จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 59 การต่อสู้ชุลมุนทั้งสี่ทิศ

            หลังจากออกจากหอซ่อนมังกรเย่เฉินและเจ้าหมีสองก็เดินออกไปด้านนอกอย่างมีสติ พร้อมไหลไปกับฝูงชน

            “เอานี่ไปถือไว้” เจ้าหมีสองยื่นยันต์พันวิถีสองแผ่นให้กับเย่เฉิน แล้วพูดว่า“เมื่อพบกับเรื่องอันตรายเข้า ให้ใช้คาถาวิถีสวรรค์ก่อน จากนั้นใช้ยันต์พันวิถีพวกคนเหี้ยมนั่นที่จ้องจะแย่งเม็ดยาผสานฟ้าไปแล้ว น้อยมากที่จะมีคนมาปล้นพวกเรา”

            “แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าจะมีเรื่องอันตราย?” เย่เฉินกล่าวขณะที่รับยันต์พันวิถีมา

            “ไม่มีปัญหาตามข้ามาแล้วเจ้าจะปลอดภัย” เจ้าหมีสองเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจจากนั้นดึงเย่เฉินและเดินตรงไปด้านนอก

            ข้างหน้าเป็นทางออกของตลาดมืดอเวจีฝูงชนก็หลั่งไหลเข้ามาราวกับกระแสน้ำไหลเชี่ยว

            นอกจากนี้ผู้คนที่มาเข้าร่วมการประมูลที่ตลาดมืดอเวจีแห่งนี้ก็ล้วนแต่มีการเตรียมพร้อมทั้งสิ้น ส่วนใหญ่เหมือนจะใช้คาถาของยันต์พันวิถีทันทีที่ออกจากตลาดมืดอเวจี พวกเขาแต่ละคนทั้งวิ่งทั้งเดินความเร็วไม่ได้ครอบคลุมจริงๆ

            ไม่ต้องกล่าวถึงผู้ฝึกตนขั้นต่ำเหล่านี้ที่วิ่งออกไปดูราวกับว่าไม่มีเรื่องอะไรสำหรับพวกเขาเลยจริงๆ

            ถูกต้องเม็ดยาผสานฟ้าถูกประมูลออกมาแล้ว บรรดาผู้แข็งแกร่งล้วนอยากจะลองเสี่ยงโชคด้วยกันทั้งสิ้นตอนนี้ใครยังมีเวลาที่จะมาสนใจปล้นจี้ของเล็กน้อยกัน

            ไป!

            ทันทีที่ออกจากตลาดมืดอเวจีเย่เฉินและเจ้าหมีสองได้ติดยันต์พันวิถีไว้ และมุ่งตรงไปยังทิศทางของสำนักเหิงเยว่

            เพียงระยะเวลาแค่หนึ่งก้านธูปทั้งสองก็ได้ออกเดินทางไปกว่าสิบลี้แล้ว

            “ดูนั่นข้าบอกแล้ว ไม่มีผิด!”ขณะที่เจ้าหมีสองกำลังวิ่งไปอย่างบ้าคลั่งแต่เขาก็ยังไม่ลืมที่จะหยิบน่องไก่ออกมาจากเป้ากางเกง

            “หวังว่าจะกลับไปอย่างปลอดภัยนะ!” แต่เย่เฉินกลับระแวดระวัง และให้ความสนใจรอบๆ ด้านตลอดทาง

            ตูม!

            ตูมตาม!

            ในไม่ช้าก็มีเสียงตูมตามดังกึกก้องอยู่ข้างหลังของทั้งสองคน

            หลังจากเหลียวมองทั้งสองก็เห็นเนินเขาเล็กๆ ที่ถูกคนถล่มลงด้วยฝ่ามือ

            “เปิดฉากต่อสู้แล้ว”ขณะที่ทั้งสองควบคุมทิศทางและความเร็วอยู่นั้น ก็เหลียวไปมองด้านหลังสองสามรอบ

            เมื่อมองไปแบบนี้ทำเย่เฉินกลับถอนหายใจถี่

            เมื่อมองไปยังทิศของตลาดมืดอเวจีก็มีเงาสว่างวาบเข้ามาตรงที่โล่ง วิชาลึกลับอันงดงาม ก็สว่างไสวเต็มไปทั่วท้องฟ้ามีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก

            “ทำไมพวกเราไม่ไปชมความครึกครื้นสักหน่อยล่ะ?” เจ้าหมีสองเหลือบมองไปยังเย่เฉินที่อยู่ด้านข้าง

            “ไร้สาระ”เย่เฉินด่ากลับไป “ล้วนเป็นพวกคนเหี้ยมที่เข้ามาหาเรื่องทั้งสิ้นอยากกลับไปเป็นตัวรับลูกธนูหรือไง!”

            “ข้าก็แค่พูดไปก็เท่านั้น”

            ตูม!

            ตูมตาม!

            ทันทีที่เจ้าหมีสองพูดจบเนินเขาอีกลูกที่อยู่ระยะไกลก็ถล่มลงมาอีกครั้งยิ่งไปกว่านั้นเสียงก็ได้ดังขึ้นมากกว่าเดิม

            เมื่อทั้งสองคนหันไปมองมันแย่มากจนไม่อาจต้านไหว

            เนื่องจากกลุ่มคนเหี้ยมที่ได้ต่อสู้กันชุลมุนในที่โล่งแจ้งสู้รบกันจนเข้ามายังทิศทางของพวกเขา อีกทั้งอานุภาพก็ไม่ใช่น้อยเลยการต่อสู้ที่เข้ามาตลอดทางดังสนั่นหวั่นไหวอย่างต่อเนื่อง ทุกหนทุกแห่งล้วนแต่มีภูเขาถล่มลงมาหนำซ้ำยังมีเลือดกระเซ็นสาดกระจายปกคลุมดวงจันทร์และท้องฟ้าอันสว่างไสวจนกลายเป็นม่านสีเลือด

            “กลัวสิ่งไหนย่อมได้พบกับสิ่งนั้นจริงๆ”เจ้าหมีสองไม่ได้เรียกร้องอะไร และเหวี่ยงน่องไก่ออกไปด้วยความรวดเร็ว

            เย่เฉินก็ไม่ได้รั้งเอาไว้แม้ว่าความเร็วของยันต์พันวิถีจะมีความรวดเร็วแต่กลุ่มคนเหี้ยมที่ต่อสู้กันอยู่ด้านหลังนั้น ล้วนอยู่ในขั้นสมานญาณหากพูดถึงความเร็วแล้ว ก็ยังเร็วกว่าพวกเขาหลายสิบเท่าถ้ามีคนมุ่งเป้ามาที่พวกเขาจริงๆ ก็คงเหลวไหลสิ้นดี

            แน่นอนว่าเพียงพริบตาเดียวสายรุ้งเทวะก็ได้พุ่งผ่านเข้ามา ร่างกายเปื้อนไปด้วยเลือดดูท่าทางได้รับบาดเจ็บมาไม่เบา

            “เร็วเข้า”เมื่อเห็นเช่นนี้ เย่เฉินและเจ้าหมีสองก็รีบก้าวเท้า และหลบหนีอย่างบ้าคลั่ง

            “จะหนีไปไหน”เสียงตะโกนอันเยือกเย็นดังเข้ามาจากด้านหลัง และมีเงาร่างสิบกว่าคนไล่ตามมาคนที่นำหน้าคนหนึ่งถือกระบี่สังหารสีม่วง และลำแสงกระบี่ได้เปล่งแสงออกมาทำให้คนก่อนหน้านั้นถูกผ่าออกเป็นสองส่วน

            เลือดสาดไปทั่วท้องฟ้าแต่กลับมีถุงเก็บของหล่นลงมาจากที่โล่ง และถูกคนผู้นั้นคว้าหยิบมันไป

            “ทำไมยังอยากได้อะไรอีกหรือ?”ทันใดนั้นเสียงเยาะเย้ยก็ดังขึ้น เพิ่งจะกำจัดคนผู้นั้นก็กลายเป็นเป้าหมายในการโจมตีทันที อาวุธวิญญาณก็โผล่ออกมาจากฟากฟ้าวิชาลึกลับที่เต็มไปทั่วท้องฟ้าทำให้คนผู้นั้นถูกกลบไปในทันที

            โอ๊ย…!

            เสียงตะโกนร้องดังขึ้นอย่างควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ถึงแม้ว่าคนผู้นั้นจะมีพละกำลังอันแข็งแกร่งแต่ก็แทบจะไม่สามารถหยุดการโจมตีของผู้อยู่ขั้นสมานญาณสิบกว่าคนนั้นได้เลย

            ตูม!

            ตูมตาม!

            ผืนดินบริเวณนี้เกิดความชุลมุนวุ่นวายขึ้นทันที

            เมื่อมองไปที่เย่เฉินและเจ้าหมีสองอีกครั้งจากผลกระทบของการต่อสู้ที่ชุลมุน พวกเขาถูกแรงสั่นสะเทือนจนทำให้ลอยออกไป

            เจ้าหมีสองล้มไปทางทิศตะวันออกร่างอันอ้วนท้วมของเขาหักต้นไม้นับสิบก่อนที่จะล้มลงไปกับพื้นส่วนเย่เฉินนั้นน่าสังเวชใจยิ่งนักร่างกายที่กลับหัวของเขาได้กระแทกกับหินก้อนใหญ่จนหินแตกกระจาย ทำเขาเกือบตาย

            พัฟ!

            ทันทีที่ลุกขึ้นเย่เฉินก็กระอักเลือดออกมา

            การต่อสู้ที่วุ่นวายนั้นทำให้ดวงตาเขาพร่ามัว จนมองไม่เห็นในระยะไกล เขาจึงไม่พบร่างของเจ้าหมีสอง

            “บ้าเอ๊ย”เสียงสบถดังขึ้น เย่เฉินล้มลุกคลุกคลานไปซ่อนตัวอยู่หลังก้อนหินขนาดใหญ่และมองไปในอากาศด้วยสีหน้าที่ซีดเซียว

            กลางอากาศผู้อยู่ขั้นสมานญานหลายสิบคนต่างต่อสู้กันเพื่อถุงเก็บของใบเดียวนั่น

            ไม่เพียงแค่นั้นในถุงเก็บของนั่นยังมีของวิเศษที่พิเศษมากอยู่ด้วยและมีสายรุ้งเทวะลอยไปมาทั่วทุกทิศทาง ทั้งหมดล้วนเข้าร่วมต่อสู้สงครามสู้รบดุเดือดทวีความรุนแรง เป็นการต่อสู้ที่ทำให้แผ่นดินแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ

            “ฝูงเดรัจฉานจริงๆ”เย่เฉินไอเป็นเลือดอีกครั้ง แต่กลับไม่กล้าปรากฏตัวออกมาและตอนนี้เขาก็ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็ว

            พัฟ!

            พัฟ!

            ดอกไม้โลหิตทั้งสองสายได้เบ่งบานอยู่กลางอากาศอย่างไม่ขาดสายการต่อสู้ที่ชุลมุนเป็นที่น่าสังเวชอย่างมาก ผู้แข็งแกร่งขั้นสมานญาณทั้งสองได้สิ้นชีวิตท่ามกลางการต่อสู้นี้

            ตูม!

            ตูมตาม!

            เสียงตูมตามดังกึกก้องอย่างต่อเนื่องไม่เพียงแค่สถานที่แห่งนี้ แต่สถานที่อื่น ก็ล้วนแต่เกิดการต่อสู้ขึ้นทุกสารทิศ คนที่นั่งอยู่ในงานประมูลที่หอซ่อนมังกรก่อนหน้านี้ตอนนี้กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด เงาร่างของการต่อสู้เกิดขึ้นทุกหนแห่งทั่วทั้งฟ้าดินเต็มไปด้วยความวุ่นวาย

            “นี่เจ้าหนุ่มยังมีชีวิตอยู่ไหม” ด้านหลังหินก้อนใหญ่ มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากยันต์ถ่ายทอดเสียงตรงเอวของเย่เฉินปรากฏเป็นเสียงของเจ้าหมีสองดังอยู่ด้านใน

            เมื่อได้ยินเสียงของเจ้าหมีสองเย่เฉินก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ในเมื่อยังส่งเสียงให้เขาได้นั้นหมายความว่าเจ้าหมีสองยังมีชีวิตอยู่

            “ให้ตายสิอีกนิดเดียวก็เกือบจะตายแล้ว” เย่เฉินบ่นผ่านยันต์ถ่ายทอดเสียง

            “ผิดคาดผิดคาดไปหมด” เสียงของเย่เฉินไอแห้งๆ ดังขึ้นในยันต์ถ่ายทอดเสียง “รีบไปกันเถอะ! อยู่ที่นี่นานไม่ได้ เจ้าไปทางตะวันตก ส่วนข้าจะไปทางตะวันออกพวกเราไปเจอกันที่สำนักเหิงเยว่ ระวังตัวด้วย”

            “เจ้าก็เหมือนกัน”ท้ายที่สุดก็มองไปยังอากาศ เย่เฉินก็เดิน ลากร่างที่บาดเจ็บไปทางทิศตะวันตก

            ยันต์พันวิถีใบที่สองถูกแปะไว้บนขาความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

            เพียงแต่สวรรค์เหมือนจะไม่เข้าข้างเขา ทันทีที่เขาออกไปได้เพียงไม่กี่ลี้ก็มีเสียงเวิงวังดังขึ้นมาในอากาศ

            เมื่อมองออกไปมันคือแผ่นปากั้วแผ่นหนึ่ง มันเป็นอาวุธวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ชิ้นหนึ่งทั่วทั้งชิ้นเต็มไปด้วยเสียงแพรวพราว พลานุภาพของมันปกคลุมฟ้าดินเย่เฉินที่เพิ่งจะได้ใช้ยันต์พันวิถี ก็ต้องมาหยุดลงเพราะแรงกดที่ทรงพลัง

            “แย่แล้ว”เย่เฉินลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหัน เดินโซเซเข้าไปยังภูเขาแห่งหนึ่ง

            ตูม!

            ทันทีที่เขาเดินเข้าไปเสียงคำรามก็ดังจากอากาศ ร่างอันเปื้อนเลือดก็เดินจากอากาศ

            “นั่นชายชราผมดำที่ประมูลเม็ดยาผสานฟ้าไป”เย่เฉินจำคนผู้นั้นได้ สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมมาก

            ชายชราผมดำผู้ประมูลเม็ดยาผสานฟ้าไปได้จะต้องตกเป็นเป้าของผู้แข็งแกร่งจำนวนมากมาย นี่ไม่ใช่เรื่องที่ดีเอาเสียเลยมันทำให้รู้สึกได้ว่าภูเขาแห่งนี้ อีกไม่นานจะต้องกลายเป็นสนามต่อสู้ของคนจำนวนมาก

            เป็นดังที่คาดไว้ทันทีที่ชายชราผมดำเหาะขึ้นไปบนอากาศ ก็มีสายรุ้งเทวะตามมาจากด้านหลัง

            โฮก!

            ด้านทิศตะวันออกมีเสียงคำรามของสัตว์วิญญาณดังขึ้นมาทันที สัตว์วิญญาณในการควบคุมหลายสิบตัวก็เข้ามาทันที

            เช้ง!

            ด้านตะวันตกกระบี่บินเล่มหนึ่งก็ทะลุอากาศไป บนกระบี่บินทุกเล่มล้วนมีเงาร่างของคนอยู่หนึ่งคนเป้าหมายชัดเจนคือชายชราผมดำ

            ตูม!

            ทางทิศใต้เมฆาม้วนตลบ เสียงกัมปนาทกึกก้องไปทั่ว ราวกับมีอานุภาพที่ใหญ่โตกำลังพังทลายลงมาเพื่อคร่าชีวิตคนทั่วหล้า

            เวิง!

            ทิศเหนือยังมีสายรุ้งเทวะเข้ามาอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็ว แต่ละคนมีอิทธิฤทธิ์ทรงพลังอีกทั้งยังมีอาวุธสังหารที่น่ากลัวลอยอยู่เหนือศีรษะ

            ทุกทิศทางล้วนแต่มีผู้แข็งแกร่งตามล่าและไม่ต้องพูดมากเพราะพวกเขามาวันนี้ก็เพียงเพราะเม็ดยาผสานฟ้านั่น

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】 ที่คุณอ่าน