ฐานหลินไห่บนกําแพงเมือง
ผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากยืนอยู่ที่นั่นกำลังมองออกไปในระยะไกล
ในเวลานี้พวกเขาต่างก็รู้สึกหวาดกลัวมากบางคนมือสั่นจนไม่สามารถแม้แต่จะถืออาวุธเวทในมือได้
ผู้เฒ่าหลี่และปรมาจารย์คนอื่นๆได้อธิบายสถานการณ์ให้พวกเขาฟังแล้ว ฝูงสัตว์อสูรกําลังมาและยังเป็นกองทัพสัตว์อสูรอีกหลายแสนตัวที่นําโดยสัตว์อสูรระดับราชาและสัตว์อสูรชั้นยอดนับร้อยตัวถ้าไม่ใช่เพราะตาเฒ่าหลี่และคนอื่นๆ ให้คํามั่นกับพวกเขาว่าจะมีคนจัดการกับสัตว์อสูรระดับราชาและสัตว์อสูรชั้นยอดพวกเขาคงไม่กล้าแม้แต่จะลุกขึ้นสู้
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆหัวใจของทุกคนเริ่มตึงเครียดมากขึ้น
ณจุดนี้เอง
นักรบชั้นยอดที่มีพรสวรรค์ด้านเนตรอินทรีพลันตะโกนขึ้นว่า“ฝูงสัตว์อสูรกําลังมาแล้ว มันมีจำนวนมหาศาลมากแล้วยังมีสัตว์อสูรหมีตัวหนึ่งที่มีร่างกายสูงถึงหนึ่งร้อยเมตร”
อสูรหมีขนาดยักษ์!
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วบริเวณต่างมีสีหน้าตื่นตระหนก
“เงียบ!!! ถ้าไม่สามารถหยุดฝูงสัตว์อสูรเหล่านี้ได้ไม่เพียงแต่พวกเราที่จะตายในสนามรบแม้แต่ญาติพี่น้องที่อยู่เบื้องหลังพวกเราก็ต้องตายเช่นกันดังนั้นพวกเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจับอาวุธขึ้นสู้กับพวกมัน!”
ตาเฒ่าหลี่กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
อย่างไรก็ตามภายในใจของเขาก็กลัวมาก แต่เขาเป็นปรมาจารย์เขาไม่สามารถแสดงความกลัวออกมาต่อหน้ากลุ่มผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆ ได้
เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องสงบสติอารมณ์
เหนือท้องฟ้า
เย่เทียนและเสี่ยวเซวี่ยยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศพวกเขามองไปยังฝูงสัตว์อสูรที่อยู่ไกลออกไป
“เสี่ยวเซวี่ย ฉันจะไปหยุดสัตว์อสูรระดับราชาตัวนั้นไว้ก่อนแล้วอีกสักพักแกค่อยหยุดสัตว์อสูรชั้นยอดพวกนั้น ส่วนสัตว์อสูรตัวอื่นๆแกไม่ต้องไปสนใจพวกมัน!” เย่เทียนกำชับอีกครั้ง
ที่จริงแล้วเขาอยากจะหยุดสัตว์อสูรทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวแต่เรื่องนั้นมันไม่มีทางเป็นไปได้
ด้วยแนวรบของสัตว์อสูรจำนวนนับแสนเขาไม่มีพลังพอที่จะหยุดพวกมันทั้งหมดได้แม้แต่ราชาที่แข็งแกร่งที่สุดก็ไม่อาจทำเช่นนั้นได้ดังนั้นเย่เทียนจึงตั้งใจจะตัดหัวผู้นำของมันก่อน
เย่เทียนบินไปหาราชาอสูรโดยไม่ได้ใช้ทักษะเคลื่อนย้ายพริบตา
ทักษะเคลื่อนย้ายพริบตาเป็นไพ่ตายของเขาและเขาไม่ต้องการจะเปิดเผยมันในตอนนี้
พริบตาเดียวเย่เทียนก็มาถึงเบื้องหน้าของราชาสัตว์อสูรและจ้องเขม็งไปที่มัน
พรสวรรค์ในการคัดลอกของเขาตอนนี้มีขอบเขตครอบคลุมถึง1,000เมตรซึ่งเขาสามารถเห็นข้อมูลพรสวรรค์ของสัตว์อสูรราชาตัวนี้ได้อย่างรวดเร็ว
[ประเภท : หมีสงครามหลังดำ
พรสวรรค์ทางสายเลือด: ระดับสูงสุด
พรสวรรค์ด้านการป้องกัน:ระดับปานกลาง
พรสวรรค์ด้านความแข็งแกร่ง: ระดับปานกลาง]
“สัตว์อสูรตัวนี้ไม่ธรรมดาเลย!”
ใบหน้าของเย่เทียนพลันเปลี่ยนเป็นจริงจัง
พรสวรรค์ทางสายเลือดของสัตว์อสูรระดับราชาตัวนี้เป็นเพียงระดับสุดยอดซึ่งมันเป็นพรสวรรค์ที่ค่อนข้างต่ำสำหรับระดับราชาคาดว่ามันคงโชคดีกลายเป็นระดับราชาได้แต่นั่นก็ส่งผลให้ในอนาคตมันไม่อาจพัฒนาเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่านี้ได้อีก
ด้วยความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรระดับราชามันมีความแข็งแกร่งเท่ากับ 300 ช้างซึ่งเทียบเท่ากับพลัง 150 ช้าง ของจอมยุทธ์ระดับราชาเมื่อระดับราชาใช้พลังปราณ พลังของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นเป็น 300 ช้าง แต่ประเด็นคือหมีสงครามหลังดำตัวนี้มีพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับปานกลางมันสามารถเพิ่มพลังได้มากกว่า 5 เท่า
หากเพียงแค่นี้ก็ยังถือว่าเย่เทียนสามารถรับมือได้แต่เจ้าอสูรราชาตัวนี้ยังมีพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับกลางซึ่งสามารถต้านทานพลังโจมตีได้ไม่น้อย
พลังโจมตีของเย่เทียนสามารถทำร้ายหมีสงครามหลังดำตัวนี้ได้แต่การจะฆ่ามันก็ต้องใช้เวลา
และทุกวินาทีที่เสียไปอาจจะมีผู้ฝึกยุทธ์หลายคนที่ต้องตายดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องจบการต่อสู้นี้โดยเร็วที่สุด
“ฆ่า!”
เย่เทียนไม่กล้าเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวปราณดาบสีเขียวฟันออกไปยังหมีสงครามหลังดำ
“โฮกกกก!!!”
หมีสงครามหลังดำตบเย่เทียนด้วยความโกรธฝ่ามือทั้งสองของมันหนาราวกับแผ่นหิน
ตูม!!!
ปราณดาบของทักษะดาบฟาดฟันวายุครามตัดผ่านมือของหมีสงครามหลังดำทิ้งรอยเลือดยาวสามนิ้วไว้ ร่างของหมีสงครามหลังดำถอยหลังกลับไปหลายก้าวมันเหยียบย่ำสัตว์อสูรชั้นยอดและสัตว์อสูรระดับสูงตายไปหลายตัว
“โฮก!!!!”
หมีสงครามหลังดำออกคำสั่งให้สัตว์อสูรตัวอื่นพุ่งออกไปโจมตีฐานหลินไห่ทันที
การต่อสู้ระหว่างเย่เทียนกับหมีสงครามหลังดำยังคงดำเนินต่อไป
ตูม!
ตูม!
ตูม!
เย่เทียนใช้ทักษะดาบฟาดฟันวายุครามโจมตีใส่หมีสงครามหลังดำครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้หมีสงครามหลังดำได้รับบาดเจ็บทั่วทั้งร่าง แต่เย่เทียนก็ยังโจมตีไม่โดนจุดสำคัญของมันเพราะหมีสงครามหลังดำเป็นสัตว์อสูรระดับราชา ปฏิกิริยาตอบสนองของมันไม่ได้ช้าเพียงแต่พลังโจมตีของมันยังด้อยกว่าเย่เทียนเล็กน้อย
หลังจากเย่เทียนลงมือไม่นานนัก
เสี่ยวเซวี่ยก็ลงมือมันพุ่งลงไปหาฝูงสัตว์อสูรชั้นยอดโดยไม่สนการโจมตีของเหล่าสัตว์อสูรชั้นยอดเลย
ความเร็วของเสี่ยวเซวี่ยไม่ได้เร็วนักเพราะระดับการบ่มเพาะของมันนั้นยังอ่อนแอพรสวรรค์ด้านความเร็วของมันก็อยู่ในระดับปานกลาง แต่ด้วยพรสวรรค์ในการบินระดับสูงความเร็วของเสี่ยวเซวี่ยจึงใกล้เคียงกับสัตว์อสูรชั้นยอดขั้นสูงสุดแต่หากเป็นสัตว์อสูรชั้นยอดที่มีพรสวรรค์ด้านความเร็วความเร็วของเสี่ยวเซวี่ยก็จะไม่สามารถตามทันได้
แต่พลังป้องกันของเสี่ยวเซวี่ยนั้นสูงมากด้วยพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับสูงสุดมันจึงไม่กลัวการโจมตีของสัตว์อสูรชั้นยอดตัวอื่นๆ เลยมันยังมีพรสวรรค์ด้านพละกําลังพลังการโจมตีเพียงครั้งเดียวของมันก็เหนือกว่าสัตว์อสูรชั้นยอด
ที่สำคัญกว่านั้นคือมันมีพรสวรรค์พิเศษอยู่อีกซึ่งก็คือ
“พรสวรรค์จิตวิญญาณมังกร!”
ตูม!
เงามังกรขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของเสี่ยวเซวี่ยเมื่อเงามังกรปรากฏขึ้น เหล่าสัตว์อสูรที่อยู่รัศมี 10 ลี้ ต่างตกอยู่ในความหวาดกลัวพวกมันสัมผัสได้ถึงแรงกดดันของสายเลือดอันสูงส่ง
นี่คือแรงกดดันที่เกิดขึ้นจากพรสวรรค์จิตวิญญาณมังกรมันทำให้สัตว์อสูรทุกตัวที่อยู่ในบริเวณไม่สามารถใช้พลังออกมาได้อย่างเต็มที่
“โฮก~~~~”
เสี่ยวเซวี่ยได้เปล่งเสียงมังกรคํารามออกมานี่เป็นพรสวรรค์เสียงคำรามของมังกรระดับสูง
ทันใดนั้นคลื่นเสียงที่ทรงพลังก็กระจายออกไปทุกทิศทาง
สัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนถูกบดขยี้จนตายในทันทีในหมู่พวกมันมีสัตว์อสูรชั้นยอดที่อ่อนแออยู่ไม่น้อย
ซากศพไร้ชีวิตของสัตว์อสูรนอนเรียงรายอยู่บนพื้น
ไกลออกไป
บนกําแพงของฐานหลินไห่ผู้เฒ่าหลี่กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ เขาตกตะลึงกับพลังการต่อสู้ของเสี่ยวเซวี่ย
เมื่อพูดถึงความเร็วในการฆ่าสัตว์อสูรแม้แต่เย่เทียนก็เทียบกับเสี่ยวเซวี่ยไม่ได้!
ในความเป็นจริงมันเป็นเพราะเสี่ยวเซวี่ยมีพรสวรรค์อยู่มากมายหนึ่งในนั้นก็คือพรสวรรค์ที่สามารถโจมตีได้เป็นวงกว้างดังนั้นจึงไม่มีทางที่สัตว์อสูรที่มีสายเลือดระดับต่ำจะเทียบกับสายเลือดมังกรที่แท้จริงเช่นมันได้
“เรายังมีความหวัง!”
ตาเฒ่าหลี่และคนอื่นๆคิดกับตัวเองพลางกำหมัดแน่น
แต่สัตว์อสูรก็ไม่ได้โง่มันเป็นไปไม่ได้ที่พวกมันจะปล่อยให้เสี่ยวเซวี่ยสังหารพวกมันอยู่ฝ่ายเดียว
โฮกโฮกกก!!!!
สัตว์อสูรชั้นยอดพุ่งเข้าใส่เสี่ยวเซวี่ยเพื่อเตรียมจะสังหารกบฏนอกรีตตัวนี้
ใช่แล้วพวกมันต่างคิดว่าเสี่ยวเซวี่ยเป็นพวกนอกรีตเป็นสัตว์อสูรเช่นกันแต่กลับโจมตีเผ่าพันธุ์เดียวกัน
คนทรยศนอกรีตเช่นนี้ต้องตาย!
เสี่ยวเซวี่ยสามารถดึงดูดความสนใจของสัตว์อสูรชั้นยอดทั้งหมดได้สำเร็จแต่สัตว์อสูรที่มีระดับต่ำกว่าสัตว์อสูรชั้นยอดไม่ได้หยุดเดินทัพพวกมันยังคงมุ่งหน้าเข้าโจมตีฐานหลินไห่ พวกมันได้รับคำสั่งให้ทำลายฐานของมนุษย์ดังนั้น ตราบใดที่พวกมันยังไม่ตาย พวกมันจะไม่มีทางหยุด
สัตว์อสูรระดับสูงสัตว์อสูรระดับกลาง และสัตว์อสูรระดับต่ำต่างหลั่งไหลเข้ามาและสัมผัสค่ายกลสังหารที่เย่เทียนจัดวางไว้ในป่าอย่างรวดเร็วสัตว์อสูรตัวหนึ่งบุกเข้าไปในค่ายกลโจมตี มันถูกค่ายกลฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ ในพริบตา
สัตว์อสูรเหล่านี้ไม่เข้าใจวิธีทำลายค่ายกลพวกมันทำได้เพียงใช้จำนวนในการฝ่าเข้าไปเท่านั้น
ด้วยวิธีการป่าเถื่อนเช่นนี้ค่ายกลโจมตีที่ถูกจัดวางไว้จึงสังหารสัตว์อสูรไปเป็นจำนวนมากแต่สุดท้ายมันก็ถูกทำลายลง
ในตอนนี้กําแพงเมืองอยู่ตรงหน้าพวกมันแล้ว
ตาเฒ่าหลี่มองไปยังฉากนี้แล้วก้าวออกมา
“นักรบใช้ลูกศรโจมตี นักรบชั้นยอดทั้งหมดโจมตีสัตว์อสูรระดับกลางนักรบผู้เชี่ยวชาญตามฉันไปฆ่าสัตว์อสูรระดับสูง หากใครกล้าหนีฉันจะสังหารมันผู้นั้นเป็นคนแรก!”
โดยไม่พูดพร่ำทำเพลงชายชราหลี่เป็นคนแรกที่กระโดดลงจากกําแพงเมืองออกไปต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับสูง
ผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆก็เริ่มเปิดฉากต่อสู้ต่อสู้เช่นกัน ไม่มีใครกล้าคิดจะหลบหนีเพราะถ้าหากพวกเขาไม่สามารถต้านทานสัตว์อสูรเหล่านี้ได้ พวกเขาก็ต้องตายเช่นกัน
ทุกวินาทีมีผู้ฝึกยุทธ์ตายในสนามรบรวมไปถึงสัตว์อสูรจำนวนมากที่ถูกฆ่าตาย
ด้วยการโจมตีจากผู้ฝึกยุทธ์นับหมื่นสัตว์อสูรที่เหลือไม่สามารถทำลายค่ายกลป้องกันบนกําแพงเมืองได้ในตอนนี้ฐานหลินไห่กลับสามารถต้านทานฝูงสัตว์อสูรได้จริงๆ
แต่นักรบทุกคนต่างรู้ดีว่าสนามรบที่แท้จริงคือการต่อสู้ระหว่างเย่เทียนและสัตว์อสูรระดับราชา
หากเย่เทียนชนะเขาก็จะสามารถรักษาฐานหลินไห่ไว้ได้
แต่หากเย่เทียนแพ้ฐานหลินไห่ก็ต้องถูกทำลาย!