กลิ่นไอของเมืองจือจี้ช่างแตกต่างจากหมู่บ้านชิงอวิ๋นราวฟ้ากับเหว กลิ่นอายของพลังปราณเบาบางที่ลอยอบอวลในอากาศผสมปนเปไปกับกลิ่นอาหารปรุงสุก กลิ่นสมุนไพร และกลิ่นเหงื่อของผู้คนที่ขวักไขว่ หลี่เฉินเดินกะเผลกผ่านประตูเมืองเข้ามาด้วยท่าทางที่ดูเหมือนนักรบผู้ผ่านศึกหนักมาหมาดๆ กลิ่นอายความมุ่งมั่นของเขาปะทะกับกลิ่นตุๆ ของมูลสัตว์อสูรที่ยังคงติดตัวเขามาจากการเดินทางอันแสนทรหด แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความฮึกเหิมของเขาเบาบางลงเลย ในสายตาของเขา เมืองนี้ไม่ได้เป็เพียงที่พักอาศัย แต่เป็ 'เหมืองทอง' ที่เขากำลังจะเข้ามาขุดค้นด้วยมือเปล่า
*[ติ๊ง! ภารกิจ 'ก้าวแรกสู่การเปลี่ยนแปลง' เสร็จสิ้น!]*
*[ยินดีด้วยโฮสต์! ท่านผ่านเส้นทาง 20 ลี้มาได้โดยสวัสดิภาพ (แม้จะแอบชิมมูลสัตว์ไปบ้างก็ตาม) รางวัลภารกิจถูกโอนเข้าสู่มิติเก็บของของท่านแล้ว]*
หลี่เฉินชะงักฝีเท้าอยู่กลางตลาด เขาหลับตาลงพยายามเรียกรางวัลออกมา "รับรางวัล!" เขาเค้นเสียงในลำคอด้วยความคาดหวังว่าระบบจะมอบกระบี่วิเศษหรือคัมภีร์เซียนให้ ทันใดนั้น สิ่งที่ปรากฏขึ้นในมือเขากลับเป็สมุดปกกระดาษสีน้ำตาลเก่าๆ เล่มหนึ่ง หน้าตาธรรมดายิ่งกว่าสมุดจดบัญชีของร้านค้าเสียอีก!
*[รางวัลภารกิจ: สมุดจดธรรมดา 1 เล่ม]*
*[คำอธิบายจากระบบ: เป็สมุดที่ทำจากเยื่อไม้ธรรมดา มีไว้สำหรับให้โฮสต์เขียนบันทึกแก้เหงา แก้เบื่อ ไม่มีพลังปราณ ไม่มีความสามารถพิเศษใดๆ ทั้งสิ้น โปรดรักษาไว้ให้ดี!]*
หลี่เฉินคิ้วกระตุกจนใบหน้าเกือบเบี้ยว "นี่มันอะไร!? สมุดแก้เบื่อเนี่ยนะ! ข้าเดินทาง 20 ลี้เสี่ยงชีวิตแทบตาย เพื่อแลกกับสมุดโง่ๆ เล่มหนึ่งเนี่ยนะ?!" เขาเมินเสียงกวนประสาทของระบบ ยัดสมุดใส่ไว้ในสาบเสื้อ แล้วคว้าไม้กระดานเก่าๆ ข้างทางมาวางพิงผนัง เขียนป้ายตัวโตๆ ว่า **"รับจ้างทุกอย่าง! ราคาเป็กันเอง ตกลงกันได้!"**
ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปจนถึงยามสายและบ่ายแก่ๆ แผงรับจ้างที่ไม่มีสินค้าของเขากลับกลายเป็เพียงจุดให้ชาวเมืองยืนดูด้วยความเวทนา ชายวัยกลางคนคนหนึ่งหยุดอ่านป้ายแล้วแค่นหัวเราะ "รับจ้างทุกอย่าง? เ้าซ่อมปัญญาที่ไร้ค่าของเ้าได้ไหมไอ้หนุ่ม?" หลี่เฉินทำได้เพียงฝืนยิ้ม ความหวังที่ว่าจะได้งานแรกดูเหมือนจะริบหรี่ลงทุกที หลายคนเดินผ่านไปมา บ้างก็ใช้สายตาเหยียดหยาม บ้างก็เดินเลี่ยงราวกับเขามีโรคติดต่อ จนกระทั่ง่บ่ายคล้อย เมื่อสุนัขจรจัดตัวหนึ่งเดินตรงเข้ามา ยกขาหลังขึ้น แล้วพ่นปัสสาวะรดใส่ป้ายประกาศของเขาอย่างจงใจ ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของร้านค้าข้างเคียง หลี่เฉินได้แต่กำหมัดแน่นด้วยความอัปยศ หัวใจของเขาแทบจะแตกสลาย เขาเฝ้าถามตัวเองว่า "นี่ข้ากลับมาเกิดใหม่เพื่อเป็เบี้ยล่างของโชคชะตาอย่างนั้นหรือ?"
ในจังหวะที่เขากำลังจะม้วนป้ายกลับด้วยความท้อแท้ ลี่ถัง ชายหนุ่มอายุ 22 ปีผู้มีฐานะแต่จิตใจคับแคบก็ปรากฏตัวขึ้น เขาเหม็นขี้หน้าเพื่อนบ้านและอยากจะแกล้งด้วยการปามูลสัตว์ใส่บ้านอีกฝ่าย แต่กลัวถูกจับได้จึงมาว่าจ้างหลี่เฉินแทน แม้หลี่เฉินจะหนักใจกับงานที่น่ารังเกียจนี้ แต่เมื่อได้รับข้อเสนอเป็เมล็ดข้าวครึ่งจินและเงิน 50 อีแปะ เขาก็ตัดสินใจตอบตกลงเพื่อปากท้องและเพื่อต้นแอปเปิ้ลที่รอคอยการดูแล
หลี่เฉินมุ่งหน้าไปยังหลังตลาด สถานที่ซึ่งเป็แหล่งรวมของเสียและขยะเน่าเสียของเมืองจือจี้ ทันทีที่ย่างกรายเข้าใกล้จุดที่เป็ 'ขุมทรัพย์แห่งความอัปยศ' กลิ่นสาบสางที่รุนแรงจนแสบจมูกก็พุ่งปะทะเข้าเต็มหน้าจนเขาต้องผงะถอยหลัง หลี่เฉินกั้นหายใจ พยายามทำใจดีสู้เสือ เขาคว้าถังไม้เก่าๆ ที่เก็บได้ข้างทางขึ้นมา เริ่มใช้ไม้พายตะกุยเอาของเน่าเหม็นเ่าั้ใส่ถัง ในทุกครั้งที่ไม้พายกระทบกับของเหลวหนืดหนุน เขาต้องกลั้นอาเจียนจนลำคอแสบร้อน "อึก... นี่มันงานอะไรกันเนี่ย?" เขาบ่นพึมพำ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเวทนาในชีวิตใหม่ของตัวเอง ทุกครั้งที่เขาก้มลงหยิบจับวัตถุเหม็นเน่าเ่าั้ กลิ่นอายมรณะดูเหมือนจะติดแน่นอยู่ที่ปลายนิ้ว เขาต้องหยุดอาเจียนข้างกองขยะอยู่ถึงสามครั้ง กว่าจะได้ 'วัตถุดิบ' ในปริมาณที่ลี่ถัง้า
เขารีบแบกถังไม้ที่ห่อหุ้มด้วยกระสอบป่านเน่าๆ มุ่งหน้าไปยังบ้านเป้าหมายด้วยความรวดเร็วและหวาดระแวง เขาพยายามทำตัวให้กลมกลืนไปกับความมืดมิดของตรอกซอกซอย หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับกลองศึก ทุกย่างก้าวดูเชื่องช้าและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น หลี่เฉินแอบมองบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งซึ่งดูเงียบเชียบ ไม่มีเสียงการเคลื่อนไหวใดๆ เขาใช้จังหวะที่ยามเผลอพุ่งตัวเข้าไปใกล้กำแพงบ้าน สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนแทบจะขาดใจ แล้วเริ่มปฏิบัติการ "ปามูลสัตว์" อย่างบ้าคลั่ง!
เขาระดมปาของเหลวเหม็นเน่านั้นใส่ประตูไม้และกำแพงบ้านอย่างรวดเร็ว กลิ่นสาบสางพุ่งกระจายไปทั่วบริเวณจนเขารู้สึกมึนหัว กลิ่นเหม็นนั้นติดเข้าที่เสื้อผ้าและผมของเขาจนเขาแทบอยากจะะโลงไปล้างตัวในแม่น้ำที่ใกล้ที่สุด แต่เขาก็หยุดไม่ได้ เขายังคงปาต่อไปจนกระทั่งถังว่างเปล่า ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในอก แต่ความหิวโหยที่กัดกินท้องกลับมีอำนาจมากกว่า หลี่เฉินรีบวิ่งกลับมาหาลี่ถังที่ยืนรออยู่มุมมืดด้วยสีหน้าสะใจ ลี่ถังมองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะหยิบเมล็ดข้าวครึ่งจินโยนให้ และควักเหรียญอีแปะออกมาเพียง 5 เหรียญวางลงบนมือเขาสั่นๆ "อะ! เอาไปเท่านี้พอ งานแค่นี้ไม่ต้องได้เงินเยอะหรอก" หลี่เฉินกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความแค้นถูกบันทึกไว้ในใจอย่างลึกซึ้ง
หลังจากได้รับค่าจ้างที่ถูกกดขี่ หลี่เฉินรีบเดินทางกลับหมู่บ้านทันที เขาต้องเร่งฝีเท้าท่ามกลางความมืดมิดที่แสนยาวไกล ความเหนื่อยล้าจากการปาของเน่าเหม็นผสมปนเปไปกับความหิวโหยที่ยังคงไม่หายไป ร่างกายที่ขาดสารอาหารประกอบกับความเครียดทำให้เขาแทบสิ้นเรี่ยวแรง ในระหว่างทางกลับ เขาต้องเผชิญกับป่ารกชัชที่เสียงแมลงกลางคืนกรีดร้องราวกับจะเยาะเย้ยความซวยของเขา เขาแวะล้างตัวที่บ่อน้ำประจำหมู่บ้านจนสะอาดหมดจดก่อนจะเข้ากระท่อมที่มืดมิด เขาจัดการหุงหาอาหารจากเมล็ดข้าวและผักป่ามื้อแรกด้วยความหิวโหย แต่เมื่ออิ่มท้อง ความแค้นที่ถูกกดทับไว้ก็ปะทุขึ้น
เขาหยิบสมุดธรรมดาเล่มนั้นออกมา แล้วบรรจงเขียนลงบนปกด้วยถ่านไฟว่า **"หนังสือแห่งการสาปแช่ง"** ก่อนจะเปิดหน้าแรกเขียนชื่อ 'ลี่ถัง' พร้อมคำสาปแช่งให้ร่างกายมีกลิ่นเหม็นเหมือนมูลสัตว์และขอให้ตระกูลเจอแต่โชคร้าย แม้จะรู้ว่าเป็เพียงสมุดธรรมดา แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกเบาใจขึ้นอย่างประหลาด เขาจึงวางสมุดไว้ที่มุมห้องแล้วล้มตัวลงนอน ทิ้งให้ความมืดปกคลุมกระท่อม
ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่เคยเงียบสงบเหนือหมู่บ้านชิงอวิ๋นกลับแปรปรวน ลมพายุพัดกระหน่ำอย่างรุนแรงจนกระท่อมหลังเก่าสั่นไหว ราวกับกระท่อมจะพังครืนลงมาได้ทุกเมื่อ เสียงฟ้าร้องคำรามดังสนั่นราวกับเสียงตีกลองา ฝนห่าใหญ่เทกระหน่ำลงมาอีกครั้ง ราวกับฟากฟ้ากำลังหลั่งน้ำตาให้กับโชคชะตาที่อาภัพของเขา ท่ามกลางเสียงฝนนั้น ไอสีดำทมิฬเริ่มระเหยออกจากหน้ากระดาษของสมุดที่มุมห้อง มันก่อตัวเป็รูปร่างคล้ายมือที่กำลังกำแน่น ก่อนจะพุ่งทะลุผนังไม้ผุๆ ออกไปสู่ฟากฟ้าที่มืดมิด
ไอสีดำนั้นแหวกว่ายผ่านสายฝน มุ่งตรงไปยังเมืองจือจี้ด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ มันซึมลึกผ่านรอยแตกของประตู หน้าต่าง และกำแพงหินของคฤหาสน์ตระกูลลี่ โดยเฉพาะห้องนอนของ 'ลี่ถัง' ไอหมอกเ่าั้ค่อยๆ ซึมเข้าสู่ร่างของเขาในขณะที่เขายังคงหลับไหล
ในคฤหาสน์ตระกูลลี่ ผู้คนเริ่มสะดุ้งตื่นด้วยความรู้สึกอึดอัด พ่อของลี่ถังที่นอนอยู่ห้องข้างๆ ถึงกับผวาตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกถึงกลิ่นเน่าเหม็นที่โชยมาจากที่ไหนสักแห่งในคฤหาสน์ กลิ่นนั้นเหม็นรุนแรงราวกับมีใครเอาสิ่งปฏิกูลมาวางไว้ใต้จมูกของเขา เขาร้องะโเรียกบ่าวรับใช้ด้วยความโกรธจัด แต่กลับพบว่าบ่าวรับใช้ทุกคนต่างก็อยู่ในอาการประหลาด ทั้งหมดต่างมีแววตาที่เลื่อนลอยและร่างกายที่เริ่มมีเหงื่อเย็นไหลซึม ราวกับกำลังถูกกัดกินด้วยพลังงานมืดมิดที่มองไม่เห็น ลี่ถังที่นอนอยู่บนเตียงนุ่มสบายกลับเริ่มมีท่าทีไม่สงบ ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความทุกข์ทรมานในความฝัน ราวกับว่าเขาถูกคำสาปแช่งให้จมดิ่งสู่ฝันร้ายที่จะไม่มีวันตื่น เขาละเมอออกมาด้วยความหวาดกลัว เสียงที่ร้องออกมานั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเ็ป
ในกระท่อมที่หมู่บ้านชิงอวิ๋น หลี่เฉินยังคงนอนหลับด้วยความเหนื่อยอ่อน โดยที่ไม่รู้เลยว่าในค่ำคืนนี้ เขาเพิ่งได้ปลดปล่อย 'โชคร้าย' ที่จะเปลี่ยนชีวิตของตระกูลลี่ไปตลอดกาล นี่ไม่ใช่แค่เื่ตลกร้าย แต่มันคือจุดเริ่มต้นของพลังอันเร้นลับที่ผูกพันกับสมุดบันทึกเล่มนั้น ชีวิตของเถ้าแก่ร้านรับจ้างคนนี้กำลังก้าวเข้าสู่เส้นทางที่ไม่มีวันถอยกลับ เขาเริ่มฝันถึงภาพของยอดแอปเปิ้ลที่ส่องแสงสีเขียวมรกตท่ามกลางความมืดมิด ราวกับมันกำลังตอบรับกับความมืดที่เขาสร้างขึ้นภายนอก แสงฟ้าแลบที่ผ่าลงมาเป็ระยะส่องให้เห็นหน้าสมุดที่เขาทิ้งไว้ที่มุมห้อง กระดาษหน้าแรกที่มีชื่อของลี่ถังเขียนอยู่นั้น บัดนี้ได้เปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด ตัวอักษรสีดำที่เขาเขียนด้วยถ่านนั้นเริ่มนูนเด่นขึ้นและเปล่งประกายสีม่วงหม่น ราวกับว่าสมุดเล่มนี้กำลัง 'ดื่มกิน' ความโชคร้ายของคนในตระกูลลี่เพื่อนำมาเป็พลังให้กับตนเอง หลี่เฉินในยามหลับใหลยังคงมีรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ราวกับเขาััได้ว่าในอนาคตอันใกล้ ชีวิตของเขาจะไม่ใช่แค่ชายหนุ่มผอมโซที่ต้องกินผักบุ้งป่าอีกต่อไป