆ ที่ใช้ผูกติดกับถ้วยกระเบื้องบิ่นๆ เพื่อใช้ขอทานไปวันๆ
หญิงพเนจร:
นางสวมชุดกระโปรงที่มีรอยฉีกขาดกว้างจนต้องใช้เชือกฟางมัดไว้ประทังไม่ให้หลุดพ้นจากร่างกาย รองเท้าฟางที่สวมอยู่ก็ขาดจนนิ้วเท้าโผล่ออกมาสัมผัสพื้นดินที่เหน็บหนาว
6. บทบาท: เซียน / เทพ / มาร
เซียนผู้ยิ่งใหญ่:
ท่านเซียนสวมชุดยาวสีขาวพิสุทธิ์ที่ดูไร้น้ำหนักราวกับปั้นขึ้นจากปุยเมฆ ชายผ้าพลิ้วไหวอย่างเป็นอิสระแม้ไร้ซึ่งลมพัด มีรัศมีสีทองจางๆ เปล่งออกมาจากเนื้อผ้าดูศักดิ์สิทธิ์เหนือกาลเวลา
เทพธิดาบุปผา:
นางสวมอาภรณ์ที่ถักทอจากกลีบดอกไม้และหยาดน้ำค้างยามเช้า สีสันของชุดเปลี่ยนไปตามอารมณ์และแสงแดด ทุกย่างก้าวที่เดินจะมีกลิ่นหอมของมวลดอกไม้อบอวลไปทั่วบริเวณ
จอมมารหนุ่ม:
มารหนุ่มสวมชุดยาวสีดำทมิฬขลิบม่วงเข้ม ลวดลายบนชุดเป็นรูปเปลวเพลิงโลกันตร์ที่ดูเหมือนกำลังเต้นรำอยู่บนเนื้อผ้า แผ่กลิ่นอายสังหารดุดันจนอากาศรอบข้างดูเย็นเยือก
ปีศาจสาวจิ้งจอก:
นางสวมชุดผ้าแพรสีแดงชาดที่บางเบาจนเห็นผิวพรรณรำไร ชุดถูกออกแบบให้เปิดเผยช่วงไหล่และเรียวขาสวยงามท้าทายสายตา แฝงไว้ด้วยมนต์เสน่ห์ที่ล่อลวงให้ผู้คนติดกับดัก