เป็นไปอย่างที่ซุยหมิงคิดมู่หลินมีความตั้งใจที่จะสร้างบริษัทโดยมีเป้าหมายอันยิ่งใหญ่อยู่เบื้องหลังซึ่งก่อนหน้านั้นสิ่งที่เขาจะต้องทําเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ว่าเขาจะต้องมีบริษัทก่อน แล้วค่อยตามมาด้วยสํานัก...ไม่สิ! โรงเรียนต่างหาก นั่นแหละถึงจะเป็นสิ่งที่ทําให้เขาได้ลองใช้ชีวิตตามสบายๆที่อยากจะลอง
“ถูกต้องฉันจะสร้างบริษัทแต่ฉันไม่ค่อยมีความรู้ด้านพวกนี้มากฉันจึงอยากสอบถามความเห็นของนายน้อยบริษัทซุยกรุ๊ปอย่างนายหน่อย’’ ถูกถามมู่หลินก็ยิ้มอย่างไม่ปิดบัง ถึงเขาจะจบปริญญาโทและมีความแข็งแกร่งของผู้บําเพ็ญเพียรแต่นั่นก็ใช่ว่าเขาจะทําได้ทุกสิ่ง
“เอ่อ…’’คิดไม่ถึงว่าจะได้ยินเช่นนี้จริงๆซุยหมิงก็ต้องอึ้งไปก่อนมองชายหนุ่มด้วยสายตาต่างออกไปดูเหมือนว่าเพื่อนของเขาคนนี้จะต่างออกไปจากเดิมแล้วจริงๆ
“เอาตรงๆเลยนะ ฉันก็ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไรมากหรอกแต่หากว่ากันตามความคิดของฉันนะ สิ่งที่นายต้องมีก็แค่เงิน! เงินจํานวนมาก!อย่างไรก็ตามนั่นไม่ใช่สิ่งสําคัญ...เพราะที่สําคัญที่สุดน่ะคือ CEO!’’ ซุยหมิงพูดถึงเขาจะเป็นนายน้อยของบริษัทซุยกรุ๊ปแต่เขาก็ไม่ได้เป็นผู้บริหารเองไปซะหมดทุกอย่างเขาจึงคิดว่าหากชายหนุ่มต้องการจริงๆ อย่างมากก็แค่มีเงินและที่เหลือก็หา CEOมากฝีมือมาเท่านั้นเอง
“CEO? นายพอรู้จักใครสักคนที่มีฝีมือเก่งๆไหมล่ะ?’’สิ่งนี้อยู่ในสิ่งที่มู่หลินคิดเอาไว้เหมือนกันเขาจึงเสริม “ถ้าได้ก็ดีมากฉันจะได้แค่หาเงินมาและเสนอสิ่งที่ทางบริษัทจะผลิต!’’
“เอ่อ...นายมีสิ่งที่จะผลิตด้วยเหรอ?อะไรกันล่ะ?’’ ซุยหมิงประหลาดใจจากที่เขารู้ตอนนี้ชายหนุ่มก็แค่คนเหนือมนุษย์คนหนึ่งอย่างอื่นที่ว่าจึงอยู่นอกเหนือการคาดการของเขามันจึงไม่แปลกที่เขาประหลาดใจในสิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยถึง
“นายยังไม่ต้องรู้หรอกรู้เพียงแค่ว่ามันเป็นสิ่งที่ดีอย่างแน่นอนดังนั้นบอกมาได้แล้วว่านายพอรู้จักคนที่ว่าไหม?’’มู่หลินเพียงยิ้มบางโดยไม่ตอบคําถามมันไม่สําคัญว่าเขาจะนําเสนอสิ่งใดมาผลิตและนําเข้าสู่ตลาดเพราะแค่มันดีและทํากําไรได้มากก็พอแล้ว
“CEO นายคงต้องไปหนานจิงแล้วล่ะที่นั่นฉันได้ยินมาว่ามี CEO หญิงคนหนึ่งที่เก่งกาจ แต่เธอนั้นเย็นชาเป็นอย่างมากผู้ชายที่เข้าหาเธอส่วนใหญ่จึงต้องไปนอนโรงพยาบาลอยู่หลายวันอย่างไรก็ตามฉันได้ยินมาว่าบริษัทของเธอเพิ่งจะล้มละลายในเร็วๆนี้ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสที่นายจะลองเสี่ยงดู!’’ เห็นว่าอีกฝ่ายชอบเก็บความลับเอาไว้ซุยหมิงก็ไม่บังคับและอธิบาย
“ล้มละลาย?แล้วอย่างนี้ถ้าฉันให้เธอบริหารบริษัทฉันไม่เจ๊งรึไง!’’ ทันทีที่ได้ยิน มู่หลินก็กลอกตา เขาถามถึง CEO เก่งๆไม่ใช่ไร้ฝีมือนะ แล้วจะแนะนําคนที่ทําให้บริษัทตัวเองล้มละลายมาทําไม?
ตลกแล้ว!
“ฮ่าๆๆๆๆ!มู่หลินฉันกะไว้แล้วว่านายต้องคิดงั้นความจริงแล้วที่เธอล้มละลายน่ะไม่ใช่เพราะเธอไร้ฝีมือแต่เธอไปมีปัญหากับคนใหญ่คนโตเข้าต่างหาก ดังนั้นถ้านายสามารถหาทางดึงเธอมาได้รับรองเลยว่าต่อให้เป็น CEO หน้าไหน พวกเขาก็ไม่สามารถเทียบเธอได้!’’คิดเอาแล้วว่าชายหนุ่มต้องคิดงั้น ซุยหมิงจึงกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่เขาไม่เคยคิดจะแนะนําคนไร้ฝีมือให้เพื่อนอยู่แล้วอีกอย่างที่เขาแนะนําคนเก่งกาจขนาดนี้ให้เป็นเพราะเขารู้ดีว่าบางทีมู่หลินอาจมีอะไรมาแสดงอีกก็ได้
ดังนั้นการดึงCEO ที่เก่งที่สุดในจีนมาย่อมไม่ใช่เรื่องยาก!
“เข้าใจแล้วงั้นนายเอาชื่อกับที่อยู่ของเธอมาให้ฉันแล้วกัน อ้อจัดการจองตั๋วเครื่องบินๆไปหนานจิงสําหรับคืนนี้ให้ฉันด้วยล่ะ!’’ พอเข้าใจมู่หลินก็พยักหน้า ดูเหมือนก่อนไปเมืองหลวงเขาคงต้องไปหนานจิงเพื่อดึงตัว CEOคนที่ว่ามาเสียก่อน
ด้านซุยหมิงก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรพอแยกทางกับมู่หลินแล้วเขาก็ทําการจองตั๋วบินตรงหนานจิงให้กับอีกฝ่ายในทันที
“วั่งซูเดี๋ยวอีกไม่นานนี้เธอจะต้องบินไปเมืองหลวงเพราะงั้นฝึกฝนฝีมือเอาไว้ให้ดี ดังนั้นพอได้เวลาแล้วฉันจะส่งคนให้มารับเธอ’’มู่หลินเดินทางไปหมู่บ้านโคโลอานเพื่อบอกวั่งซูเรื่องการเดินทางในคืนนี้และได้ทักทายผิงเยว่เล็กน้อย
“พวกนายนําเคล็ดวิชาพวกนี้ไปฝึกฝนแล้วกัน’’พอมาถึง Casino at Venetian Macao มู่หลินก็ได้ส่งมอบตําราวิชายุทธ์ที่เตรียมไว้ให้กับพวกหูเฟิงและทําการยกระดับพลังให้กับหลินไห่เหตุผลเป็นเพราะเมื่อคืนชายชราและพวกหลินไห่แม้จะไม่ได้ช่วยอะไรมากแต่พวกเขาก็ยังมีส่วนร่วมถึงจะแค่เล็กน้อยแต่เขาก็คิดว่าถ้าคนพวกนี้แข็งแกร่งขึ้นอีกสักนิด คราวหน้าคราวหลังเรื่องเช่นนี้คงไม่เกิดขึ้น
ดังนั้นนี่จึงเป็นเหตุผลที่มู่หลินมอบวิชายุทธ์ให้แก่พวกหูเฟิง!
“เอาล่ะในเมื่อคืนนี้ผมจะไปหนานจิงผมจะยกระดับพลังของพวกคุณให้’’ พอจัดการเรื่องคนของเขาเสร็จมู่หลินก็ไล่ตระเวนยกระดับความแข็งแกร่งให้กับสามตระกูลใหญ่ อันเนื่องมาจากทุกคนได้เห็นความแข็งแกร่งของเขาไปแล้วดังนั้นที่มาเก๊านี้แม้เขาจะไม่เอ่ย
ทุกคนก็รู้ดีว่าใครคุม!
ถูกต้อง!ยังจะมีใครไปนอกจากเขากันล่ะ?
เพราะงั้นถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาทุกๆคนจะได้ช่วยกันได้ ไม่อย่างนั้นเขามู่หลินที่ต้องถ่อไปถ่อมาคงเหนื่อยตายซะก่อนดังนั้นเมื่อทําทุกอย่างเสร็จ ก็มาถึงเวลาที่ได้นัดหมายกันไว้เขาจึงลํ่าลาซุยหมิงและพวกเจียงหยางก่อนเดินทางเพื่อไปขึ้นเครื่องพอขึ้นเครื่องปุ๊บเขาก็หลับสนิทไป…
“นี่ๆได้ยินข่าวการปล้นเครื่องบินเมื่อเร็วๆนี้ไหม?’’
“ได้ยินสิมีอะไรงั้นเหรอ? คุณคงไม่คิดว่าเที่ยวบินนี้จะถูกปล้นหรอกใช่ไหม? ฮ่าๆๆๆๆ!’’
“ผมเองก็ได้ยินมาเหมือนกันการปล้นที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้ทางเซี่ยงไฮ้น่ะดูอันตรายมากเลยเพราะงั้นเราควรภาวนาไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้นกับพวกเรา!’’
“...’’
ขณะที่เครื่องบินกําลังไหลไปตามท้องฟ้าผู้คนบนเครื่องก็เริ่มสนทนาถึงประเด็นร้อนแรงที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่วันก่อน
ไม่นานนี้ได้มีการปล้นบนเครื่องบินที่เซี่ยงไฮ้เกิดขึ้นซึ่งผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้ล้วนเชี่ยวชาญมากพอมันปล้นเสร็จพวกมันก็บังคับเครื่องบินให้ลงในความสูงที่ไม่อันตรายและพากันกระโดดหนีกันไปไม่มีใครรู้ว่าพวกมันมาจากไหนและพวกมันเป็นใคร
ดังนั้นทุกคนจึงหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ที่อันตรายอย่างนี้ขึ้นกับพวกเขา
อย่างไรก็ตามในวินาทีต่อมาสิ่งที่พวกเขาไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้น!
“เฮ้ย!นี่คือการปล้น! ส่งเงินและของมีค่าทั้งหมดที่มีมาซะ!’’เสียงตวาดกร้าวเสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนปรากฏเงานับสิบร่างที่โผล่ออกมาจากที่นั่งผู้โดยสายพร้อมกัน
ถูกต้อง!พวกมันเหล่านี้ก็คือ ผู้ก่อการร้าย!