ทุกคนพยักหน้าเหมือนเข้าใจ อ้าปากค้างแสดงยังงุนงงอยู่ อานนท์ยิ้ม คิดว่าไม่อธิบายต่อแล้ว เขาปัดมือเบา ๆ ภาพบนอากาศก็หายไป “ เอ่อข้าว่าพวกเราออกไปรอรุ่นพี่ข้างนอกกันเถอะ ” เด็กหนุ่มเปลี่ยนเรื่องเอ่ย ลุกขึ้น หันไปมองทางออกกับพบหัวหน้าหญิงชั้นปียืนอยู่กลางประตูแล้ว“ ทุกคน ฟังให้ดีนะ ข้าจะชี้แจงแทนรุ่นพี่ดาวินให้ทราบว่ากิจกรรมชมรมของโรงเรียนนั้น เราต้องลงกันหมดทุกคนไม่มีข้อยกเว้น เพราะมันมีผลกับการเรียนในส่วนหนึ่งด้วย ” ยูกล่าวเสียงดัง ซึ่งมันดังไปถึงคนข้างนอกเหมือนเครื่องกระจายเสียง “ และส่วนรายชื่อของชมรมต่าง ๆ มันจะมีให้ดูในไลมิวส์อาตรงบนแถบคำว่าชมรมและก็สามารถติ๊กได้เลย หรือไม่ก็ไปสมัครที่ห้องของชมรมนั้น ๆ ก็ได้ ตามแต่สะดวกของทุกคนนะ สมัครได้ถึงหกโมงเย็นเท่านั้น ถ้าใครลงไม่ทันก็สามารถไปทำเรื่องยื่นขอลงชมรมในภายหลังได้ แต่จะถูกหักคะแนนในรายวิชาอีกทีหนึ่ง ” เด็กสาวยิ้ม “ ในรายละเอียดเขาแจ้งมาแค่นี้น่ะ ใครที่ยังไม่เข้าใจก็ยกมือถามข้าได้เลย ” เมื่อหัวหน้าหญิงพูดจบก็ยิ้มอีกที กวาดตามองทุกคนในห้องนั่งเล่นที่ตั้งใจฟังนางแจ้งอย่างมากเมื่อยูรอให้พวกเพื่อนร่วมชั้นปียกมือถามในเรื่องที่ยังไม่เข้าใจอยู่ซักพักหนึ่งเสร็จ นางเดินมารวมกลุ่มตัวเอง พากันเดินออกไปหาที่ตั้งของชมรมต่าง ๆ ของด้านนอกแถวตึกใกล้โดมหลังส้ม พวกนางมานั่งตรงชุดโต๊ะกลมหินอ่อนคุยกันถึงเรื่องเลือกชมรมในบริเวณนี้อานนท์หยิบไลมิวส์อาขึ้นมาเปิดดู จิ้มตรงคำว่าชมรมพลันปรากฏรายชื่อมากมายให้เลือกติ๊ก เด็กหนุ่มไล่นิ้วดูไปเรื่อย ๆ ซึ่งมันเยอะมากจนทำให้ลายตาได้เลย แต่ที่เห็นหลัก ๆ มี...# ชมรมดนตรี # ขอผ่าน ฟังได้นะแต่จะให้เล่นคงไม่ไหว# ชมรมกีฬา ประเภทดาบิลบอร์ด # เขาขมวดคิ้ว มันคือกีฬาอะไร เอากระดานมาโต้คลื่นน่ะเหรอ ? # ชมรมวิจัยสัตว์เวท - ประลองภูต # เดี๋ยวขอไว้ก่อน# ชมรมนักพยากรณ์ (เทพเจ้า) # ขอผ่าน# ชมรมจอมเวท # ขอผ่านเลย เพราะกำลังเรียนอยู่# ชมรมรุกฆาต # น่าจะหมายถึงหมากรุก# ชมรมสำรวจกลิ่น # กลิ่นดอกไม้ยังพอไว้ แต่ถ้าเป็นกลิ่นขี้กลิ่นสัตว์ขอผ่าน# ชมรมว่ายน้ำลูลา # น่าสนมาก# ชมรมค้นคว้าล่าหนังสือ # ชมรมนี้ยกให้คุณเฟร็ดไปเลย# ชมรมนักปรุงยาสารพัด # น่าสนอยู่# ชมรมนักต่อสู้ # เบื่อการต่อสู้แล้ว# ชมรมนักประดิษฐ์ # ก็น่าสน# ชมรมนักแสดง # ขอผ่าน เพราะนักแสดงมีอยู่ในสายเลือดแล้ว (อานนท์ยิ้ม)# ชมรมนักปรัชญา # ดูเครียดไป# ชมรมวิจัยภาษา # ก็เครียดไปอีกฯลฯ“ เออว่าแต่ไอ้ชมรมกีฬาประเภทดาบิลบอร์ดมันคืออะไรเหรอ ? ” อานนท์เงยหน้าถามพวกเพื่อนกำลังนั่งเงียบก้มดูรายชื่อชมรมอยู่ “ มันเป็นกีฬาที่มีผู้เล่นอยู่ทั้งหมดสิบสองคนและแบ่งทีมออกเป็นหก สามารถมีตัวสำลองได้ไม่เกินสามคน กติกาก็เล่นง่าย ๆ ถ้าทีมไหนจับลูกดาบิลนำไปใส่ห่วงของฝ่ายตรงข้ามได้ก่อนเป็นการเปิดเกมส์ ก็จะได้แต้มนำไปก่อนเลยสองแต้ม ส่วนรอบต่อไปเขาจะนับเป็นลูกละหนึ่งแต้ม และหากทีมไหนทำแต้มได้ครบสามสิบก็จะเป็นผู้ชนะไปเลย กีฬานี้ถ้าเล่นเร็ว ทำแต้มเร็วถือว่าได้เปรียบมากขอรับ ” เฟร็ดอาสาอธิบาย มือก็ติ๊กชมรมค้นคว้าล่าหนังสือไปเป็นที่เรียบร้อย“ อ๋อ แล้วชมรมนี่มันให้ลงได้สองเลยรึ เฟร็ด ” อานนท์ถามต่อ ในเมื่อเขาชะโงกหน้ามองของฮารัส มันติ๊กชมรมสำรวจกลิ่นกับชมรมรุกฆาตไปแล้ว เฟร็ดพยักหน้า หันไปหาหัวหน้าชั้นปีขอให้อธิบายในส่วนนี้ให้อานนท์ฟังต่อ“ ได้สิ มันสามารถลงได้ไม่เกินสี่ชมรมเลยนะ ” ยูเอ่ย ยิ้มหวานบนใบหน้านิ่งแลดูเย็นชา จนอานนท์ต้องร้อง อ๋อ เสียงดังฟังชัด ขมวดคิ้วมองนาง รู้สึกสายตาคู่นั้นมันช่างดูคุ้น ๆ จัง“ แล้วเจ้าจะลงชมรมไหนเหรออานนท์ ?! ” อมราถาม รีบยื่นหน้ามองไลมิวส์อาของอานนท์ ปรากฏช่องติ๊กยังคงว่างเปล่าอยู่“ ว่าจะลงว่ายน้ำกับ... ” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบและอ่อนช่วงหลัง เมื่อเขาลังเลระหว่างปรุงยาสารพัดกับวิจัยสัตว์เวท , ภูตอยู่ หรือลงมันทั้งสามอย่างก็คงดูเยอะไป หลังจากตัดสินใจเสร็จอานนท์เงยหน้าขึ้น เห็นพวกเพื่อนหันมามองเขาเป็นตาเดียวและเอ่ยต่อ “ กับวิจัยสัตว์เวทและประลองภูตน่ะ ”“ เอ้า ข้าก็นึกว่าเจ้าจะลงชมรมนักปรัชญาเสียอีก เห็นเมื่อกี้อธิบายให้พวกข้าฟังเอาซะงงเลยไอ้นนท์ ” ฮารัสรีบเงยหน้ามาทัก ในเมื่อเมื่อกี้ที่นั่งฟังอานนท์อธิบายเรื่องโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์อะไรนั่นเล่นทำสมองเขาปั่นป่วนไปหมด แต่พยายามเข้าใจมันเล่าอยู่นะ แต่พอมาเจอตรงคำว่าแปดดวงนี่สิรู้สึกหัวมึนงงไปชั่วขณะเลย“ ไม่ล่ะ แบบนั้นก็เครียดไป ” อานนท์ส่ายหน้า ยื่นมือหยิบน้ำสีฟ้าขึ้นมาดื่ม รู้สึกคอแห้งผิดปกติ เขาคิดว่ามันน่าจะเป็นเพราะขนมของแอรีส ตัวเองเลยไม่ได้สนใจอะไรมาก หันมาถามพวกเพื่อนต่อว่าใครลงอะไรบ้าง“ นัส แม๊ก พวกเจ้าลงอะไรไปวะ ? ” พวกนั้นเงยหน้าขึ้นตอบ“ ของข้าชมรมสำรวจกลิ่นอย่างเดียว เหมือนเฟร็ด ส่วนแม๊กมันลงดาบิลบอร์ดกับชมรมวิจัยสัตว์เวทเหมือนเจ้า ” นัสอาสาตอบ แม๊กพยักหน้าตาม“ อ๋ออืม ๆ แล้วพวกเจ้าล่ะ ” อานนท์เอ่ย หันไปหาพวกเพื่อนสาวที่นั่งกันเงียบอยู่“ ของข้าลงได้แค่ชมรมเดียวเอง... ก็คือดนตรี ” อมรารีบตอบอานนท์ ถอนหายใจเสียงดัง เฮ้อ !! “ อยากลงชมรมว่ายน้ำกับอานนท์บ้างจัง...” เมื่อเด็กสาวพูดจบส่งสายตาเป็นประกายให้เพื่อนชายตรงหน้า หัวคิดถึงหุ่นของอานนท์ในชุดว่ายน้ำไปด้วยแล้วอดเสียดายไม่ได้“ อ๋อ... แหะ ! ” อานนท์เห็นสายตาของนางส่งมาให้ เขาเลยยิ้มแห้งกลับไป เพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี “ แล้วคนอื่นล่ะ ” เด็กหนุ่มเปลี่ยนมาหันหาพวกแอรีสบ้าง“ ข้า ยู เอมม่าจะลงว่ายน้ำลูลากับนักปรุงยาน่ะ ” แอรีสตอบสั้น ๆ เสมองไปทางอื่น เมื่อนางกำลังคิดถึงตอนในโรงฝึก เห็นกล้ามเนื้อท้องของอานนท์แล้วต้องรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาทุกที ‘ ผู้ชายอะไรเนี่ยโคตรดูดีตลอดเวลาเลย ! ’“ อ๋อ ก็ดีน่ะสิ ข้าจะได้มีเพื่อนเรียน... ” อานนท์ตอบ ยิ้มให้“ แล้วต่อไปเราต้องไปไหนนะยู ” แอรีสเปลี่ยนหันมาถามเพื่อนสนิท เมื่อเห็นว่าดูเงียบ ๆ ไปซึ่งปกติก็เงียบอยู่แล้ว ส่วนยูหันมาและตอบ“ พวกเราก็ต้องแยกย้ายไปหาตึกของชมรมที่เลือกไว้แล้วน่ะ ส่วนหมายเลขตึกมันจะซ่อนอยู่หลังชื่อชมรม ลองกดดู ” เด็กสาวพูดจบ ยกนิ้วเรียวจิ้มตรงปุ่มสีแดงหลังรายชื่อชมรมในหน้าจอปรากฏหมายเลขขึ้นมา เมื่อได้ยินดังนั้นพวกเขารีบดูของตัวเอง แยกย้ายกันออกจากตรงนี้เลย อานนท์กับเพื่อนสาวอีกสามคนเดินไปยังหน้าอาคารมีป้ายเขียนว่าเลขสามตัวใหญ่ อยู่เหนือหัวประตูทางเข้าอันเป็นบันไดหินขัดเงาสร้างขึ้นไป สิ่งปลูกสร้างทำมาจากหินอ่อนทั้งหลังขนาดมหึมา ตัวอาคารสีฟ้าคาดหลังคาโค้งน้ำเงินเข้ม มีรูปปั้นผู้หญิงงามผิวขาวดุจไข่มุกอันเปลือยกายท่อนบน เห็นโค้งเว้าของทรวงอกสวย ส่วนท่อนล่างเป็นครีบยาวสีครีมเหมือนเงือก ถือดาบยาวชี้ฟ้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ถ้ามองลึกเข้าไปนัยน์ตากลับรู้สึกว่ามีความยำเกรงคงอยู่ เหมือนว่ามันไม่ใช่รูปปั้นแต่เป็นคนจริง ๆ ซะมากกว่า ส่วนเวลาการเข้าชมรมนั้นมันแบ่งออกเป็นช่วง ๆ อย่างเช่น อาทิตย์หนึ่งเข้าชมรมที่เลือกเป็นอันดับแรกและอาทิตย์ที่สองก็ลงอีกชมรมหนึ่ง สลับเปลี่ยนกันไปจนครบเทอม “ อานนท์ !! ” เสียงดังจากแอรีสหันมาเรียกเพื่อนชายด้านหลัง กำลังยืนเงยหน้ามองรูปปั้นนางเงือกอยู่นานแล้ว จนพวกนางต้องเดินนำไปก่อน“ ครับ ๆ ! ไปแล้ว ไปแล้ว ”อานนท์สะดุ้ง รีบก้าวขายาวให้ทันกับพวกนางพร้อมเดินบันไดขึ้นไปด้านใน ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนส่องประกายระยิบระยับอย่างถูกใจและตื่นเต้น ถึงเขาผ่านมาแถวนี้หลายครั้ง แต่ไม่เคยเข้ามาดูใกล้ ๆ อย่างนี้เลย เพราะมันมีต้นสนขนาดใหญ่เรียงบังตัวอาคารด้านข้างไว้อยู่ ซึ่งเป็นทางเดียวที่ต้องเดินผ่านไปยังโดมหลังคาส้มจากปลายทางบีของหอพัก ตลอดทางมานี้ มีแต่คนมองพวกอานนท์ด้วยสายตาหลากหลายอารมณ์ จนบางทีเล่นทำให้เด็กหนุ่มเริ่มวางตัวไม่ถูกอยู่เหมือนกัน เขาเปลี่ยนมากวาดตามองบริเวณรอบ ๆ อย่างสนใจแทน ภายในตกแต่งออกโทนขาวปะปนฟ้าอันประดับประดาไปด้วยคริสตัลทรงกลมสีเขียวอ่อนไล่ติดตามผนังหินขาว มีบันไดวนออกแบบเหมือนต้นไม้ขนาดใหญ่ยักษ์อันสร้างตรงกลางขึ้นไปด้านบนเป็นสิบชั้นเชื่อมโยงต่อกันเหมือนวงจร มีชั้นลอยยื่นออกมาล้อมรอบตัวอาคารส่วนด้านล่างประกอบไปด้วยกระจกใสบานยาวสร้างเป็นห้อง ซึ่งล้อมรอบตัวอาคารก็เช่นกัน เผยเห็นด้านในมีพื้นที่ไว้ให้เหล่านักเรียนเข้ามาอ่านหนังสือหรืออื่น ๆ ได้อย่างเช่น เอาเครื่องดนตรีมาเล่นได้ระหว่างรอเข้าเรียนชมรม หรือไม่ก็นอนพักผ่อนหย่อนใจในห้องสีเขียวมีพื้นหญ้า เป็นต้น มันจะปรากฏก็ต่อเมื่อเราต้องการ ส่วนห้องกระจกอื่น ๆ คล้าย ๆ กัน แต่ห้องใหญ่สุดคือพวกประชาสัมพันธ์โรงเรียนจะตั้งอยู่ที่นี่นั่นเองอานนท์รีบนำพวกเพื่อนสาวเดินขึ้นบันไดวนไปเรื่อย ๆ อย่างตื่นตา แถมคนที่เดินสวนทางลงมาต่างกันเหลียวหลังมองเกือบหมดทุกคน เด็กหนุ่มไม่ได้สนใจคิดว่าพวกนั้นคงมองเพื่อนสาวที่เดินตามหลังเขามาอยู่อย่างช้า ๆ ในแต่ละชั้นมีห้องแยกไปอีกทีหนึ่ง มีป้ายเรียงกันเป็นทางยาวติดอยู่เหนือประตูของบรรดาห้องต่าง ๆ เช่นห้องกระจายเสียงเป็นต้น ส่วนชั้นต่อมาเป็นพวกห้องชมรมหลากหลายประเภทพร้อมมีป้ายติดอยู่เช่นกันและชมรมว่ายน้ำของพวกเขาอยู่ชั้นสิบเป็นชั้นดาดฟ้ามีหลังคาโค้งขนาดมหึมาปกคลุมอยู่“ พวกเราเข้าไปกันเลยไหม ” เด็กหนุ่มหันมาถามพวกเพื่อนสาวด้วยสีหน้ายังคงตื่นเต้นอยู่ไม่หาย“ เอาสิ เจ้านำก่อนเลย ” แอรีสเอ่ยแทน ส่วนยูกับเอมม่ายืนยิ้มให้อยู่เหมือนเดิม ไม่ปริปากพูดออกมาเลยแม้แต่คำเดียว จนอานนท์ต้องขมวดคิ้วมองพวกนางอย่างไม่เข้าใจและรู้สึกเริ่มอึดอัดขึ้นมาบ้างแล้ว“ พวกเจ้าเป็นอะไรกันหรือเปล่า เห็นตลอดทางมานี่ไม่พูดไม่จาเลย ยกเว้นเจ้าแอรีส ” เด็กหนุ่มถามเสียงอ่อน ก้มมองบนเสื้อตัวเองที่มันดูปกติดี แต่ทำไมสายตาของพวกเจ้าถึงได้มองตรงเสื้อเขาอยู่ตลอดเวลากันนะ ‘ หน้าก็มีครับทำไมไม่มอง ’ อานนท์คิด หันกลับมาสนใจประตูตรงหน้าแทนแล้ว“ เปล่า ๆ ข้าไม่รู้จะพูดอะไรดี... ”เสียงฟังดูรีบตอบของยูก็เอ่ยขึ้น ในเมื่อเด็กสาวกำลังคิดว่าจะเปลี่ยนไปอยู่ชมรมอื่นดีไหม เพราะนางพยายามจะลบภาพของหุ่นเพื่อนชายในโรงฝึกให้มันออกไปจากหัวตัวเอง แต่ก็ทำไม่ได้เลยจริง ๆ มันติดตานางมาก ‘ ทำไมดูดีจังนะ บ้าชะมัดยู ’ เด็กสาวรู้สึกโมโหที่ตัวเองเอาแต่คิดถึงผู้ชายตรงหน้าอยู่ตลอดเวลา เมื่อคิดขึ้นมาทีไหร่รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว หัวใจหวั่นไหวอยู่ทุกครั้ง ส่วนเอมม่าไม่ได้พูดอะไร นางยิ้มให้อานนท์ เบี่ยงหน้าหลบไปทางอื่น“ ไม่เอา พวกเจ้านำบ้างสิ ข้าขอตามหลังนะ ” อานนท์เอ่ย ยิ้ม ลงมาจากบันไดสามขั้น เดินมาอยู่หลังเอมม่าพร้อมผายมือเชิญให้พวกนางนำก่อนบ้าง ในเมื่อเขากำลังคิด...“ ก็ได้ ” แอรีสหันหลังมาตอบ ส่วนยูและเอมม่ามองอานนท์อย่างไม่เข้าใจ เพราะนางเห็นสายตาคู่นั้นเป็นประกายขึ้นมาแปลก ๆ พิกล แต่ก็เลิกสนใจ เดินตามหลังแอรีสขึ้นไปเปิดบานประตูขนาดใหญ่สีฟ้าลายสลักนางเงือกเหมือนรูปปั้นด้านหน้าอาคาร อานนท์ยิ้ม เลื่อนสายตาไล่มองจากเท้าจรดหัวของแผ่นหลังเล็ก เห็นสัดส่วนโค้งเว้าของผู้หญิงสวยทั้งสามคนด้านหน้าได้อย่างชัดเจน ที่ผ่านมาเด็กหนุ่มมองพวกนางแค่เผิน ๆ ภายนอกเท่านั้น ไม่เหมือนกับผู้ชายคนอื่นที่มองผู้หญิงคนหนึ่งด้วยความชื่นชอบสรีระของนางมันช่างชวนพิสมัยอย่างมาก แต่พอมาเจอกับเรื่องเมื่อเช้านี้ มันทำให้เขารู้สึกมีอารมณ์ทางเพศอยู่ไม่หายสักเท่าไหร่นัก เลือดนี่สูบฉีดไปกระตุ้นอวัยวะส่วนนั้นอย่างแทบบ้าคลั่ง “ เดี๋ยวก่อน !! ”จู่ ๆ เสียงร้องตกใจของอานนท์ห้ามขึ้น พร้อมลูกกะตาเด็กหนุ่มแทบถลนออกมาให้ได้ ในเมื่อเขาคิดเสร็จชุดนักเรียนบนตัวพวกเอมม่าพลันสลายหายไปต่อหน้าต่อตา ‘ เอาอีกแล้ว !! ลูซ !!! ’ อานนท์อยากจะตะโกนออกมาดัง ๆ ให้มันรู้แล้วรู้รอดไป ! ส่วนพวกนางหยุดชะงัก รีบหมุนตัวกลับมามองเด็กหนุ่มด้วยสีหน้าสงสัย“ มีอะไรเหรอคะ เฮ้ย อานนท์ ! ” แอรีสถาม เปลี่ยนมาร้องตกใจแทน ในเมื่อเห็นเลือดกำเดาไหลออกมาจากจมูกเป็นสันของเพื่อนชายตรงหน้า พวกนางรีบวิ่งเข้าไปดูอาการของอานนท์ แต่ยังไม่ถึงตัว เด็กหนุ่มยกมือห้ามไว้ก่อน ‘ อย่าวิ่งเข้ามาเลย ขอร้องล่ะ !!! มันจะเด้ง... ’ เขาคิดหลับตาลง แต่ในหัวยังเห็นภาพเปลือยกายของพวกนางอยู่ไม่จาง ซึ่งมันเป็นอะไรที่กระตุ้นต่อมความต้องการของเขามากขึ้นไปอีก !“ อานนท์ ! ทำไมเจ้าหน้าแดงแบบนั้น เป็นอะไรหรือเปล่า ขอให้เราดูหน่อยนะ ” เอมม่าพูดรัว ไม่สนเพื่อนชายที่ยกมือห้ามอยู่ นางรีบเดินเข้าไป เขย่งปลายเท้าขึ้นสูง เอามือจับหน้าผากของอานนท์ “ เอ่ออ...”เด็กหนุ่มยังเอ่ยห้ามไม่ทันสัมผัสได้ถึงมือนุ่ม ๆ จากเพื่อนสาวมาจับหน้าผากของเขา ทำให้รู้สึกเกิดความต้องการมันมากขึ้นเข้าไปใหญ่ อานนท์เอามือลูบฝามือเล็กของเอมม่าบนหน้าผากตัวเอง ยกคิ้วสีน้ำตาลเข้มขึ้นสูงอย่างชอบใจ ดวงตาจ้องมองผู้หญิงตรงหน้า เลื่อนไล่ลงมาด้วยความหื่นกระหายร่างกายนาง มือใหญ่ของเด็กหนุ่มอีกข้างรั้งเอวเอมม่าเข้ามาแนบชิดแผ่นอกเขา ท่ามกลางเสียงตกใจของยูและแอรีสกำลังยืนอึ้ง อ้าปากค้างกับท่าทางของอานนท์ที่ดูเปลี่ยนไปในพริบตาเมื่อพวกนางหายตกใจ หวังรีบเข้าไปดึงให้พวกนั้นออกห่างจากกัน แต่มันยังไม่เร็วพอในเมื่อมีผู้หญิงคนหนึ่งพุ่งมาจากไหนก็ไม่ทราบ เข้ามาแยกอานนท์กับเอมม่าไว้เสียก่อนแล้ว“ แก !! ” เสียงฟังดูโมโหของเด็กสาวผมเหลืองรีบตรงดิ่งก้มหวังไปตบเอมม่า แต่ดีที่แอรีสวิ่งเข้ามาผลักหล่อนคนนั้นให้ออกห่างจากเพื่อนสาวตัวเองได้ทันการก่อน“ เอล่า เจ้าจะทำอะไรน่ะ !! อย่ามาแตะเพื่อนข้านะ ไม่งั้นเจอดีแน่ !! ”แอรีสขึงตามอง พูดขู่ผู้หญิงตรงหน้ากำลังง้างแขนจะตบเอมม่าอยู่แล้ว ระหว่างนั้นยูรีบเข้ามาช่วยพยุงเพื่อนสาวให้เดินออกมาให้ยืนอยู่ด้านข้าง ส่วนอานนท์นั่งจ้ำเบ้า สายตายังคงหื่นกระหายอยู่ เด็กหนุ่มจ้องมองผู้หญิงทั้งสี่คนอยู่สักครู่ ลุกยืนในเมื่อเอล่าเดินเข้ามาพยุงเขาขึ้น“ โอ้มายก๊อด !! ” อานนท์งึมงำ สายตาเหลือบมองหน้าอกใหญ่ของผู้หญิงข้างตัว จนเด็กหนุ่มต้องรีบเรียกสติตัวเองกลับคืนมา ‘ ลูซ !! เลิกแกล้งข้าได้แล้วนะ ! ’ เขาเริ่มโมโหรู้สึกว่าตัวเองดูเป็นตัวตลกโดนภูตสาวแกล้งอยู่มาตลอดทั้งวัน แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เลย...‘ อะไรจ๊ะ ข้าไม่ได้แกล้งเจ้าเลยนะ ’ ลูซรีบเอ่ย เมื่อรู้สึกได้ว่าเจ้านายนางคิดอะไรอยู่ในตอนนี้‘ ก็เห็นอยู่ว่าเจ้ากำลังแกล้งข้าน่ะ !! พอได้แล้วนะ ’ อานนท์พูดใส่อารมณ์ ขาก้าวเข้าไปอยู่ระหว่างกลางพวกยูกับเอล่าเพื่อห้ามศึกที่กำลังจะเกิดขึ้น‘ ข้าเปล่าเลยนะ เจ้าต่างหากที่คิดทะลึ่งขึ้นมาเองน่ะ หรือว่าไม่จริง... เถียงสิ !! ’ ลูซตอบเสียงน่ารัก จนอานนท์ต้องชะงักที่คิดจะว่าต่อ ‘ ก็... ’ ‘ ก็อะไรจ๊ะ... นี่ข้าจะบอกอะไรให้อย่างนะ ไอความสามารถมองเห็นดวงจิต เปลือกกายของมนุษย์ได้น่ะ จริง ๆ แล้วนั่นมันมาจากตัวเจ้าล้วน ๆ เลย ส่วนข้าก็แค่ขอยืมพลังของเจ้ามาใช้ดูก็เท่านั้นเอง ’ ภูตสาวตอบเว้นวรรค ‘ ถ้าความต้องการของเจ้าผุดจากหัวขึ้นมาแล้วล่ะก็... มันก็จะรีบตอบสนองเจ้ามาทันทีเลยอานนท์เอ๋ย ! ’ ปิดท้ายด้วยเสียงฟังดูสบายเอามาก มันทำให้เขาต้องกำหมัดแน่น ข่มอารมณ์อยากจะระเบิดเสียงออกมาที่ว่า...‘ แล้วทำไมไม่บอกกันตั้งแต่แรกละครับ ลูซคนสวย !!! ’ เมื่อเอ่ยจบ เด็กหนุ่มหลับตาลง ทำจิตใจให้นิ่งพอและนึกคิดว่า ไม่อยากเห็น ไม่อยากสัมผัสเปลือกกายตามใจปรารถนา ซึ่งลูซบอกกำกับให้ระหว่างเขาตั้งจิตให้นิ่ง เปลือกตาอานนท์เปิดขึ้นในเมื่อรู้สึกได้ว่าความต้องการของตัวเองเริ่มลดน้อยลงจนเป็นปกติ ปรากฏเสื้อผ้าปกคลุมร่างกายพวกนางอย่างเดิมแล้ว อานนท์สูดลมหายใจให้ชุ่มปอด ผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ ติดต่อกัน หันไปมองทางเอมม่าเป็นอันดับแรก“ เอมม่า เมื่อกี้ข้าต้องขอโทษด้วยนะ ข้าขอโทษจริง ๆ !! ” เสียงฟังดูเสียใจกับอารมณ์ชั่ววูบของตัวเองเมื่อกี้นี้ส่งไปยังเพื่อนสาวให้รับรู้ได้ นางพยักหน้าอย่างไม่ถือโทษอะไรกับอานนท์“ ส่วนเจ้า เจ้ามาทำอะไรที่นี่ ?! ” เด็กหนุ่มกดเสียงต่ำ เปลี่ยนหันมาถามผู้หญิงตรงหน้าบ้าง เท้าก้าวถอยหลังออกให้ห่างจากเอล่าไปด้วย“ ถามได้ ข้าก็มาสมัครเข้าชมรมว่ายน้ำลูลาน่ะสิ แต่ไม่ยักรู้ว่าเจ้าก็อยู่ด้วยอานนท์ ดีจัง ” เอล่าเอ่ยเสียงฟังดูน่ารัก แต่มันใช้ไม่ได้สำหรับอานนท์ เขาเห็นสายตาของนางเป็นประกายแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์อยู่อย่างเต็มเปี่ยม ‘ เสน่ห์แรงไม่เบานะเนี่ย ! ’ ลูซเอ่ยลอย ๆ แต่เด็กหนุ่มไม่ได้สนใจ“ เหอะ บังเอิญจังเลยนะ ! ”อานนท์พูดเน้นเสียง มองเอล่านิดเดียว หันมาหาเพื่อนสาวและเอ่ย “ งั้นเราก็ไปกันเถอะ ” ปรายตามองนางคนนั้นอีกทีหนึ่ง ก่อนเขาจะเดินนำพวกยูเข้าไปด้านใน ต้องพบกับกระจกใสบานมหึมาอยู่ตรงหน้าเป็นอันดับแรก ภายในกระจกบรรจุน้ำสีเงินเข้มเหมือนตู้ปลา ออกแบบสร้างขึ้นมาเพื่อให้เห็นทุกอิริยาบถของสิ่งมีชีวิตอยู่ในน้ำ แต่ที่นี่มันโคตรจะพิเศษสุด ๆ ล้ำสุด ๆ เท่าที่เขาเคยจินตนาการไว้ก่อนหน้านั้นมากนัก มันเหมือนกับว่าเรากำลังอยู่ในอุโมงค์ใต้น้ำยังไงยังงั้นเลย อานนท์เงยหน้าขึ้นมอง เห็นพื้นที่ลอยได้กำลังรับรองผู้คนบนนั้นอยู่ด้วย เด็กหนุ่มหันไปทางด้านขวา เจอบันไดโปร่งใสเหมือนแก้วสร้างยาวขึ้นไปด้านบนอีกที“ ว้าว มันเจ๋งมากเลย !! ” อานนท์พูดเปรยเสียงดัง ทำให้เด็กสาวผมเหลืองรีบก้าวมากอดแขนซ้ายของเขาอย่างแกล้งเนียน ส่วนพวกแอรีสยืนมองเขม็งอยู่ด้านหลัง“ ใช่ ๆ มันเจ๋งมากจริง ๆ ” เอล่าเอ่ยเสียงนุ่ม ยิ้มหน้าบาน มือลูบคลำท่อนแขนของอานนท์จนลามไปถึงแผ่นอก“ เหอะ ! ”เด็กหนุ่มทำหน้าเบื่อหน่าย รีบแกะมือเล็กออกให้ห่างจากตัวเขา เดินไปรวมกลุ่มกับเพื่อนสาวเพื่อหลบหนีมือปลาหมึกของผู้หญิงโรคจิตคนนั้น ซึ่งมันสำเร็จในเมื่อเอล่ากำลังเดินเข้ามา นางต้องชะงักเท้าก้าวออกไป พลันรู้สึกบรรยากาศโดยรอบเริ่มเย็นขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยไอพลังจากเด็กสาวผมม่วงยืนกั้นไว้ก่อนแล้ว มันทำให้ทุกคนเอามือกอดอกตัวเองอย่างรู้สึกหนาวไปพร้อมกัน ยกเว้นอานนท์เขาหันไปมองทางกระจก เห็นไอน้ำเกาะตามแผ่นผิวจนปรากฏเป็นฝ้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ มันเริ่มแผ่เป็นวงกว้างเข้าไปเรื่อย ๆ ถ้ายูยังไม่เลิกปล่อยพลังไอเย็นออกมาอีก พวกนั้นต้องหนาวตายอย่างแน่นอน “ ยู พอเถอะ ข้าขอ ”อานนท์ก้าวไปอยู่ด้านหน้าเพื่อนสาวกำลังทำตาจิกมองเอล่าด้วยแววเย็นชายังคงอยู่ พลันไอทั้งหมดได้พังทลายลง เมื่อนางพยักหน้า คลายไอเวทออกไปตามอานนท์ขอร้อง ทุกอย่างกลับเข้าโหมดปกติ มีผู้ชายร่างสูงใบหน้าคมคายรับผิวคล้ำไปทางเม็กซิโกตัดกับสีครีมผมยาวปล่อยลงกลางหลัง สวมชุดพละครบเครื่อง ผลักบานประตูเข้ามาด้วยรอยยิ้มแปลก ๆ กราดมองพวกรุ่นน้องตรงหน้าอย่างเดาอารมณ์ไม่ถูก“ พวกเจ้าไม่เห็นป้ายกันหรือยังไง ฮะ !! ” พร้อมเสียงตวาดดังลั่น ทำให้อานนท์รีบกวาดตาหาป้ายที่ชายตรงหน้าทักขึ้น ก็เจอตัวอักษรสีแดงตรงหลืบราวจับยึดกับกระจกที่เขียนว่า # รบกวนอย่าใช้พลังเวทในยามที่ไม่จำเป็น ถ้าหากฝ่าฝืนทางหัวหน้าชมรมสามารถทำตามกฎและบทลงโทษได้เลย # ‘ ใครมันจะไปเห็นวะ เล่นติดไว้ซะด้านหลังราวจับแบบนั้นน่ะ ! ’ เด็กหนุ่มคิด เขาไม่ชอบใจที่อยู่ ๆ ก็มาตวาดเสียงใส่กันแบบนี้ ถึงชายตรงหน้าดูจะเป็นรุ่นพี่พวกเขาก็ตาม“ พวกข้าเห็นก็ตอนที่พี่ทักมาน่ะแหละ ” อานนท์เอ่ยเสียงสุภาพสุด ๆ ตีสีหน้านิ่ง “ ใครกันเอาป้ายเตือนสำคัญแบบนี้มาติดไว้หลังราวจับละครับ ใครมันจะไปเห็นได้ ” อานนท์จ้องชายตรงหน้าตรง ๆ แต่เด็กหนุ่มต้องเบิกตากว้างในเมื่อรุ่นพี่ด้านหน้าพุ่งเข้ามากอดเขาอย่างเร็ว“ เฮ้ย !! ” เด็กหนุ่มอุทาน รีบผลักแผ่นอกของคนที่กอดเขาให้ออกไปอย่างแรงพลันรู้สึกขนลุกซู่ ไอบ้าเอ้ย ตกใจหมดเลย !“ พี่ทำบ้าอะไรเนี่ย !! ” อานนท์เปลี่ยนมาตวาดเสียงใส่กลับแทน เห็นพวกเพื่อนสาวรีบเข้าไปช่วยพยุงผู้ชายคนนั้นขึ้น“ ฮ่า ๆ !! ” รุ่นพี่ผมครีมปล่อยเสียงหัวเราะอย่างชอบใจ มือปัดเศษขี้เท้าออกไปจากกางเกงตัวเอง ก่อนมืออีกข้างเอายกลูบวนหน้าอกไปด้วยความรู้สึกเจ็บนิดหนึ่ง“ เวนเนลท์ แกมัวทำอะไรอยู่วะ คนอื่นนั่งรอแกเหงือกจะแห้งแล้วนี่ ! … อ้าวพวกเจ้า ?! ” เสียงตะโกนเรียกคนด้านล่างพร้อมชายร่างสูงผมดำสอยสั้นเดินลงมาหาเจ้าเพื่อนตัวดีที่ขอตัวไปห้องประชุมสภานักเรียนและหายหัวไปเลย ซึ่งมันเป็นหัวหน้าดูแลชมรมนี้“ เออ ๆ รู้แล้วน่า ที่ข้าหายไปนานก็กำลังหาคนเข้าชมรมเราอย่างไงเล่า ไอบิล พวกแกนี่ก็ไม่เห็นจะช่วยอะไรเลย ! มีอยู่ตั้งเยอะตั้งแยะ นั่งทำอะไรกัน ฮะ !... ”เวนเนลท์รีบตอบ บ่นนิดหนึ่ง มองยังพวกรุ่นน้องด้านหน้าที่ว่านี่ไงคือคนที่กำลังตามหามาชวนเข้าชมรมเนี่ย เพราะแต่ละคนเป็นตัวน่าติดตามมากที่สุดในโรงเรียนเลยก็ว่าได้ ถ้าชายหนุ่มเอารุ่นน้องกลุ่มนี้เข้ามาได้ก็เป็นการดีที่ชมรมของพวกเขาจะโด่งดังและเป็นที่รู้จักมากขึ้นไปอีก(ซึ่งก็โด่งดังอยู่แล้ว) เพราะคาบวิชานี้มีตั้งหลายชมรมให้เลือกเข้า มันมาพร้อมกับการแข่งขังกันเกิดขึ้นเข้าไปอีก ถ้าชมรมไหนมีไม่เกินยี่สิบคนในรอบสัปดาห์แรกก็อาจจะถูกประเมินจากเหล่าศาสตราจารย์และเป็นที่เพ่งเล็งได้ว่าควรจะถูกยุบชมรมนั้นดีไหม ซึ่งเขาจะไม่มีวันให้มันเกิดขึ้นกับชมรมตัวเองอย่างแน่นอนถึงการสมัครจะมีให้เลือกสองวิธีคือ การติ๊กในไลมิวส์อาได้เลยเพื่อความสะดวกของทุกคนกับการเข้าไปสมัครยังชมรมนั้นด้วยตัวเองได้ แต่ยอดติ๊กมันก็ไม่ใช่ตัวกำหนดสำคัญมากเท่ากับการเข้าไปสมัครด้วยตัวเองเพื่อความแน่นอนของยอดผู้สมัครจริง“ เออ ๆ ว่าแต่ ... ” บิลพยักหน้าตอบเวนเนลท์ หันไปมองกลุ่มน้องกลุ่มนั้น“ แอรีส น้องมาทำอะไรที่นี่... เห็นว่าจะเข้าชมรมอื่นไม่ใช่เหรอ ?! ” เสียงฟังดูสนิทสนมกับเด็กสาวผมดำจากบิล เขารู้จักน้องคนนี้เป็นอย่างดี ในเมื่อ...“ ก็มาเข้าชมรมของพี่น่ะแหละ น้องเปลี่ยนใจแล้ว ” แอรีสตอบ ยิ้มสดใสให้พี่ชายตัวเอง เพราะตอนแรกว่าจะไปเข้าชมรมกีฬา ดาบิลบอร์ด แต่พอเห็นยูกับเอมม่าไม่เอาด้วย อีกอย่างเด็กสาวก็ได้ยินว่าอานนท์จะเข้าชมรมของพี่ชาย นางเลยไม่ลังเลจะลงตาม“ เดี๋ยวนะ เจ้ากับรุ่นพี่คนนี้เป็นพี่น้องกันเหรอ ? ” อานนท์ทัก เพราะเขามองยังไงก็ไม่เห็นว่าจะคล้ายคลึงกันเลย แววตา ท่าทาง ใบหน้า ฯลฯ ไม่เหมือนกับอีกคน... เด็กหนุ่มคิด หันไปทางเพื่อนสาวผมม่วงที่เปลี่ยนมายืนอยู่ข้าง ๆ กำลังกั้นเอล่าจากเขาให้อยู่“ ก็ไม่เชิงว่าเป็นพี่น้องที่คลานตามกันมาหรอก ” บิลตอบแทนแอรีส เดินเข้าไปใกล้ ทำเป็นเนียนยกแขนพาดไหล่ของรุ่นน้องคนนี้เพื่อตีสนิท เป็นถึงหลานชายของท่านผอ. ใยเล่าจะยอมปล่อยไปโดยง่าย “ น้องชื่ออานนท์ใช่ไหม ” ในเมื่อเห็นว่ารุ่นน้องกำลังทำหน้าสงสัยมองอยู่“ ใช่ครับ ” อานนท์พยักหน้า ฝืนยิ้ม ‘ คิดว่าข้าไม่รู้เหรอว่าพี่รู้อยู่แล้วน่ะ ’ เด็กหนุ่มเห็นสีหน้าของพี่บิลก็รู้สึกได้ทันทีว่าพี่แก่ต้องรู้ชื่อเขาอยู่แน่นอน ‘ เจ้านี่ก็ชอบคิดในแง่ลบกับคนอื่นอยู่ตลอดเลยนะอานนท์ มันอาจจะไม่รู้ก็ได้ ’ ลูซทักขึ้นในห้วงจิต‘ ก็ข้ารู้สึกได้นิ่ หรืออาจจะคิดมากไป... ไม่รู้สิ ’ อานนท์ตอบ มองสัตว์เวทคล้ายไทแรนโนซอรัสตัวสีขาวขนาดเท่ากับฮิปโปกำลังแหวกว่ายอยู่ในน้ำดูอิสระอย่างเหม่อลอย เด็กหนุ่มเห็นเงาสะท้อนใบหน้าตัวเองพบตรงมุมปากซ้ายไม่มีร่องรอยช้ำอีกต่อไป เขาเอานิ้วจิ้ม ๆ กับไม่รู้สึกเจ็บแล้ว ‘ เด็กที่ชื่อเอมม่ามันช่วยรักษาให้เจ้า ’ ลูซเอ่ยก่อนที่อานนท์จะถามพวกเพื่อนสาว ระหว่างนั้นเห็นรุ่นพี่ชื่อเวนเนลท์เดินนำขึ้นไปด้านบนแล้ว
+++++++++++++++++++++