ชะตาฟ้า ข้าลิขิต

    ตอนที่ 130 : คำสั่งตายของโจวเหยาเซียน!

    ~ เขตทองคำ ~


    ภายในศาลาริมน้ำมีร่างของคนสามคนกำลังพูดคุยกัน แต่ดูเหมือนว่าการสนทนานี้จะไม่เป็นไปอย่างราบรื่นมากนัก


    “อะไร!? เจ้าบอกว่ามันเปลี่ยนกฎกติกาจากการท้าประลองธรรมดาเป็นการท้าประลองเป็นตายงั้นรึ!?” คนที่กำลังพูดอยู่นี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากโจวเหยาเซียนที่กำลังแสดงสีหน้าตกใจ 


    ไม่เพียงแต่หยุนเฟยหยางจะไม่ตกหลุมพรางเท่านั้น แต่เขายังตอบโต้กลับมาอย่างโหดเหี้ยมอีกด้วย!


    ตรงกันข้ามคือมู่เถียนที่กำลังประสานมือและตอบกลับอย่างตะกุกตะกัก “ขะ-ขอรับ ดูเหมือนว่ามันจะรู้ว่านี่เป็นคำสั่งของท่าน และมันกำลังทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ไปทั่วทั้งสำนัก เกรงว่าแม้แต่ผู้อาวุโสบางคนก็อาจจะปรากฏตัวในวันพรุ่งนี้ด้วย”


    สีหน้าของโจวเหยาเซียนดำคล้ำดุจก้นหม้อ การตอบโต้ของหยุนเฟยหยางนับว่าเกินความคาดหมายของมันไปไกลจริงๆ


    แต่จู่ๆ มุมปากของมันกลับโค้งขึ้นอย่างอำมหิต มันแสยะยิ้มก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะลั่นอย่างสะใจ “ฮ่าๆๆๆ!”


    เสียงหัวเราะราวกับปีศาจจากขุมนรกของโจวเหยาเซียน ทำให้มู่เถียนและถิงเอ๋อร์มองหน้ากันอย่างสับสน


    เมื่อหัวเราะจนพอใจ โจวเหยาเซียนก็ยิ้มอย่างชั่วร้าย “ไม่คาดคิดว่าโอกาสที่จะได้ฆ่ามันจะมาเร็วถึงขนาดนี้!”


    แม้ว่าการตอบโต้ของหยุนเฟยหยางจะเกินความคาดหมายไปบ้าง แต่การตอบโต้นี้ก็เปรียบเสมือนกับดาบสองคม!


    หากหยุนเฟยหยางไม่สามารถเอาชนะมู่เถียนได้ ก็เท่ากับว่าเขาสามารถถูกฆ่าตายได้อย่างไม่มีเงื่อนไขและไร้ข้อกังขา!


    ซ้ำแล้วการประลองเป็นตายไม่สามารถหยุดกลางคันได้จนกว่าจะมีใครตายตกไป นั่นคือกฎเกณฑ์ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ของสำนักจักรพรรดิดารา!


    ดังนั้นต่อให้เรื่องนี้ถูกแพร่กระจายไปทั่วทั้งสำนักและดึงดูดผู้อาวุโสระดับสูงมา แต่ก็ไม่มีใครสามารถหยุดความตายของหยุนเฟยหยางได้!


    โจวเหยาเซียนโบกแขนเสื้อและออกคำสั่ง “มู่เถียน! ใช้โอกาสนี้ในการฆ่ามันซะ! หากเจ้าสามารถฆ่ามันได้ในการประลอง ข้าจะเพิ่มหินสีม่วงให้เจ้าสองเท่า! นั่นเท่ากับว่าหากหยุนเฟยหยางตาย เจ้าจะได้รับหินสีม่วงถึงห้าพันก้อน!”


    “อะไร!? ห้าพันก้อน!?” มู่เถียนตัวสั่นด้วยความตกใจ ใบหน้าของมันแดงก่ำด้วยความตื่นเต้นที่ยากจะอธิบาย!


    ผลตอบแทนในแต่ละเดือนของศิษย์ป้ายขาวคือหินสีม่วงยี่สิบก้อน นั่นหมายความว่าการฆ่าคนครั้งเดียวจะทำให้มันได้รับผลตอบแทนเท่ากับการเป็นศิษย์ป้ายขาวถึงยี่สิบปี! โดยที่มันไม่จำเป็นต้องเสียเวลาออกไปทำภารกิจนอกสำนัก!


    จะมีภารกิจใดที่ง่ายและได้ผลตอบแทนดีกว่านี้อีกหรือไม่?


    แน่นอนว่าไม่!


    แค่การบดขยี้ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลาเพียงคนเดียว แต่จะสบายไปครึ่งชีวิต มู่เถียนจะไม่รับข้อเสนอที่แสนจะหอมหวานนี้ได้อย่างไร!?


    โจวเหยาเซียนพยักหน้าอย่างหนัก “ถูกต้อง การฆ่าหยุนเฟยหยางจะไม่ใช่แค่การเรียกคืนศักดิ์ศรีของตระกูลโจวเท่านั้น แต่หากน้องชายของข้าได้มาเห็นมันตายในการประลองเป็นตาย อาการของน้องชายของข้าก็อาจจะดีขึ้น!”


    รูม่านตาของมันแดงก่ำด้วยความเคียดแค้น มันกัดฟันและเค้นคำด้วยความเกลียดชัง “หยุนเฟยหยางคือจิตมารของเสี่ยวหยวน! ตราบใดที่มันยังไม่ตาย เสี่ยวหยวนก็คงไม่สามารถกลับคืนสู่สภาวะปกติได้!”


    ถิงเอ๋อร์ที่ฟังอยู่ด้านข้างก็พยักหน้าเห็นด้วยทุกประการ


    แม้มู่เถียนตื่นเต้น แต่มันกลับก้มหน้าลงและกล่าวอย่างลังเลใจ “แต่หยุนเฟยหยางผู้นั้นดูน่ากลัวยังไงไม่รู้ ข้ามีความรู้สึกว่ามันสามารถสังหารข้าได้ตลอดเวลา ข้าจึงจะมาขอคำแนะนำจากท่าน…”


    โจวเหยาเซียนแสยะยิ้มเย็นๆ ทำให้มู่เถียนรู้สึกขนลุกอย่างไรชอบกล


    ครู่ต่อมาโจวเหยาเซียนก็หยิบบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ และโยนให้แก่มู่เถียนอย่างไม่ใส่ใจ “เอานี่ไป”


    เมื่อรับสิ่งของมาตรวจสอบ ดวงตาของมู่เถียนก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ “นะ-นายน้อยเหยาเซียน นี่คือ…”


    ความโหดเหี้ยมฉายให้เห็นบนหน้าของโจวเหยาเซียน ก่อนที่มันจะผงกศีรษะเบาๆ “หากเจ้าไม่สามารถสังหารมันได้ก็จงกลืนสิ่งนี้เข้าไปซะ!”


    เมื่อกล่าวจบมันก็หันหลัง ก่อนจะสะบัดเสื้อคลุมอย่างสง่างาม “ไปได้แล้ว พรุ่งนี้ข้าจะรอดูผลงานของเจ้าด้วยตัวข้าเอง”


    ใบหน้าของมู่เถียนบิดเบี้ยวด้วยความตื่นเต้น มันประสานมือและโค้งคำนับอย่างนอบน้อม “ศิษย์พี่เหยาเซียน ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”


    จากนั้นมู่เถียนก็จากไปด้วยอารมณ์ที่แจ่มใส กลับกันถิงเอ๋อร์ที่ยืนมองจากด้านข้างกลับกล่าวขึ้นอย่างหมองหม่น “พี่เหยาเซียน แบบนี้จะดีแล้วจริงๆหรือ?”


    โจวเหยาเซียนทำสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว “เจ้ากำลังหมายถึงอะไร?”


    ถิงเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “ท่านให้เม็ดยาต้องห้ามกับเขาไปเช่นนั้น หากเขาใช้มันขึ้นมาจริงๆ เขามีโอกาสที่จะพิการไปตลอดชีวิต...,อย่างร้ายแรงที่สุดเขาก็อาจจะถึงตาย!”


    มุมปากของโจวเหยาเซียนโค้งขึ้นอย่างอำมหิต “ด้วยฝีมือของมู่เถียนในตอนนี้ เขาจะเอาชนะหยุนเฟยหยางได้อย่างไร? แม้หยุนเฟยหยางจะเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลา แต่มันสามารถประมือกับข้าได้อย่างสูสีในชั่วขณะ ฉะนั้นการมอบสิ่งนั้นให้แก่มู่เถียนก็ถือได้ว่าเพิ่มโอกาสและอัตราชนะของมู่เถียนให้มากขึ้น”


    มันเหลือบตามองถิงเอ๋อร์และพูดอย่างไร้อารมณ์ “และอีกอย่างเจ้าคิดจริงๆหรือว่าหากมู่เถียนสามารถสังหารหยุนเฟยหยางได้แล้วข้าจะเก็บมันไว้?”


    ประโยคนี้ทำให้ใบหน้าของถิงเอ๋อร์ซีดลง


    โจวเหยาเซียนยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียมพลางหัวเราะเบาๆ “ข้ายังมีคนอื่นๆที่สามารถใช้งานได้อยู่ และพวกมันก็พร้อมที่จะทำตามคำสั่ง!”


    “เจ้าก็น่าจะรู้ว่าหินสีม่วงห้าพันก้อนของข้า มีค่ามากกว่าตระกูลมู่ทั้งตระกูล! ฮ่าๆๆ!” โจวเหยาเซียนระเบิดเสียงหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง


    หัวใจของถิงเอ๋อร์เย็นเยียบ จนนางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสั่นเทา!


    เสร็จนาฆ่าโคถึก! เสร็จศึกฆ่าขุนพล!


    ความโหดเหี้ยมนี้แม้แต่ปีศาจตัวจริงก็ไม่สามารถเทียบได้


    โจวเหยาเซียนดึงสายตากลับมา ในมือของมันคือม้วนกระดาษหลายแผ่นที่มีการเขียนข้อมูลของใครบางคนเอาไว้ 


    ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคือข้อมูลของหยุนเฟยหยางทั้งหมดที่ตระกูลโจวรวบรวมมา!


    “หยุนเฟยหยาง! ต่อให้เจ้าจะพยายามดิ้นรนอย่างไร… แต่ความตายของเจ้าก็ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว!”


    .

    .

    .


    อีกฟากหนึ่งของสำนักจักรพรรดิดารา ที่ตำหนักหลังสีขาวที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว เบื้องหน้าตำหนักมีร่างของหญิงสาวในชุดคลุมสีเหลืองอ่อนกำลังร่ายรำกระบี่อย่างงดงาม 


    ทุกคราที่นางร่ายรำ ราวกับว่านางได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นกระแสลม ท่วงท่าการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับการสั่นสะเทือนของผืนธรณี หรือแม้แต่การไหลเวียนของปราณจิตวิญญาณ ทุกอย่างดูจะเกื้อหนุนกันไปหมด


    เชร้ง!


    หญิงสาวแทงกระบี่ลายครามเป็นเส้นตรง สร้างคลื่นพายุวังวนในชั้นบรรยากาศที่ดูเหมือนจะฉีกความว่างเปล่าออกจากกัน 


    ก่อนที่ต่อมานางจะสะบัดกระบี่อย่างงดงาม พลันเก็บกระบี่อ่อนลงฝักและปาดเหงื่อด้วยเสียงหอบหายใจเบาๆ


    จู่ๆก็มีเสียงฝีเท้าวิ่งมาจากด้านหลัง เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวตัวเล็กที่เข้ามาโค้งคำนับอย่างนอบน้อม “ศิษย์พี่ ข้ามีข่าวด่วนจะมารายงานให้ท่านทราบ”


    “หยิงหยิง?” หญิงสาวในชุดคลุมสีเหลืองอ่อนหันหลังกลับไปมองก่อนจะกล่าวถาม “มีอะไร?”


    ศิษย์น้องที่มีนามว่าหยิงหยิงตอบด้วยการประสานมือ “ในวันพรุ่งนี้ยามเฉินจะมีการประลองเป็นตายกันที่สนามประลองของเขตสีขาว ท่านสนใจจะไปดูด้วยหรือไม่?”


    “การประลองเป็นตาย?” หญิงสาวในชุดคลุมเหลืองสีอ่อนประหลาดใจเล็กน้อย

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้า ข้าลิขิต ที่คุณอ่าน

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367