ราชาเยว่หลิงไม่ปกปิดความรู้สึกของเขาแม้แต่น้อยเพราะค่าตอบแทนนี้มีประโยชน์และมีค่าต่อตระกูลเยว่มาก ดังนั้นเขาจึงไม่เต็มใจที่จะส่งมันคืน
“ในอนาคตฉันจะต้องตอบแทนเย่เทียนสักครั้ง!”ราชาเยว่หลิงคิดในใจ
แต่เขารู้ดีโอกาสตอบแทนที่ว่านั้นคงยากที่จะเป็นไปได้เขาเดาว่าอีกไม่นานเย่เทียนก็คงจะไปยังฐานทัพระดับสุดยอด และเมื่อถึงเวลานั้น ไม่รู้ว่าเขาจะมีโอกาสได้เจอกับเย่เทียนอีกหรือไม่
เมื่อกลับถึงบ้าน
เย่เทียนกางแผนที่ออกและสังเกตสถานที่ต่างๆบนนั้นอย่างละเอียด ในแผนที่นั้นมีที่ตั้งของฐานอยู่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น ซึ่งรวมถึงฐานใหญ่สามแห่งฐานจงไห่ และฐานขนาดกลางอีกไม่กี่แห่ง นอกจากนี้ยังมีสถานที่ที่โดดเด่นอีกหลายแห่ง
“แผนที่นี้ไม่ละเอียดนักแต่มันก็แสดงให้เห็นถึงที่ตั้งของฐานทัพจงไห่ ซึ่งอยู่ห่างจากฐานทะเลมารราว 1ล้านกิโลเมตร ระยะทางนี้มันไกลมากจริงๆ!” เย่เทียนพึมพำ
ถ้าในชีวิตที่แล้วของเขา 1 ล้านกิโลเมตรนั้นเป็นระยะทางที่ไม่มีทางไปถึงได้แต่ระยะทางนี้เป็นเรื่องปกติมากในโลกยุคปัจจุบัน
เพราะโลกตอนนี้นั้นมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างเทียบไม่ติด!
“ดูเหมือนว่าโลกจะใหญ่กว่าเดิมหลายร้อยเท่าข้อมูลที่เรารู้ตอนอยู่ในฐานหลินไห่นั้นผิดเพี้ยนไปมาก ถ้ามันใหญ่ขึ้นแค่ร้อยเท่าจริงไม่มีทางที่ฐานทะเลมารจะอยู่ห่างจากฐานจงไห่ 1 ล้านกิโลเมตร!”
เย่เทียนครุ่นคิด
แผนที่นี้ไม่ได้วาดระบุถึงตามแนวชายฝั่งคาดว่าหยุนเมิ่งหลีคงไม่เคยไปแถบทะเลมาก่อน เพราะมีข่าวลือว่าทะเลในปัจจุบันนั้นน่ากลัวมากส่วนเรื่องว่าทำไมทะเลถึงน่ากลัวนั้น เย่เทียนไม่รู้ แต่เขารู้ว่าแม้แต่นักรบระดับราชาก็ไม่กล้าเข้าใกล้ชายทะเล
ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงรู้เพียงว่าฐานทัพใหญ่ทั้งสามแห่งอยู่ไม่ไกลจากทะเลแต่พวกเขาก็ไม่เคยเห็นทะเลมาก่อน
“ออกจากฐานทะเลมารไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้เมื่อเดินทางไป 500,000 กิโลเมตร ก็จะต้องข้ามแม่น้ำสายใหญ่ ว่ากันว่ามันเป็นแม่น้ำที่แยกมาจากแม่น้ำแยงซีแต่ในตอนนี้มันได้กลายเป็นแม่น้ำที่กว้างใหญ่ถึงหนึ่งหมื่นเมตร นี่คือจุดที่อันตรายที่สุดหากไม่มีความแข็งแกร่งมากพอที่จะไม่สามารถข้ามแม่น้ำนี้ได้ แม้แต่ระดับราชาทั่วไปก็ยังต้องตาย!”
มีโน้ตสั้นๆ เขียนไว้ตรงแม่น้ำในแผนที่และมันเป็นเพียงคำเตือนสั้นๆเท่านั้น
“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมราชาจำนวนมากจากฐานทะเลมารถึงไม่กล้าไปที่ฐานทัพใหญ่พวกเขาคงกลัวว่าจะต้องจบชีวิตลงที่แม่น้ำสายนี้!”
เย่เทียนคาดเดา
อย่างไรก็ตามถึงมันจะอันตรายแค่ไหนเขาก็ต้องไปอย่างแน่นอน แม้ตอนแรกเขาจะวางแผนที่จะพาเย่หยู เสี่ยวเซวี่ยเสี่ยวจิน และเสี่ยวจื่อไปด้วย แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้แล้ว มันไม่ใช่ว่าเย่เทียนไม่อยากพาพวกเขาไปแต่เขาคงต้องรออีกสักพัก
ตามที่ราชาเยว่หลิงบอก ฐานจงไห่ไม่ยอมรับผู้ที่มีระดับต่ำกว่าระดับราชา
เย่หยูเป็นเพียงนักรบผู้เชี่ยวชาญที่มีพรสวรรค์ระดับสูงสุดเท่านั้นแม้ว่าเขาจะพาเธอไปที่ฐานทัพจงไห่ แต่เธอก็ไม่สามารถกลายเป็นพลเมืองของที่นั่นได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นเขาจะจัดการอย่างไรต่อ?
ดังนั้น เย่เทียนจึงเตรียมที่จะไปที่ฐานจงไห่ก่อนจากนั้นเขาค่อยคิดหาวิธีที่จะเข้าร่วมฐานจงไห่และกลับมารับเย่หยูอีกทีหนึ่ง
“ตอนนี้เราต้องเตรียมตัวทะลวงเข้าสู่ระดับราชาเมื่อถึงระดับราชาแล้ว เราจะเดินทางไปยังฐานทัพจงไห่ทันที!”
เย่เทียนตัดสินใจแล้ว
หลังจากนั้นเย่เทียนก็เริ่มเก็บตัวฝึกฝนอย่างหนักครั้งนี้เขาแทบจะไม่ออกไปไหนนอกจากพาเย่หยูออกไปเดินเล่นเป็นบางครั้งเท่านั้น
ขณะที่เย่เทียนก้าวหน้าขึ้นเย่หยูเองก็พัฒนาขึ้นเช่นกัน ด้วยเลือดของสัตว์อสูรชั้นยอดที่เย่เทียนมอบให้และพรสวรรค์ของเย่หยูก็ไม่เลวเธอมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุด ดังนั้นเธอจึงก้าวไปสู่นักรบผู้เชี่ยวชาญระดับสูงอย่างรวดเร็ว
เย่เทียนต้องการที่จะซื้อสมบัติที่สามารถเปลี่ยนพรสวรรค์ของเธอให้กลายเป็นพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นแต่สมบัติเช่นนี้ไม่สามารถซื้อได้ถึงแม้ว่าจะเป็นตระกูลหยุนก็ตาม มิฉะนั้นคงจะมีผู้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นมากมายแล้ว
แม้แต่สมบัติที่สามารถเปลี่ยนพรสวรรค์ให้กลายเป็นระดับสูงสุดยังพบได้ยากมากดังนั้นมันจึงไม่มีทางที่จะพบสมบัติที่เพิ่มพรสวรรค์ในการบ่มเพาะให้กลายเป็นระดับหลุดพ้นได้ในฐานทะเลมาร
“แต่ที่ฐานจงไห่น่าจะมี!”
เย่เทียนวางแผนที่จะซื้อสมบัติที่สามารถเพิ่มระดับพรสวรรค์ที่ฐานจงไห่แม้ว่าเขาจะต้องจ่ายราคาที่สูงมาก เขาก็ต้องซื้อมันมา เย่หยูเป็นน้องสาวของเขาและเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวของเขาเย่เทียนรักและทะนุถนอมเย่หยูมาก ดังนั้นหากมันดีต่อเย่หยู ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรเขาจะต้องหามันมาให้ได้
พริบตาเดียว หนึ่งเดือนก็ผ่านไป
ในช่วงหนึ่งเดือนมานี้ เย่เทียนมีพละกำลังเพิ่มขึ้นอีก9 ช้าง พลังกายของเขาเพิ่มขึ้นเป็น62 ช้าง และเขาก็ได้คัดลอกพรสวรรค์อีก 2 ชนิดมา พรสวรรค์แรกคือพรสวรรค์ในการติดตามระดับสูง มันสามารถแยกแยะกลิ่นอายที่เหลืออยู่ในอากาศเพื่อติดตามศัตรูได้และอีกพรสวรรค์ก็คือพรสวรรค์ด้านน้ำแข็งระดับสูง
เหตุผลที่เขาคัดลอกพรสวรรค์ด้านน้ำแข็งระดับสูงมานั้นก็เพราะพรสวรรค์นี้ช่วยเขาได้มากเมื่ออยู่ในน้ำ มันสามารถแช่แข็งแม่น้ำและเป็นประโยชน์ต่อการต่อสู้ของผู้ฝึกยุทธ์
เพราะเหตุนี้เขาจึงเลือกคัดลอกพรสวรรค์นี้ไว้เพื่อเตรียมพร้อมที่จะข้ามแม่น้ำหมื่นลี้ในอนาคต
ในระหว่างนั้น เย่เทียนก็เริ่มเรียนรู้รูปแบบค่ายกลอย่างต่อเนื่องเขามีพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูงสุด หากเขาไม่ศึกษารูปแบบค่ายกลต่อไป มันจะเป็นการเสียพรสวรรค์นี้ไปเปล่าๆ
อีกทั้งห้องฝึกฝนที่เย่เทียนเก็บตัวบ่มเพาะอยู่ตอนนี้ก็มีเพียงค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับกลางเท่านั้นในความเป็นจริงแล้วมันยังมีค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงอยู่ และค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงยังสามารถรวบรวมพลังปราณได้มากกว่าเดิมสิบเท่า
ด้วยพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดาราและเทคนิคกายาโลหิตม่วงหากฝึกฝนในสภาพแวดล้อมที่มีพลังลมปราณ 10 เท่า มันจะช่วยเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะได้มากกว่าเดิมถึง5 เท่า
ดังนั้น เพื่อเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนมากกว่าเดิมห้าเท่าเย่เทียนจึงศึกษารูปแบบค่ายกลเพื่อยกระดับความสามารถด้านค่ายกลของเขาให้กลายจอมเวทค่ายกลระดับสูงส่วนว่าเขาจะหาแผนผังค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงหรือไม่นั้นคงต้องรอดูกันต่อไป
พริบตาเดียว
สองเดือนก็ผ่านพ้นไป ความแข็งแกร่งของเย่เทียนเพิ่มขึ้นเป็น80 ช้าง ชีพจรหยินชีพจรหยาง ชีพจรฉี และชีพจรอื่นๆ ทั้งหมดถูกขัดเกลาจนเสร็จสิ้นแล้ว
เมื่อเสร็จสิ้นการขัดเกลาเส้นชีพจรลมปราณนั่นก็หมายความว่าอีกเพียงก้าวเดียว เขาก็จะสามารถก้าวเข้าสู่ระดับราชาได้
และในขณะเดียวกัน
เย่เทียนก็เข้าใจรูปแบบค่ายกลถึง120 รูปแบบแล้วในที่สุดเขาก็กลายเป็นจอมเวทค่ายกลระดับสูง
หลังจากนั้น
เย่เทียนก็เดินทางไปยังสมาคมค่ายกลเพื่อถามหาค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงแต่หลังจากสอบถามอย่างละเอียดแล้ว เขาถึงได้รู้ว่าทางสมาคมมีค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงอยู่จริงๆแต่ไม่ได้เปิดให้มีการแลกเปลี่ยน มันอยู่ในมือของจอมเวทค่ายกลระดับสูงคนหนึ่ง ซึ่งเขาไม่ต้องการขายให้แก่ใครแม้แต่ระดับราชาก็ยังบังคับให้เขาขายไม่ได้ เพราะจอมเวทค่ายกลระดับสูงคนนั้นก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาเช่นกันการที่คนเราจะเห็นแก่ตัวย่อมเป็นเรื่องปกติ หากมีสมบัติล้ำค่าก็ต้องเก็บไว้กับตัวเองไม่มีทางที่จะแบ่งปันกับคนอื่นๆ
เย่เทียนเข้าใจเรื่องนี้ดี
เย่เทียนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมแพ้
“...มีที่เดียวที่สามารถได้รับแผนผังค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงได้!”
เย่เทียนนึกถึงหอคอยค่ายกลซางเหอ
ราชาซางเหอเป็นจอมเวทค่ายกลระดับสูงแน่นอนว่าเขาอาจจะครอบครองแผนผังค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงอยู่เช่นกัน แต่การจะหาแผนผังค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงจากหอค่ายกลซางเหอได้นั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก
เพราะทุกครั้งที่เขาผ่านด่านทดสอบของหอค่ายกลซางเหอเขาจะได้รับแผนผังรูปแบบค่ายกลเพียงแผ่นเดียว ส่วนมันจะเป็นแผนผังค่ายกลอะไรนั้นขึ้นอยู่กับโชคอีกอย่าง รางวัลเช่นนี้ได้รับแต่เพียงการผ่านด่านทดสอบครั้งแรกเท่านั้น ดังนั้นโอกาสของทุกคนจึงมีจํากัด
“การทดสอบมีเก้าด่านเมื่อผ่านด่านที่เก้าก็จะสามารถเป็นกลายเป็นผู้สืบทอดของราชาซางเหอได้ แต่หลังจากที่ทุกคนผ่านด่านทดสอบที่แปดแล้วคนเหล่านั้นก็เลือกที่จะละทิ้งบททดสอบต่อไป คาดว่าคงจะเป็นเพราะเงื่อนไขการเป็นผู้สืบทอดของราชาซางเหอนั้นยากมากมิเช่นนั้นคงไม่มีผู้ใดที่จะไม่สนใจในมรดกของราชาซางเหอ”
เย่เทียนคาดเดา
ดังนั้นตอนนี้เขามีโอกาสอีก5 ครั้งเท่านั้นหากแผนผังค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงไม่ปรากฏขึ้น เขาก็คงต้องหมดหวัง
“มีแต่ต้องลองเสี่ยงดู!”
เย่เทียนพึมพำ