สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 บทที่ 123 ยังมีเจ๋งกว่านี้อีก

            ทุกคนบนยอดเขาแทบจะสำลักน้ำลายตายราชาน้อยพูดแบบนี้คงไม่ดีมั้งอย่างน้อยๆ ก็น่าจะมีบุคลิกของคนเป็นเชื้อพระวงศ์สักนิดก็ยังดีจะมาทำตัวเป็นนักเลงหัวไม้แบบนี้ได้อย่างไร?

            หรือว่าเขาถูกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้เลอะเลือน?

            มันก็ไม่น่าแปลกใจเลย ช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ที่สุดของตัวเองกลับเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นไม่เพียงพิธีราชาภิเษกถูกทำให้เป็นเรื่องตลกชวนหัวเราะแม้แต่คู่หมั้นและเหล่าทหารที่จงรักภักดีที่สุดของตัวเองก็ยังต้องตายอย่างน่าอนาถหากเปลี่ยนเป็นคนอื่นที่ได้เจอเหตุการณ์แบบนี้คงกระอักเลือดตายด้วยความโกรธแค้น แค่กลายเป็นบ้าก็ถือว่าเบาที่สุดแล้ว

            มอดริชหัวเราะออกมาเสียง “อเล็กซานเดอร์แม้ว่าเจ้าจะแกล้งตายและหลบหนีไปได้อีกครั้ง แต่เจ้าจะทำอะไรได้? หรือเจ้ามันปัญญาอ่อนที่คิดว่าตัวเองยังสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้อีก?”

            เขายิ้มอย่างลำพองใจ ทันใดนั้นเขาก็ยกมือมาลูบหน้าตัวเอง

            เห็นระลอกแสงระยิบระยับสีฟ้าเปล่งประกายขึ้นมาจากนั้นกลิ่นอายเวทมนตร์ธาตุไม้ก็ค่อยๆ แผ่กระจายขึ้นปกคลุมทั่วใบหน้า เมื่อแสงสว่างแผ่ปกคลุมใบหน้าจนมิด ใบหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนไป ไม่ใช่ใบหน้าขององค์ชายมอดริชแห่งเล็กซัสที่มักจะมีรอยยิ้มน้อยๆ และมีอุปนิสัยอ่อนโยนคนนั้นแต่กลายเป็นคนแปลกหน้าอีกคนที่ซุนเฟยไม่เคยเห็น

            “มนตร์มายาธาตุไม้!” ทุนคนต่างตกใจ

            “เขาคือ ‘นักเชือด’ ที่มีนามว่าซานโดร...เป็นอัศวินคนหนึ่งที่อยู่ภายใต้คำสั่งขององค์ชายรองโดมิงเกวซข้าเคยเห็นเขา...” มีบางคนที่จำหน้าได้ก็พลันอุทานถึงสถานะของชายแปลกหน้าคนนี้

            เมื่อได้ยินคนอุทานชื่อของตัวเอง ใบหน้าของซานโดรก็ปรากฏความลำพองใจออกมา “ฮ่าๆๆ อเล็กซานเดอร์ตอนนี้เจ้าคงเข้าใจแล้วสินะว่า ทำข้าถึงได้ช่วยท่านแพรีสแล้วคงเข้าใจแล้วล่ะสิว่าทำไมสองคนนั้นถึงยังมีชีวิตอยู่?”

            ด้านหลังของซานโดร ปรากฏร่างของชายสองคนที่ควรจะตายไปแล้วยืนอยู่

            นั่นก็คือฮาซึงจินนักรบธาตุดิน และองค์ชายโอบินนาแห่งอาณาจักรเธรซ

            เมื่อสองวันก่อนฮาซึงจินลอบโจมตีซุนเฟยแต่ก็ไม่สำเร็จ และยังถูกซุนเฟยไล่สังหารเหมือนทุบหนูตัวหนึ่งจนมาถึงคฤหาสน์รับรองของอาณาจักรเล็กซัสแต่สุดท้ายมันก็ฆ่าตัวตายด้วยพิษ และหลังจากนั้นโอบินนาก็ถูกยอดฝีมือลึกลับบางคนสังหารในคฤหาสน์รับรองในเมืองแซมบอร์ด

            แต่ตอนนี้พวกเขากลับยังมีชีวิต

            ใบหน้าของทั้งสองคนเผยรอยยิ้มหยอกล้อและลำพองใจแน่นอนว่ายังแฝงไปด้วยสายตาอาฆาตขณะจับจ้องมาที่ซุนเฟย ราชาที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของพวกเขาแต่กลับทำให้พวกเขาจำเป็นต้อง ‘ตาย’ และเกือบจะทำให้แผนขององค์ชายโดมิงเกวซแตก

            “ข้าเข้าใจแล้ว ที่แท้ในคืนวันนั้นเป็นเจ้าที่ส่งคนไปแจ้งคณะทูตอาณาจักรเธรซไว้ล่วงหน้าทำให้พวกเขาจัดฉากว่าทุกคนในคณะทูตและองค์ชายโอบินนาถูกสังหาร จากนั้นก็ฉวยโอกาสที่ข้ากำลังค้นหาเบาะแสในคฤหาสน์รับรองอาณาจักรเธรซก็หาคนมาเป็นตัวตายตัวแทนฮาซึงจินเพื่อหลอกข้า ใช่หรือไม่?” สีหน้าของซุนเฟยเหมือนเพิ่งเข้าใจ

            “ในที่สุดเจ้าก็เลิกโง่สักที”องค์ชายโอบินนาแห่งอาณาจักรเธรซแสยะยิ้มเย็นชาขณะที่ก้าวมายืนด้านหน้า

            “พูดก็พูดเถอะ ข้าก็เคยสงสัยนักว่า พวกเจ้าสามารถสังหารคนกว่าสองร้อยคนได้อย่างไร ในเมื่อบางส่วนก็เป็นถึงนักรบระดับดาวความจริงแล้วในรัศมีหนึ่งพันเมตรไม่มีทางที่ข้าไม่รับรู้ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง...” ซุนเฟยลูบคางตัวเองก่อนจะกรอกตาไปมาครู่หนึ่ง“แต่พวกเจ้าช่างโหดร้ายจริงๆ สังหารทหารและคนคุ้มกันของตัวเองได้ลงคอเพียงเพราะกลัวข้าค้นพบอะไรบางอย่าง...เฮ้อมารดามันเถอะเดรัจฉานยังดีกว่าพวกเจ้าเลย”

            “กลัวเจ้า? ไอ้ปัญญาอ่อน เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครท่านแพรีสเพียงกลัวว่าองค์หญิงจะฉุดคิดและคาดเดาอะไรบางอย่างออกจึงจงใจกระจายควันนี้ออกไปเท่านั้น” โอบินนามองซุนเฟยเหมือนมองคนปัญญาอ่อนเขาหัวเราะอย่างเหยียดหยาม “ราชาน้อย เจ้ากังวลแค่เรื่องของตัวเองเถอะวันนี้เมืองแซมบอร์ดจะต้องถูกลบหายไปจากแผนที่ ประชาชนของเจ้าทุกคนจะต้องตายเมืองของเจ้าจะต้องมอดไหม้ และเจ้าจะถูกโยนลงไปในแม่น้ำจูลี่เพื่อเป็นอาหารปลา!”

            เมื่อถูกด่าว่าแย่ยิ่งกว่าเดรัจฉานใบหน้าขององค์ชายโอบินนาจึงดุร้ายยิ่งกว่าเดิม

            ในตอนนั้นเอง ทุกคนก็คาดไม่ถึงว่าแพรีสจะก้าวเข้ามาด้านหน้าหนึ่งก้าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเหนือความคาดหมายของทุกคน“องค์ราชาอเล็กซานเดอร์ ข้าต้องยอมรับว่าเจ้าเป็นอัจฉริยะที่มีศักยภาพมาก หากเจ้ายอมสาบานสวามิภักดิ์รับใช้องค์ชายโดมิงเกวซ วันนี้ข้าจะไว้ชีวิตเจ้าแม้แต่เมืองแซมบอร์ดของเจ้าก็ยังรักษาไว้ได้และเจ้าก็ยังสามารถเป็นราชาต่อได้ ข้ารับประกันว่าในการซ้อมรบระหว่างอาณาจักรบริวารหลังจากนี้อีกสองเดือนเมืองแซมบอร์ดสามารถเลื่อนระดับเป็นอาณาจักรบริวารระดับสามได้”

            “ฮ่าๆๆๆ...”

            ซุนเฟยได้ยินดังนั้นก็พลันหัวเราะออกมาจนน้ำหูน้ำตาไหลพลางตบต้นขาตัวเอง“นี่ยัยป้า นี่คือเจ้ากำลังให้ทานข้า? หรือว่า...ฮิๆ หรือว่าเจ้ากลัวเล่า?” ซุนเฟยพูดถึงตรงนี้ก็ไม่รอให้แพรีสได้พูดอะไรต่อ เขาก็พลันเปลี่ยนสีหน้าเป็นดุร้าย รอยยิ้มเหือดหายดวงตาก็พลันโกรธเกี้ยวขึ้นมาก่อนจะชี้หน้าพูดว่า “ถุยจะองค์ชายโดมิงเกวซบัดซบอะไรนั่น หรืออาณาจักรบริวารระดับสาม ถ้าบิดาต้องการ มีหรือบิดาจะเอามาด้วยตัวเองไม่ได้? ยังต้องพึ่งพาเศษทานที่พวกเจ้าให้มาด้วยหรือ? วันนี้บิดาชักหงุดหงิดขึ้นมาแล้วสิ ไอ้เวรที่ไหนก็อย่าคิดจะลงไปจากยอดเขาตะวันออกแห่งนี้อย่างมีชีวิตหากบิดาไม่อนุญาต!”

            ประโยคสถบด่านี้ทำให้ทุกคนบนยอดเขาต่างมึนงง

            แม้แต่องค์หญิง ‘เทพสงครามแห่งเซนิท’ อาร์ชาวิน หรือแม้แต่แพรีส ทั้งสามคนก็ยังตะลึงงันกับความหยาบเถื่อนนี้

            หลายวันมานี้สภาพจิตใจของซุนเฟยห่อเหี่ยวมากแล้ววันนี้ก็ยังมาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นบนยอดเขาตะวันออกอีก ทำให้ซุนเฟยอยากระบายอารมณ์ออกมา ตอนนี้องค์ราชาน้อยก็ได้ระเบิดอารมณ์ออกมารวดเดียว

            เขาเอามือเท้าเอวแล้วตะโกนด่าออกมาอย่างฉุนเฉียว

            “เวรเอ๊ย! บุคลิกราชาตูดหมาอะไร มารยาทชนชั้นสูงบ้าอะไร ไสหัวไปตายข้างๆ บิดาซะ ไม่เลวเลยนี่ พวกเจ้าต่างเป็นคนใหญ่คนโต เป็นโคตรเหง้าที่ยิ่งใหญ่ พวกเจ้าก็ผายลมดูสิเผื่อทำลายเมืองแซมบอร์ดของบิดาได้ ฮึ นึกอยากมาฆ่ากันในที่ของบิดาก็มา แล้วยังคิดจะทำลายอาณาจักรของบิดา สังหารประชาชนอีก เยี่ยม เยี่ยมมาก พวกเจ้าทั้งแปดคนเป็นใหญ่มากใช่ไหม ฮึๆๆ วันนี้แหละ บิดาจะทำให้คนใหญ่คนโตที่สูงส่งอย่างพวกเจ้าได้เห็นว่าคนตัวเล็กๆ เช่นบิดาทำอะไรได้บ้าง”

            ซุนเฟยโมโหจนเลือดขึ้นหน้า

            เมื่อเขาด่าจบ ก็ไม่รอให้คนอื่นได้ทันตั้งตัวร่างก็กะพริบหายไปจากที่เดิม เพียงเสี้ยววินาทีร่างก็กลายเป็นเงาลอยอยู่กลางอากาศสองมือกำอากาศหลวมๆ จากนั้นก็เกิดประกายแสงสว่างหนึ่งเขียวหนึ่งม่วงสองสีออกมาขวานคู่ม่วงเขียวก็ปรากฏขึ้นในมือของซุนเฟย

            “ฮ่าๆๆ บิดาจะเก็บดอกเบี้ยก่อน!”

            ซุนเฟยหัวเราะอย่างสะใจ ขวานคู่ม่วงเขียวในสายตาของทุกคนได้เหวี่ยงออกไปเป็นเส้นสายรุ้งที่สวยงาม พุ่งตรงไปที่ซานโดรและอีกสองคน...

            ไม่คิดจะให้อีกฝ่ายได้มีเวลาดึงดาบออกจากเอว

            เวลาเลือดขึ้นหน้า ทุกคนก็ดูเหมือนจักรพรรดิ

            บนยอดเขาตะวันออก ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าภายใต้สถานการณ์ที่ตกเป็นรองแบบนี้ราชาน้อยที่ดูโมโหจนเลือดขึ้นหน้าจะกล้าเป็นคนเริ่มลงมือก่อน

            เมื่อเห็นขวานคู่ม่วงเขียวโจมตีมาโอบินนาและฮาซึงจินก็พากันแสยะยิ้มเย็นชา ชักอาวุธออกมาเตรียมจะตอบโต้กลับพวกเขาก็เป็นนักรบระดับสี่ดาวเหมือนซุนเฟยสองรุมหนึ่งแบบนี้ยังมีอะไรต้องกลัวอีกอย่าง พวกเขาคิดจะแสดงท่าทางจงรักภักดีต่อว่าที่จักรพรรดิโดมิงเกวซในอนาคตให้แพรีสที่ยังคงอึ้งกับคำพูดหยาบคายขององค์ราชาน้อยได้เห็น

            แต่

            ว้าก!!!

            เสียงตะโกนจนสะเทือนไปทั่วแผ่นดินดังไปทางสองคนนั้นคลื่นเสียงขนาดใหญ่ที่น่าทึ่งได้ทะลวงผ่านร่างของพวกเขาทำให้จิตวิญญาณของพวกเขาสั่นคลอน เพียงเสี้ยววินาทีความกลัวที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนได้ผุดขึ้นมาเหมือนแม่น้ำที่กำลังถาโถมเข้ามาในหัวของพวกเขา ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างขึ้นทั้งร่างเริ่มสั่นขึ้นมา...

            จากนั้นประกายแสงคมขวานก็สว่างขึ้น

            ปึ้ด ปึ้ด!

            หัวของทั้งสองคนพลันลอยขึ้นไปบนฟ้าพร้อมๆ กับหยาดโลหิตที่พุ่งออกมาเป็นสาย

            ตุบ ตุบ!

            ศพไร้หัวของฮาซึงจินและโอบินนาก็ล้มลงกับพื้น

            หยดเลือดจากใบขวานคู่ม่วงเขียวก็ค่อยๆ ไหลลงบนพื้นทีละหยด จังหวะที่เลือดตกลงบนพื้น มันหยดเป็นรูปดอกไม้ที่ดูสวยงามแปลกตา

            และไม่มีใครคาดคิดว่าเพียงชั่วพริบตาราชาน้อยที่ดูเหมือนได้รับบาดเจ็บสาหัสปางตาย จะพุ่งเข้าไปบั่นคอยอดฝีมือตกตายได้ถึงสองคน

            ซู้ด!

            เสียงสูดลมหายใจที่ดังขึ้นมาอย่างชัดเจนได้ทำลายบรรยากาศที่เงียบสงบบนยอดเขาตะวันออกทุกคนรู้สึกหนาวยะเยือกตั้งแต่หัวจรดหาง!

            แกว๊ก แกว๊ก แกว๊ก แกว๊ก!

            เสียงร้องแหลมดังขึ้น

            เสียงฝูงนกกินเนื้อจำนวนมากที่บินผ่านแสงสีทองของพระอาทิตย์ เหมือนทะเลเมฆที่สวยงามบินเข้ามายังภูเขาพวกมันกางปีกรวมฝูงกันคล้ายเมฆมืดครึ้ม กลิ่นเลือดที่ลอยคลุ้งไปทั่วยอดเขาตะวันออกเรียกให้พวกมันเข้ามา

            “ฮิๆ บิดาค่อยรู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย!”

            ซุนเฟยยกเท้าขึ้นมาแล้วเช็ดเลือดจากใบขวานของขวานคู่ม่วงเขียวจากนั้นก็บิดขี้เกียจเล็กน้อย แล้วเตะศพของฮาซึงจินและโอบินนาก่อนจะเผยรอยยิ้มกว้างพลางหัวเราะออกมาอย่างพอใจ “คราวนี้พวกมันตายจริงๆ แล้วใช่เปล่า? ฮ่าๆ ถ้าไม่ ก็ลุกขึ้นมาให้บิดาดูหน่อยเร็ว?”

            “อ๊า!!!”

            ‘นักเชือด’ ซานโดรที่ก่อนหน้านี้ปลอมตัวเป็นองค์ชายมอชริดแห่งอาณาจักรเล็กซัส เขาแหกปากร้องขึ้นมาเหมือนคนโดนไม้เสียบตูด มันลนลานถอยหลังหนีไปคนที่ถูกเรียกว่าเป็น ‘นักเชือด’ ช่างมีความกล้าหาญเท่าเข็มจริงๆไม่ช้ามันก็ฉี่ราดออกมา ตะเกียกตะกายไปซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของแพรีสท่าทางหยิ่งผยองลำพองใจยามลอบโจมตียอดฝีมือทั้งสองคนเมื่อครึ่งนาทีก่อนหายไปไหนหมดแล้วเล่า?

            ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง!

            ท่าทางของซุนเฟยไม่มีตรงไหนที่ดูเป็นยอดฝีมือสักนิดเขายิ้มพลางหัวเราะเหมือนอันธพาลครองตลาดเขาเคาะขวานคู่ม่วงเขียว อาวุธเวทมนต์ที่ผู้คนต่างอิจฉาเบาๆ ให้เกิดเสียงดังออกมาดวงตาของเขาไม่ปิดบังความยโสของตัวเองสักนิด “เฮ้ แพรีส ข้ายังมีที่เจ๋งกว่านี้นะ เจ้าอยากดูไหม?”

            ---------------------------

    คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    THe Superman

    THe Superman

    นิยาย แฟนตาซี
    333K 566
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416