เทียนฟางตกตะลึงเป็นอย่างมาก ทั้งๆ ที่เขาเตรียมตัวจะตาย แต่กลับกลายเป็นว่าเขาถูกคารวะโดยคนที่จะสังหารเขา นี่มันเรื่องอะไรกันแน่
แต่ก่อนที่เขาจะได้ถามออกไป สติของเขาอันดับวูบลงร่างของเทียนฟางล้มลงกับพื้น ทิวรั่วซานซานที่เฝ้ามองเหตุการณ์นั้นอยู่พลันตกตะลึงเป็นอย่างมาก
"เร็วเข้า! รีบพาท่านประมุขน้อยไปรักษาตัวก่อน อย่าเพิ่งถามอะไรทั้งสิ้น ชีวิตของท่านประมุขน้อยสำคัญที่สุด"
ทิวรั่วซานตะโกนบอกโจรสองคนที่เหลืออย่างร้อนรน เขามอบเม็ดยาฟื้นฟูให้กับโจรทั้งสองคน ก่อนที่จะรีบแยกตัวออกไป เขาต้องรีบไปบอกพวกระดับสูงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในตอนนี้นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด
จากนั้นโจรทั้งสองคนจึงแบกร่างของเทียนฟางไปยังที่พักของพวกมัน แม้ว่าจะไม่รู้ว่าทำไม หัวหน้าของตนเองจึงดูรีบร้อนขนาดนั้นแต่คงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยแล้ว
มันรีบป้อนยาฟื้นฟูให้กับเทียนฟางในทันที เวลาผ่านไปถึงสองวันเต็มๆ ในที่สุดพวกมันก็พาเทียนฟางมาถึงยังที่พักของพวกมันเดิมทีที่แห่งนี้จะเป็นที่กบดานของพวกมันทั้งยี่สิบคนหากแต่ตอนนี้กับลงเหลือเพียงสามคนเท่านั้น
แม้จะดูเล็กไปบ้าง แต่หากสังเกตให้ดีแล้วที่แห่งนี้มีชัยภูมิที่เป็นเลิศ มันถูกห้อมล้อมไว้ด้วยเทือกเขาสูงหลบซ่อนอยู่ในหุบเขาอย่างมิดชิด รายล้อมไปด้วยป่ารกชัฏยากที่จะติดตามค้นหา สถานที่แห่งนี้เป็นพวกมันบังเอิญพบเจอระหว่างเสาะหาสมุนไพรพิษอย่างหนึ่ง จากนั้นจึงได้ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งกองกำลังและหลบภัยของพวกมันเสมอมา
ร่างของเทียนฟังถูกวางไว้บนเตียงที่ปูไว้ด้วยขนของสุนัขจิ้งจอกเวลาผ่านไปอีกสองวันในที่สุดเทียนฟางก็พลันลืมตาได้สติขึ้นมา ดวงตาน้อยๆ นั้นกระพริบอยู่ไหวๆ ร่างกายนั้นอ่อนแรงและเจ็บปวด เขาฝืนใช้พลังของกระบี่โลหิตมากเกินไป มากเกินกว่าที่ตัวของเขาจะรับไหว เพียงแค่ไม่ตายก็นับว่าเกินเลยไปมากแล้ว
"ที่นี่คือที่ไหนกัน" เทียนฟางเอ่ยขึ้นแผ่วเบาคล้ายต้องการถามตนเอง หากแต่กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาตอบคำถามของเขาขึ้นมาว่า
"ที่แห่งนี้คือรังแมงมุม ที่ที่พวกเราใช้หลบซ่อนตัวขอรับ" เป็นเสียงของโจรทั้งสองคนก่อนหน้านี้นั่นเอง
"พวกเจ้า"
เทียนฟางเมื่อพบว่าเป็นโจรที่ตนเคยต่อสู้ก่อนได้นี้ จึงพยายามเรียกกระบี่โลหิตออกมา
แต่เขาในตอนนี้ไม่มีแรงแม้กระทั่งจะขยับตัวนับประสาอะไรกับการเรียกกระบี่โลหิตออกมาจากโลกวิญญาณ
"ท่านประมุขน้อยโปรดถนอมตัว ร่างกายของท่านในตอนนี้ยังไม่สมควรขยับหรือเคลื่อนไหวใดๆ "
"ทําไมพวกเจ้าถึงเรียกข้าว่าประมุขน้อย? นี่มันเรื่องอะไรกันแน่"
เทียนความรู้สึกสับสนเป็นอย่างมากในตอนแรกพวกเขาต่อสู้กันเรียกได้ว่าเป็นตายแต่แล้วทำไมตอนนี้ถึงกับเรียกเขาว่าประมุขน้อย อีกทั้งท่าทางเคารพนอบน้อมนั่นอีก จิตใจของเทียนฟังสับสนไปหมดกับเหตุการณ์นี้
"เรียนท่านประมุขน้อย นี่เป็นคำสั่งของท่านทิวรั่วซานขอรับ"
เทียนฟางค่อยๆ สงบจิตใจลง จะเหตุผลอะไรก็ตามมีชีวิตรอดมาได้นับเป็นเรื่องดี ไม่มีศัตรูนับว่าประเสริฐแล้ว
"เจ้าคนนั้น ชื่อทิวรั่วซานอย่างนั้นหรอ แล้วพวกเจ้าทั้งสองคนล่ะ ชื่ออะไร"
เทียนฟางถามออกไปตอนนี้เขาต้องการข้อมูลจำนวนมากมีเรื่องที่เขาไม่รู้มากจนเกินไปเขาต้องการหาข้อมูลให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้
"ข้าชื่อฟงหยานอีกคนชื่อเยี่ยซุนขอรับ"
โจรที่ชื่อฟงหยานแนะนำตัวของมันและเพื่อนกับเทียนฟาง ฟงหยานนั้นอยู่ในขอบเขตลมปราณก่อกายาขั้นที่สองเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ร่างกายกำยำอีกทั้งหนวดเครายังดูรุงรังอีกด้วย มองดูแล้วน่าจะมีอายุช่วงสามสิบถึงสี่สิบปี
ส่วนเยี่ยซุนนั้น กลับมีอายุอ่อนกว่า เขาเพิ่งจะอายุแค่สิบแปดปีเท่านั้น นับว่ายังเป็นรุ่นเยาว์คนหนึ่งเยี่ยซุนเป็นเด็กหนุ่มผมยาวแววตานั้นฉายแววหม่นหมองออกมาอย่างเห็นได้ชัดเขาอยู่ในระดับก่อกายาขั้นที่สองเช่นเดียวกัน
จากนั้นเทียนฟางได้ขอให้ทั้งสองเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด หลังจากฟังจนจบและลำดับเหตุการณ์แล้ว เทียนฟางก็ปะทุความโกรธขึ้นมาถึงขั้นกระอักเลือด
"เจ้าพวกสกุลซุนวันหนึ่งข้าจะชำระหนี้แค้นนี้ให้จงได้"