หลังจากที่จูเรียสระบายอารมณ์กับเด็กหนุ่มจนปลอดโปร่งแล้วเขาก็กลับเข้าสู่ในโหมดจริงจังทันทีราวกับเป็นคนละคนก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิงเล่นทำเอาเด็กหนุ่มปรับตัวไม่ทันกับคนตรงหน้าเดียวเล่นเดียวจริง
"เจ้าหนุ่มตัวเจ้าคงจะคิดว่าตอนนี้เจ้าแข็งแกร่งมากล่ะซินะ โลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่นักยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เจ้ายังไม่เคยพบไม่เคยเห็นในสายตาของข้าพลังของเจ้ามันก็ไม่ต่างอะไรจากเด็กที่กำลังจะโต
"ข้าไม่เคยคิดว่าตัวเองนั้นแข็งแกร่งเลยผู้อาวุโส ยังมีอีกหลายสิ่งที่ข้ายังต้องเรียนรู้อีกมากนัก
"เจ้ารู้หรือไม่เป็นเพราอะไรที่เผ่ามนุษย์เราในยามนี้นั้นอ่อนแอลงถึงขีดสุดแต่กลับไม่โดนพวกที่ทรงพลังอย่างพวกเทพสวรรค์หรือนรกอเวจี บุกเลยตั้งแต่ 10000 ปีก่อนในยุคของข้า
"ข้าไม่ทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้จริงๆรบกวนท่านโปรดชี้แนะข้าด้วย
"เป็นเพราะข้ายังไงล่ะ ในยุคนั้นพลังฝีมือของข้าเองก็ไม่ได้สูงส่งที่สุดแต่ตัวข้าถนัดด้านการสร้างเวทมิติและข่ายอาคมต่างๆที่สามารถกักขังหรือป้องกันได้ก่อนที่ข้าจะตายตัวข้าได้รวบรวมพลังเวททั้งหมดที่มีสร้างอาคมปิดผนึกที่ทรงพลังขึ้นมาเพื่อไม่ให้บุกคนภายนอกรุกรานเข้ามาได้ยกเว้นแต่พวกที่มีระดับพลังที่ทรงพลังจริงๆแต่มันก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรถึงมันจะสามารถเข้ามาได้คน2 คนแต่มันก็ไม่โง่พอที่สู้กับคนนับล้านคนถึงจะเก่งแค่ไหนมันก็แพ้จำนวนอยู่ดี
"หืม…ท่านจูเรียสอยู่ในยุค 10000 ปีก่อนอย่างงั้นหรอเด็กหนุ่มครุ่นคิดอยู่สักพักนึงจึงถามออกไปว่า แล้วในยุคนั้นท่านพอจะรู้จักกับจอมมารที่ชื่อ กริมจอ หรือป่าว
"จิ๊ จิ๊ ฮ่า ฮ่า เจ้าบ้านั่นข้ารู้จักมันดีเลยแหละเพราะข้าเป็นคนขังมันเองกับมือเจ้าหมอนั้นมันร้ายกาจเป็นอย่างมากคนของเราตายไปด้วยน้ำมือของมันนับล้านคนแม้แต่ตัวข้าเองก็ไม่มีปัญญาที่จะจัดการมันได้แต่ก็อย่างที่บอกข้าถนัดด้านเวทมิติและการกักขังด้วยอาคมเพียงแค่ใช้อุบายนิดๆหน่อยๆให้มันเข้าไปพื้นที่มิติของข้าและข้าก็ขังลืมมันซ่ะต่อให้มันเก่งแค่ไหนมันก็ไม่มีปัญญาออกไปได้หรอกนี่ก็ผ่านไปตั้ง 10000ปีแล้วที่ข้าขังหมอนั้นข้าเชื่อว่ามันคงจะยังไม่ตายหรอกคนระดับนั้นข้าเองก็รู้สึกผิดนิดๆเหมือนกันที่ขังหมอนั้นนานขนาดนี้หากข้ายังมีชีวิตอยู่ละก็ข้าก็อยากจะปล่อยหมอนั้นไปเหมือนกัน เห้อ….ช่างน่าสงสารนัก
เด็กหนุ่มถึงกับอึ่งเงียบไป อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น
"ท่านวางใจเถอะเขายังไม่ตายดังท่านว่าและเขาก็สามารถออกจากพื้นที่กักขังของท่านไปได้แล้วเป็นว่าข้าปล่อยเขาไปเอง
"เจ้าว่าอะไรนะ เจ้าปล่อยมันไปอย่างงั้นรึก็ว่ามันแปลกๆเด็กยังไม่หย่านมเช่นเจ้าจะไปรู้จักกับมันได้ไง
"ใจเย็นๆก่อนท่านจูเรียส จอมมารจะไม่มาก่อกวนพวกเราอย่างเด็ดขาดแต่ในทางกับกันยามที่พวกเราเดือดร้อนเขาจะเป็นฝ่ายเป็นกำลังให้เราด้วยและหากเป็นฝ่ายจอมมารเองที่เดือนร้อนเราก็ต้องเป็นกำลังให้ฝ่ายนั้น
"ฟู…..จูเรียสถึงกับถอนลมหายใจมาเหือกใหญ่ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าใช้วิธีการบ้าบอ อะไรไปผูกมิตรกับเจ้าบ้านั่นได้แต่เจ้าหมอนั่นมันเป็นคนที่ถือสัจจะคำพูดของมันเป็นอย่างมากเสียดายนักในยุคของข้าพวกเราใช้แต่กำลังในการแก้ปัญหาไม่เหมือนกับเจ้าที่รู้จักการใช้วิธีการเจรจา หากมีคนเช่นเจ้าอยู่ข้าก็หมดห่วงสักทีตัวข้านั้นได้ตายไปนานแล้วจากการที่ข้าใช้พลังที่มากจนเกินตัวมากจนเกินไปอีกไม่นานจิตสุดท้ายของข้าคงจะสูญสลายภายในไม่ช้าก่อนพวกเราจะจากกันข้ามีของที่อยากจะให้เจ้า
สิ่งที่ข้าต้องการให้เจ้าก็คือโลกเสมือนแห่งนี้ยังไงล่ะรวมทั้งสัตว์อสูรทั้งหมดของข้าด้วยบวกกับทักษะของเจ้ามันจะต้องเป็นประโยชน์อย่างมากแน่ อย่างน้อยๆในยามนี้เจ้าก็มีกองกำลังสัตว์อสูรไว้ในมือแล้วและมันมากพอที่จะขยี้อาณาจักรเล็กๆได้สบาย
"ขอบคุณท่านที่ เมตราต่อข้า
ร่างของ จูเรียสเริ่มค่อยๆจางลงเขาก็อดยิ้มไม่ได้ต่อท่าทางของเซย์ริน "บังเอิญว่าข้าไม่ชอบมารยาเด็กว่ะเจ้าหนูเห็นแล้วมันเศร้ามันพุ่งตรงเข้ามาหาเด็กหนุ่มทันทีพร้อมทั้งเขกหัวเด็กหนุ่มไม่ยั้งรัวๆ
โปร๊กๆๆๆ ที่หัวของเด็กหนุ่มปูดโนทันที…และมันใหญ่โตกว่าครั้งไหนๆ
จิ๊ จิ๊ ฮ่า ฮ่า ฮ่า สิ้นเสียงหัวเราะชอบใจของจูเรียสร่างวิญญาณของมันก็ดับสลายลอยไปกับอากาศทันที
"หน่อย!! เจ้าตำนาน บ้านิ จะจากกันดีๆก็ไม่ได้…แต่ก็ขอบคุณนะสำหรับของขวัญของท่าน…
ในตอนนี้นอกจากเด็กหนุ่มจะได้โลกมิติมาคอบครองแล้วเขายังมีกองกำลังสุดแกร่งอีกด้วยนั้นก็คือเจ้าพวกอ๊อกนั้นเองนอกจากมันจะป่าเถื่อนน่ากลัวแล้วพวกมันยังมีความฉลาดเพิ่มขึ้นมาอีกด้วยหลังจากโดนทักษะแห่งพระเจ้าเข้าไปแล้วเด็กหนุ่มเองก็ยังไม่ได้สังเกตุว่าในยามนี้นั้นพวกอ๊อกแต่ระตนมันกำลังจะวิวัฒนาการที่มีรูปร่างและน่าตาแตกต่างไปจากเดิมราวกับว่าพวกมันนั้นไม่ใช่อ๊อกอย่างงั้นแหละ……