ในที่สุดกู้ชิงเฉิงก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้างบุตรชายคนนี้ไม่เสียแรงเลยที่นางคอยเลี้ยงดูมา
“วางใจเถอะ พ่อจะไม่ยอมให้เจ้าเป็นอันตรายเป็นอันขาด” โม่อวี้เฉินหรี่ตาลงกล่าวเสียงแผ่วเขาต้องพยายามอย่างหนักเพื่อเอาใจสองแม่ลูกคู่นี้
พูดจบเขาก็เรียกเฟิงฮ่วนเข้ามา “เจ้าจงไปสืบเรื่องตระกูลอวี๋ซะเราต้องหาเบาะแสให้เจอให้ได้”
เขาไม่ต้องการลงมืออย่างลับๆเพราะเขาต้องการให้ตระกูลอวี๋หายไปจากโลกนี้อย่างสิ้นซากและให้พวกเขาหายไปจากสายตาผู้คน
“ฝ่าบาท…” เฟิงฮ่วนรู้สึกติดขัดเล็กน้อยตระกูลใหญ่ทั้งสี่ล้วนเกี่ยวพันกัน หากองค์รัชทายาทคิดจะจัดการตระกูลอวี๋เขาเกรงว่าอีกสามตระกูลก็จะพุ่งเป้ามาที่องค์รัชทายาทด้วย ถึงตอนนั้นเกรงว่าตำแหน่งองค์รัชทายาทอาจได้รับผลกระทบ
โม่อวี้เฉินโบกมือ“เจ้าไปเถิด ระมัดระวังด้วย”
ในตอนนั้นเองกู้ชิงเฉิงกลับเรียกเฟิงฮ่วนไว้ “เวลาสืบอย่าให้คนตระกูลอวี๋รู้ตัว”
เฟิงฮ่วนอดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองกู้ชิงเฉิงตอนนี้กู้ชิงเฉิงสวมผ้าคลุมหน้า นัยน์ตาของนางใสราวสายน้ำ สงบนิ่งและไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ
“ตราบใดที่พวกเขาไม่รู้ตัว ภัยอันตรายของเจ้านายเจ้าก็จะลดลงไปหลายส่วน”กู้ชิงเฉิงกล่าวอย่างแผ่วเบา “การกระทำของพวกเขาในตอนนี้ก็เพราะพวกเขายังไม่มีหลักฐาน จึงได้ลงมืออย่างลับๆ”
นางชะงักเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ “ทว่าการที่อวี๋ชิงฮวาตายไปเพียงผู้เดียวตระกูลอื่นก็คงไม่ถึงกับต้องร่วมมือกันต่อต้านราชสำนักเพื่อตระกูลอวี๋หรอก”
ความหมายนั้นชัดเจนว่าหากเป็นเรื่องส่วนตัว ตระกูลทั้งสี่คงไม่ร่วมมือกันแต่ถ้าหากแตะต้องผลประโยชน์ของพวกเขาเมื่อใดตระกูลใหญ่ทั้งสี่ก็จะไม่ยอมแพ้เป็นอันขาดด้วยอิทธิพลทางการเงินและอำนาจเบื้องหลังของตระกูลใหญ่ทั้งสี่ย่อมสามารถทำให้โม่อวี้เฉินต้องเสียกำลังไปได้ไม่น้อย
“ขอรับ” เฟิงฮ่วนพยักหน้า “ขอบพระคุณท่านหมอกู้ที่ชี้แนะ”
ก่อนหน้านี้เขามีความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีต่อนางนักเมื่อนึกถึงการกระทำของนางในตำหนักองค์รัชทายาท เขาก็ไม่ชอบนางเลยจริงๆแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอันหยวนถังครั้งนี้ ทุกเรื่องล้วนทำให้เขาตกตะลึงอย่างไรก็ตาม สำหรับพระชายาผู้นี้ เขาก็ไม่เคยพูดอะไร เพราะไม่เกี่ยวข้องกับเขา
เมื่อเฟิงฮ่วนจากไปโม่อวี้เฉินก็ยิ้มออกมา “เจ้า...เป็นห่วงข้าสินะ”
“ข้าเพียงไม่ต้องการให้เซวียนเอ๋อร์ไม่มีพ่อเท่านั้นเพคะ” ครั้งนี้กู้ชิงเฉิงตั้งใจที่จะกลับเมืองหลวงเช่นกัน มิฉะนั้นด้วยฐานะของนางในตอนนี้ การจะกำจัดกู้ตงหลิงย่อมไม่ง่ายดายนักดังนั้นนางจึงครุ่นคิดอยู่นานและตัดสินใจที่จะยึดติดกับโม่อวี้เฉินผู้แข็งแกร่งผู้นี้ มีคำกล่าวไว้ว่ามีต้นไม้ใหญ่ให้พักพิงย่อมสบาย
ยิ่งกว่านั้นท่าทีของโม่อวี้เฉินในตอนนี้ก็ดีต่อนางยิ่งนัก สามารถให้นางใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
เมื่อได้ยินคำพูดนั้นหัวใจของโม่อวี้เฉินก็รู้สึกผ่อนคลายในทันทีดูเหมือนว่าความพยายามของเขาจะได้รับผลตอบแทนอย่างน้อยกู้ชิงเฉิงก็เริ่มยอมรับเขาแล้ว เขาพลันเห็นแสงสว่างและความหวังขึ้นมาจนถึงกับไม่รู้ว่าจะแสดงสีหน้าเช่นไรต่อกู้ชิงเฉิงดี
เขาจึงพยักหน้าอย่างหนักแน่น“ชิงเฉิง เจ้าวางใจเถอะ ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะคุ้มครองเจ้ากับลูกให้ปลอดภัย” ท่าทางของเขาจริงจังยิ่งนัก
นี่คือสิ่งที่กู้ชิงเฉิงต้องการเพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางพยายามอย่างหนักจนมีพลังอำนาจและอิทธิพลที่แข็งแกร่งทว่านางกลับพบว่าการกำจัดกู้ตงหลิงนั้นดูเหมือนจะยากลำบากยิ่ง
ตลอดห้าปีที่ผ่านมากู้ตงหลิงก็เตรียมตัวไว้มากเช่นกันเพื่อรอคอยให้กู้ชิงเฉิงกลับมาและจัดการนางให้พินาศ ดังนั้น นางจึงไม่อาจประมาทได้เพื่อกู้จิ่งเซวียนแล้ว นางก็ยิ่งต้องระมัดระวัง
“หวังว่าท่านจะคู่ควรแก่ความเชื่อใจของพวกเราสองแม่ลูกนะเพคะ” กู้ชิงเฉิงไม่ปฏิเสธอีกต่อไป หากแต่กล่าวเสียงแผ่ว
เมื่อได้ยินเช่นนั้นโม่อวี้เฉินก็อารมณ์ดียิ่งนักเขาจึงเดินไปหากู้จิ่งเซวียน “ต่อไปเจ้าก็จะรู้เองว่าพ่อก็สำคัญมากเช่นกัน”
เขาเองก็บอกไม่ถูกว่าในใจรู้สึกเช่นไรแต่ก็รู้สึกยินดีอย่างยิ่ง ราวกับพบสมบัติที่หายไปนานกู้ชิงเฉิงในตอนนี้แตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิงทำเอาเขาอดไม่ได้ที่จะสนใจในตัวนาง
“ตอนนี้มีแค่ท่านแม่ของข้าที่เห็นด้วย แต่ข้ายังไม่เห็นด้วยนะขอรับ”กู้จิ่งเซวียนกลับเลิกคิ้วกล่าวขึ้นมา
ทำให้โม่อวี้เฉินแข็งค้างไปในทันทีเจ้าเด็กดื้อคนนี้ถูกสั่งสอนมาไม่ดีจริงๆ แต่เขาไม่อาจแสดงความไม่พอใจออกมาได้เขาจึงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เรื่องของอันหยวนถังระหว่างเจ้ากับแม่เจ้า ใครเป็นคนตัดสินใจ?” เด็กน้อยอายุห้าขวบเขาย่อมมีวิธีจัดการ จึงไม่รีบร้อนแม้แต่น้อย
“ผู้ใดพูดได้ถูกต้อง ผู้นั้นเป็นคนตัดสินใจขอรับ” กู้จิ่งเซวียนตอบกลับอย่างจริงจังยิ่ง
“...”โม่อวี้เฉินสามารถจินตนาการได้ว่า ในภายภาคหน้าคงไม่มีวันที่ดีนัก
--------
ก่อนที่การประมูลของหอชิงอวี่จะเริ่มต้นขึ้นยังมีงานเตรียมการอีกมากมาย
เนื่องจากมีโม่อวี้เฉินและรุ่ยอ๋องติดตามมาด้วยกู้ชิงเฉิงจึงไม่อาจปรากฏตัวได้นางจึงต้องมอบหมายให้กู่ซินและหูเอ้อร์เป็นผู้จัดการเรื่องนี้เช่นเดียวกับที่ผ่านมาในทุกๆ เดือน
สิ่งของประมูลที่ส่งมาจากที่ต่างๆก็ต้องได้รับการตรวจสอบและประเมินค่าทีละชิ้น ดังนั้นกู่ซินจึงตัดสินใจเองไม่ได้นางจึงได้ไปเคาะประตูและรออยู่ด้านนอก
กู้ชิงเฉิงเหลือบมองโม่อวี้เฉินที่ดูเหมือนจะไร้ชีวิตชีวานางได้แต่ตบไหล่เขาเบาๆ และเอ่ยว่า “องค์รัชทายาทต้องอดทนไว้เพคะหนทางยังอีกยาวไกลนัก”
นางจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้นางต้องการให้โม่อวี้เฉินมีความสัมพันธ์อันดีกับกู้จิ่งเซวียน และในยามนี้เองนางก็จำเป็นต้องให้กู้จิ่งเซวียนถ่วงเวลาโม่อวี้เฉินไว้มิฉะนั้นกู้ชิงเฉิงก็จะไม่สามารถปลีกตัวไปจัดการกิจการของหอชิงอวี่ได้
โชคดีที่เฟิงฮ่วนไปสืบเรื่องตระกูลอวี๋แล้วเขาจึงไม่มีเวลามาตรวจสอบหอชิงอวี่
“นายหญิง” กู่ซินที่ได้รับบาดเจ็บมาก่อนแม้จะได้รับการรักษาทันท่วงที แต่ก็ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ร่างกายของนางยังคงอ่อนแอ“เนี่ยชิงเฟิงกำลังรอท่านอยู่เจ้าค่ะ”
“เจ้าอยู่ที่นี่รักษาตัวเถิด ที่นั่นมีหูเอ้อร์คนเดียวก็พอแล้ว” กู้ชิงเฉิงพยักหน้า “แล้วก็ช่วยดูแลเซวียนเอ๋อร์ด้วย”นางไม่ได้ไม่เชื่อใจโม่อวี้เฉินเพียงแต่นี่เป็นข้ออ้างที่ให้นางได้ทิ้งกู่ซินไว้
กู่ซินอยากจะกล่าวอะไรบางอย่างแต่คำพูดก็ติดอยู่ที่ปลายลิ้น แล้วก็กลืนกลับเข้าไปในที่สุดนางไม่เชื่อใจโม่อวี้เฉินเท่าไหร่นัก
เพราะในอดีตเรื่องที่องค์รัชทายาทรงรังเกียจพระชายามากเพียงใด ผู้คนทั่วหล้าล้วนรับรู้การที่จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนท่าทีไปเช่นนี้ ย่อมทำให้ผู้คนคาดเดาไม่ได้ดังนั้นนางจึงต้องระมัดระวังในทุกย่างก้าว
--------
หอชิงอวี่มีพื้นที่กว้างขวางมากใหญ่กว่าอันหยวนถังถึงสิบเท่า เดิมทีหอชิงอวี่เป็นเพียงเรือนเล็กๆที่ตั้งอยู่บนเนินเขาที่โอบล้อมด้วยขุนเขา
แต่เรือนพักนี้กลับขาดทุนทุกปีเนื่องจากบริหารงานได้ไม่ดี เพราะเจ้าของเรือนพัก ‘เนี่ยชิงเฟิง’หลงใหลในการสะสมของเก่า ในแต่ละปีจึงมีแต่รายจ่ายมากกว่ารายรับทำให้ไม่สามารถเลี้ยงดูผู้คนในเรือนพักได้
เมื่อกู้ชิงเฉิงได้ควบรวมกิจการกับหอปรุงโอสถสวรรค์เข้าด้วยกันนางไม่ต้องการส่งยาที่ผลิตได้ไปยังโรงหมอทั่วไป นางจึงคิดถึงโรงประมูลแต่โรงประมูลในตลาดไม่น่าสนใจไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงความล้ำค่าของสิ่งของที่นำมาประมูลได้
นางจึงคิดที่จะสร้างโรงประมูลที่ลึกลับและมีอำนาจสถานที่ที่เลือกจะต้องไม่ห่างไกลเกินไป แต่ก็ต้องไม่ซ่อนอยู่ในตลาดด้วยเช่นกันประจวบเหมาะกับที่เรือนพักของเนี่ยชิงเฟิงกำลังจะไปไม่รอด นางจึงได้ซื้อมันไว้
เนี่ยชิงเฟิงผู้นี้ก็เป็นคนเก่งกาจมีความสามารถในการประเมินของเก่าชั้นเลิศกู้ชิงเฉิงจึงรับเขาเข้ามาเป็นลูกน้องใต้บังคับบัญชา
เนี่ยชิงเฟิงไม่ได้มีความทะเยอทะยานสูงนักขอเพียงได้เห็นโบราณวัตถุหลากหลายชนิดก็พอใจแล้วเขาเองก็ไม่คาดคิดว่ากู้ชิงเฉิงจะพัฒนาหอชิงอวี่ให้ยิ่งใหญ่และมีอำนาจเช่นทุกวันนี้และทำให้ชื่อเสียงของเนี่ยชิงเฟิงเลื่องลือไปทั่วหล้า
แน่นอนว่าเขายังได้สะสมของวิเศษและสมบัติล้ำค่าไว้มากมายซึ่งทำให้เขาประหลาดใจและตกตะลึงเป็นอย่างยิ่งอีกทั้งยังยอมศิโรราบต่อแผนการและความสามารถของกู้ชิงเฉิง
นางสามารถจับหัวใจของผู้คนไว้ในกำมือสิ่งของที่ประมูลในแต่ละครั้งสามารถขายได้ในราคาสูงลิ่วแต่ก็ทำให้ผู้คนยินดีที่จะจ่ายเงิน เมื่อจ่ายเงินแล้วก็ยังจะรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณ
และโรงประมูลนี้ก็จัดขึ้นเพียงเดือนละครั้งเท่านั้นของที่ประมูลก็มีจำกัด แต่รายได้ก็ไม่น้อยเลยทีเดียว แน่นอนว่าตอนนี้สิ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือยาอายุวัฒนะยาเม็ดนี้หาซื้อได้ยากยิ่งนัก
“นายหญิง” เนี่ยชิงเฟิงเคารพกู้ชิงเฉิงจากใจจริงและยามนี้ก็ถ่อมตนเป็นอย่างยิ่ง “ข้าได้ยินมาว่านายหญิงถูกลอบทำร้ายระหว่างทางบาดเจ็บหรือไม่ขอรับ?”
“ข้าไม่เป็นไร” กู้ชิงเฉิงมีผ้าคลุมหน้าสีเขียวอยู่นางโบกมือเบาๆ “การประมูลจะเริ่มขึ้นตามกำหนด ไม่ควรล่าช้าครั้งนี้เจ้าได้รวบรวมของดีอันใดมาบ้าง?”
เมื่อหอชิงอวี่อยู่ในความดูแลของเนี่ยชิงเฟิงแล้วนางก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวมากนักหอชิงอวี่นี้ได้รับการตกแต่งและดำเนินงานตามความต้องการของนางมาโดยตลอดเนี่ยชิงเฟิงไม่เคยเปลี่ยนแปลงสิ่งใดเลย
ในตอนนั้นนางได้เขียนแผนการและมอบให้เนี่ยชิงเฟิงเขาก็ทำงานปรับปรุงเรือนพักชิงอวี่ทั้งวันทั้งคืน ด้วยความทุ่มเทอย่างสุดหัวใจเพราะเขาเคารพกู้ชิงเฉิงจากก้นบึ้งของหัวใจ
“นายหญิงขอเชิญด้านเถิดขอรับ” เนี่ยชิงเฟิงกล่าวด้วยความเคารพ“อันที่จริงสมบัติล้ำค่าเหล่านั้นก็ไม่อาจเทียบได้กับยาอายุวัฒนะของหอปรุงโอสถสวรรค์ในตอนนี้”
นี่คือเรื่องจริงแม้ว่าสมบัติล้ำค่าเหล่านั้นจะทำให้หอชิงอวี่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วหล้าแต่สิ่งที่ทำให้หอชิงอวี่มีสถานะเช่นทุกวันนี้ก็ล้วนมาจากหอปรุงโอสถสวรรค์ทั้งสิ้น
“มันไม่เหมือนกัน หากมีเพียงยาอายุวัฒนะ ไม่มีสมบัติล้ำค่าที่เจ้าสะสมมาที่นี่ก็จะไม่ใช่หอชิงอวี่” กู้ชิงเฉิงกล่าวอย่างจริงจัง ทำให้ใจของเนี่ยชิงเฟิงอบอุ่นขึ้นมาเพราะบางครั้งเขาก็ยังรู้สึกว่าตัวเองนั้นไร้ประโยชน์
“ขอบพระคุณขอรับนายหญิง” เนี่ยชิงเฟิงประสานมือคารวะด้วยความซาบซึ้งใจหากไม่มีกู้ชิงเฉิง เขาคงไม่รู้ว่าตอนนี้ตนเองจะร่อนเร่อยู่ที่ใดแล้ว
“เจ้ากับข้าต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไม่จำเป็นต้องทำถึงเพียงนี้หรอก”กู้ชิงเฉิงยิ้มเล็กน้อย “แต่การประมูลในครั้งนี้เกรงว่าจะไม่สงบสุขนัก”