เวลาผ่านไปกว่าสัปดาห์หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ปิ่นรับรู้เรื่องราวจากปากของลูกสาวว่าระหว่างที่เจนไปขอความช่วยเหลืออดัมให้ตามไปที่คอนโดนั่น เขาก็ได้สารภาพความจริงทุกอย่างเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขาและเธอให้เจนฟังแล้ว ซึ่งถึงตอนนี้ปิ่นก็ไม่เหลือความคิดจะห้ามให้ทั้งคู่คบกันรวมทั้งไม่เหลือความเกลียดความโกรธในตัวเพื่อนรักคนนี้อีก เหมือนพอผ่านเรื่องราวร้ายๆ มาเธอก็พร้อมจะปลงกับทุกสิ่งและจะยินดีมากหากคนที่ทำให้ลูกสาวคนเดียวของเธอมีความสุขคืออดัม
"อดัมเป็นไงบ้าง แผลที่หน้าที่ปากหายแล้วรึยังนะ ลูกได้คุยกันบ้างมั้ย?"
"เห็นว่าหายแล้วนะคะ"
"งั้นชวนมากินข้าวที่บ้านสิ คืนพรุ่งนี้ก็ได้ เราไม่ได้กินข้าวด้วยกันมานานแล้วนี่นา"
"...เค้าคงไม่มาหรอกค่ะ"
"อะไรกัน อย่าบอกนะว่ากลัวแม่.. แม่ไม่ว่าอะไรแล้วน่า เราอย่ามาทำตัวอึดอัดกันเลย ไม่ต้องห่วงแม่หรอก"
ปิ่นพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ก็ยังไม่กล้าจะสบตาคุยกับลูกตรงๆ เพราะเอาจริงๆ ตั้งแต่วันเกิดเรื่องเป็นต้นมาเธอก็ยังไม่ได้คุยกับอดัมให้มันชัดเจนว่าต่อจากนี้พวกเขาทั้งสามคนจะอยู่กันในความสัมพันธ์แบบไหน และอดัมก็ดูเหมือนจะพูดจริงเรื่องที่ว่าจะถอยออกไปดูแลครอบครัวเธออยู่ห่างๆ ไม่ให้ปิ่นต้องรู้สึกไม่ดีอีกเพราะเขาก็ไม่ได้ทักมาคุยหรือมาให้เห็นหน้าเลยนับจากวันนั้น
"แล้วแม่ล่ะคะ ได้คุยกับเพื่อนแม่รึยัง?"
"...ยังเลย ...แต่เราไม่มีอะไรต้องคุยกันหรอก ลูกสบายใจได้"
"เหรอคะ.. แม่โอเคจริงๆ ใช่มั้ย? ที่จะให้มันเป็นแบบนี้"
"อืม เจนเลือกทางที่มันดีกับตัวเองที่สุดก็แล้วกัน.. แม่รู้จักอดัมดี มันจะดูแลลูกให้มีความสุขได้แน่ๆ"
เมื่อได้นั่งคุยกันเรื่องนี้สองแม่ลูกต่างก็ดูจะกระอักกระอ่วนพูดคุยกันไม่เป็นธรรมชาติสักเท่าไหร่ จนเจนทนบรรยากาศไม่ไหวลุกหนีออกจากโซฟาแล้วขึ้นไปห้องนอนชั้นบน เธอหายไปพักหนึ่งก็กลับลงมาพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ทำปิ่นแปลกใจต้องรีบถาม
"อ้าวเจน.. จะไปไหนเหรอ?"
"คือ.. หนูจะขอออกไปเที่ยวต่างจังหวัดสักวันสองวันนะคะ มีแต่เรื่องเครียดๆ เลยอยากจะผ่อนคลายสมองหน่อย"
"เหรอ.. ไปกับใครล่ะ?" ปิ่นกลั้นใจถามทั้งๆ ที่เธอพอจะเดาคำตอบได้อยู่แล้ว
"เอ่อ.. ไปกับแฟนน่ะ.." เจนตอบกลับเบาๆ แบบไม่กล้าสบตาแม่
พอเห็นลูกสาวเป็นแบบนั้นปิ่นก็แอบถอนหายใจปลงแล้วตัดสินใจยิ้มรับมันด้วยความยินดี เธอเข้าไปสวมกอดลูกสาวอีกครั้ง
"ไปเถอะ แม่ไม่ว่าอะไรหรอก.. ดูแลตัวเองด้วยนะ"
"...ค่ะแม่"
ปิ่นปล่อยตัวลูกแล้วมองเธอเดินออกจากบ้านด้วยรอยยิ้ม เธอมองไปรอบๆ บ้านที่ว่างเปล่าอีกครั้งแต่คราวนี้ด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป แม้จะเหลือตัวคนเดียวแต่ความโกรธและความน้อยใจในชีวิตมันได้จางหายไปหมดแล้ว เหลือแต่ความยินดีและเอาใจช่วยกับชีวิตรักที่กำลังจะเริ่มต้นของลูกสาวกับคนที่เธอไว้ใจ เธอพึมพัมกับตัวเองเบาๆ ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า
"ลาก่อน.. อดัม.."
เมื่อได้ปลดโซ่ตรวนในใจก็รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก เธอสนุกกับการทำความสะอาดบ้านขณะเปิดเพลงที่ชอบคลอเบาๆ อาบน้ำให้ร่างกายและจิตใจสดชื่น ออกมาแต่งตัวสบายๆ แบบไม่จำเป็นต้องสนใจสิ่งใด ว่างก็ไถหน้าจอโทรศัพท์ดูอะไรเรื่อยเปื่อยแบบไม่ยอมปล่อยให้สมองคิดถึงแต่เรื่องแย่ๆ
แค่ได้ปรับมุมมองในการเลือกใช้ชีวิตเสียใหม่ปิ่นก็กลับมาสดใสเหมือนเคย เธอแอบหัวเราะกับตัวเองเมื่อคิดได้ว่าเรื่องมันก็แค่นี้เอง แค่คิดเรื่องใช้ชีวิตของตัวเองให้น้อยลง เพิ่มการใช้ชีวิตเพื่อลูกให้มากขึ้น กลับไปเป็นปิ่นคนเก่าที่เป็นแม่ที่ใช้ชีวิตเพื่อลูกก็เท่านั้น แค่นี้ก็จะไม่มีสิ่งใดสามารถทำให้เธอเจ็บปวดอีก
เวลาผ่านไปจนถึงช่วงเย็น ปิ่นที่กำลังเพลิดเพลินกับการเตรียมมื้ออาหารในครัวก็แปลกใจที่ได้ยินเสียงรถยนต์เข้ามาจอดหน้าบ้าน เธอขนลุกวาบไปทั้งตัวรู้สึกใจหวิวเมื่อคิดกลัวไปว่าอาจจะเป็นไอ้เอกกลับมารังควานเธออีกครั้ง หรืออาจจะแย่กว่านั้นหากมันพาพวกเพื่อนเลวสองคนนั่นมาด้วย
แกร๊ก.. ปัง..
เสียงเปิดปิดประตูดังขึ้น ปิ่นเริ่มตัวสั่นด้วยความกลัวรีบคว้าโทรศัพท์มากำไว้แน่น ขยับไปยืนอยู่มุมด้านในสุดของห้องครัวพลางเหลือบมองหามีดหรืออะไรก็ตามที่จะสามารถใช้เป็นเครื่องป้องกันตัวได้ เสียงฝีเท้าคนเดินใกล้เข้ามายิ่งทำให้เธอใจเต้นแรง จนในที่สุดผู้มาเยือนก็โผล่เข้ามาให้เห็น