บทที่ 52
ของตอบแทนบุญคุณ
คำร้องขอจากผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้านายท่านสวีเรียกเขามาพบเป็นการส่วนตัวเพื่อที่จะให้ออกแบบลวดลายชุดที่จะถูกทำขึ้นมาจากผ้าไหม
อีกฝ่ายยื่นข้อเสนอออกมาเป็นผลกำไรก้อนโตถ้าเขาสามารถทำสำเร็จ
แต่ถึงจะยื่นกำไรก้อนโตมาให้กับจางหยวนเขาก็จำเป็นจะต้องคิดหนักเช่นเดียวกันเกี่ยวกับเรื่องนี้
สิ่งที่จำเป็นจะต้องคิดหนักก็คือผ้าไหมผืนนี้ไม่ใช่ผ้าไหมธรรมดาทั่วไปแม้ว่าจะไม่รู้ความเป็นมาของมันแต่เพียงแค่ได้มองดูรูปลักษณะของมันจากภายนอกก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่ภาไม่ธรรมดา
แล้วยิงนายท่านสวีที่อยู่บริเวณด้านหน้ากล่าวออกมาว่ามันเป็นผ้าไหมเนื้อดีที่ต้องใช้เวลาทำถึงสิบปีเขายิ่งประหม่า
“ ขอถามหน่อยได้หรือไม่ขอรับว่าผ้าไหมผืนนี้ได้มาได้อย่างไร ”
“ แล้วที่บอกว่าสำคัญกับตัวของท่านมากท่านอยากจะทำมันขึ้นมาให้กับฮูหยินงั้นเหรอขอรับ?” จางหยวนเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย
สวีรั่วหยุนส่ายใบหน้าของตนเองไปมา “ ข้าทำมันขึ้นมาเพื่อเป็นของขวัญ”
“ เป็นของขวัญ? ” จางหยวนรู้สึกประหลาดใจ
ของขวัญชิ้นนี้จะเป็นของผู้ใดกันมันมีค่าถึงขนาดที่สวีรั่วหยุนได้มอบมันให้กับผู้เป็นภรรยา
ชุดที่ถูกทำขึ้นมาไม่ว่ามองอย่างไรก็น่าจะเป็นชุดของสตรีแล้วสตรีผู้ใดที่จะสำคัญมากกว่าภรรยาของตนเอง
จางหยวนแม้จะรู้สึกสงสัยในข้อนี้แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถามออกไปเพราะเกรงว่าคำพูดของตัวเองมันอาจจะทำให้อีกฝ่ายนั้นไม่พึงพอใจ
แม้ว่าจะไม่ถามออกไปแต่สวีรั่วหยุนก็เลือกที่จะอธิบายออกมา “ ของชิ้นนี้ค่าทำขึ้นมาเพื่อเป็นของตอบแทนบุญคุณ”
“ ตอบแทนบุญคุณ? ”
“ ใช่แล้วฮือเมื่อประมาณยี่สิบปีก่อนได้กระมังตอนนั้นตระกูลของข้ากำลังจะตกต่ำช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดข้าแปรผันขึ้นมาเป็นผู้ที่นำตระกูล”
“ แต่ในตอนนั้นไม่ว่าทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จสักอย่างมันยิ่งทำให้ทรัพย์สินของตระกูลร่อยหรอลงไป ”
“ แล้วภรรยาของข้าก็ล้มป่วยในช่วงนั้นพอดีเป็นโรคร้ายที่ยากจะรักษา ”
“ แต่ก็มีคนผู้หนึ่งที่เข้ามาช่วยเหลือ เขาสนับสนุนตระกูลของข้าทำให้ตระกูลของข้ายิ่งใหญ่ได้จนถึงทุกวันนี้”
“ ไม่เพียงเท่านั้นยังช่วยชีวิตภรรยาของข้าเอาไว้โดยการเรียกหมอที่เก่งที่สุดภายในดินแดนแห่งนี้มาช่วยรักษาภรรยาของข้าอีก”
“ คนผู้นั้นถือว่าเป็นผู้มีพระคุณเป็นอย่างมาก ถ้าไม่ได้เขาชีวิตของข้าสวีรั่วหยุนคงไม่ได้กลายเป็นนายท่านสวีที่ทุกคนรู้จักในวันนี้”
“ เพราะแบบนั้นนี่คือสิ่งของที่ข้าทำขึ้นมาเพื่อมอบให้กับคนผู้นั้น ”
“ ถือว่าเป็นของตอบแทนบุญคุณถึงแม้ว่าบุญคุณในครั้งนี้จะผ่านพ้นไปหลายสิบปีหรือว่าตอบแทนสักกี่ครั้งก็ไม่หมดก็ตาม”
“ แต่ข้าตั้งใจจะทำมันขึ้นมาเพื่อให้เขาโดยเฉพาะ ”
จางหยวนได้เห็นอีกฝ่ายพูดออกมาเช่นนั้นภายในใจยิ่งรู้สึกสงสัยว่าเป็นผู้ใดกันแน่เขาขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันทำใจกล้าแล้วก็ลองถามออกไปทันที “ ไม่ทราบว่าผู้คนที่ท่านกล่าวถึงเป็นผู้ได้อย่างนั้นหรือขอรับ?”
“ ขุนนางหวัง ”
ได้ยินชื่อนั้นดวงตาทั้งสองข้างถึงกับเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกตกใจจางหยวนรื้อฟื้นความทรงจำภายในร่างนี้มีชื่อของคนผู้นั้นปรากฏอยู่ภายในความทรงจำ
ไม่สิผู้คนที่อยู่ภายในเมืองหลวงไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือคนแก่ล้วนแล้วแต่ต้องล่วงรู้ทั้งสิ้น
ชื่อของคนผู้นี้คือขุนนางอันดับต้นๆของราชสำนักตัวของเขาถือว่าเป็นผู้ที่มีผู้คนรู้จักมากมาย
ขุนนางหวังมหาเสนาบดีผู้ทรงอำนาจภายในราชสำนักผู้ที่ข้องเกี่ยวกับราชวงศ์โดยตรงเป็นขุนนางที่เป็นเสาหลักของราชสำนักและคอยค้ำจุนราชวงศ์แห่งนี้มานานหลายสิบปี
ผู้คนกล่าวว่าเขาเป็นคนที่มีความสามารถและก็มีความเก่งกาจในด้านต่างๆมากมาย
เมื่อได้ยินชื่อของขุนนางหวังย่อมแสดงท่าทางตื่นตระหนกตกใจไม่คิดว่าตระกูลสวีจะมีความผูกพันกับตระกูลหวัง
“ ขุนนางหวังท่านคงจะหมายถึงมหาเสนาบดีแห่งเมืองหลวง ”
“ ถูกต้องข้าหมายถึงขุนนางหวังผู้นั้น เค้าเคยช่วยเหลือเขาไว้ในอดีตชุดนี้จะถือว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณหนึ่งอย่าง ”
“ แต่ว่าท่านขุนนางหวังเป็นบุรุษไม่ใช่หรือขอรับชุดที่ทำขึ้นมาใหม่ว่ามองอย่างไรก็น่าจะเป็นชุดของสตรี”
“ ฮ่าๆๆ เป็นของขวัญอ่ะของขวัญให้กับบุตรตรีของขุนนางหวัง อีกไม่นานจะถึงวันเกิดของนางแล้วนางจะอายุย่างเข้าสิบแปดปี”
“ เพราะแบบนั้นวันเกิดของนางปีนี้ถือว่านางนั้นบรรลุเป็นผู้ใหญ่ค่าเลยอยากจะให้ของขวัญสุดพิเศษให้กับนางเพื่อเป็นการตอบแทนที่บิดาของนางเคยช่วยเหลือข้าเอาไว้ ”
“ ผ้าไหมดาราถูกทำขึ้นมาจากการนำเอาเส้นใยของตัวไหมจันทรามากมายมาถักกัน”
“ โดยการที่ตัวของข้ากว่าจะสร้างมันขึ้นมาตัวไหมหนอนจันทรามีคุณสมบัติพิเศษมากมายเส้นใยที่ได้จากมันต้องทำกลายเป็นผ้าชั้นยอด ”
“ ไม่เพียงแค่ความงดงามมันยังทั้งมีน้ำหนักเบาและเมื่อสวมใส่ยังดูสง่างาม”
“ แต่ว่าช่างเป็นสิ่งที่น่าเสียดายตรงที่ว่าตัวไหมประเภทนี้มันจะสามารถให้ผลผลิตได้เพียงแค่ปีละครั้งและมันก็เป็นจำนวนที่น้อยเป็นอย่างมาก”
“ เพราะแบบนั้นจำเป็นจะต้องรวบรวมมันถึงสิบปีกว่าที่จะได้ผ้าผืนนี้ ”นี่คือความยุ่งยากที่กว่าจะได้มันมา
เมื่อได้มองเห็นถึงความล้ำค่าของมันที่กว่าจะได้รับมันมามันก็ยิ่งทำให้จางหยวนรู้สึกตัดสินใจยากมากขึ้นไปอีก
จริงอยู่ที่ว่าผลตอบแทนที่จะได้มาเป็นผลตอบแทนก้อนโตอย่างไม่ต้องสงสัยแล้วมันอย่างไรเล่าแล้วถ้าเขาทำพลาดและผู้ใดจะเป็นคนรับผิดชอบ
ในตอนนี้จางหยวนกำลังขบคิดตัดสินใจอย่างหนักเขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาจนสวีรั่ววหยุนได้ถามขึ้น “ เป็นอันใดอย่างงั้นรึ?”
“ ข้าเป็นเพียงแค่คนธรรมดาขอรับงานศิลปะเองก็รู้จักแต่งานวาดไม่รู้จักการออกแบบลวดลายบนเสื้อผ้า ”
“ เกรงว่าถ้าทำพลาดพลั้งไปมันจะทำให้สิ่งที่ท่านรวบรวมมานับสิบปีมันจะสูญสลายหายไปในทันที” จางหยวนกล่าวถึงความรู้สึกที่อยู่ภายในใจของตนเองออกไปอย่างตรง
สวีรั่วหยุนยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก
ชายผู้นั้นเดินเข้ามาใกล้ๆนำเอาฝ่ามือของตนเองสัมผัสเข้าที่แผ่นหลังของจางหยวน “ ไม่จำเป็นจะต้องรู้สึกแบบนั้นก็ได้”
“ หลังจากที่ข้ามองเห็นงานวาดของเจ้าข้ารู้ได้ในทันทีว่าถ้าเจ้าออกแบบลวดลายบนเนื้อผ้ามันจะต้องเป็นงานวาดทียอดเยี่ยมเป็นแน่นอน”
“ ตัวของเจ้ามีหน้าที่เพียงแค่ออกแบบนานวาดบนเนื้อผ้าเท่านั้นเจ้าอาวาสลงแผ่นกระดาษตามจินตนาการของเจ้า”
“ แล้วเมื่อข้าตรวจดูแล้วมันเหมาะสมกับเนื้อผ้านี้ตัวของข้าจะเป็นคนปักมันลงไปด้วยตนเอง”
“ ถ้าเจ้าและข้าร่วมมือกันผลงานของชุดนี้จะต้องกลายเป็นงานฝีมืออันเรื่องชื่อไปทั่วทั้งดินแดนอย่างแน่นอน” สวีรั่วหยุนกล่าวออกมาด้วยแววตาที่เปล่งประกาย
จางหยวนหลังจากที่ได้ยินคำพูดเช่นนั้นเขาก้มหน้าและคิด “ ไม่เลวออกแบบใส่แผ่นกระดาษเท่านี้ก็ไม่ทำให้เนื้อผ้าของอีกฝ่ายสูญเสีย ”
“ แถมถ้าสามารถออกแบบได้สำเร็จยังได้ผลตอบแทนก้อนโตไม่ว่าจะมองอย่างไรตัวของเราก็ไม่มีผลเสียเลยอีกทั้งยังไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงที่มันจะปรากฏขึ้นอีก ”
หลังจากที่ตัดสินใจอยู่สักพักเขาเงยหน้าของตนเองขึ้นมาและกล่าวออกไป “ ได้ขอรับ!!!”
สวีรั่วหยุนยกยิ้มที่มุมปาก “ ดี!! ”
ทั้งสองกำลังจะร่วมกันสร้างงานฝีมือแห่งยุคขึ้นมา
จบบท